ตอนที่51
"ไม่ดี! ถ้าที่เจ้ากล่าวมาเป็นเรื่องจริง ข้าต้องรายงานเรื่องนี้ให้กับหัวหน้าใหญ่ เจ้าหนูเจ้ากลับไปก่อน ถ้าข้ายืนยันเรื่องงนี้เสร็จเมื่อไร ข้าจะนำคนส่งเงินไปให้เจ้า"ซูเฉินได้ยินเช่นนั้นเขาก็ยิ้มเล็กน้อยก่อนถามไปว่า"ท่านผู้อาวุโสท่านสามารถบอกค่าได้หรือไม่ว่าข้าควรได้สักเท่าไร""ฮ่าๆๆๆ ไม่ต้องห่วงถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เจ้าจะได้รับ500ล้านเหรียญทอง!"ซูเฉินรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยก่อนจะรีบโค้งคำนับแล้วก็จากไป เมื่อเขาออกมาเขารีบกลับไปยังโรงเตี้ยมทันที ตอนนี้เขาคิดว่าเขาต้องรีบแข็งแกร่งมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ก่อนหน้านั้นเขาต้องเลื่อนเป็นรวบรวมขั้นที่12ให้สำเร็จเเละก้าวขึ้นสู่ขั้นที่13ให้ได้เมื่อคิดได้เช่นนั้นซูเฉินที่กลับมาถึงห้องแล้ว เขาก็นำร่างของคนที่เขาฆ่าออกมา วันนี้ทั้งวันนั้นเขาฆ่าคนไปกว่า1,000คน เขาว่าคนจำนวนนี้สามารถทำให้ขาเลื่อนไปยังขั้นที่12ได้แน่ๆ ร่างของนักฆ่า20คนปรากฏตรงหน้าของซูเฉินจากนั้นเขาเริ่มดูดซับและเริ่มตีฝ่า ปังๆๆๆๆเสียงดังสนั่นต่อเนื่องกันภายในตันเทียนของซูเฉิน เวลาผ่านไป ตอนนี้ดวงอาทิตย์เริ่มจะปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง แต่ซูเฉินยังไม่สามารถเลื่อนระดับไปที่ขั้นที่12ได้ ตอนนี้ดูดซับนักฆ่าไปกว่า800คนและตีฝ่าทลายไปกว่า4,890ครั้งแต่ยังไม่สามารถฝ่าไปได้ อันที่จริงเขาคิดว่าประมาณครั้งที่3,000เขาน่าจะทะลวงผ่านไปได้ แต่เขาคิดผิด เขาขั้นที่12นั้นยากเกินไป ไม่เช่นนั้นคงมีคนมากมายที่สามารถบรรลุมันได้ "มา ข้าต้องทำให้สำเร็จ!!"ซูเฉินดึงศพของนักฆ่าออก200คนพร้อมกัน จากนั้นเริ่มดูดซับ ปังๆๆๆๆๆ คลื่นลมปราณลมใหญ่เริ่มถาโถมเข้าใส่กำแพงที่ปิดกั้น ปัง!!คลืนนนนนนในที่สุดซูเฉินก็ทำสำเร็จ ด้วยการฝ่าครั้งที่5,001 ร่างกายของรู้สึกเบาสบายอย่างบอกไม่ถูก ตันเทียนของเขาเริ่มขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มดูดซับลมปราณรอบๆด้วยตนเองโดยที่เขาไม่ต้องชักนำ และความเร็วในดูดซับนั้นมหัศจรรย์มาก ความเร็วดูดซับของเขาเพิ่มขึ้นถึง30เท่า และเส้นลมปราณภายในการของเขาเริ่มขยายขึ้นละขยายขึ้น จนมันใหญ่จากเดิมถึง10เท่า และซูเฉินยังรู้สึกว่าประสาทสัมผัสของเขาพัฒนาไปอีกขั้น ตอนนี้เขาสามารถมองเหห็นเป็นร้อยๆเมตรเหมือนระดับ10เมตรได้อย่างสบายๆ ซูเฉิินค่อยลุกขึ้น ตอนนี้เขาสำเร็จรวบรวมลมปราณขั้นที่12แล้ว ได้เวลาที่เขาต้องไปยัง*สุสานนักปรุงยา**สุสานนักปรุงยา*ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองจันทร์บุบผา ที่อยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองหลวง ระยะห่างกว่า3,000ลี้ ซูเฉินต้องใช้เวลาหลายวันก่อนจะไปถึง ครั้งนี้เขาไม่ได้พาหยานเออร์ไปด้วยเพราะ*สุสานนักปรุงยา*นั้นมีเพียงระดับแปรผันลมปราณหรือต่ำกว่าเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ แถมตอนนี้หยานเออร์มี*ผลไม้หมื่นอสูร*นางต้องการเวลาบ่มเพราะดังนั้นหยานเออร์จึงอาศัยอยู่ในเมืองหลวงต่อไป ซูเฉินเดินลงมายังหน้าโรงเตี้ยมก่อนจะจ่ายเงินและเช่าห้องต่อเป็นเวลา1เดือน ก่อนเขาจะเขาเดินไปรอบเมืองก่อนจะเลือกซื้อของที่จำเป็นในการเดินทางและพักแรมในป่า และจากนั้นเขาก็มุ่งตรงไปยังร้านขายม้าเพื่อซื้อม้าศึกทมิฬไว้สำหรับเดินทาง ราคาของมันแพงเอาเรื่อง 1ตัวมีราคาถึง15,000เหรียญทองจากนั้นเขาก็ซื้อม้าศึกทมิฬมาหนึ่งตัวก่อนจะเริ่มเดินทางไปยังเมืองจันทร์บุบผา ระหว่างทางเขาพบผู้คนมากมายที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองจันทร์บุบผาเช่นกัน เเต่เขาไม่สนใจนักและรีบมุ่งหน้าไปเมื่อเดินทางมาได้800ลี้ซูเฉินก็หยุดพักและและเริ่มตั้งเต็นท์ค้างแรม เขาเริ่มล่าสัตว์ตัวเล็กๆก่อนจะนำมาเป็นอาหารและเข้านอนวันรุ่งขึ้นซูเฉินก็เดินทางต่อ ระหว่างทางเขาพบกลุ่มโจรเล็กๆที่ดักปล้นผู้คนที่สัญจรไปมา ซูเฉิินไม่รอช้าจัดการฆ่าพวกมันทั้งหมดก่อนจะแย่งชิงทรัพย์สินของมันมาแทน เขาได้เงินมากว่า50,000เหรียญทอง เขาก็อดยิ้มไม่ได้แล้วก็พูดว่า"ถ้ามีโจรแบบนี้อีกหลายกลุ่มก็ดี"จากนั้นเขาเริ่มเดินทางต่อและไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นอีกระหว่างทาง ซูเฉินได้มาถึงเมืองจันทร์บุบผาในวันที่4