วันนี้เป็เวรทำงานของบ้านสาม พวกเขาตื่นแต่เช้ากำลังจะไปตักน้ำ ก็ได้ยินเสียงออกมาจากบ้านใหญ่
“ท่านแม่ ข้าแอบได้ยินท่านหมอคุยกับลูกศิษย์ว่าน้องสามอาการหนักมาก อาจจะไม่รอด ถึงรอดก็ไม่รู้ว่าจะเป็เช่นไร พวกเราจะทำอย่างไรกันเล่าขอรับ” หยางโปเปิดประเด็น
“ใครบอกเ้า หากเ้านั่นตายไปหรือทำงานไม่ได้ เราจะทำอย่างไร จะเอาเงินจากไหนมาเลี้ยงดูคนพิการกับเ้าพวกตัวขาดทุนนั่นอีก”
“ท่านอารอง ท่านย่า พวกท่านดูสถานการณ์ไปก่อนเถอะ หากอาสามตายไปเราก็เรียกค่าชดเชยจากร้านรับก่อสร้างให้หนัก แต่หากอาสามทำงานไม่ได้ ไหนๆ อาสามก็อยากแยกบ้านมาตลอด ท่านก็ใช้โอกาสนี้ให้พวกเขาแยกออกไปแต่ตัวสิขอรับ”
หยางหลิ่งนึกถึงเงินค่าชดเชยของหยางเฉิงก็ชวนให้รู้สึกครึ้มอกครึ้มใจ
“ยังคงเป็หลิ่งเอ๋อร์ของย่าที่ฉลาดที่สุด พวกเ้าห้ามพูดเื่นี้ต่อหน้าอาเป่ากับอาเจียวเด็ดขาด เ้าสองคนนั่นถูกบ้านสามปั่นหัว จนเทิดทูนเ้าสามเป็พ่อไปแล้ว นี่ก็วิ่งแจ้นออกไปขึ้นเกวียนเข้าเมืองั้แ่เช้า รีบกินข้าวเร็วเข้า แล้วก็ไม่ต้องเว้นไว้ให้เ้าพวกเด็กนั่น” แม่เฒ่าพูดจบ ทุกคนก็รีบกินข้าว
ลู่เหวินที่ยืนฟังอยู่ ข้างนอกก็ยิ้มกริ่ม รีบชวนพี่ชายออกไปทำงาน
“พวกเรารีบตักน้ำ เสร็จแล้วค่อยเอาไว้ในช่องเก็บของเราจะได้แอบเข้าเมืองกัน”
“รีบเถอะ ข้าก็อยากไปดูอาการท่านพ่อเหมือนกัน” ลู่คงและลู่เสียนพยักหน้า
เมื่อตักน้ำเสร็จแล้ว พวกเขาก็เดินทางเข้าเมือง เด็กๆ เดินเท้ากันประมาณหนึ่งชั่วยามเศษๆ ก็มาถึงตำบล พวกเขาตรงไปยังโรงหมอเพื่อดูอาการพ่อและแม่
“ท่านหมอหลิวขอรับ ท่านพ่อ ท่านแม่ ของข้าเป็อย่างไรบ้างขอรับ” ลู่เหวินสอบถามอาการจากหมอหลิว
“แม่เ้าฟื้นแล้ว แต่ตอนนี้หลับไปเพราะฤทธิ์ยา ส่วนพ่อเ้าาแเืหยุดไหลแล้ว รอดูอีกสักหน่อย หากไม่มีอาการแทรกซ้อนอันใด ก็กลับบ้านได้”
เด็กๆ เข้าไปในห้องพักผู้ป่วยก็เจอหยางเป่ากำลังเฝ้าหยางเฉิง ส่วนหยางซูเจียวเฝ้าเย่หลิน เห็นพ่อและแม่อาการดีขึ้นก็ดีใจ
“หยิน วารีรักษาใช้ตอนนี้จะมีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่”
[ต้องรอให้ผลของผงห้ามเืหมดก่อนขอรับ ตอนนี้ตัวยายังช่วยในการสมานแผล ป้องกันการติดเชื้อ และบรรเทาอาการปวด อีก 7 วัน ยาจะหมดฤทธิ์ไป เราค่อยใช้วารีรักษาต่อขอรับ]
หลังจากดูอาการพ่อแม่เสร็จ ก็ชักชวนกันออกมาจากโรงหมอ ลู่เหวินชวนพี่ชายทั้งสองไปร้านรับก่อสร้างจิ่นเลี่ยน
