ชิงหยางเข้ามาในรถม้าสองตากวาดมองทั่วรถม้า
ในรถม้ามีที่นั่งสามด้านด้านข้างทั้งสองฝั่งมีเหล่าศิษย์ของสำนักนั่งเต็มฝั่งละสิบคนส่วนที่นั่งตรงกลางกลับโล่ง
" ไปนั่งตรงนั้น "เสียงของศิษย์สำนักผู้หนึ่งเอ่ยออกมา พลางชี้นิ้วไปยังท้ายรถ
" หึ " ชิงหยางแสยะยิ้มแลเดินไปนั่งตรงที่ว่าง ทั้งยังนั่งเอกเขนกอย่างสบายใจ
ในขณะที่ศิษย์ของสำนักทั้งยี่สิบคนต่างนั่งเบียดเสียดอย่างอึดอัด
บรรยากาศในรถม้าตึงเครียดเป็อย่างยิ่งเมื่อเหล่าศิษย์ของสำนักกึ่งหนึ่งปลดปล่อยจิตสังหารออก
" หึ " ชิงหยางแสยะยิ้มพลางนำอาหารออกมากินอย่างเอร็ดอร่อย
เหล่าศิษย์ของสำนักยิ่งเป็โทสะเมื่อเด็กหนุ่มหาได้มีความเกรงกลัวต่อพวกตนไม่
" ช่างมิรู้จักอันใด "ศิษย์ผู้หนึ่งเอ่ยออกมา พลางจ้องมองยังเด็กหนุ่มตาขวาง
ชิงหยางมองยังศิษย์ผู้นั้น" เ้าคงมาจากตระกูลเถียนสินะ " ชิงหยางเอ่ยออกมา
ศิษย์ผู้นั้นพลันหัวคิ้วพุ่งเข้าชนกันพลางเบียดร่างของตนซ้อนหลังศิษย์ที่นั่งเคียงข้าง
" ตระกูลเถียนช่างล่ำซำยิ่งนักถึงกับว่าจ้างศิษย์พี่ทั้งหลาย มาร่วมเดินทางในครั้งนี้ "ชิงหยางเอ่ยออกมาพลางยกยิ้ม
" ศิษย์พี่ทั้งหลายพวกท่านได้รับค่าจ้างคนละเท่าใด " ชิงหยางฉีกยิ้มเอ่ยถาม
ชิงหยางมองยังศิษย์สำนักแต่ละคนพลางเลิกคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง แลใบหน้าที่ยียวน
" ฮื่อห์ "ศิษย์ตระกูลเถียนถอนหายใจออกมาอย่างแรง แต่ก็ยังหลบซ่อนอยู่ด้านหลัง
หลังจากปะทะคารมอยู่พักหนึ่งทั่วรถม้าพลันตกอยู่ในความเงียบงัน แต่จิตสังหารยังคงคุกรุ่น
" เราเดินทางมาสามชั่วยามแล้วนี่ก็จวนจะมืดค่ำแล้ว ลงจากรถม้าแลหาที่พัก " ชายวัยกลางคนเอ่ยออกมา
" อึ้ม "เหล่าศิษย์ของสำนักต่างเร่งออกจากรถม้า แต่ละคนเมื่อลงรถได้ต่างก็พากันบิดี้เี
ชิงหยางลงจากรถเป็คนสุดท้ายพลางกวาดตามองทั่วแลสูดหายใจเข้าลึก
" ูเาลูกนี้มีสัตว์อสูรระดับสองมากนัก แลมีระดับสามอยู่พอสมควร " ชิงหยางพึมพำ
ชายวัยกลางคนถึงกับแปลกใจเมื่อเด็กหนุ่มสามารถรับรู้ได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งของสัตว์อสูร
ชิงหยางเดินไปยังโขดหินที่อยู่มิไกลจากรถม้ามากนักแลทิ้งร่างลงนั่งเขานำอาหารที่เตรียมมาออกมากินอย่างเร่งรีบ
เมื่ออิ่มหนำแล้วชิงหยางเร่งทะยานร่างเข้าไปในป่าูเาอย่างรวดเร็ว
ศิษย์ของตระกูลเถียนมองตามร่างของชิงหยางพลางเหลียวมองยังศิษย์ของสำนักแลพยักหน้า
