[จบแล้ว] ยอดดวงใจคุณชายนักรบ

    ตอนที่ 57 ตกเป็นเหยื่อของลุงสี่


    กลิ่นที่ส่งออกมาจากผ้าหนา ๆ ที่ปิดจมูกเธออยู่นั้นมันฉุนมากจนทำให้หลินเฉี่ยนรู้ได้ทันทีว่ามันจะต้องร้ายแรงมากแน่ ๆ ทันทีที่เธอสูดหายใจเข้าไป แขนขาของเธอก็อ่อนแรงลงพร้อมกับหนังตาของเธอก็เริ่มหนักอึ้งจนลืมไม่ขึ้น ก่อนที่จะหมดสติไป เธอก็พยายามต่อสู้ดิ้นรนเพื่อที่จะหนีจากการจับกุมไปให้ได้


    เธอคิดไว้แล้วว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะต้องห้ามหมดสติเด็ดขาด นี่เป็นทางเดียวที่จะได้รู้ว่าใครกำลังต้องการทำร้ายเธอ


    “หู่จือ เราจัดการเรียบร้อย จับเธอได้แล้ว”


    หลินเฉี่ยนเริ่มขืนไว้ไม่ไหว เปลือกตาของเธอค่อย ๆ ปิดลงแต่เธอก็ยังได้ยินชื่อของคน ๆ หนึ่งที่ชื่อว่า ‘หู่จือ’ หลังจากนั้นผู้ชายคนนั้นก็แบกเธอขึ้นไว้บนหลังของเขา


    เธอพยายามลืมตาที่หนักอึ้งของเธอเพื่อดูสิ่งที่เกิดขึ้น ภาพตรงหน้าที่เห็นคือผู้ชายที่สวมใส่เสื้อผ้าคล้าย ๆ กัน และคนที่เพิ่งจะพูดเมื่อสักครู่อีกสองคนก็ยืนอยู่ด้านข้าง


    “นี่ลุงสี่ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่รึเปล่าฟระ ? ก็แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียวถึงกับให้พวกเรายกโขยงมากันหมดนี่ ?”


    “ดูเหมือนว่าลุงสี่คงจะให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนนี้มาก ลุงสี่สั่งมาแกก็ทำ ๆ ไปเหอะ”


    “เออ ๆ ๆ แต่ว่ายัยนี่ก็หน้าตาไม่เลว กลับไปให้พี่ใหญ่เขาลิ้มรสให้เต็มที่ก่อนแล้วพวกเราค่อยต่อคิวกันดีกว่า”


    กลุ่มชายฉกรรจ์ทุกคนต่างพากันพูดสนุกปากพร้อมกับหัวเราะออกมายกใหญ่ หลินเฉี่ยนรู้สึกได้ว่าคนที่ชื่อหู่จือกำลังใช้มือของเขาลูบที่ก้นของเธอแถมยังมีบางคนเอามือมาลูบขาอ่อนของเธอด้วย


    ‘ไอ้พวกลามกเอ๊ยย!!!’ เธอแอบด่าในใจ


    “หยุดหลงใหลจนไม่ลืมหูลืมตาได้แล้ว นี่เป็นผู้หญิงของลุงสี่ พวกแกกล้าเรอะ ? ถ้าไม่อยากจะมีชีวิตกันอยู่ก็ลองสิ เดี๋ยวได้โดนดีกันหมดนี่แน่”


    หลังจากนั้นทุกคนก็เงียบเสียงลง ส่วนหลินเฉี่ยนเองก็รู้สึกได้ว่าหู่จือกำลังถอนหายใจออกมา


    “หนีโม่ แต่ยัยนี่มันน่ากินสุด ๆ เลยนะโว้ย ถ้าแกไม่พูดฉันไม่พูดซะอย่าง แล้วลุงสี่จะรู้ได้ไงวะ ?”


    “แล้วแกคิดว่ายัยนี่จะไม่พูดรึไงวะ รอบคอบหน่อยดิเฮ้ย !?”