“ไปทำไมหรือ” ลู่คงถามด้วยความสงสัย
“ไปก่อนเถอะขอรับ แล้วข้าจะเล่าให้ฟัง”
“นายช่างใหญ่ ไปสถานที่ก่อสร้าง พวกเ้ามาถามหา มีเื่อะไรหรือ” ผู้ดูแลสอบถามเด็กทั้งสาม
“ข้าชื่อหยางลู่เหวิน คนนี้หยางลู่คง และหยางลู่เสียน พวกเราเป็ลูกของหัวหน้าคนงานหยางเฉิงขอรับท่านน้า”
“อ้อ..ลูกๆ พี่หยางเหรอนี่ ถึงว่าข้าคลับคล้ายคลับคลาพวกเ้า ที่แท้หน้าตาเหมือนพ่อนี่เอง มาๆ นายช่างใหญ่ออกไปั้แ่เช้าแล้ว อีกสักพักคงกลับ หากพวกเ้าจะรอพบก็ตามสบายนะ ข้าไปตรวจรายการของก่อน”
เมื่อเมิ่งหนานตรวจตราความเรียบร้อยของงาน ก็กลับร้าน ขณะลงจากก็เห็นเด็ก 3 คน นั่งอยู่ในร้าน จำได้ว่าคือลูกชายของหยางเฉิง ก็รีบลงจากรถม้า
“พวกเ้ามาที่นี่มีอะไรเกิดขึ้นกับพ่อเ้าหรือไม่”
ลู่คงและลู่เสียน หันมามองลู่เหวินพร้อมกัน
“ท่านลุง ข้าได้ยินท่านบอกท่านย่าว่าพวกเราต้องจ่ายค่าเสียหาย ไม่ปิดบังท่านลุงว่าสถานการณ์ของครอบครัวเราไม่ปกติ ท่านพอจะบอกค่าเสียหายแก่พวกเราได้ไหมขอรับ ข้ากับพี่ชายจะได้รีบหามาชดใช้ให้”
“ข้าได้ยินเื่ของบ้านพวกเ้าจากเย่ไห่แล้ว พวกเ้าไม่ต้องกังวล ที่ข้าพูดเื่ค่าเสียหาย เพราะ้าขู่แม่เฒ่าใจร้ายเท่านั้น ข้าไม่คิดจะเรียกเงินจากพวกเ้าหรอก” เมิ่งหนานอธิบายให้เด็กๆ ฟังอย่างจริงใจ
ลู่เหวินฟังเมิ่งหนานพูดจบ คุกเข่าลง ลู่คงและลู่เสียนเห็นดังนั้นก็ทำตามด้วยเช่นกัน
“หากท่านพ่อข้าออกจากโรงหมอ คงยากที่จะได้รับการบำรุงร่างกาย ท่านลุงขอรับ หากวันที่ท่านไปเจรจากับท่านย่าข้าเื่ค่าใช้จ่าย ขอได้โปรดบอกท่านย่าว่าพวกเราต้องจ่ายค่าเสียหายด้วยเถิดขอรับ หากท่านย่ารู้ว่าพวกเรามีหนี้สิน ย่อมต้องให้แยกบ้านแน่นอน ข้ารู้ว่าการเอาเื่ในบ้านมาบอกคนภายนอกเป็เื่อกตัญญู แต่หากพ่อของของข้ายังอยู่ที่นั่นต่อไป คงยากที่ได้รับการรักษา พวกเราขอออกมาตายเอาดาบหน้าดีกว่าขอรับ”
เมิ่งหนาน มองเด็กๆ ที่นั่งคุกเข่าด้วยความสงสาร ต้องเลวร้ายขนาดไหน ถึงทำให้เด็กเล็กๆ อยากพาคนป่วยไปตายเอาดาบหน้า พลันถอนหายใจ
“ข้ารู้แล้ว พวกเ้าไปเถอะ วันไหนที่พ่อของเ้าได้กลับบ้าน ข้าจะไปพร้อมหมอหลิว จงนำคำไปแจ้งท่านย่าของเ้าด้วย”
เด็กๆ ไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณและรีบเดินทางกลับหมู่บ้านหนานซาน
เช้าวันต่อมาลู่เหวิน และพี่ชายทั้งสอง ออกเดินทางเข้าเมืองั้แ่ยามเหม่า วันนี้หมอหลิวบอกว่าพ่อของเขาพ้นขีดอันตรายแล้ว สามารถกลับบ้านได้
