ณ ยอดเขาเซียน์อันสูงตระหง่าน บนลานประลองที่กว้างใหญ่ไพศาล ผู้คนนับหมื่นเบียดเสียดกันอย่างคับคั่งเพื่อเป็สักขีพยานในการประลองครั้งประวัติศาสตร์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
จางเย่ ศิษย์ยอดเขาเมฆาม่วงผู้ไม่โดดเด่นเและไม่ป็นที่จับตามองในรอบคัดเลือก ได้ก้าวขึ้นสู่ลานประลองด้วยท่าทีสงบและมั่นใจ สายตาของผู้คนต่างพุ่งตรงไปที่เขา ราวกับว่าเขาคือดวงดาวที่ส่องสว่างที่สุดในท้องฟ้าราตรี
ตรงข้ามกับจางเย่ ศิษย์จากสำนักต่างๆ ที่เข้าร่วมการประลองในรอบนี้ล้วนแล้วแต่เป็ยอดฝีมือทั้งสิ้น พวกเขามีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธภพ และต่างก็ปรารถนาที่จะคว้าชัยชนะในครั้งนี้
การประลองเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด ศิษย์จากสำนักต่างๆ ต่างก็ปล่อยพลังปราณออกมาอย่างเต็มที่ กระบี่ดาบในมือพวกเขาฟาดฟันกันอย่างรุนแรง เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วทั้งลานประลอง
ท่ามกลางความโกลาหล จางเย่ยังคงนิ่งเฉย เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ แต่กลับคอยสังเกตการณ์อย่างใจเย็น รอคอยจังหวะที่เหมาะสม
เมื่อเห็นว่าศิษย์จากสำนักต่างๆ เริ่มอ่อนล้า จางเย่ก็เคลื่อนไหว เขาชักกระบี่แห่งความโกลาหลออกมาจากฝัก แสงสีม่วงเข้มพวยพุ่งออกมาจากตัวกระบี่ ราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมาจากฟ้า
"กระบี่แห่งความโกลาหล!"
เสียงร้องของจางเย่ดังก้องไปทั่วทั้งลานประลอง เขาฟาดฟันกระบี่ออกไปเบาๆเพื่อไม่ให้ใครเสียชีวิตพลังปราณสีม่วงเข้มพุ่งทะลุอากาศไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ศิษย์จากสำนักต่างๆ ต่างก็ใกับพลังอันมหาศาลของกระบี่แห่งความโกลาหล พวกเขาพยายามที่จะหลบหลีก แต่ก็ไม่ทันการ พลังปราณสีม่วงเข้มพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างจังศิษย์จากสำนักต่างๆกระเด็นอิกไปนิกสังเวียนทีละคนจนในที่สุดก็เหลือเพียงจางเย่ที่ยืนหยัดอยู่เพียงลำพัง
ความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งลานประลอง ผู้คนต่างก็มองจางเย่ด้วยความใและทึ่ง พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีผู้ใดสามารถเอาชนะศิษย์หลายพันคนได้ด้วยตัวคนเดียว
"จางเย่แห่งยอดเขาเมฆาม่วง ชนะ!"
เสียงประกาศดังก้องไปทั่วทั้งลานประลอง ผู้คนต่างก็ส่งเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีกับจางเย่ เขาได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในยุทธภพ และกลายเป็ที่เลื่องลือไปทั่วทั้งแผ่นดิน
จางเย่ยืนอยู่บนลานประลองด้วยท่าทีสงบ เขาไม่ได้รู้สึกยินดีหรือภูมิใจกับชัยชนะของตนเอง
ผู้คนต่างก็เงียบงัน พวกเขาเข้าใจความรู้สึกของจางเย่ ในยุทธภพแห่งนี้ การฆ่าฟันเป็เื่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ไม่มีใครอยากจะสังหารผู้อื่นหากไม่จำเป็และจางเย่ก็ใช้ฝีมือไม่ถึงกนึ่งส่วนเลยทำให้พวกศิษย์สำนักต่างๆสลบไป
"จางเย่" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านล่างลานประลอง "เ้าทำได้ดีมาก"
จางเย่หันไปมอง ก็พบว่าเป็อาจารย์ของตนเอง ยอดเขาเมฆาม่วง ยืนอยู่ที่ขอบลานประลองพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า
"เ้าได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าศิษย์ยอดเขาเมฆาม่วงของเรานั้นไม่ธรรมดา" ปรมาจารย์เต๋าเสวียนกล่าว "ข้าภูมิใจในตัวเ้า"
จางเย่ยิ้มตอบกลับไป เขาดีใจที่อาจารย์ของตนเองภูมิใจในตัวเขา และมาเูเขาแข่งขันแต่ในใจลึกๆ เขาก็รู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล และเขายังต้องฝึกฝนอีกมากมาย
การประลองที่ยอดเขาเซียน์ได้สิ้นสุดลงแล้ว จางเย่ได้ผ่านเข้าสู่รอบ 4 คนสุดท้าย และกลายเป็ม้ามืดที่จับตามองของผู้คนทั้งยุทธภพ เขาได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาคือยอดฝีมือแห่งยุค และมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของยุทธภพในอนาคต
ในที่สุด การประลองรอบสุดท้ายที่ยอดเขาเซียน์ก็มาถึง จางเย่จะได้เผชิญหน้ากับยอดฝีมือจากสำนักต่างๆ อีก 3 คน ได้แก่ หลี่ชิงหยวนแห่งสำนักกระบี่ฟ้า หลิวเฟยเฟยแห่งสำนักกระบี่หกสาย และลู่ซืซือแห่งสำนักเซียน์ศิษย์พี่ของจางเย่ตอนที่เขาแปลงกลายเป็คนขี่เหล่ตอนนี้ยางสวยมากจริงๆขนาดจางเย่ผู้มีชีวิตมายาวนานยังต้องตกตะลึงดับความสวยของเธอ