" ข้าเอง "ศิษย์สำนักเขตแดนผสานิญญาระดับหนึ่ง เอ่ยออกมาแลทะยานร่างตามชิงหยางไปอย่างรวดเร็ว
" เริ่มแล้วรึ "ชายวัยกลางเอ่ยออกมา เขาสูดหายใจเข้าลึกพลางมองยังศิษย์ตระกูลเถียนที่มาด้วย
ชายวัยกลางคนเป็ศิษย์ลับของสำนักที่ถูกใช้ให้มาคุ้มครองเด็กหนุ่มแต่เวลานี้เขากลับนั่งเฉยเมื่อได้รับถุงใบหนึ่งจากศิษย์ของตระกูลเถียน
ชิงหยางแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่แลปกปิดกลิ่นอายของตนวิธีปกปิดกลิ่นอายของเด็กหนุ่มแม้นแต่สัตว์อสูรระดับสูงก็ยังมิสามารถสูดดมกลิ่นได้ นับประสาอันใดกับเขตแดนผสานิญญา
" มันไปที่ใดแล้ว "ศิษย์สำนักคนนั้นพึมพำ สองตากวาดมองฝ่าความมืด
แม้นผู้ฝึกยุทธจะมีสายตาที่ดีในความมืดสามารถมองเห็นทุกสิ่งได้ชัดเจนแต่ก็มิอาจมองทะลวงผ่านต้นไม้ใหญ่ที่เด็กหนุ่มแอบได้
ชิงหยางใช้มือหนึ่งกำกระบี่ของตนไว้แลมือหนึ่งบีบคอหมาป่าเกราะเหล็กระดับสูงสุดไว้แน่น
เมื่อชายหนุ่มเดินผ่านต้นไม้ใหญ่ไปเด็กหนุ่มปล่อยมือที่กำคอหมาป่าเกราะเหล็ก
" โฮกกก " มันร้องคำรามพลันกระโจนเข้าหาชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง
" ไม่ "ชายหนุ่มร้องะโออกสุดเสียงเมื่อหมาป่าเกราะเหล็กระดับสูงสุดที่เป็หนึ่งในภาระกิจกระโจนเข้าใส่
" อ้ากกกก "ชายหนุ่มร้องะโอย่างเ็ปเมื่อหมาป่าเกราะเหล็กกัดเข้าที่แขนแลสะบัดไปมา
" เสียงนั่น "ศิษย์ตระกูลเถียนเอ่ยออกมา พลางเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
" ง่ายดายยิ่งนัก " มันพึมพำพลางยกยิ้มออกมา
" มิเสียทีที่ว่าจ้างศิษย์ขอบเขตผสานิญญา" ศิษย์ของตระกูลเถียนพึมพำ
" บู๋วววว "หมาป่าเกราะเหล็กกู่ร้องะโดังสนั่นลั่นูเา
" บู๋ววววว "เสียงขานรับดังระงมทั่วูเา
" หึ " ชิงหยางยกยิ้มออกเมื่อมองยังชายหนุ่มที่ถูกหมาป่าขย้ำทั่วร่าง ตกตายอย่างน่าอนาถ
เด็กหนุ่มเร่งทำการรูดทรัพย์ชายหนุ่มอย่างรวดเร็วพร้อมตัดหัวหมาป่าเกราะเหล็ก แลนำร่างของหมาป่าเกราะเหล็กเข้าในแหวนมิติ
ชิงหยางะเิพลังขับไล่กลิ่นคาวเืออกจากร่างแลทะยานร่างจากไปอย่างรวดเร็ว
ชิงหยางพุ่งทะยานร่างตามกลิ่นของหมาป่าเกราะเหล็กขึ้นไปบนูเา" อย่างน้อยคืนนี้ต้องได้สองหัว " ชิงหยางพึมพำ
" ตุบ " ชิงหยางหยุดฝีเท้าไว้แลมองฝ่าความมืดไปไกลหัวคิ้วสองข้างพลันพุ่งเข้าหากัน
หญิงสาวนิรนามในชุดสีเขียวก้าวเดินอย่างเชื่องช้าร่างของนางนั้นเปล่งแสงจันทร์นวลผ่องทั่วร่างของนางเรื่อเรืองด้วยรัศมีจันทราที่อ่อนนุ่ม