    “ฉันมีวิธีทำให้ยัยน่ากินนี่หุบปากได้อยู่แล้วหน่า”


    “หยุดเลยไอ้ต๋าจื้อ แกห้ามทำอะไรผลีผลามเด็ดขาด ช่วงนี้ลุงสี่ยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ เดี๋ยวพาลซวยกันไปหมด”


    “เออ ก็ได้วะ”


    หลินเฉี่ยนพยายามฟังและจดจำบทสนทนารวมถึงชื่อของคนพวกนี้ทั้งที่สติก็จะหลุดลอยไปอยู่รอมร่อแล้ว แต่อย่างน้อยเธอก็จับสังเกตได้ว่าดูเหมือนที่นี่น่าจะมีผู้ชายอยู่ทั้งหมดห้าคน


    หนึ่งต่อห้า... ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยกลัวตัวเลขที่ห่างกันแบบนี้มาก่อนเพราะเธอเองก็เคยสู้กับคนอื่นแบบหนึ่งต่อเก้ามาแล้ว แต่ถ้าจะแพ้ก็คงจะแพ้กู้เฉิงเซียวแค่คนเดียว...


    ทว่าตอนนี้ที่เธอกลัวคือตัวตนจริง ๆ ของพวกมัน พวกมันคือใครและวัตถุประสงค์ของไอ้พวกนี้มันคืออะไร


    ‘โอยย แล้วไอ้ลุงสี่ที่คนพวกนี้พูดถึงคือใครกันวะ ? แล้วทำไมลุงสี่นั่นต้องมาจับตัวข้าด้วย ? ทำไมพวกบ้านี่จะต้องมาลักพาตัวผู้หญิงอย่างข้าแถมยังกล้าลักพาตัวในที่สาธาณะอย่างเปิดเผยอีก... ผู้หญิงอย่างข้า ไม่สิ... ต้องเรียกว่าสาวน้อยตะหาก~ ก็ต้องกลัวเป็นธรรมดาอยู่แล้ว... ทำไมกันนะ ?’



    หลินเฉี่ยนรู้สึกได้ถึงกลิ่นไอแห่งความอันตราย ซึ่งมันแตกต่างจากตอนที่เธอทะเลาะชกต่อยกับคนอื่น ๆ ที่เป็นนักศึกษาด้วยกันอย่างสิ้นเชิง


    เธอรู้สึกได้ถึงลมหนาวที่พัดผ่านผิวหนังของเธอซึ่งมันเย็นเจาะเข้าไปถึงกระดูก! ดูเหมือนว่าคนพวกนี้จะเดินออกมาจากสถานีรถไฟฟ้าแล้ว และอากาศหนาวกับความสดชื่นของด้านนอกทำให้เธอรู้สึกตัวได้มากกว่าก่อนหน้านี้แต่หนังตาของเธอยังคงหนักอึ้ง


    ขณะนี้ด้านนอกมืดไปหมดและกลุ่มคนที่อยู่ด้านหน้าของเธอก่อนหน้านี้ก็เริ่มเดินกระจัดกระจายออกจากกัน ไอ้พวกบ้าห้าคนนี่มันเดินกันสบาย ๆ โดยไม่มีท่าทางจะหลบซ่อนจากคนอื่น ๆ เลยสักนิด


    การทำเรื่องผิดเป็นเรื่องที่น่าอายและเป็นเรื่องไม่ดีแท้ ๆ แต่ทำไมคนพวกนี้กลับเดินได้อย่างปกติราวกับไม่ได้กำลังทำผิดอะไรกันอยู่


    ตอนนี้หู่จือแบกหลินเฉี่ยนไว้ด้านหลังในท่าที่เหมือนขี่หลังกันธรรมดาจึงทำให้คนที่เดินผ่านไปมาคิดว่าเขาและเธอเป็นแฟนกันแถมยังดูน่าอิจฉามากด้วย


    หลินเฉี่ยนหรี่ตามองและพยายามที่จะใช้แรงทั้งหมดที่มีในการสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติตัวเองกลับมาให้มากที่สุด แต่ร่างกายของเธอก็ยังคงไร้เรี่ยวแรง และไม่นาน เธอก็รู้สึกได้ว่าหู่จือโยนเธอขึ้นมาบนรถตู้แล้ว


    รถตู้ขับ ๆ หยุด ๆ อยู่ตลอดเวลาจนทำให้เธอรู้สึกมึนงงไปหมดและมันก็ยากเกินกว่าที่จะรับได้


    “หิวว่ะ หาไรกินกันก่อนดีไหม”


    “อ้าว! แล้วยัยนี่อ่ะทำไง ?”