“ข้าเตรียมเกวียนวัวไปส่งพวกเ้าทั้งสองคนแล้ว เกวียนวัวถึงจะช้าแต่มั่นคง จะได้ไม่กระทบกระเทือนาแ ข้าจะให้ลูกศิษย์ไปพร้อมพวกเ้า เดี๋ยวเสร็จธุระทางนี้แล้วข้าจะตามไปพร้อมท่านเมิ่ง”
หมอหลิวให้คนงานช่วยยกเปลผู้ป่วยของหยางซานและหยางเฉิงวางบนเกวียน จากนั้นก็ออกเดินทาง เกวียนสองเล่ม เดินตามไปกันช้าๆ บนเกวียนของหยางเฉิงมีครอบครัว หยางเป่า และเย่ไห่ นั่งไปด้วย มีเด็กๆ คอยประคองพ่อและแม่ เย่ซื่อที่ดีขึ้นแล้วนั่งจับมือกับลูกสาวไปตลอดทาง พวกเขาคิดเื่ราวต่างๆ ในหัวมากมาย เพราะลูกชายบอกเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว
บ้านหยางตอนนี้ มีคนอยู่มากมาย ทั้งผู้าุโประจำตระกูล หัวหน้าหมู่บ้าน และญาติพี่น้องบ้านหยาง ทุกคนมาด้วยความเป็ห่วงหยางเฉิง แม้แม่เฒ่าหลี่จะไม่อยากต้อนรับเพียงใดก็ไม่สามารถปฏิเสธผู้าุโ และหัวหน้าหมู่บ้านได้
เมื่อเกวียนวัวเดินทางมาถึง ยังไม่ทันได้ลงจากเกวียนชาวบ้านก็เข้ามารุมล้อมหยางเฉิงเพื่อไถ่ถามอาการ
“ยกเขาลงก่อน พวกเ้าเห็นแล้ว ว่าเขาดีขึ้นแล้ว รีบๆ ยกเขาลงมา” ผู้าุโใหญ่รีบบอกชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เกวียน
รถม้าของเมิ่งหนานเดินทางมาถึงแล้ว หมอหลิวเดินลงมาก็ตรงเข้าไปดูอาการผู้ป่วยทั้งสอง
“วันนี้ข้าและหมอหลิวพาคนป่วยมาส่ง และจะคุยเื่ค่าใช้จ่าย แต่ข้าอยากให้มีพยานอยู่ด้วย ได้ยินว่าวันนี้ผู้าุโตระกูลหยาง และหัวหน้าหมู่บ้านอยู่ที่นี่ ขอรบกวนด้วยเถิดขอรับ” เมิ่งหนานแจ้งความ้าของเขา
“นี่เป็เื่ภายในครอบครัว ไม่ต้องมีใครหรอก ข้าให้ลูกๆ เป็พยานได้” แม่เฒ่าหลี่ที่คิดจะไล่หยางเฉิงออกไปหากเขาไม่สามารถทำงานได้ เกิดอาการร้อนรน
“แม่อาเป่า เ้าจะกลัวอะไร พวกข้าแค่อยู่เป็พยานเท่านั้น หรือเ้าคิดอะไรไม่ดีกับลูกหลานข้า จึงร้อนรนเช่นนี้” ผู้าุโใหญ่จ้องเขม็งไปยังแม่เฒ่าหลี่
“พวกเ้าที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปก่อน วันนี้บ้านหยางมีธุระไม่พร้อมรับแขก”
หัวหน้าหมู่บ้านบอกชาวบ้านที่ยืนอยู่รอบๆ แล้วให้หยางเป่าไปปิดประตูรั้ว
เมื่อเข้ามาในห้องโถง เมิ่งหนานก็เริ่มเปิดการเจรจา
“ข้ามาวันนี้เพื่อมาคิดเงินค่าใช้จ่าย และจ่ายเงินค่าทำขวัญให้คนป่วย แต่ก่อนจะคุยเื่เงิน ให้หมอหลิวบอกอาการผู้ป่วยก่อนเถอะ”