สองตาของชิงหยางพลันเบิกโพลงเมื่อปรากฎดวงจันทราลางเลือนเหนือศีรษะของนาง
" นี่มันอะไรกัน " ชิงหยางพึมพำเขาเพิ่งเคยพบเจอคนที่มีจันทราล่องลอยอยู่เหนือศีรษะ
นั่นยิ่งให้ทำให้ชิงหยางงุนงงสงสัยเป็ยิ่งนักเพราะเด็กหนุ่มมิมีอาจารย์คอยสอนสั่งเขาจึงมิอาจรู้ได้ว่าดวงจันทรานั้นคือสิ่งใด
พลันสายตาของชิงหยางเหลือบไปเห็นดวงตาสีชาดที่เปล่งประกายวาววับอยู่ในเขตป่าแลกำลังตั้งท่าเตรียมกระโจนเข้าหาหญิงสาว
" มิได้การ " ชิงหยางพึมพำแลเร่งใช้ออกด้วยล่องทะยานพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
" โฮกกก "หมาป่าเกราะเหล็กกระโจนเข้าหาหญิงสาวในทันที
มันอ้าปากออกกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวที่แหลมคม พร้อมที่จะฉีกกระชากร่างเนื้อที่แสนอ่อนนุ่มของหญิงสาว
หญิงสาวเหลียวมองยังหมาป่าเกราะเหล็กที่กระโจนเข้าหาด้วยท่าทีที่เรียบเฉย
" ย้ากกก "ชิงหยางร้องออกสุดเสียงพลางโอบเอวบางของหญิงสาวไว้แลบิดหมุนตัวหลบคมเขี้ยวแลกรงเล็บของหมาป่าเกราะเหล็ก
หญิงสาวพลันใสองตาเบิกโพลง มองจ้องยังเด็กหนุ่มที่โอบรั้งเอวของตนไว้ สองมือวางทาบที่หน้าอกแกร่งของเด็กหนุ่ม
ริบฝีปากอวบอิ่มเผยอออกเล็กน้อยลมหายใจหอมกรุ่มระเหยออก
ชิงหยางสูดดมลมหายใจหอมกรุ่นนั้นเข้าเต็มปอดพลางยกยิ้มที่มุมปาก สองตาคมมองจ้องเข้าไปในเนตรจันทรา
" อาห์ " ชิงหยางร้องครางออกมาพลางยื่นเหยียดฝ่ามือออกไป
" พลั่ก "ลมปราณกล้าแกร่งพุ่งกระแทกเข้ายังร่างหมาป่าเกราะเหล็ก
" เอ๋ง " มันร้องออกมาเมื่อร่างของมันล่องลอยเข้าหาต้นไม้ใหญ่
" ตึงง "ร่างของหมาป่าเกราะเหล็กกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ สิ้นใจในทันใด
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแล้วมิอาจแยกทั้งสองออกจากกันได้ สี่ดวงตายังคงจ้องมองอย่างมิวางวาย
มือของชิงหยางโอบกระชับเอวบางแน่นทั้งจมูกยังสูดดมกลิ่นหอมรัญจวนจากร่างของหญิงสาว
" เ้าช่างบังอาจล่วงเกินข้า "หญิงสาวเอ่ยออกมา
" วิ้ง "พลันหญิงสาวะเิจิตสังหารออกจิตสังหารแข็งแกร่งพุ่งทะลวงเข้าเด็กหนุ่มอย่างเร็วรี่
" วิ้ง ชิงหยางมิรอช้าะเิจิตสังหารของตนตอบโต้ในทันใด
" อือ "ทั้งสองต่างส่งเสียงร้องครางออกมา เมื่อสองจิตสังหารเข้าปะทะ
หญิงสาวเงื้อฝ่ามือขึ้นหมายฟาดเข้าใส่ศีรษะของของเด็กหนุ่ม" ครืนนน "
แรงกดดันหนักหน่วงกดทับลงมายังศีรษะของชิงหยางสองตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้าง
