เป็นตัวร้ายเทพทรูทั้งที ต้องมีเหล่านางเอกเป็นฮาเร็มบ้าง

    ต้องรอดชีวิตไปให้ได้

    30 นาทีต่อมา...หลังจากผมเล่านิทาน ชุดของเราที่ตากไฟเวทย์มนต์ก็แห้ง พร้อมกับการออกเดินทางสำรวจดันเจี้ยนนี้


    จ๊อก จ๊อก จ๊อก เสียงกระเพาะอาหารของคาโอรุดังขึ้นจนเธออายหน้าแดง
    " อยากกินปลาไหมล่ะ " ผมถามและมองไปยังแม่น้ำ ในดันเจี้ยน 100ชั้นนี้มีกระแสน้ำใต้ดินที่คิดว่าเชื่อมกับแม่น้ำของโลกภายนอกที่ไหนซักที่
    " อืม " คาโอรุกล่าวด้วยความน่ารักน่าชัง ผมสีแดงของเธอถูกรวบและมัดเปียไว้ด้านหลังทำให้ดูมี คาแรกเตอร์ ไปอีกแบบ
    ผมคงไปจับปลาด้วยความชำนาญ เห็นแบบนี้ที่บ้านเรียกผมว่า บลูบลิงค์ นะ เพราะผมมีท่า บลิงค์ ( ท่าวาร์ปเคลื่อนผ่านวัตถุ โดยไม่ต้องสัมผัส ) สามารถเคลื่อนที่ไปตรงไหนก็ได้ในธารน้ำใต้ดิน
    สักพักหลังจากผมลงไปจับปลา ซึ่งปลาในดันเจี้ยนมีแต่น่าตาพิลึกทั้งนั้น ทั้ง ปลาโมส ปลาซาซาก้า ปลาโอมิวร่า แต่ทุกตัวกลับกินได้ ผมจึงย่างไว้ให้คาโอรุกิน แต่ทว่า...นั่นคือความผิดพลาดในชีวิตของผม
    กลิ่นของปลาย่างได้ล่อ ซิลเวอร์ฟอกซ์ 3 ตัวมา พวกมันแย่งกิน ปลาย่างของเราจนหมด และกำลังจะเข้าจู่โจมผม กับ คาโอรุ ผมจึงทำเสียงหมี ไล่พวกมันไป แต่กลับเป็นการทำร้ายตัวเองยิ่งกว่าเดิม เพราะมันเป็นการเรียก ไอ้ตัวใหญ่นั่นมา
    ไทยแลนด์คอบบร้าไทเกอร์!!! เสือขนาดหนัก ใหญ่กว่า 3 เมตร น้ำหนักกว่า 500 กิโลกรัม ได้มาปรากฏตรงหน้า มันไล่ข้ำผมกับ คาโอรุ ราวกับอดอยากมานาน จนน้ำลายไหล
    ถ้าคาโอรุไม่ป่วยละก็ คงจัดการมันได้ในหมัดเดียว ด้วยการย่างไฟ ไทยแลนด์คอบบร้าไทเกอร์ 
    โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ไทยแลนด์คอบบร้าไทเกอร์จู่โจมด้วย กรงเล็บลมอันแสนน่ากลัว จนเสื้อผ้าของ คาโอรุ ขาดวิ่น เธอยกมือขวาขึ้นมาปิดราวนม เพราะอายไม่อยากให้ผมเห็น
    ด้วยความที่ผมเป็นตัวร้ายมานาน ทำให้ผมรู้จักวิธีสู้กับเสือ ผมโบกคบไฟไม้ในมือ แล้วฟาดสุดแรงใส่ ไทยแลนด์คอบบร้าไทเกอร์ จนมันร้องเสียงหลงวิ่งหนีไป แต่นั่นกลับเป็นผลร้ายยิ่งกว่าเดิม เมื่อเสียงการต่อสู้ของผมกับไทยแลนด์คอบบร้าไทเกอร์ ไปปลุกเจ้าแห่งป่าขึ้นมา มันคือ คิงส์ โปปุ กริซลี่
    คิงส์โปปุ กริซลี่ ค่อยๆเดินเอื่อยๆมา พร้อมกับศพของ ซิลเวอร์ฟ็อก ที่มันยังกินไม่เสร็จ
    ...แบบนี้ต้องเผ่นแล้วล่ะ ผมคิด
    ด้วยร่างกายขนาดใหญ่กว่า 5 เมตรของ คิงส์ โปปุ กริซลี่ ก็ทำให้เจ้าหมีนั่น ไม่กลัวสิ่งมีชีวิต ชนิดอื่นในดันเจี้ยนนี้เลย
