คิวดูดวงตอนเช้าวันนี้เป็หญิงสาวคนหนึ่งที่จองผ่านระบบเรียบร้อย แต่เวงจำไม่ได้ว่าเคยเห็นหน้าหรือไม่ เพราะโปรไฟล์เธอเป็รูปการ์ตูนสัตว์เลี้ยงแทนใบหน้า
พอประตูเปิด เธอก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
“สวัสดีค่ะคุณเวง ข้าวฟางนะคะ”
ข้าวฟาง หญิงสาววัย 25 ปี ผิวขาวซีด ผมยาวตรงรวบหางม้าเรียบ ๆ แต่งตัวเรียบร้อยในเสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงผ้าสีเบจ กับรองเท้าผ้าใบขาวที่ดูเก่าเล็กน้อย ดวงตาเศร้า ๆ เหมือนแบกอะไรบางอย่างไว้ตลอดเวลา
เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะนั่งลงหน้าโต๊ะ เวงเหลือบมองด้านหลังที่ไม่มีใครตามมา... แต่แล้วสายตาก็ปะทะเข้ากับหญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมบาง ใบหน้าดูใจดี ดวงตากลมโตใต้แว่นตาทรงเรียบ ๆ ผมมวยต่ำเรียบร้อยในเสื้อคอกลมสีอ่อนกับผ้าถุงลายดอกเก่า ๆ รอยยิ้มของเธออบอุ่นแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย นั่นคือ ‘แม่’ ของข้าวฟาง ที่ตอนนี้ไม่ใช่คนแล้ว
เวงถอนหายใจเบา ๆ ในใจ 'เจอของจริงอีกแล้ว...'
"เลือกไพ่ได้เลยค่ะคุณข้าวฟาง" เวงที่สับไพ่เสร็จพอดีก็ทำการสไลน์ไพ่ออกมาที่โต๊ะ เพื่อให้ข้าวฟางเลือก
เสียงประตูห้องครัวแง้มเบา ๆ ก่อนที่ผีป้านวลจะโผล่หน้าเข้ามาเล็กน้อย หญิงสูงวัยผู้เป็เ้าของห้องเช่าเก่าและแม่บ้านประจำคอนโดของเวง แต่ตอนนี้เมื่อป้านวลกลายเป็ผีแล้วเลยผันตัวมา 'ต้อนรับผี' ของลูกค้า และคอยปกป้องผีที่จะมาทำมิดีมิรายเวงและคอยดูแลห้องเมื่อเวงไม่อยู่ เรียกว่าคุ้มหลายต่อเลยทีเดียว
ผีแม่ของข้าวฟางหันไปเห็นป้านวลก็พยักหน้าทักทายให้อย่างสุภาพ ป้านวลยิ้มและพยักหน้าเบา ๆ
'แม่เขามาดี ลูกเขายังเด็ก ยังผูกอยู่เยอะ อยากฝากให้เธอช่วยบอกลูกเขาแทน' เสียงป้านวลนุ่มนวลจนเกือบเหมือนกระซิบ เหมือนเข้าใจหัวอกของกันและกัน แล้วเดินกลับเข้าไปในครัวเงียบ ๆ
เวงได้ยินแบบนั้นก็มองบนนิดหน่อย โถถถถ ถ้าข้าวฟางเด็ก งั้นคนอายุ 15 ไม่ใช่ทารกเลยเร๊อะ ! แต่ก็นะ แม่มองลูกตัวเองว่าเด็กวันยังค่ำ!
ระหว่างนั้นข้าวฟางยื่นมือมาััไพ่ เหมือนจะลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมาเบา ๆ
“ฉันอยากรู้ว่าแม่อยู่ที่ไหน... หลังจากที่เสียไป ฉันรู้สึกเหมือนเขายังอยู่แถว ๆ นี้ ฉันฝันถึงเขาบ่อยมาก แล้วก็รู้สึกว่า... เหมือนยังมีอะไรที่ค้างคา”
ผีแม่ยิ้ม และพยักหน้าเบา ๆ เหมือนยืนยันสิ่งที่ลูกสาวพูด ก่อนจะหันมาสบตาเวงด้วยแววตาเว้าวอน
เวงถอนหายใจอีกครั้ง แล้วพยักหน้าเบา ๆ
“ฟาง รู้สึกว่ามีอะไรที่ยังไม่พูดกับแม่หรือยังไม่ได้ยินจากแม่หรือเปล่า?”