ในใจพลันวุ่นวายสับสนหญิงสาวผู้นี้สมควรเป็ยอดยุทธระดับสูงที่สุดที่เขาเคยพบเจอทั้งยังสูงกว่าเ้าสำนักหลายขั้นยิ่งนัก
" ตายแน่ "ชิงหยางกู่ร้องในใจอย่างบ้าคลั่ง เขายังมิอยากตาย เขายังมิได้พบเจอหน้าบิดามารดาของเขา ทั้งเขายังมิได้สังหารเถียนปี้เหลา
สิ้นคิดชิงหยางฉกใบหน้าคมเข้มเข้าหาใบหน้าหญิงสาวพร้อมกับประทับจูบที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูของนางอย่างรวดเร็ว
ราวกับถูกฟ้าผ่าหญิงสาวพลันแข็งค้างฝ่ามือที่อยู่สูงเหนือศีรษะของเด็กหนุ่มคล้ายกับถูกแช่แข็งนิ่งมิไหวติง
ั์เนตรจันทราเสี้ยวของนางพลันกลายกลับเป็จันทราเต็มดวงเพียงพิศแล้วงดงามยิ่ง
" ไป "ไวเท่าความคิดชิงหยางทะยานร่างออกจากร่างบางอย่างเร็วพุ่งตรงเข้าหาซากหมาป่าเกราะเหล็กแลเก็บไส่แหวนมิติ
ชิงหยางพุ่งทะยานหายไปในความมืดพร้อมกับปกปิดกลิ่นอายของตน
ราวสามลมหายใจหญิงสาวพลันตื่นจากภวังค์ " กริ้ด " หญิงสาวร้องะโออกสุดเสียง
" ครืนนนน "ปราณพลังทั่วร่างะเิออกอย่างบ้าคลั่งแรงะเิซัดสาดกว้างไกลกินลึกเข้าไปในผืนป่ากว้างใหญ่
" ไอ้เดรัจฉานน้อย "หญิงสาวร้องคำรามอย่างเสียสติ คนพลันพุ่งทะยานร่างสู่เวหาสองตาจันทรากวาดมองทั่วผืนป่า
" ศิษย์น้อง เ้าเป็สิ่งใด "ชายหนุ่มผู้หนึ่งในชุดสีฟ้าทะยานร่างเข้าหาอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มผิวขาวราวหยก์ทั้งใบหน้ายังหล่อเหลาราวเทพบุตรเร่งเอ่ยถามอย่างร้อนรน
หญิงสาวมิได้ตอบอันใดแต่สายตาของนางยังคงกวาดมองหาไอ้เดรัจฉานน้อย
" ชิ่งเอ๋อร์ " เสียงชราเอ่ยออกมาน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใย
" ท่านอาจารย์ "ชิ่งเอ๋อร์หรือจี้หรูชิ่งเอ่ยออกมา
" ข้ามิได้เป็สิ่งใดเ้าค่ะ "จี้หรูชิ่งเอ่ยออกมา
ผู้ใดจะกล้าบอกเื่ที่น่าอายเช่นนี้ได้ทั้งผู้ที่ได้รับจูบแรกของนางไปยังเป็เพียงยอดยุทธเขตแดนหล่อกายาระดับเจ็ด
หากเด็กหนุ่มเป็ยอดยุทธเขตแดนเดียวกันหรือสูงกว่าก็คงพอที่จะมิขายหน้าเท่าใด แต่นี่
" เ้าอาบแสงจันทร์ของที่นี่พอรึยัง" อาจารย์ชราเอ่ยถาม
" ข้าอาบแสงจันทร์พอแล้วเ้าค่ะ "จี้หรูชิ่งเอ่ยออกมา
" ในเมื่อพอแล้วก็กลับกันเถิด "เสียงของอาจารย์ชราดังขึ้น
" เ้าค่ะ " จี้หรูชิ่งเอ่ยออกมาพลางกวาดตามองเข้าไปในผืนป่า
" สักวันข้าจะกลับมาฉีกร่างของเ้าออกเป็หมื่นชิ้น" จี้หรูชิ่งส่งเสียงผ่านจิตของนางล่องลอยออกไปในผืนป่า