“หยางซาน มีแผลที่หลัง กระดูกขาขวาร้าว ให้พักการใช้กระดูกส่วนนั้น ใช้เวลาไม่เกิน 2-3 เดือน กระดูกก็จะประสานกันเอง ข้าจัดยาไว้ให้แล้ว กินยาติดต่อกันสองสัปดาห์ อาการก็จะดีขึ้น
ส่วนหยางเฉิง าแที่หัวและแขนไม่น่าเป็ห่วงแล้ว แต่าแที่ท้องทะลุไปถึงกลางหลัง ถึงจะรักษาชีวิตไว้ได้ แต่ไม่รู้ว่าจะกลับมาเดินได้อีกหรือไม่ ข้าสอบถามอาการเขาทุกวัน เขาบอกว่าไม่มีความรู้สึกั้แ่่เอวลงไป คิดว่าไม้ที่แทงน่าจะไปโดนจุดสำคัญ หากรักษาต่อเนื่องอาจจะมีโอกาสหาย แต่ต้องใช้เงินเยอะมากเลยทีเดียว”
หมอหลิวอธิบายจบ เสียงอื้ออึงก็ดังขึ้นจากบ้านใหญ่
“์..ข้าต้องเป็ยายแก่ที่เลี้ยงดูลูกชายพิการถึงสองคน ทำไมข้าไม่ตายๆ ไปซะ จะได้ไม่ต้องมาลำบากตอนแก่” แม่เฒ่าหลี่ฟูมฟาย
“ท่านพ่อและท่านอาสามของข้า าเ็หนักถึงขนาดนี้ ไม่ทราบว่าเถ้าแก่ จะจ่ายค่ารักษาและค่าทำขวัญให้เท่าไหร่หรือขอรับ” หยางหลิ่งรีบเข้ามาวางท่าเป็บัณฑิตใหญ่โต
“คุณชายท่านนี้หากเจอกันข้างนอก ข้าคงไม่รู้ว่าเป็ลูกเศรษฐีบ้านไหน แต่งตัวผิดกับญาติพี่น้องในบ้านเสียจริงๆ”
เมิ่งหนานยิ้มเยาะ แล้วเอ่ยต่อ โดยไม่สนใจหยางหลิ่งที่ตอนนี้หน้าแดงด้วยความอับอาย
“ค่าหมอและค่ายาทั้งหมดของหยางซาน 15 ตำลึง ของหยางเฉิง 23 ตำลึง ค่าห้องพักที่โรงเตี๊ยม 3 ตำลึง หยางซานจะต้องรักษาตัวอย่างน้อย 3 เดือน ข้าจะจ่ายเงินชดเชย 1 ปี แก่หยางซาน 30 ตำลึง หยางเฉิง 50 ตำลึง พวกท่านเห็นเป็อย่างไร”
“นายช่างใหญ่ขอรับ พวกเราทำงานสะเพร่าจนพลัดตกลงมาเอง แค่ท่านจ่ายค่าหมอให้ ก็เมตตามากแล้วขอรับ” หยางเฉิงที่นอนอยู่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“พูดอะไรของเ้า นอนนิ่งๆ ไปซะ เ้าไม่้า แต่ข้าเป็แม่เ้า ข้าต้องรับเงินนี่ไว้ดูแลเ้า” แม่เฒ่าหลี่ตวาดหยางเฉิงเสร็จก็หันไปพูดกับเมิ่งหนาน
“ท่านหมอบอกว่าลูกสามต้องใช้เงินจำนวนมาก เงินแค่นี้ไม่พอในการรักษาตัวหรอก ท่านลองเพิ่มให้หน่อยเถอะ สัก 200 ตำลึง เป็อย่างไร”
เหล่าผู้าุโและผู้ใหญ่บ้านต่างตกตะลึง และอับอายแทนแม่เฒ่าหน้าเืนี่เหลือเกิน
“แม่เฒ่า ข้าบอกแค่เงินชดเชยเท่านั้น ยังไม่บอกค่าเสียหายที่ลูกชายคนโตของท่านทำให้เกิดขึ้นเลย ข้าต้องจ่ายเงินค่ากระเบื้อง และจ้างคนงานทำงานล่วงเวลา ทั้งหมด 70 ตำลึง ส่วนนี้คงต้องหักออกจากค่าชดเชยของหยางเฉิงเพราะเขาเป็หัวหน้าคนงาน และส่วนที่เหลืออีก 20 ตำลึง ข้าคงต้องขอจากแม่เฒ่า”