    มันตรงเข้ามาเล่นงานผม กับคาโอรุ ด้วยการตบปลิว ดูเหมือน คาโอรุ จะสาหัส แต่เธอ ก็ยังลุกขึ้นมาแล้วตะโกน
    "ชั้นเป็นถึง Lv.5 อันดับ 2 เชียวนะ " คาโอรุกล่าว แล้วใช้ท่าเกียร์ 2 ในทันที
    [ เฟลมมิ่ง สเปียร์ ] เกิดเป็นหอกไฟขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่ คิงส์ โปปุ กริซลี่ ทีเดียวหัวของเจ้าหมีนั่นก็กระจุยไปเลย หลังจากนั้นไม่นาน คาโอรุก็หอบหายใจ แล้วพ่นควันสีดำออกมา นั่นหมายถึงเธอได้ถึงขีดจำกัดด้านพลังแล้ว
    " อย่าฝืนมากเลยคาโอรุ ผมจะใช้พลังพาคุณออกไปจากที่นี่เอง " ผมกล่าว แล้วให้ คาโอรุที่เสื้อผ้าขาดวิ่น แถมยัง โนบราขึ้นขี่หลัง ความรู้สึกของหน้าอกที่กำลังกระทบหลังผมอยู่ ทำให้ผมหน้าแดงเรื่อขึ้นมา ช่วยไม่ได้ ก็มันโนบรานี่นา
    30 นาที่ต่อมา....
    ผมเดินวนหาทางขึ้น จากดันเจี้ยนชั้น 74 นี้แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็หาไม่เจอ ตอนที่กำลังจะหมดความหวังอยู่นั้น เพราะเจอแต่บันไดทางลง มือของผมก็ไปสัมผัสกับแท่งหินที่ยื่นออกมา
    ครืดดดดดดดดดดด ประตูหินลับเปิดขึ้นมา ข้างในมีพอทัล (จุดวาร์ป ) อยู่ และมีของสองสิ่งให้เลือก ดาบโลกาวินาศ กับ เกราะหายนะ ข้างๆมีศิลาจารึก เขียนด้วยภาษาโบราณที่ผมกับ คาโอรุอ่านไม่ออก แต่ดูเหมือนมันจะให้เราเลือกของอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วจุดวาร์ป ก็จะทำงาน
    " เอาไงดี คาโอรุ จะเลือก ดาบโลกาวินาศ หรือ เกราะหายนะดี " ผมกล่าวถามคาโอรุ ซึ่งไม่รู้ว่าตัวเองจะถาม คาโอรุไปทำไม เพราะยังไงผมก็เลือก ดาบโลกาวินาศอยู่แล้ว เนื่องจากผมไม่มีท่าโจมตีเลย
    " น่าจะเลือก เกราะหายนะนะ ถ้านายมีพลังป้องกันสูง ก็จะสามารถหนีได้ทุกสถานที่ " คาโอรุกล่าวให้ความเห็น แต่ผมก็พูดขอโทษเธอ เบาๆ แล้วเดินไปหยิบดาบโลกาวินาศที่อยู่ด้านขวา ทำให้ผมกับ คาโอรุ โดนวาร์ปออกมาที่ทางเข้าชั้น1 
    ที่นั่น มีพวกนักศึกษาและอาจารย์ เบียทริช ยืนรออยู่ด้วยความเป็นห่วง
    " ดีใจจริงๆที่นายยังไม่ตาย " โมริชิมะวิ่งเข้ามาสวมกอดผมอย่างออกนอกหน้า แล้วหอมแก้มผมอย่างไม่คิดชีวิต เพื่อแสดงให้ คาโอรุ และสาวคนอื่นในคณะเห็นว่า เธอเป็นเจ้าของผม
    แต่ในขณะที่คาโอรุยังไม่ได้พูดอะไร เธอก็ถูกตะข่ายเลเซอร์ เหวี่ยงเข้ามาจับจากชายชุดขาวที่ดูเหมือนพวกนักวิทยาศาสตร์ กลุ่มหนึ่ง
    " 55555+ คาโอรุ เธอหนีมาเที่ยวที่นี่เอง ไป กลับไปกับชั้น แล้วจะให้ท็อปฟี่นะ " ทาเครุ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์กล่าว