ข้าวฟางชะงัก ดวงตาเริ่มคลอด้วยน้ำตา
“ตอนเขาเข้าโรงพยาบาล ฉันไม่ได้ไปหาเลย เพราะ่นั้นฉันทำงานหนักมาก กำลังจะได้เลื่อนขั้น แล้วพอจะไป... เขาก็จากไปแล้ว ฉันรู้สึกผิดมากเลย บางคืนก็ฝันว่าเขานั่งร้องไห้อยู่คนเดียว ฉันกลัวว่าเขาจะยังไม่ไปไหน เพราะฉันไม่ยอมปล่อย...” จากนั้นก็ปล่อยโฮออกมา
เวงมองหน้าผีแม่ข้าวฟาง เพราะรอให้เธอพูดสักอย่างหรือให้คำตอบอะไรก็ได้ เธอจะได้บอกข้าวฟางให้ แต่แม่กลับเงียบพร้อมยิ้มมาให้
"โอ๊ยคุณแม่ มีอะไรก็บอกมาสิ เดี๋ยวหนูบอกข้าวฟางให้" เวงพูดซุบซิบเบาๆ แต่ยังไงข้าวฟางก็ไม่สังเกตุอยู่แล้วเพราะนางร้องไห้อยู่
แต่ผีแม่ก็ยืนยื้มแล้วเงียบ ข้าวฟางก็ร้องไห้ไม่หยุด เป็สถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกมาก ถ้าพี่ที่ตามมาไม่บอก แล้วเธอจะเอาอะไรไปดูดวงให้ละเนี่ย
กรรมมีแต่บุญบัง ป้านวลโพล่มาข้างๆ ผีแม่พร้อมมองหน้ากัน สื่อสายตากันแบบที่เวงก็ไม่เข้าใจ แล้วป้านวลก็หันมาพูดว่า
'ลิ้นชักเวง ให้ข้าวฟางไปดูที่ลิ้นชัก'
เวงพยักหน้าช้า ๆ โอ๊ยยย สื่อกระแสผีกันเหรอ มันเชื่อถือได้ไหมเนี่ย แต่เอาวะ ไม่งั้นก็ไม่มีคำตอบอะไรไปให้ข้าวฟางเหมือนกัน เธอสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะพูดด้วยเสียงนุ่มที่สุดเท่าที่ทำได้
“แม่ของเธอยังอยู่ อยู่ใกล้มาก ๆ ด้วย... และเขาอยากให้เธอเปิดลิ้นชักใต้หัวเตียงดู”
ข้าวฟางสะอึกเล็กน้อยแล้วเงยหน้ามองเวง
“ลิ้นชัก...? ฉันไม่ได้เปิดมันนานมากแล้ว” หน้าข้าวฟางเหมือนพยายามนึกย้อนกลับไปในอดีต
“ลองไปเปิดดูนะ แม่เขาทิ้งอะไรไว้ให้” ข้าวฟางพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะนั่งตั้งสติสักพัก และขอตัวกลับก่อนเพื่อจะเดินทางกลับบ้านไปดูในลิ้นชักที่ว่า
บ่ายวันนั้น หลังพักกินข้าวเที่ยงเสร็จ เวงได้รับข้อความจากข้าวฟางว่า:
“ฉันเปิดลิ้นชักแล้ว เจอไดอารี่ของแม่ เล่มที่แม่ไม่เคยให้ใครอ่านเลย...”
และอีกบรรทัดถัดมา
“แม่เขียนถึงฉันทุกหน้าเลย เขาขอโทษที่ทำให้รู้สึกผิด เขารักฉันมาก และไม่เคยโกรธที่ฉันไม่ได้ไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาลเลย ฉันร้องไห้หนักมาก แต่เหมือนอะไรบางอย่างในอกมันโล่งขึ้น... ขอบคุณนะเวง”
แสงแดดสายส่องเข้ามาที่ห้องเวงในจังหวะนั้นพอดี เหมือนใครสักคนบนฟ้าเพิ่งยิ้มออก เวงอ่านแล้วเงียบไปนาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างครุ่นคิด
เสียงกระซิบแ่เบาจากผีแม่ลอยมาตามลมที่พัดผ่านผ้าม่านเบา ๆ ว่า
'ตอนนี้แม่สบายใจได้แล้วลูก... ขอบใจนะที่ช่วยบอกเขาแทนแม่'
เวงยิ้มน้อย อีกใจก็ดีใจด้วย แต่อีกใจก็หมั่นไส้ แหมม ที่ตอนนั้นนะไม่พูด! เกือบไม่มีข้อมูลบอกข้าวฟางแล้วไหมละ! แต่ก็ช่างมันเถอะ จบด้วยดีก็ดีแล้ว\
ปอยที่อยู่ๆ โพล่มานั่งบนโต๊ะก็เริ่มแซวว่า
'แหมม ไม่ทันเปิดไพ่ก็ดูดวงชี้แนะให้เลยนะเจ้ ไม่กลัวคนนจับได้เหรอ ว่าจริงๆ เป็หมอดูกำมะลออะ! ฮ่าๆๆ'
เวงที่นั่งเท้าคางอยู่ถือกับก้มหน้าลงโต๊ะ ใช่ค่ะ นั้นก็เป็อีกเื่ที่เป็กังวลอยู่ เพราะตอนนั้นมันอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ลูกดวงเอาแต่ร้องไห้ ผีที่ตามมาก็เอาแต่เงียบไม่พูด แต่ก็นะ ร้องขนานนั้นคงจะจำอะไรไม่ค่อยได้หรอก เฮ้ออออ
'คนเป็ไปต่อไม่ได้ เพราะคนตายยังรั้งไว้... และคนตายก็ไปไม่ได้ เพราะคนเป็ยังไม่ยอมปล่อย'
เมื่อเวงไม่ตอบเ้าปอยก็ไม่ลดละ ลอยมาอยู่ข้างหน้าเวงแล้วถามเสียงใสว่า
'เจ้ๆ ทำไมถึงชื่อเวง อะ ชื่อเจ้แปล๊กแปลก แม่เจ้เคยเขียนไดอารี่บอกความหมายมั่งเปล่า?'
เวงมองหน้าเ้าผีเด็กปอยจอมกวนตนนี้ ที่ดูท่าจะไม่ยอมไปไหนถ้าเธอไม่ตอบหรือเล่นด้วย ก่อนจะกลั้นใจตอบความจริงที่แสนตลกร้ายว่า
“หลายคนก็สงสัยว่าทำไมฉันชื่อเวง... จริง ๆ มันมาจากคำว่า 'เวรกรรม' ที่แม่ตั้งไว้ตอนเกิด บอกว่าเห็นหน้าแล้วรู้เลยว่า คนนี้ต้องมีภารกิจอะไรแปลก ๆ แน่ ๆ…” ทันที่ ที่เวงพูดจบ เ้าเด็กผีก็ขำก๊ากก พร้อมลอยกลิ้งไปกลิ้งมา
'ก็แปลกจริง ๆ แหละเจ้ ดูผี ดูคน สื่อสารข้ามภพ นี่แม่เจ้เป็หมอดูตัวจริงเสียงจริงใช่ไหม?'
เวงหมั่นไส้เลยโยนหมอนอิง ไปทางที่เ้าปอยนั่งขำอยู่ แต่หมอนไม่ได้ทำหน้าที่ของมัน เพราะมันไม่ได้กระแทกใคร แต่ทะลุผ่านร่างเ้าปอยไปเลย
ปอยเห็นแบบนั้นก็ยิ่งขำ เข้าไปใหญ่ ดีใจที่วันนี้แกล้งเวงสำเร็จ
'แบร่ๆ จ้างให้ปาร้อยครั้งก็ไม่โดน ไปดีกว่า' แล้วปอยก็หายวั๊บไป
บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบลงอีกครั้ง แต่เป็ความเงียบที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
'ติ๊ง' เสียงแจ้งเตือนจากมือถือดังอีกครั้งพร้อมข้อความว่า
"ผมถึงแล้วครับแม่หมอ" ลูกค้ารายถัดไปมาถึงแล้วสินะ