“ไม่ได้ จะมาหักที่ข้าได้อย่างไร คนก็เจ็บมีที่ไหนต้องเสียเงินอีก” แม่เฒ่าหลี่โกรธเป็ฟืนเป็ไฟ
“งั้นก็ต้องไปแจ้งทางการแล้ว รบกวนผู้าุโ และผู้ใหญ่บ้านเป็พยานให้ข้าด้วยเถิด หากเื่นี้ถึงทางการข้าก็ไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยแม้แต่อีแปะเดียว”
“ข้าจะรับแค่เงินของเ้าใหญ่ ส่วนของเ้าสามก็ให้พวกมันไปหามาใช้หนี้เอาเอง” แม่เฒ่าหลี่ะโออกมา
“นังหญิงใจดำ เ้าพูดอะไรออกมา อาเฉิงทำงานให้บ้านเ้าเป็วัวเป็ม้า นี่เขาาเ็ เ้าจะบังคับให้เขาขายลูกเลยหรือไง” ผู้าุโใหญ่ะเิอารมณ์ออกมา
“ข้าจะขอแยกบ้าน ข้าอาจจะพิการ เดินไม่ได้อีกต่อไป ท่านแม่อนุญาตให้ข้าแยกบ้านเถิด ข้าจะชดใช้หนี้ของนายช่างใหญ่เอง” หยางเฉิงพูดจบครอบครัวของเขา ก็คุกเข่าลงพร้อมกัน
หยางลู่คงที่ก้มหน้าอยู่ เงยหน้าขึ้นมาด้วยแววตาแดงก่ำ
“ได้โปรดให้พวกเราแยกบ้านเถิดท่านย่า ถึงเราจะไม่มีเงิน 20 ตำลึงทอง มาจ่ายค่าแยกบ้านตามที่ท่านเรียกร้อง แต่ขอท่านปล่อยพวกเราไปเถิดขอรับ”
“อัปยศที่สุด นางหญิงร้ายกาจคนนี้ บีบบังคับจนลูกหลานอยากแยกบ้านไม่พอ ยังกล้าเรียกเงินแลกการแยกบ้านจากลูกหลานอีก” ผู้าุโคนหนึ่งทนไม่ไหว ชี้หน้าด่าแม่เฒ่าหลี่อย่างรังเกียจ
“ที่ข้าเรียกเงิน เพราะหากเขาแยกไป ค่าใช้จ่ายในบ้านมากมายก็ต้องหายไปเหมือนกัน น้องสาวและน้องชายกำลังจะถึงวัยออกเรือน เสี่ยวหลิ่งกำลังเล่าเรียน เขามีโอกาสที่จะสอบผ่านเป็ซิ่วไฉ ข้าจำเป็ต้องเรียกค่าใช้จ่าย อยากแยกก็แค่หาเงินมาชดเชย ข้าผิดตรงไหน แม่เอาเงินจากลูกเข้าของกลาง หรือบ้านพวกท่านไม่ทำ” แม่เฒ่าหลี่สู้สุดใจ
หยางเฉิงคิดถึงอนาคตของลูกๆ ถึงแม้แม่เฒ่าหลี่ไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่เขาก็เรียกนางว่าแม่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หากเขาไม่ให้เงินแม่เฒ่าในการขอแยกบ้าน ต่อไปจะบ้านเขาจะโดนตราหน้าว่าอกตัญญู นี่เป็ข้อหาที่ร้ายแรงมาก หากชาวบ้านก่นด่าว่าพวกเขาอกตัญญูลูกชายลูกสาวจะไม่มีผู้ใด้าออกเรือนด้วย คิดแล้วก็ถอนหายใจ
ลู่เหวินขยับมาหาหยางเฉิงแล้วกระซิบบอกเขาเบาๆ
“รับปากท่านย่านะขอรับ ไม่ว่าท่านย่าจะเรียกมาเท่าไหร่ อย่าให้ท่านย่าเอาเื่เงินมาขัดขวางพวกเรานะขอรับ สิ่งของในช่องว่างของข้ามีมากมาย เราจะหาเงินได้และจะไม่อดอยากขอรับท่านพ่อ”