    ตอนนั้นเองที่ผมฟิวส์ขาด แล้วเข้าไปต่อยหน้าทาเครุ พร้อมกับใช้พลังพิเศษ ระเบิดเสื้อผ้าเขาจนเหลือแต่กางเกงใน
    " อย่าทำร้ายคุณพ่อนะ เซริว " คาโอรุ กล่าวแม้เธอจะถูกจับในฐานะสัตว์ทดลองก็ตามแต่เธอไม่เคยโกรธพ่อของเธอเลย วันนี้เป็นวันที่เธอหนีออกจากศูนย์วิจัยมาเที่ยวข้างนอกดังนั้น พ่อของเธอ ไม่ผิด
    ทาเครุลุกขึ้นมาในสภาพเปลือยกาย แต่เขาก็ไม่ได้ด่าอะไร เพียงขยับแว่นน้อยๆเท่านั้น แล้วชกหน้าผมจนกระเด็นแล้วผมก็สลบไป เขาเป็นผู้มีพลังพิเศษ เสริมพลังกาย 3 เท่า ดังนั้นหมัดจึงหนักเป็นพิเศษ แต่ก่อนที่ผมจะสลบไป ผมก็ได้ยินคำพูดที่คนเป็นพ่อไม่น่าพูดกับลูก
    " ชั้นจะทำอะไร กับสัตว์ทดลองของชั้นก็ได้ "
    ****3 วันต่อมา....
    ณ โรงพยาบาลโปซาปุ กาแลคซี่
     พี่ชายของผมมาเยี่ยม พร้อมกับพวก โมริชิมะ เดลาเนีย และมีอา
    " เป็นไงไอ้น้องชาย เจ็บหนักสินะ 5555+ " เซดิกัน พี่ชายหัวเราะเยาะผม แต่หลายวันนี้ผมมีความสุขมากที่ได้จับก้น นางพยาบาลที่มาเปลี่ยนดอกไม้ในห้องผม แต่เมื่อ พี่ชายผมมาแล้ว ผมจึงขอร้องเขา
    " พี่ครับ ช่วยไปช่วยคาโอรุที ผมก็จะไปด้วย "
    " ขอโทษทีนะ พี่ไม่ค่อยมีเวลาน่ะ ต้องไปช่วยประเทศ มาโครเนียอีก "
    " ได้โปรด please " 
    " ก็ได้ เดี๋ยวพี่บินไปถล่มศูนย์วิจัย แค่นาทีเดียวราบเป็นหน้ากลอง ให้ดู "
    " ขอบคุณครับ " ในขณะที่ผมกำลังจะลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะไปช่วยคาโอรุ กับพี่ มีอา ก็มองเห็นอนาคตที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สิบนาทีข้างหน้า แล้วเธอก็หน้าถอดสี ตะโกนเตือนผมกับพี่ชาย
    " ไม่ได้นะ ถ้าพี่ชายนายไปช่วย คาโอรุ คาโอรุจะตาย แล้วถ้านายไปด้วย นายก็จะตายพร้อม คาโอรุ " มีอากล่าว
    " เธอ เห็นอะไรน่ะ " ผมกับพี่ชายถามพร้อมกัน
    " มันเป็นห้องๆหนึ่งในศูนย์วิจัย มีผุ้หญิงคนหนึ่งนามว่ายูเรีย กำลังจับคาโอรุ มัดตามคำสั่งของพ่อเธอ แต่พอพี่นายเข้าไปถล่มศูนย์วิจัย พ่อของคาโอรุ ก็ตัดสินใจฆ่าเธอ เขาพูดออกมาว่า [ ถ้าสัตว์ทดลองของชั้นต้องถูกคนอื่นแย่งไปล่ะก็ ชั้นอยากเห็นมันถูกทำลายมากกว่า ] แล้วยูเรียก็ลงมือ ระเบิด คาโอรุจนสมองกระจาย นายที่เข้าไปในห้องแล้วเห็นภาพนั้นก็เกิดคลุ้มคลั่งไปสู้กับ ยูเรีย แล้วนายก็โดนระเบิดตาย นี่คือภาพที่ชั้นเห็น" มีอากล่าว
    ดังนั้น เพื่อไม่ให้ คาโอรุตาย ผมจึงตัดสินใจไม่ไปช่วยเธอ แม้จะมีพี่ชาย ที่รับปากว่าจะช่วยอยู่ก็ตาม
    ****************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป