หยางเทียนเห็นรอยยิ้ม ที่ซุนเหม่ยหลิงแอบยิ้ม ก็ทำให้หยางเทียนก็สบายใจ เพราะบ้านพักตากอากาศหลังนี้ เป็บ้านพักที่พ่อกับแม่ ได้สร้างเอาไว้ให้นั้น ย่อมมีสายใยผูกพัน ที่ลึกซึ้งมาก หยางเทียนหลับตา ทำสมาธิเพื่อไม่ให้สมาธิฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ จนรถขับเข้ามาในบ้าน แต่พอเข้าบ้านไป ก็สวนกับรถเก็บขยะ ที่ดูหน้าคนขับรถแล้ว มีรัศมีแห่งความตายติดตัว
“ รีบขับเข้าบ้านเร็ว” หยางเทียนบอกคนขับรถ แต่ว่าช้าไปแล้ว
ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ !!! คฤหาสน์อันใหญ่โตที่มองไกลๆ ก็เห็นว่าสวยงาม ตระหง่านตา กลับถูกะเิ ทำลายเกลี้ยงเหลือแต่ซาก
“ คุณปู่ คุณย่า” ซ่งเหม่ยหลิง ส่งเสียงร้องออกมาแล้วพยายามวิ่งเข้าไปในกองเพลิง หยางเทียนดึงร่างเข้ามากอดเอาไว้แน่น เพราะมองดูแล้ว แม่แต่มด ก็คงไม่เหลือรอดแน่
หยางเทียนโทร. บอกผอ. ให้ส่งกำลังเสริมมาเลย เพราะตอนนี้ มีคนร้ายวางะเิคฤหาสน์ตระกูลซ่งแล้ว
ทันใดนั้นเอง ก็มีรถดับเพลิงเปิดไซเรนเสียงดัง แล้วขับเข้ามาเพื่อดับไฟ หยางเทียนระวังตัวอยู่แล้ว เห็น เ้าหน้าที่ดับเพลิง ห้าคนลงมาจากรถ แทนที่จะไปเปิดหน้ำดับไฟ กับหยิบปืนภายในที่ซ่อนอยู่ข้างรถ กระหน่ำยิงใส่หยางเทียนกับ ซ่งเหม่ยหลิง เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ !! หยางเทียนโอบเอวซุนเหม่ยหลิงกลิ้งไปหลบด้านหลังรถ แล้วใช้ปืนยิงสวนกลับไปสี่นัด เข้าเสกหน้าของนักดับเพลิงปลอม ตายคาที่
ส่วนอีกสี่คน ก็วิ่งกระจายออกไป รอบๆ หยางเทียน แต่ว่า ถูกหยางเทียนขว้าง เข็มปลิดิญญาออกไป สี่เล่ม เข็มปลิดิญญา พุ่งอ้อมตามพวกมันไปทั้งสี่ทิศ เจาะเข้าสมองตายคาที่ไม่มีเหลือ หยางเทียนเข้ามาดูซุนเหม่ยหลิง ที่รู้สึกเสียใจจนไม่มีแรงที่จะเดิน ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นสนามหญ้า ทันใดนั้นเอง หยางเทียนก็รู้สึกได้ถึงอันตราย ที่มาจากฟากฟ้า มันคือฝูงโดนพิฆาต
“ หนีเร็ว” หยางเทียนอุ้ม ซุนเหม่ยหลิง ะโพริ้ว หลบะุปืนกลที่ฝูงโดรนนับร้อย ยิงเข้าใส่หยางเทียน เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! แต่หามีลำใดที่สามารถยิงโดนร่างของหยางเทียนได้ แม้ว่าหยางเทียนจะต้องอุ้มซุนเหม่ยหลิงไว้ด้วยก็ตาม
จนหยางเทียนมาหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ ก็วางซุนเหม่ยหลิง แล้วะโขึ้นไปยอดไม้พร้อมกับกำเข็มปลิดิญญาเอาไว้สองกำมือ แล้วปล่อยออกไปตามพิกัดของโดรนที่กำลังบินว่อน
ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ !!! เข็มปลิดิญญา นับสิบๆ พุ่งออกไป ทะลุโดรนพิฆาตะเิกระจุย ไปทีละลำสองลำ แม้มันจะหลบไปทางใด เข็มปลิดิญญาเหมือนมีเรดาห์ในตัว พุ่งเข้าไปหาโดรนพิฆาตได้ทุกลำ ไม่ช้า ฝูงโดรนพิฆาต กระถูกทำลายไปจนหมด
หยางเทียนมองไปที่หอนาฬิกาเก่าประจำเมือง ที่ดูสูงที่สุด ก็รู้ว่า คนที่ควบคุมโดรนนั้นอยู่ที่ หอนาฬิกา สี่คน มีตึกขวางอยู่ตึกหนึ่ง หยางเทียน ทำสมาธิขั้นสูงสุด แล้วนำเข็มปลิดิญญาออกมา สี่เล่ม แล้วใช้พลังทั้งหมดที่มีอยู่ เหวี่ยงเข็มปลิดิญญาออกไป
ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ !! ระยะทางกว่าสามกิโล เข็มสังหารพุ่งในแนววิถีโค้ง หลบตึกที่ขวางอยู่ แล้วมุ่งสู่เป้าหมายคือคนที่ควบคุมโดรนพิฆาต ส่วนทั้งสี่คนเห็นว่าเป้าหมายทำลายโดรนหมดแล้ว ก็เลยจะหนีจากไป
ขณะที่กำลังจะเดินลง ทั้งสี่คน ก็สะดุ้งสุดตัว เพราะเข็มปลิดิญญา พุ่งเข้าเจาะหัว ของทั้งสี่ ตายโดยไม่ทันได้รู้ตัว
คนร้ายที่ขับรถ ขนขยะออกมา มองจอมอนิเตอร์ของตน ก็บอกให้ลูกน้องจอดรถ
“ พวกแกทุกคนไปซะ ต่อไปนี้เป็หน้าที่ฉันคนเดียว” คนที่มีหัวเสือเบอร์ 18 ดึงเสื้อผ้า ของคนขับรถขยะทิ้งไป แล้วพุ่งตัวกลับเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูล ซ่งอีกครั้ง
“ หยางเทียน แน่จริง มาสู้กันตัวต่อตัวดีกว่า ฉันคือ เสือตัวที่ 18 ขอท้าประลองกับแก”
หยางเทียนเห็นมันมามือเปล่า พร้อมกับท้าสู้ตัวต่อตัวเช่นนี้ ก็หาได้เกรงกลัวไม่ เดินเข้ามาเผชิญหน้า กับมันทันที
“ นักฆ่าถ้ำเสือ ตัวที่ 18 กล้าหาญดีแท้ แต่ว่า แกกล้าหาญผิดคนแล้ว”
เสือตัวที่ 18 ชักมีดสีดำ ออกมา แล้วพุ่งมีดเข้าใส่ หมายปิดบัญชีในท่าเดียว หยางเทียนก็ดึงมีดออกมา แล้วก็พุ่งตัวเข้าหาไม่มีถอยเช่นกัน
“ ฉึก !”
