วันนี้เป็วันที่พ่อของเพียงดาวจะกลับมาจากไปราชการเธอจึงตื่นแต่เช้าเพื่อลงมาทำมื้อเช้าไว้ต้อนรับพลเอกงานนี้เพียงดาวลงมือจัดการทุกอย่างเองโดยมีน้าอิ่มเป็ผู้ช่วยอยู่ไม่ห่าง
“นึกยังไงถึงอยากทำอาหารไว้ต้อนรับคุณพ่อคะ”
น้าอิ่มเอ่ยถามขณะที่กำลังช่วยเพียงดาวเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร
“เพียงมาคิดๆ ดูแล้ว ระหว่างเพียงกับคุณพ่อเราไม่ค่อยมีโมเมนต์ดี ๆ กันเท่าไหร่เลยค่ะน้าอิ่มมีแต่พูดจาไม่ดีใส่กัน บึ้งตึงกัน ั้แ่วันนี้ไปเพียงจะทำอะไรดี ๆให้คุณพ่อบ้างค่ะ”
เพียงดาวเอ่ยขณะที่กำลังปรุงซุปเห็ดหอมบนเตา
“น้าได้ฟังเพียงพูดแบบนี้น้าก็สบายใจค่ะเพียงคิดถูกแล้วนะ”
“ค่ะน้าอิ่ม”
เพียงดาวยิ้มตอบเล็กน้อยหลังจากนั้นทั้งคู่จึงช่วยกันเตรียมมื้อเช้าเพื่อให้เสร็จทันเวลาที่พลเอกกลับมา
แต่ดูเหมือนว่าการกลับมาของพลเอกในวันนี้นั้น ไม่ได้กลับมาเพียงคนเดียวเขาเดินเข้าบ้านหลังใหญ่โตแห่งนี้มาพร้อมกับผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง ผิวพรรณรูปร่างก็ดูดี รวมถึงการแต่งกาย มองรวม ๆแล้วก็เดาได้ไม่ยากว่าคงจะเป็ลูกผู้รากมากดีเป็แน่
“เหนื่อยมั้ยค๊าคุณพ่อ”
ทันทีที่เพียงดาวได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถขับเข้ามาในบ้านเธอก็วิ่งออกไปต้อนรับผู้เป็พ่อหน้าตาตื่นพร้อมกับรอยยิ้มสดใสแต่เมื่อเห็นว่าพ่อของเธอไม่ได้มาคนเดียวกลับมีชายหนุ่มที่เธอไม่รู้จักยืนอยู่ข้าง ๆใบหน้าแสนหวานที่มีรอยยิ้มเมื่อครู่ก็เลือนหายไปในพริบตา
“อะเอ่อ ขอโทษค่ะ เพียงไม่รู้ว่าพ่อพาแขกมาด้วย เลยกระโตกกระตากไปหน่อยขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ”
เพียงดาวหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยพร้อมกับมองต่ำ เธอไม่กล้าสบตาคนตรงหน้าเพราะสายตาของอีกฝ่ายดูเ้าเล่ห์ยังไงชอบกล
“ไม่เป็ไรเลยครับพี่มองว่ากิริยาเมื่อกี้นี้น่ารักมากกว่าครับ”
เพียงดาวนิ่งเงียบและใบหน้าเรียบเฉยซึ่งน้าอิ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆรู้ดีว่ากิริยาแบบนี้แปลว่าเธอไม่ชอบใจกับคำพูดแบบนั้น
“วันนี้คุณพ่อมีแขกงั้นตามสบายนะคะ เพียงเตรียมมื้อเช้าไว้ให้คุณพ่อด้วยบนโต๊ะอาหารในห้องทานข้าวคุณพ่อทานได้เลยนะคะ”
เพียงดาวเอ่ยแล้วหันหลังเตรียมเดินจากไปอารมณ์สดใสก่อนหน้านี้หายไปอย่างหมดสิ้น
“เดี๋ยวเพียง”
เสียงพลเอกเอ่ยเรียกลูกสาวอย่างเยือกเย็น
“ไม่ต้องไปไหนหรอกเพราะนี่คือแขกของเพียงด้วย”
“พ่อหมายความว่าไงคะ”
“เข้ามานั่งคุยกันในห้องรับแขกก่อนดีกว่า”
พลเอกเดินเข้ามายังห้องรับแขกตามด้วยเพียงดาว และชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นส่วนน้าอิ่มนั้นปลีกตัวไปเก็บล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ทำครัวเมื่อเช้านี้