ลู่เหวินมองดูบิดาที่พยักหน้ารับคำ ก็พลันรู้สึกสงสารจับใจ หากนี่เป็ยุคสมัยใหม่ลูกชายก็แค่เก็บของแล้วย้ายออกมาใช้ชีวิตครอบครัวก็จบปัญหา แต่เขารู้ดีว่าในโลกแห่งนี้ความกตัญญูคือคุณธรรมข้อสูงสุด เป็กฎหมายกำหนดให้บุตรต้องเคารพเชื่อฟังกตัญญูต่อบิดามารดา ขุนนางกตัญญูต่อแผ่นดิน ไม่มีใครกล้าขัดต่อกฎข้อนี้ แม้จะมีคนที่สามารถออกหน้าช่วยเหลือพวกเขาได้ แต่การแยกบ้านย่อมต้องได้รับความยินยอมจากแม่เฒ่าหลี่ที่เป็มารดา และต้องมีการจ่ายเงินค่าเลี้ยงดู ลู่เหวินจึงมีการพูดคุยกับบิดาให้ยอมจ่ายค่าแยกบ้าน อย่ากังวลว่าจะมากเกินไปหรือไม่ เพราะหากไม่จ่ายเท่ากับไม่จบ และพวกเขาต้องทนอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไป แต่หากพวกเขาแยกบ้านสำเร็จเขาเชื่อว่าเขาจะสามารถหาเงินได้มากกว่าค่าแยกบ้านที่เสียไป
หยางเฉิงได้ยินลูกชายก็ตัดสินใจถามแม่เฒ่าไป
“ท่านแม่ ้าเท่าไหร่ ข้าจะหาหยิบยืมมาให้”
แม่เฒ่าหลี่หันไปปรึกษากับหยางหลิ่งก็ตอบออกมา
“100 ตำลึง ไม่ขาดไม่เกินไปจากนี้ หากหามาได้ก็แยกออกไป หากไม่ก็กลับเข้าห้องพวกเ้าไปซะ”
ผู้าุโใหญ่และหัวหน้าหมู่บ้านรู้ดีว่า พวกเขาสามารถแทรกแซงบังคับให้แม่เฒ่าหลี่ต้องยอมให้แยกบ้านได้ แต่พวกเขาไม่สามารถให้นางไปโพนทะนาว่าครอบครัวบ้านสามเป็คนอกตัญญูได้เช่นกัน การยอมจ่ายเงินถือเป็ค่าเลี้ยงดูแม่เฒ่าที่แก่ชรา และเป็การตัดปัญหาชื่อเสียงด้านไม่ดีของเด็กๆ บ้านสามในอนาคต
“อาเฉิง ข้าเป็หัวหน้าหมู่บ้านมานาน ไม่เคยพบเจอเื่เช่นนี้ หากเ้ายังยืนยันจะแยกบ้าน ข้าจะให้หยิบยืม แต่คงได้ไม่ครบทั้งหมด ข้าให้ได้ 20 ตำลึง เ้าจะว่าอย่างไร” หยุนลี่จง ผู้เป็หัวหน้าหมู่บ้านอดที่จะเวทนาบ้านสามไม่ได้
“ข้าจะแยกบ้านขอรับ ขอบคุณลุงลี่จงที่เมตตาขอรับ”
เหล่าผู้าุโที่ยืนด้านหลัง ปรึกษากันสักครู่ ก็เอ่ยออกมา
“พวกเรา 5 คน ไม่ได้มีเงินมากมาย แต่หากรวบรวมกันคงได้สัก 20 ตำลึง เ้าเอาไปก่อนเถอะอาเฉิง”
“พี่สาม ข้ากับพี่หญิงใหญ่ และพี่หญิงรองหยิบยืมเงินมาให้ท่าน ได้ 17 ตำลึงขอรับ”
หยางเป่า หยางฮวา และหยางซูเจียว เข้าไปยืนฝั่งหยางเฉิงและยื่นเงินออกไป
“พวกเ้ากล้าดียังไง เอากลับมาเดี๋ยวนี้ พวกเ้าจะเป็หนี้แทนเ้าสามได้อย่างไร” แม่เฒ่าหลี่โวยวาย ผู้าุโใหญ่ตัวสั่นเทิ้ม ชี้หน้าแม่เฒ่าหลี่มือสั่นระริก
“นังหญิงใจร้าย หากเ้าไม่ใช่แม่ของลูกชายและลูกสาวของอากัง ข้าคงขับเ้าออกจากตระกูลไปแล้ว ไป..เสี่ยวเป่า ไปบ้านข้าแล้วบอกย่าใหญ่ของเ้า ให้หยิบเงินมาที่นี่ 43 ตำลึง”