    “ไม่เป็นไรหรอก ครั้งก่อนยัยสาวแบ๊วชุดชมพูนั่นนอนหลับไปตั้งหกชั่วโมง ฉันกับพี่หม่าหรงผลัดกันโซโล่จบไปตั้งสามรอบแต่ยัยนั่นยังไม่ตื่นเลย ยาครั้งนี้แรงกว่าครั้งที่แล้วอีก ยังไงคืนนี้ยัยนี่ก็คงจะไม่ตื่นหรอก”


    “เออก็ได้ หู่จือ แกดูยัยนี่ไว้แล้วกัน เดี๋ยวขากลับจะซื้อข้าวกล่องมาให้”


    “เค”


    “เหอะ ๆ แต่แกอย่าริอาจใช้โอกาสนี้เชียวนะโว้ย นี่เหยื่อของลุงสี่ แกห้ามยุ่งเด็ดขาด”


    “รู้แล้วหน่าพี่หนีโม่”


    หลังจากที่ทั้งสี่คนเดินลงจากรถไปแล้ว หู่จือก็นั่งอยู่ในรถเพื่อทำหน้าที่เฝ้าหลินเฉี่ยน เขาเปิดเพลงฟังก่อนที่จะเอนตัวพร้อมกับฮัมเพลงไปพลางด้วยท่าทางผ่อนคลาย


    พวกเขาคงจะคิดไม่ถึงจริง ๆ สินะว่าตอนที่หลินเฉี่ยนสูดแก๊สนั้นเข้าไป เธอกลั้นหายใจเอาไว้แถมยังเป็นคนหยุดการต่อสู้ขัดขืนด้วยตัวเธอเองซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกันกับฤทธิ์ยานั่นเลย ดังนั้นยาที่เธอสูดเข้าไปจึงไม่ได้เยอะเท่าไหร่นัก


    หลินเฉี่ยนในเวลานี้ถูกปล่อยไว้ด้านหลังราวกับเป็นผ้าเน่าที่ถูกลืม เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะเห็นหู่จือกำลังนั่งโบกมือไปมาคลอไปตามจังหวะเพลงราวกับคนเมา


    ตอนนี้เป็นโอกาสเดียวที่เธอจะสามารถหนีได้ ด้านนอกมีการจราจรเนืองแน่นและเสียงก็ดังมาก ถ้าหากเธอสามารถหนีออกจากรถคันนี้ได้แล้วตะโกนขอความช่วยเหลือ มันก็น่าจะได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่นอยู่บ้าง ‘เอ้า ลองดูก็ไม่เสียหายวะ’


    หลินเฉี่ยนสูดหายใจเข้าลึก แม้ว่าตอนนี้แขนขาเธอจะไม่มีแรงเอาซะเลยแต่เธอก็อยากจะลองดู


    เธอพยายามใช้มือและขาข้างนึงของตัวเองในการขยับตัวก่อนที่จะค่อย ๆ ปีนเขยิบไปใกล้ ๆ ประตู


    แต่ในเวลานี้เอง เธอก็ปัดไปโดนอะไรบางอย่างนุ่ม ๆ ที่อยู่ข้างใต้เก้าอี้ และเป็นเพราะแสงภายในรถมันสลัวจึงทำให้เธอพอจะมองเห็นรองเท้าข้างหนึ่งซึ่งมีขนเฟอร์สีชมพู


    จางเยี่ยน! นี่มันรองเท้าของจางเยี่ยนหนิ!


    เธอจำได้แม่นยำมากว่าจางเยี่ยนสวมรองเท้าสีชมพูที่มีขนฟูฟ่องในวันที่พวกเธอมีปัญหากันแถมในวันนั้นเธอยังเยาะเย้ยยัยจางเยี่ยนไปว่าเป็นพวกแอ๊บแบ๊วด้วย


    “ครั้งก่อนยัยสาวแบ๊วชุดชมพูนั่นนอนหลับไปตั้งหกชั่วโมง ฉันกับพี่หม่าหรงผลัดกันโซโล่จบไปตั้งสามรอบแต่ยัยนั่นยังไม่ตื่นเลย” คำพูดของหนึ่งในพวกนั้นดังขึ้นในหัวของหลินเฉี่ยนอีกครั้ง


    ‘เดี๋ยวนะ! คนที่พวกนั้นพูดถึงคงไม่บังเอิญเป็นจางเยี่ยนหรอกใช่ไหม!? นี่จางเยี่ยนถูกคนพวกนั้น......’ หลินเฉี่ยนช็อคไปในทันทีพร้อมกับมีความโกรธที่ปะทุขึ้นภายในใจ ‘อ๊ากกก นี่มันน่ารังเกียจเกินไปแล้ว! ไอ้คนพวกนี้มันเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก!’