“นี่พี่ชาติชายลูกชายของพลเอกขจร เพื่อนร่วมรุ่นของพ่อ ทำความรู้จักพี่เค้าไว้นะลูก”
พลเอกพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มส่วนเพียงดาวนั้นเธอเพียงแต่ยกมือไหว้อีกฝ่ายแล้วกล่าวทักทายสั้น ๆ
“สวัสดีค่ะฉันชื่อเพียงดาวค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
“น้องเพียงน่ารักมากๆ เลยครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ต่อไปนี้มีปัญหาอะไรปรึกษาพี่ได้ทุกเื่นะครับเดี๋ยวเราก็จะเป็ทองแผ่นเดียวกันแล้ว”
คำพูดของอีกฝ่ายทำให้เพียงดาวใเป็อย่างยิ่งเธอไม่เข้าใจในสิ่งที่ได้ยินแจ่มแจ้งนักแต่เธอก็พอรู้ความหมายถึงคำว่าทองแผ่นเดียวกัน
“พี่ชาติชายว่ายังไงนะคะเมื่อกี้”
“พี่ก็หมายถึงเราจะเป็ทองแผ่นเดียวกันไงครับนี่คุณพ่อยังไม่บอกน้องเพียงเื่หมั้นหมายเหรอครับ”
เพียงดาวรู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจความรู้สึกเ็ปหัวใจเกิดขึ้นทันที ภาพในหัวเกิดขึ้นอีกแล้วเป็ภาพของหญิงสาวที่โดนบังคับให้เลือกคู่หมั้นคนแล้วคนเล่าซึ่งความรู้สึกของหญิงสาวในอดีตนั้นโศกเศร้าเกินจะบรรยายไม่ต่างจากความรู้สึกของเธอในตอนนี้เลย
“เพียงน้องเพียง เพียงครับ !!”
เสียงชาติศักดิ์ปลุกเธอให้หลุดจากภวังค์พร้อมกับหยดน้ำใสๆ ค่อย ๆ ไหลอาบแก้ม
“น้องเพียงร้องไห้ทำไมเหรอครับมีอะไรรึเปล่าครับ”
เพียงดาวไม่ตอบคำถามอีกฝ่ายแต่กลับหันไปเผชิญหน้ากับพลเอกแทน
“คุณพ่อก็ยังเป็พ่อที่ทำอะไรตามอำเภอใจอยู่ตลอดเลยนะคะไม่คิดจะเปลี่ยนตัวเองบ้างเหรอคะ กับการทำอะไรแบบบังคับจิตใจคนอื่นแบบนี้”
“เพียงพ่อไม่เคยบังคับอะไรลูกเลยนะ เพียงแค่พ่ออยากให้ลูกได้รับแต่สิ่งดี ๆ เท่านั้นเองถ้าพ่อไม่เลี้ยงลูกมาอย่างดี ป่านนี้ชีวิตของลูกไม่สุขสบายขนาดนี้หรอก !!”
พลเอกลืมตัวเผลอตวาดเพียงดาวเสียงดังจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยงน้าอิ่มที่ทำความสะอาดครัวเสร็จพอดี จึงเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นและยืนอยู่ห่าง ๆด้วยความรู้สึกเป็ห่วงเพียงดาว
“พ่อรู้มั้ยคะเพียงไม่ได้้าชีวิตที่สุขสบาย แต่เพียง้าแค่ชีวิตที่มีความสุขแค่นั้นเองค่ะเพราะเพียงเติบโตมาในแบบที่ไม่มีความสุขเลย”
“เพียง!!!”
พลเอกโมโหจนตัวสั่นกำมือแน่นและกัดฟันเสียงดัง บ่งบอกว่าเขาพยายามข่มอารมณ์ตัวเองไว้อย่างมากที่สุด
“ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมคุยกับเพียงเองดีกว่า”
ชาติชายรีบเข้ามาห้ามปรามคนทั้งคู่ที่ต่างสาดอารมณ์เดือดดาลใส่กัน
“จะไม่มีการคุยอะไรทั้งนั้นค่ะเพราะเพียงจะไม่แต่งงาน มันจะไม่มีวันนั้นแน่นอน และจะไม่มีการจัดงานแต่งงานเกิดขึ้นไม่ว่ากับผู้ชายคนไหนค่ะ !!”