รอสักพักหยางเป่าก็วิ่งถือถุงเงินกลับมา
“เมื่อได้เงินครบแล้ว ก็ทำเอกสารกันเถอะ” หยุนลี่จงไม่รอช้า
“แล้วทรัพย์สินในบ้านจะแบ่งอย่างไรเล่าขอรับ” ลู่เหวินโพล่งขึ้นมา
แม่เฒ่าหลี่หน้าบิดเบี้ยว “อกตัญญูแล้ว..อกตัญญูแล้ว พวกเ้ากล้าแบ่งสมบัติได้อย่างไร พวกเ้าหวังให้ข้าอดตายไปหรืออย่างไร”
“ไม่แบ่งไม่ได้ขอรับท่านแม่ กฎหมายกำหนดไว้ หากลูกชายแยกครอบครัวต้องได้สมบัติส่วนหนึ่ง” หยางเป่าแทรกขึ้นมา
“ลุงลี่จง ข้าไม่เอาอะไรขอรับ แค่ท่านช่วยจัดการให้ข้าไปอยู่บ้านเก่าของท่านพ่อท่านแม่ก็พอขอรับ”
“ไม่ ที่นั่นเป็สมบัติของบ้านใหญ่ ข้าจะให้อาซานอยู่บ้านหลังนั้น พวกเ้าไม่มีสิทธิ”
“ไอโยว..ลูกชายเ้าถึงจะเปลี่ยนเป็แซ่หยาง แต่ก็ไม่ใช่สายเืแท้ๆ ของอากัง อีกอย่างเ้าลืมไปแล้วหรือ บ้านหลังนั้นเป็สินเดิมของแม่เ้าสาม เ้าจะมาเรียกร้องได้อย่างไร ไป..พวกเ้าไปเอาบันทึกลำดับการสืบเชื้อสายประจำตระกูลมา วันนี้ข้าจะแทรกแซง จัดการแยกบ้านให้พวกเ้าเอง” ผู้าุโใหญ่ไล่หยางเป่าไปอีกรอบ
“บ้านนี้เงินเก็บคงจะโดนอ้างว่าไม่มี ในเมื่อไม่สามารถควักออกมาแบ่งได้ ที่ดิน 12 หมู่ หมู 4 ตัว ไก่ 12 ตัว ข้าว 130 ชั่ง ข้าจะจัดสรรตามจำนวนคน”
เมื่อผู้าุโใหญ่เข้าแทรกแซง แม่เฒ่าหลี่ก็ไม่กล้าจะทำอะไรอีก นอกจากคัดค้านหัวชนฝา จนในที่สุดบ้านสาม ได้ข้าวมา 30 ชั่ง หมู 1 ตัว ไก่ 2 ตัว และที่ดิน 3 หมู่
“พวกเ้าบีบบังคับข้าเช่นนี้ ในเมื่อมีที่ดินแล้ว ต่อไปก็ส่งเงินให้ข้าเดือนละ 1 ตำลึง และข้าจะเป็คนจัดการเื่ออกเรือนของลูกๆ เ้าเอง” แม่เฒ่าหลี่เอ่ยด้วยเสียงเคียดแค้น
“ถ้าอย่างนั้น หากพี่ใหญ่หลิ่งสอบขุนนางได้ พวกเราสามารถย้ายไปอยู่ในจวนได้ด้วยใช่ไหมขอรับ ดีเลย ข้าจะได้โอ้อวดคนอื่นในเมือง กินดื่มที่เหลาอาหาร โดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินบ้าง พี่ใหญ่หลิ่งข้าขอเข้าไปในเมืองกับท่านด้วยนะ ข้าว่าอย่าแยกบ้านเลยขอรับท่านพ่อ อยู่ให้ท่านย่าและลุงใหญ่เลี้ยงดูพวกเราเถิดขอรับ”
ลู่เหวินพูดพลางทำท่าเพ้อฝันจนแม่เฒ่าหลี่ และบ้านใหญ่หน้าแดง
หลี่ซื่อกลัวพวกเขาจะเป็ภาระของบ้านนาง จึงเขย่าแขนแม่เฒ่า “ท่านแม่ หากหลิ่งเอ๋อร์เป็ขุนนาง พวกเขาต้องเป็ปลิงเกาะติดพวกเราแน่เ้าค่ะ”