    ว่ากันแล้วเมื่อคนเราโกรธมากถึงขีดสุดจะมีศักยภาพที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ในตอนที่เธอกำลังโมโหอยู่นั้น เธอก็กัดฟันแน่นพร้อมกับค่อย ๆ ขยับตัวปีนไปด้านหน้าของตัวรถอย่างช้า ๆ


    เธอต้องหนีไปให้ได้ ไม่เพียงแค่ตัวเธอเองเท่านั้นแต่เพื่อช่วยจางเยี่ยนด้วย


    เพลงในรถดังมากและหู่จือกำลังโบกมือโยกย้ายอย่างเมามันส์ การเคลื่อนไหวของหลินเฉี่ยนจึงไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวเลยหลินเฉี่ยนใช้กำลังทั้งหมดที่มีปีนไปจนถึงข้างประตูรถ ซึ่งแม้ว่ามันจะไม่ได้ห่างกันมากแต่ตอนนี้เหงื่อกลับผุดขึ้นตามหน้าผากของเธอไปทั่ว


    เธอพยายามลุกขึ้นก่อนที่จะยื่นมือไปด้านหน้าเพื่อดึงประตูออก แต่... มันเปิดไม่ออก!!!


    ‘นี่ประตูมันล็อกหรือเป็นเพราะข้าไม่มีแรงกันแน่นะ ?’ หลินเฉี่ยนคิด


    ตอนนี้เหงื่อของเธอไหลจากขมับลงมาถึงใต้คางแล้ว นี่มันฤดูหนาวแท้ ๆ แต่เธอกลับเหงื่อชุ่มได้ขนาดนี้ ‘ทั้งตื่นเต้น ทั้งเครียด ทั้งโกรธ ทั้งเหนื่อย บัดซบจริง ๆ โว้ยย’


    การที่หลินเฉี่ยนไม่สามารถเปิดประตูได้นั้นมันทำให้เธอรู้สึกหมดหวังขึ้นมา เธอทั้งเสียใจและรู้สึกหมดหนทางมากที่ตัวเองมาอ่อนแอเอาตอนนี้ หากเธฮช้ากว่านี้... อีกสี่คนที่เหลือต้องกลับมาที่รถก่อนแน่ ๆ ถ้าถึงเวลานั้นคงจะยากที่จะหนีออกไปได้


    ในเวลานั้นเอง หน้าต่างรถก็เกิดเสียงเคาะกระจกดังขึ้นมา


    หู่จือมองออกไปก่อนที่จะปิดเพลง หลังจากนั้นเขาก็ลดกระจกลงและในเวลานั้นเอง เขาก็ยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะบอกกับตำรวจไปว่า “ผมกำลังรอเพื่อนอยู่น่ะครับ เดี๋ยวจะไปแล้ว”


    “ขอตรวจแอลกอฮอล์หน่อยนะครับ ขอความร่วมมือด้วยครับ”


    หลินเฉี่ยนพยายามรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีเค้นเสียงตะโกนออกมา “ช่วยด้วย ช่วยด้วย~~~”


    ทว่าเสียงของเธอไม่ต่างอะไรกับเสียงของยุงเลยสักนิด จากสภาพแวดล้อมด้านนอก ตำรวจไม่มีทางได้ยินอยู่แล้วแต่หู่จือกลับได้ยิน!!!


    เขาหันหลังมามองก่อนที่จะสบถออกมาพร้อมกับถลึงตาโต “เชี่ย!”