ร่างของทั้งสองปะทะกันอย่างรวดเร็ว แต่ว่า เสือตัวที่ 18 กลับมีรอยยิ้มออกมาแล้วก็ล้มฟุบลงไป ที่ลำคอมีมีดปักคาเอาไว้
หยางเทียนสะบัดมีดพุ่งเข้าลำคอของมันก่อนนั่นเอง หยางเทียนดึงมีดที่เสียบคอของมันออกมา แล้วเข้าไปดู ซุนเหม่ยหลิงที่ยังคงคุกเข่าร้องไห้เสียใจ
ไม่นานนัก ก็มีรถยนต์คันใหญ่เข้ามาหลายคัน คนที่ลงมาเป็คนแรก คือ ซ่งเจียงผู้นำตระกูล ฮูหยินซ่ง และก็ซินแส และคนรับใช้คนสนิทอีกสองสามคน
“ คุณปู่ คุณย่า”
เหม่ยหลิงวิ่งเข้าไปกอดทั้งสองท่านด้วยความดีใจ
“ ไม่เป็ไร ปู่กับย่า ไม่เป็ไร พอดี ซินแส บอกว่าให้ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล แล้ว ไปนั่งกินอาหารที่โรงแรมของเรา เลยกลับมาเย็น ไม่คิดเลย ว่าจะกลายเป็แบบนี้”
หยางเทียนยืนมองอยู่แล้วก็ ถอนหายใจอย่างโล่งอก หากทั้งสองคนเป็อะไรไป ซุนเหม่ยหลิงคงแย่แน่ๆ
คืนนั้นทั้งหมดเลยไปนอนที่โรงแรมที่ ตระกูลซ่งเป็เ้าของ
กลางดึกคืนนั้น หยางเทียนได้ยินเสียงสัญญาณขอความช่วยเหลือ จึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องของ ซ่งเหม่ยหลิงที่อยู่ด้านข้าง และเขาเองก็มีคียการ์ดห้องของเธออยู่ด้วย
พอประตูเปิดเข้าไป พบกับ ซ่งเหม่ยหลิง ยืนยิ้มถือ กล่องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลืออยู่
“ เกิดอะไรขึ้น” หยางเทียนเดินไปรอบๆ ห้อง คล้ายกับหาสิ่งผิดปกติ ทั้งๆที่รู้ว่า มันไม่มีััที่เป็อันตรายอยู่เลย
“ ฉันบังเอิญไปโดนปุ่มสัญญาณ…”
หยางเทียนถอนหายใจเดินเข้ามายืนด้านหน้าที่บัดนี้ มองเห็นชุดนอนที่ซ่งเหม่ยหลิงใส่แล้ว หัวใจแทบอ่อนระทวย
“ ไม่มีอะไรผมขอตัวกลับห้องก่อน”
“ ฉันจะจ้างคุณเป็บอดี้การ์ด 100 ปี คุณคิดค่าจ้างเท่าไร”
“ ผมแค่ทำตามที่ท่านผอ. สั่ง ผมไม่รับงานเอง”
“ คุณไม่อยากรวยหรือไง?”
“ ผมไม่สนใจเื่นั้น”
“ แล้วเมื่อกลางวัน ฉันเห็นคุณเสียดายบ้านพักตากอากาศ ฉันให้สัญญา ฉันจะสร้างให้ใหม่เหมือนเดิม แล้วยกให้คุณดีไหม”
“ เมื่อกลางวัน ผมแค่พูดเล่น ไม่อยากให้คุณเสียใจ”
“ แล้วคุณ้าอะไร” ซุนเหม่ยหลิง เข้ามายืนใกล้ๆ แล้วเอ่ยเสียงกระซิบเบาๆ พร้อมกันกลิ่นหอมอันเย้ายวนกับ เบียดร่างกายที่มีเสื้อผ้าบางเบา เท่านั้น
“ ผมไม่รู้”
“ แต่ฉันอยากรู้” ซุนเหม่ยหลิงเข้ามากอดหยางเทียนแน่น แล้วจูบหยางเทียนอย่างดูดดึ่ม คล้ายกับไม่สนโลกว่าจะเกิดอะไรขึ้น หยางเทียนจูบตอบกลับไป แล้วใช้มือลูบไล้ไปที่แผ่นหลัง เรื่อยๆมาที่ลำคอ แล้วก็กดจุดหลับ ซุนเหม่ยหลิงหลับไปในทันที หยางเทียนอุ้มเธอไปนอนบนเตียง แล้วทำการห่มผ้า ให้เรียบร้อย แล้วเดินไปปิดม่านในห้องนอน แล้วก็เดินออกไปอย่างเงียบๆ
หยางเทียนกลับมาที่ห้อง แล้วคิดว่า ยังมีสิ่งที่สำคัญที่เขาต้องทำอีกมาก เื่แบบนี้เขายังคงไม่อยากไปข้องเกี่ยวด้วย พรุ่งนี้ ก็ครบเจ็ดวันแล้ว คงต้องจากลาเสียที
ตอนเช้าอาเปียวพาบอดี้การ์ดมาเพิ่มอีก แปดคน ส่วยหยางเทียนก็เอ่ยร่ำลา ปู่ซ่งเจียง ฮูหยินซ่ง และ ซินแสกู่ ส่วนซ่งเหม่ยหลิง ทำหน้านิ่งไม่เอ่ยอะไรกับหยางเทียนแม้แต่น้อย
“ หากมีอะไรให้ทางบอดี้การ์ดเมฆขาวรับใช้เพิ่มเติมก็แจ้งมาได้เลยนะครับ” อาเปียวโค้งคำนับ คุณซ่งเจียง และทุกคนอย่างนอบน้อม แล้วก็เดินไปขึ้นรถโดยมี หยางเทียนนั่งรถกลับมาด้วย
ในที่สุด ซ่งเหม่ยหลิง ก็กลั้นน้ำตาอาลัยไม่ไหว ปล่อยโฮออกมา ฮูหยินซ่งต้องกอดหลานด้วยความห่วงใย
“ เขาไม่ได้บอกว่าไม่ชอบหลานของย่าเสียเมื่อไร ไม่เห็นต้องเสียใจเลย เขาเป็บอดี้การ์ด เขาเป็มืออาชีพ จะมารักกับลูกค้ามันไม่ถูกต้อง” ฮูหยินเอ่ยอย่างมีหลักมีเกณฑ์
“ คุณย่า รู้เื่พวกนี้ได้อย่างไรคะ” เหม่ยหลิงยังน้ำตาคลออยู่ เอ่ยด้วยความสงสัย
“ ย่าเปิดดูจากทีวี สุดท้ายบอดี้การ์ด ที่เป็พระเอก ก็เป็แบบนี้ทั้งนั้น”
ซ่งเหม่ยหลิงกอดย่าแน่น แล้วหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา
“ เป็ไงบ้าง ซินแสกู่”
“ อาถรรพ์เบญจเพสของคุณหนูหายไปแล้ว โชคดีจริงๆครับ ”
“ ต่อไปเหลือแต่เื่คู่ครอง คราวนี้ซินแสต้องช่วยเหม่ยหลิง หาคนดีดีด้วยนะ”
“ หยางเทียนเป็ยังไงครับ”
“ ก็ดีนะ แต่ว่า เขาต่างกับ เหม่ยหลิงมากไป ตอนนี้อาจจะมีความรู้สึกดีให้ เพราะสถานการณ์ที่เจอร่วมกัน แต่ต่อไป มันยากที่จะพัฒนามั่นคง ยืนยาวได้แน่”
หัวหน้าตระกูลซ่ง มองภาพทั้งหมด อย่างคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ซินแสกู่เองก็ได้ยิ้มไม่เอ่ยอะไรในตอนนี้
“ หยางเทียน ครั้งนี้ทางตระกูลซ่ง มอบเงินพิเศษให้สำนักงานเราเพิ่มอีกสามเท่าดังนั้น ฉันไม่เอาเปรียบเธอ ฉันจะเพิ่มโบนัส ให้อีก 1 เท่าเป็ สองพันเหรียญ เธอไปกดเงินมาใช้ได้เลย”
หยางเทียนพยักหน้า แต่ไม่พูดอะไร ั้แ่เขาทำงานมา เขาไม่เคยใช้เงินค่าจ้างเลย ไม่รู้ว่ามีเท่าไรด้วย แต่ถ้าหากว่าได้จ๊อบละ 1 พัน ผ่านมาสี่งาน บวกกับ โบนัสก็น่าจะมี ห้าพันเหรียญแล้วซินะ
“ นี่คือสิ่งที่เธออยากรู้” ผอ. เฉียนคงยืนซองให้หยางเทียน พอเปิดออกก็พบว่าเป็ประวัติของเขาและครอบครัวทั้งหมด หยางเทียนดีใจมากขอตัวไปอ่านที่ห้องทันที
หยางเทียนมีชื่อจริงว่า จางเทียน พ่อชื่อ จางเฉินเป็เ้าของตลาดไตรแองเจิ้ล โดยร่วมลงทุนกับเพื่อนอีกสองคน แม่ชื่อ หลันอวี้ มีน้องสาวชื่อว่า จางถิงถิง อายุน้อยกว่าจางเทียน 3 ปี พิการแต่กำเนิด เป็โปลิโอขาเป๋ข้างหนึ่ง จางเฉินป่วยเป็มะเร็ง ตายไปตอนที่ จางเทียนอายุได้ 17 ปี กิจการที่เป็เ้าของตลาดร่วมกันเพื่อนอีกสองคน สุดท้ายก็ถูกยึดไป เพราะว่า หุ้นส่วนทั้งสองบอกว่า จางเฉินนำเงินมาจ่ายรักษาพยาบาลจนหมด ทำให้ หลันอวี้ผู้เป็แม่ต้องไปขายขนมจีบซาลาเปาที่ตลาด โดยที่ หุ้นส่วนทั้งสองอนุญาตให้ขายได้โดยจ่ายค่าเช่าแผงเพียงครี่งราคา แต่ผ่านไประยะหนึ่ง ภรรยาของทั้งสองก็กลับเปลี่ยนใจขึ้นราคาเหมือนคนอื่นทัวไป
พอ จางเทียนอายุได้ 18 ปี สอบติดคณะแพทย์ของมหาลับม่านกู่ตะวันออก
แต่ไปมีเื่กับ คุณชายห้า ตระกูลฉี และเพื่อนๆ ทำให้เพื่อนของตระกูลฉีต้องตายไป สามคน ส่วนคุณชายห้า ฉีอู่ ถูกยิงาเ็สาหัสแต่ไม่ตาย แต่ก็ะุก็ทำให้ ขาของเขากลายเป็คนขาเป๋ไปข้างหนึ่ง
ส่วนจางเทียน ถูกยิงได้รับาเ็สาหัส แต่รอดมาได้ ถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ถูกส่งตัวไปทำงานหนัก ที่คลองนานาชาติ แต่สุดท้ายถูกตู้คอนเทนเนอร์ กระแทกตกจากที่สูง หายสาบสูญไปจนถึงทุกวันนี้
ส่วนแม่ของจางเทียน กับน้องสาว พยายามวิ่งเต้นเพื่อจะช่วย จางเทียน แต่ไม่รู้เกิดเื่อันใด อยู่ๆ ก็เกิดเส้นเืในสมองแตก พิการเคลื่อนไหวไม่ได้ครี่งซีก
ถิงถิง ต้องออกจากโรงเรียนเพื่อมาหางานทำ แต่สุดท้ายได้ข่าวว่า ไปทำงานในสถานบันเทิง ชื่อ ลอนดอนโซไซตี้
หยางเทียนอ่านจบ ก็กำหมัดแน่น แค้นใจชะตาชีวิตของครอบครัว แล้วก็เกิดเป็ห่วงน้องสาวกับแม่ยิ่งนัก เขาลุกขึ้นยืนแต่งตัวแล้วออกไป ที่สถานบันเทิงที่มีชื่อว่า ลอนดอนโซไซตี้ทันที.....