“ท่านย่า ตัดความสัมพันธ์กับอาสามเถอะขอรับ เขาพิการไปแล้ว คงไม่อาจทำงานได้อีก ท่านจะรับเอาเด็กพวกนี้มาเป็ภาระค่าใช้จ่ายทำไมเล่าขอรับ”
แม่เฒ่าหลี่ ได้ยินดังนั้นก็คิดทบทวนแล้วรีบเอ่ยความ้าออกไป
“หัวหน้าหมู่บ้าน ท่านช่วยเขียนกำกับไว้ด้วย ว่าบ้านใหญ่จะไม่อันใดเกี่ยวข้องกับบ้านสามอีกต่อไป หากพวกข้าร่ำรวยเขาจะมาเรียกร้องเอาไม่ได้ หากพวกเขาไม่มีจะกินก็จะมาพึ่งพาบ้านใหญ่ไม่ได้ เอ่อ..ตัดขาดกันไปเลยดีกว่า อ้อ..แล้วอย่าลืมออกหนังสือรับรองหนี้สินของร้านจิ่นเลี่ยน และคนอื่นๆ เป็ชื่อเ้าสามด้วยล่ะ อีกอย่างพวกเ้าไม่ต้องมาเรียกข้าว่าแม่ ว่าย่าอีกต่อไป หากหลิ่งเอ๋อร์ได้เป็ขุนนางคนเขาจะเข้าผิดว่าพวกเราทิ้งขว้างญาติพี่น้องที่ยากจน หลานข้าจะเสื่อมเสียได้ ข้าให้เวลา 3 วัน รีบย้ายออกไปซะ”
ทุกคนมองแม่เฒ่าด้วยแววตาเหลือเชื่อ
“ท่านป้า ขอบคุณที่เคยเลี้ยงดูข้ามา นับจากวันนี้แม้บ้านข้าจะแร้นแค้น อดอยากเพียงใด ก็จะไม่มารบกวนอะไรจากพวกท่าน แต่หากบ้านข้ามั่งมีใครหน้าไหนก็อย่าได้คิดจะเอาเปรียบลูกเมียข้าอีก ไม่อย่างนั้นข้าจะให้ทางการเป็คนตัดสิน” หยางเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
“ข้าบันทึกทุกอย่าง รวมถึงข้อเรียกร้องต่างๆ ไว้หมดแล้ว หากผ่านวันนี้ไปพวกเ้าไม่ว่าใครไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ มาลงชื่อให้ครบ ข้าจะรบกวนให้ผู้าุโทุกท่าน นายท่านเมิ่ง และหมอหลิวเป็พยานให้ แล้ววันพรุ่งนี้ข้าจะนำเื่ไปรายงานทางการให้ออกเอกสารการแยกครอบครัว และเปลี่ยนชื่อเ้าของที่ดิน” พูดจบผู้ใหญ่บ้านก็มอบเงินให้แม่เฒ่าหลี่
“บ้านเก่ายังต้องซ่อมแซม พวกเ้าอยู่ที่นี่ไปก่อน ข้าจะตามชายหนุ่มในตระกูล ไปช่วยจัดการให้” ผู้าุโใหญ่เดินไปบอกหยางเฉิงที่นอนอยู่ในเปลผู้ป่วย
“ไม่ต้องหรอกท่านผู้าุโ ร้านจิ่นเลี่ยนจะเป็คนซ่อมแซมและออกค่าใช้จ่ายให้เอง” เมิ่งหนานหันไปยิ้มให้กำลังใจบ้านสาม
“หากบ้านพวกเ้ามีคนป่วย อย่าได้เกรงใจให้ไปเอายาจากลุงหลิว ลุงหลิวจะรักษาให้โดยไม่คิดเงิน” หมอหลิวลูบหัวลู่เหวินอย่างเอ็นดู
“ขอบคุณทุกคนมากขอรับ ที่วันนี้ช่วยข้าออกหน้าตัดสินปัญหา เงินพวกนี้เป็เงินเก็บของบ้านพวกท่าน แต่พวกท่านกลับส่งมอบให้ข้าในวันที่ข้าสิ้นไร้หนทาง ข้าจะจดจำบุญคุณนี้ไว้” หยางเฉิงพูดจบเย่ซื่อและเด็กๆ ก็คุกเข่าขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือพวกเขาในวันนี้