เฟยฮุ่ยทะยานหมื่นลี้

    (ตอนที่ 37) ความลับเซียนกระบี่

    ​ด้วยความร้อนใจเลี่ยงจิน จึงมาถามถึงกำหนดเวลาที่จะออกเดินทางกับเฟยฮุ่ย


    "เฟยฮุ่ย..เมื่อไหร่จะเริ่มออกเดินทาง ศัตรูเข้าใกล้มาทุกขณะ!" เลี่ยงจินเร่งเร้า


    "ข้าคิดว่าอยากให้ท่านลุงเซียงเหลียงฟื้นเสียก่อน เพราะหานเทียนเสียงยังเฝ้าดูอาการของท่านลุงอยู่ แต่ก็มิคิดว่าเวลาจะล่วงเลยมาถึงป่านนี้" เฟยฮุ่ยตอบตามตรง


    "เจ้าลุงนั้นเป็นญาติเจ้างั้นหรือ ทำไมต้องใส่ใจ  มันบาดเจ็บเพราะ บีบบังคับให้เจ้าต้องลงมือเอง  มิใช่ความผิดเจ้า!" เลี่ยงจินเริ่มอารมณ์ฉุนเฉียวเพราะเกรงว่าจะถูกไล่ตามทัน


    "ข้ารู้แต่ เขาก็เจ็บหนักเพราะข้าอยู่ดี" เฟยฮุ่ยรู้สึกไม่สบายใจ หากทอดทิ้งคนเจ็บไป


    "เจ้ากำลังทำให้ พวกของเจ้าเดือดร้อน ถ้ามันตามมาทันได้ รับรองว่าจะไม่มีใครรอดชีวิตกลับไปได้อย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นเจ้านั่นแหละที่จะต้องเสียใจที่สุด จำไว้!" เลี่ยงจินพูดเตือน


    "ย่อมได้..ถ้าเช่นนั้น รุ่งเช้าเราออกเดินทางกันค่ะ ท่านอาเลี่ยง" เฟยฮุ่ยจนปัญญาที่จะหลีกเลี่ยง นางจะเอาความรู้สึกส่วนตัวมาทำให้ ศิษย์สำนักเฟยหลงทั้งหมดต้องตกอยู่ในอันตรายไม่ได้


    "ดีมาก! งั้นข้าขอตัว คืนนี้พักผ่อนกันให้เพียงพอ" เลี่ยงจินพอใจกับคำตอบที่ได้รับ จึงขอตัวกลับไป


    "ทำเช่นไรดีล่ะ หานเทียนเสียง" เฟยฮุ่ยหันมาถามหานเทียนเสียง


    "ไม่ต้องห่วงข้า...พวกเจ้าออกเดินทางกันเถอะ" เซียงเหลียง ซึ่งรู้สึกตัวแล้วและได้ยินเรื่องที่เลี่ยงจินพูดกับเฟยฮุ่ยทั้งหมด


    "ท่านลุง...ท่านฟื้นแล้ว ข้าดีใจมากเลยนะ ท่านลุง"เฟยฮุ่ยทรุดตัวลงเข้าไปดูอาการใกล้ๆ


    "เจ้านี่มันจิตใจดี ราวกับเทพธิดาจริงๆ ข้าเกือบสังหารเจ้าไปด้วยซ้ำ" เซียงเหลียงหรือเทพกระบี่ ยกย่องจิตใจที่สูงส่งของเฟยฮุ่ย พร้อมกับลุกขึ้นมาโคจรพลัง ก็พบว่าชีพจรเสียหายไปหลายจุดไม่สามารถใช้กำลังภายในได้เท่าเก่าอีกแล้ว


    "เราแค่ประลองกันหนักมือ แค่นั้นเองใช่ไหมคะ" เฟยฮุ่ยพยายามพูดให้เรื่องนี้มันเป็นเพียงการประลองเหมือนชาวยุทธทั่วไป


    "หึหึ เจ้าก็รู้ดี...ว่าข้าไม่ได้เป็นตัวของตัวเองตั้งแต่เริ่มสู้แล้ว จิตมารที่เกิดจากความกระหายในพลังยุทธระดับสูง มันดูดกลืนความเป็นมนุษย์ของข้าไปเรื่อยๆ นับตั้งแต่ข้าสำเร็จยุทธขั้นที่เจ็ดเมื่อห้าปีก่อนแล้ว รวมทั้งพลังจากแร่ประหลาดที่ข้าเก็บไว้ในถ้ำอีก"


    "เรื่องนี้เป็นมาอย่างไรคะ ท่านลุง" เฟยฮุ่ยกลับมาอยากรู้อีกครั้ง


    "เรื่องมีมาตั้งแต่รุ่นของอาจารย์ข้าแล้ว... อาจารย์ข้าเดิมเป็นคนในหมู่บ้านนี้นั่นแหล่ะ แต่ได้ออกเดินทางหาอาจารย์เพื่อฝากตัวเป็นศิษย์กับสำนักต่างๆ อยู่หลายสำนัก ด้วยความเป็นอัจฉริยะของท่าน ท่านสามารถฝึกปรือเพลงกระบี่สำนักต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่ท่านก็ไม่เคยได้อาจารย์ที่เป็นจอมยุทธฝีมือสูงส่งมาช่วยชี้แนะเลย จนกระทั่งวันหนึ่งท่านเดินทางกลับมาที่หมู่บ้านเพื่อทบทวนและคิดค้นเพลงกระบี่ในถ้ำซึ่งตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน จนคิดค้นวิชาอันร้ายกาจ รวมถึงวิธีโคจรพลังจนถึงขั้นสูงสุดทำให้ได้อานุภาพไร้ขีดจำกัด...เพียงแต่ว่าการจะฝึกให้ถึงขั้นนั้นได้  อาจจะต้องใช้เวลาหลายสิบปี และต้องมีร่างกายที่เหมาะกับการฝึกนี้ด้วย"


    "ที่ว่าบังคับให้ท่านกินยาสมุนไพรตั้งแต่เด็กใช่ไหมคะ" เฟยฮุ่ยคาดเดา


    "นั่นก็ใช่...แต่ว่าเรื่องของข้าเกิดหลังจากนั้นหลายปี ..หลังจากคืนหนึ่งมีดาวตกจากท้องฟ้า บริเวณที่อาจารย์ข้าฝึกวิชา พบแร่สองชนิดที่หล่นลงมาด้วย มีชาวบ้านมาลองค้นหาพร้อมกับอาจารย์ข้าด้วย แต่ว่าพวกชาวบ้านนั้นตายกันหมด แร่ที่ชาวบ้านพบชนิดแรกนั้นเป็นผลึกแร่สีดำ เมื่อผู้คนเข้าใกล้ก็หมดเรี่ยวแรง หมดสติ และเสียชีวิตทุกคน ยกเว้นอาจารย์ข้าคนเดียว" เซียงเหลียงยังมิเคยเล่าเรื่องที่ได้ฟังมาจากอาจารย์ให้ผู้ใดฟังมาก่อน แต่บัดนี้เขาคิดว่า  คงถึงเวลาแล้วมิฉะนั้นปริศนาเรื่องนี้จะต้องสูญหายไปพร้อมกับเขาอย่างแน่นอน


    "ที่อาจารย์ของท่านไม่ตาย เพราะกำลังภายในอันแข็งแกร่งของเขาใช่ไหม" หานเทียนเสียงสนใจเรื่องดวงดาวและโหราศาสตร์เป็นอย่างมาก


    "เปล่า...ตอนนั้นอาจารย์ข้ายังมีกำลังภายในไม่ถึงหนึ่งในสิบของข้าในตอนนี้เลย"


    "อ้าว..แล้วเพราะเหตุใดกัน"หานเทียนเสียงเดาผิด


    "เพราะสิ่งนี้ต่างหาก" เซียงเหลียงเปิดเสื้อให้ดูสิ่งที่เขาเก็บไว้กับตัวตลอดเวลา เป็นผลึกแร่สีน้ำเงินใสเหมือนแก้ว แต่แข็งเหมือนโละ


    "สวยจัง จะว่าอัญมณีก็ไม่ใช่" เฟยฮุ่ยชอบสีและความเปล่งประกายของมัน


    "อาจารย์ข้าพบผลึกแร่ดาวตกชนิดนี้เจอก่อนจึงเก็บติดตัวไว้ แล้วได้ตามไปหาผลึกแร่สีดำที่ชาวบ้านพบและเสียชีวิตกันทั้งหมด จึงรู้ว่าแร่สีน้ำเงินชิ้นนี้ต้านพิษของผลึกแร่สีดำนั้นได้ แต่ความมหัศจรรย์ของเรื่องนี้ยังไม่จบ เมื่ออาจารย์ของข้าที่พกผลึกแร่สีน้ำเงินนี้ติดตัวได้ทดลองเดินลมปราณขณะอยู่ใกล้กับผลึกแร่สีดำแล้ว  มันกลับช่วยเพิ่มพลังภายในขึ้นอย่างรวดเร็ว มากกว่าฝึกเองเป็นสิบปี เพียงแต่ว่าร่างกายของอาจารย์ข้านั้น สามารถฝึกวิชาที่ท่านคิดค้นขึ้นมาได้ถึงแค่ขั้นที่หก  ก็ฝึกต่อไม่ไหวเพราะร่างกายมิอาจทนต่อพลังได้  จึงได้รับข้าเป็นศิษย์นี่แหล่ะ" เซียงเหลียงรู้สึกเหมือนเอาภูเขาออกจากอกได้ เพราะปิดเป็นความลับหลายสิบปี


    "แล้วผลึกแร่สีดำล่ะ ท่านลุง" หานเทียนเสียงรู้สึกสนใจมาก


    "ข้าและอาจารย์เก็บไว้ในถ้ำเวลาฝึกยุทธ ถึงจะเข้าไปใช้ประโยชน์จากมัน เพราะมันเป็นอันตรายต่อคนรอบข้าง หากนำออกมาภายนอก ถ้าสิ้นข้าไปแล้วคงไม่มีใครเข้าไปในถ้ำนั้นแล้วรอดกลับออกมาได้" เซียงเหลียงพูดราวกับมันเป็นมรดกที่ยกให้ใครไม่ได้


    "แต่ตอนนี้ท่านพักผ่อนเถอะนะคะ ขอบคุณที่เล่าเรื่องนี้ให้พวกข้าฟัง พรุ่งนี้เช้า ข้าต้องออกเดินทางแต่เช้า แต่ข้าจะฝากชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ให้ช่วยดูแลท่าน ให้สินจ้างเขานิดหน่อย  เขาจะได้ไม่เห็นท่านเป็นภาระ  เรื่องนี้ท่านลุงมิต้องกังวล แล้วขากลัยข้าจะแวะมาคาราวะท่านลุงนะคะ" เฟยฮุ่ยถือโอกาสลาเซียงเหลียง


    "ส่วนข้าก็ขอลาท่านตรงนี้ด้วยเหมือนกัน  และถ้าไม่เจอกันอีกก็ดีนะ ส่วนยาข้าจะบอกคนที่มาดูแลท่าน ให้เขาจัดเตรียมให้ท่านกินจนกว่าจะดีขึ้นแล้วกัน" หานเทียนเสียงวางห่อยาทิ้งไว้ให้เซียงเหลียง


    "เดี๋ยวก่อน! เจ้าสนใจเป็นศิษย์ข้าหรือไม่" เซียนกระบี่หันมาคว้ามือหานเทียนเสียงเอาไว้



    คล้ายกับเรื่องเฟยฮุ่ยทะยานหมื่นลี้ ที่คุณอ่าน