    ตำรวจหรี่ตาลงขณะพูดขัดขึ้น “รบกวนเป่าด้วยครับ”


    หู่จือเกิดอาการตื่นตระหนกขึ้น เขาแปลกใจมากว่าทำไมหลินเฉี่ยนถึงตื่นแล้วและเขายังกลัวว่าตำรวจจะเห็นเธอด้วย ตอนนี้เขาก็เลยประหม่าสุด ๆ จนทำให้ตำรวจรู้สึกผิดสังเกต


    เมื่อตำรวจเห็นท่าทางของเขาก็เกิดความสงสัยและตอนที่เขากำลังเป่าอยู่นั้น ตำรวจก็กวาดตามองเข้ามาด้านในรถ


    “ช่วยด้วย มีคนอยู่ในนี้ ช่วยด้วยค่า...” หลินเฉี่ยนยังคงพยายามเค้นเสียงตะโกนพร้อมทั้งเคาะประตูรัว ๆ


    หู่จือเป่าไปพลางกระทืบเท้าไปพลางเพื่อหวังจะกลบเสียงที่หลินเฉี่ยนเคาะประตู


    “นี่คุณกำลังทำอะไร ? ไม่อยากให้ความร่วมมือเหรอครับ ?”


    “ปะ... เปล่าครับ พอดีขาผมมันชาน่ะครับ เลยอยากจะขยับขายืดเส้นยืดสายซะหน่อย”


    หลังจากตรวจเสร็จแล้ว ค่าแอลกอฮอล์ก็ออกมาปกติดีแต่ตำรวจก็ยังไม่วายสงสัยเขาอยู่เนือง ๆ “ขอดูใบขับขี่และบัตรประชาชนด้วยครับ”


    “.......” หู่จือเห็นว่าด้านหลังเงียบเสียงลงแล้วแต่เขาก็ยังไม่กล้าวางใจ เขาสูดหายใจเข้าเรียกสติและพูดขึ้นมา “คุณตำรวจครับ ผมเป็นพลเมืองดี ไม่ได้กินเหล้า ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย ผมแค่มาจอดรถแป๊บเดียวเอง ถ้าจอดไม่ได้เดี๋ยวผมไปตอนนี้เลยก็ได้ครับ”


    พูดจบหู่จือก็เสียบกุญแจเพื่อออกรถ


    แต่ตำรวจรู้สึกได้ทันทีว่าอีกฝ่ายทำตัวมีพิรุธเขาจึงยื่นมือเข้ามาก่อนกดบ่าของหู่จือไว้ “คุณครับ กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจสอบด้วยครับ ถ้าไม่เช่นนั้นผมจะถือว่าคุณฝ่าฝืนและไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่นะครับ”


    หู่จือชักจะโมโหขึ้นมาแล้ว “โห่! คุณตำรวจ คุณให้ผมตรวจแอลกอฮอล์ผมก็ทำแล้ว ตรวจเสร็จผมก็จะไป แล้วทำไมยังไม่ปล่อยให้ผมไปอีก ? ปล่อยผมเดี๋ยวนี้เลยนะ!”


    แต่มีหรือตำรวจจะปล่อยไป ด้วยประสบการณ์ที่มีจึงทำให้ตำรวจมือไวกว่าและรีบดึงกุญแจรถออกมาได้สำเร็จซึ่งนั่นทำให้หู่จือยิ่งกระวนกระวายหนักกว่าเก่า เขาทุบพวงมาลัยรถอย่างแรงและสบถเสียงดัง “บ้าเอ๊ย! อะไรกันนักหนาวะ! ก็เห็น ๆ อยู่ว่าเป็นผลเมืองดีแท้ ๆ ขอให้ความร่วมมือก็ยอมปฏิบัติตามแล้ว แล้วทำไมต้องมายึดกุญแจด้วย ไม่รู้แหละ ผมจะไปร้องเรียน!”


    ในเวลานั้นเอง หลินเฉี่ยนก็โผล่หน้าขึ้นมาตรงกลางเก้าอี้ระหว่างเบาะคนขับกับเบาะคนนั่งข้าง ๆ แล้วพยายามตะเบ็งเสียงอย่างเต็มที่ “ช่วยหนูด้วย...”


    หู่จือเหงื่อท่วมไปแล้วตอนนี้ ‘โว้ยยย ซวยชิบ’


    ตำรวจจราจรเหล่ตามองหู่จือพลางขมวดคิ้วและพูดเบา ๆ “หึ! อย่างที่สงสัยไว้ไม่มีผิด”




    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว] ยอดดวงใจคุณชายนักรบ ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405