ตอนที่ 17 เชื่อใจคนมากเกินไป
ระยะนี้ซู่ชิงอ๋องค่อนข้างนิ่งเงียบ เอาแต่ขังตนเองในห้องทั้งวัน เขาย่างกรายไปยังที่พักของพวกองครักษ์ลับสองสามครั้ง ทว่าสุดท้ายกลับไม่เดินเข้าไป
จิ้งเยี่ยนอนอยู่บนเตียงอย่างเหม่อลอย หลายวันมานี้ไม่พูดจา ทำเอาหลินถงที่คอยรับใช้อยู่ด้านข้างไม่คุ้นชินเป็อย่างมาก ทั้งยังอกสั่นขวัญแขวน มักปรนนิบัติด้วยความระมัดระวัง
นับแต่วันที่ท่านอ๋องสั่งโบยอ้านจิ่วห้าสิบไม้ สามวันมานี้เขาก็ไม่เห็นอีกฝ่ายเลย ทั้งยังไม่เรียกคนออกมา เพื่อให้เ้าตัวได้พักฟื้นรักษาแผล ตอนนี้องครักษ์ลับซึ่งคอยปกป้องในที่ลับน่าจะเป็ผู้อื่นสินะ
จิ้งเยี่ยััถึงลมหายใจของอ้านจิ่วไม่ได้ อ้านอีคงให้เขาพักผ่อนดีๆ แล้วกระมัง แม้รู้ว่าคนผู้นั้นภักดีมาตลอด แต่เป็เพราะองครักษ์เงาสองนายนั้นพูดจาไร้มารยาทต่อตน เ้านั่นจึงลงมืออย่างโเี้ ทำให้จิ้งเยี่ยใเล็กน้อย
เมื่อรู้สึกถึงสัญญาณลับ ซู่ชิงอ๋องก็พลิกเตียงลงไปยังทางลับใต้ดิน คนชุดดำรายนั้นที่เขาส่งตัวไปตรวจสอบก่อนหน้านี้กำลังรออยู่ตรงสุดปลายทางเดิน
“มีข่าวอะไรหรือ เกี่ยวกับเื่ที่เขาออกจากจวนไปก่อนหน้านี้หรือไม่” ภายในใจจิ้งเยี่ยตื่นเต้นเล็กน้อย ความรู้สึกของการสอดแนมเื่ลับผู้อื่นดูท่าจะสนุกไม่เบา
คนชุดดำยื่นแถบกระดาษแผ่นหนึ่งให้จิ้งเยี่ย “เรียนท่านอ๋อง เขาไปยังสถานที่นี้ขอรับ ก่อนไปยังแวะตลาดซื้อของเล่นชิ้นเล็กจำนวนหนึ่งสำหรับเด็ก พอไปถึงหมู่บ้านแห่งนี้ก็เข้าไปพบคนด้านใน รั้งอยู่ในหมู่บ้านไม่นานนัก เพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูปขอรับ”
จิ้งเยี่ยกำแถบกระดาษไว้ในมือ หลังจากค่อยๆ คลี่ออกอ่าน ในมือก็มีแสงสว่างลุกวาบ แผ่นกระดาษพลันลุกไหม้เป็เถ้าธุลี “อืม อย่าแพร่งพรายเื่นี้ออกไป เ้าก็ไม่ต้องสืบต่อแล้ว เื่นี้ให้สิ้นสุดตรงนี้”
“ผู้น้อยรับบัญชา”
“ด้านรัชทายาทมีความเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่”
“เรียนท่านอ๋อง ทางนั้นไม่มีความเคลื่อนไหวใด องครักษ์เงาทั้งหมดก็นิ่งเงียบไปขอรับ”
“หลังองครักษ์เงาสองนายนั้นถูกไล่กลับไป เขาก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดหรือ” จิ้งเยี่ยสงสัยเล็กน้อย แต่ก็พอคาดเดาได้ เวลานี้รัชทายาทไม่เคลื่อนไหว คาดว่าคงรอเอาคืนสักยกในงานเลี้ยงครอบครัวของเสด็จพ่อวันที่สิบห้า
โดยเฉพาะเมื่อคิดว่าคนที่ไล่องครักษ์เงาของอีกฝ่ายไปคืออ้านจิ่ว ก็พอนึกสีหน้าโกรธเกรี้ยวของหย่งหยวนในตอนนั้นได้ แม้จิ้งเยี่ยไม่ยินดีปะทะซึ่งหน้ากับรัชทายาท เวลานี้กลับมีความสุขอย่างยิ่ง
“ใช่ขอรับ ด้านรัชทายาทยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด”
“ข้ารู้แล้ว วันพรุ่งเวลานี้ เ้าเตรียมม้าเร็วให้ข้าสักตัว ข้าจะแอบออกจากจวน ต้องทำอย่างลับๆ สักหน่อย ข้าไม่อยากให้ใครรู้ทั้งสิ้น” จิ้งเยี่ยลูบนิ้วที่ถือกระดาษเมื่อครู่ พลางหรี่ตาลงน้อยๆ
“ผู้น้อยรับบัญชา”
ซู่ชิงอ๋องกลับมานอนบนเตียงอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งแล้วเดินไปนอกห้อง โดยมีหลินถงประคองถ้วยยาตามหลังไป
สายลมที่พัดผ่านใบหน้ากำลังเย็นสบาย กลิ่นยาลอยล่องในอากาศนำพารสขมเล็กน้อยโชยมา จิ้งเยี่ยแหงนหน้าหรี่ตามองแสงอาทิตย์ พอเห็นผลสีแดงบนต้นโก่วเหนือศีรษะ ก็อดไม่ได้คิดถึงท่าทางของอ้านจิ่วที่ซื่อตรงผู้นั้น ก้มเก็บผลไม้แดงเปื้อนดินบนพื้นขึ้นมากินลงไป
จิ้งเยี่ยพลันถอนใจ พักนี้ตนใจอ่อนเกินไปหรือไม่ กลับเชื่อใจคนยิ่งนัก ทั้งยังใส่ใจคนผู้หนึ่งมากไปสักหน่อย หากอ้านจิ่วเป็คนที่ศัตรูส่งมาฆ่าเขาอย่างลับๆ เช่นนั้นตนคงตกอยู่ในอันตรายแล้ว