เพียงดาวพูดย้ำชัดทุกคำก่อนจะเดินหันหลังออกมาจากห้องรับแขกณ ตอนนี้สวนหลังบ้านคงเป็สิ่งเดียวที่จะทำให้เธอสบายใจได้มากที่สุด
เพียงดาวปล่อยโฮทันทีเมื่อวิ่งมาถึงสวนหลังบ้านภาพในหัวของเธอตอนนี้มีแต่ใบหน้าของทอฝัน ทุกครั้งที่มีเื่ไม่สบายใจมีแค่ทอฝันเท่านั้นที่ทำให้เธอสบายใจได้
เพียงดาวกดมือถือโทรออกเบอร์ของทอฝันโดยทันทีและอีกฝ่ายก็รับสายอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าเป็เบอร์ของเธอ
“พี่ฝันช่วยเพียงด้วย พี่ฝันช่วยเพียงด้วยนะคะ ฮือ ๆ ๆ”
เพียงดาวร้องไห้โฮและพูดไม่เป็ภาษานักทอฝันที่ได้ยินแบบนั้นเธอรีบคว้ากุญแจรถและขับรถออกจากบ้านทันที
“พี่กำลังไปนะเพียงใจเย็น ๆ นะ”
“พี่ฝันพาเพียงออกไปจากที่นี่ด้วยนะคะเพียงขอร้อง อย่าทิ้งเพียงไว้คนเดียวนะคะ”
เพียงดาวยังคงร้องไห้อย่างไม่หยุดหย่อนทำให้อีกฝ่ายเร่งความเร็วของรถเพิ่มมากขึ้น
“พี่จะพาเพียงไปในทุกๆ ที่ที่เพียงอยากไปค่ะ ใจเย็น ๆ นะคะ”
ระหว่างที่เพียงดาวกำลังร้องไห้อย่างหนักนั้นชาติชายก็เดินตามเธอมายังสวนหลังบ้าน
“ใจเย็นๆ นะครับน้องเพียง คุยกันก่อนนะครับ”
อีกฝ่ายพยายามพูดจาอย่างใจเย็นแม้ว่าที่จริงแล้วจิตใจข้างในจะร้อนรุ่มก็ตาม
“กลับไปเถอะค่ะเราไม่มีเื่อะไรต้องคุยกันเลยสักนิด”
“มีสิครับหลายเื่เลยด้วย”
ชาติชายฉวยโอกาสจับมือเพียงดาวและดึงตัวเธอเข้ามากอดอีกฝ่ายขัดขืนอย่างสุดแรงแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของฝ่ายชายได้เลย
“ปล่อยนะคะปล่อยเพียง ใครอยู่แถวนี้บ้าง น้าอิ่มคะ น้าอิ่ม ช่วยเพียงด้วย”
เพียงดาวร้องขอความช่วยเหลืออย่างสุดเสียงแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่แถวนี้เลย
ทางด้านทอฝันเธอขับรถมาด้วยใจกระวนกระวาย เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับเพียงดาวแต่ความรู้สึกของเธอนั้นบอกเธอว่าคนที่เธอรักกำลัง้าเธอและกำลังตกอยู่ในอันตราย
เพียงรอพี่ก่อนนะ พี่กำลังรีบไป
ทอฝันขับรถเข้ามาในรั้วบ้านของเพียงดาวและมุ่งตรงไปยังสวนดอกไม้หลังบ้านทันทีเพราะได้ยินเสียงของเพียงดาวดังมาจากตรงนั้น
“เห้ยทำอะไรวะ”
ทอฝันพุ่งเข้าไปกระชากตัวชาติชายออกจากเพียงดาวแล้วปล่อยหมัดใส่เบ้าตาซ้ายอีกฝ่ายไปหนึ่งหมัดทำเอาชาติชายที่ไม่ทันตั้งตัวเซถลาล้มลงไปนอนกองกับพื้น
“มึงเป็ใครวะ!!”
ชาติชายเอ่ยถามในขณะที่กุมเบ้าตาตัวเองที่บวมเป่งพร้อมกับทำหน้างุนงง
“กูเป็แฟนเพียงถอยไปให้สารเลว !”
ทอฝันเดินเข้ามาหาเพียงดาวพร้อมกับโอบกอดอีกฝ่ายไว้แน่นสองมือของเธอลูบไล้ไปยังเนื้อตัวของเพียงดาวและใบหน้าที่น้ำตาไหลนองอาบสองแก้ม
“พี่อยู่นี่แล้วนะพี่อยู่นี่แล้ว ไม่ต้องกลัวนะเพียง”
“พี่ฝันเราต้องรีบไป เราต้องไปจากที่นี่”
เพียงดาวเอ่ยและกุมมือทอฝันให้รีบออกมาจากตรงนั้นแต่ยังไม่ทันวิ่งไปถึงรถ เสียงของพลเอกก็ดังขึ้นก่อน
“จะไปไหนนังลูกตัวดี !!”