ข้าขอปฏิเสธ
เมื่อได้ยินคำกล่าวของฟางเฉินพวกต้าเยี๋ยนก็เบาใจอย่างน้อยเวลาหลายเดือนมานี้ความสัมพันธ์ของทิ้งสามคนก็ถือว่าเป็นสหายกัน“อ้อ ใช่ข้าได้ข่าวมาว่าครั้งนี้ มีศิษย์หลักต้องการคนรับใช้หลายคนและ 1 ในนั้นก็คือ เทพธิดาของสำนักจู่หลงของพวกเราอีกด้วย” ซือถูกล่าว“เทพธิดา?????” ฟางเฉินเอียงคอด้วยความสงสัย“อ้อ ข้าลืมไปตั้งแต่ที่เจ้าเข้าสำนักมาเจ้าก็แทบไม่สนใจสิ่งอื่นนอกจากบ่มเพาะ ปรุงยาและตีเหล็กสินะ” ต้าเยี๋ยนกล่าว“รีบบอกมาเถอะน่าว่าพวกเจ้าหมายความว่ายังไง” ฟางเฉินกล่าว“เทพธิดาที่ข้าพูดถึงคือ ศิษย์พี่หญิงที่เป็นคนงดงามที่สุดในสำนักและนางยังมีอำนาจที่ไม่น้อยกว่าผู้อาวุโสเลย นั่นก็เพราะนางคือลูกศิษย์ของเจ้าสำนักและว่ากันว่านางเหมือนจะเป็นบุตรสาวของเจ้าสำนักอีกด้วย” ซือถูกล่าว“หืม อย่างงี้นี่เอง เพราะงั้นพวกเจ้าก็เลยแสดงสีหน้าตื่นเต้นแบบนี้งั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับมองทั้งสองด้วยสายตาละอา“แน่นอน เพราะถ้าได้รับใช้ศิษย์พี่หญิงคนนั้นต่อให้ต้องรำบากแค่ใหนข้าก็ยอม แล้วมันไม่จบแค่นั้นเพราะว่าสำหรับศิษย์หลักจะมีพื้นที่ส่วนตัวเป็นของตัวเองเพราะงั้นจึงไม่แปลกที่คนรับใช้จำเป็นต้องย้ายไปอยู่ใกล้ๆ เจ้าเข้าใจความหมายที่ข้าจะกล่าวหรือไม่” ต้าเยี๋ยนกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา“แน่นอนข้าเข้าใจดีเลยละว่าพวกเจ้ามันบ้า แล้วถ้าเกิดถูกเลือกเป็นคนรับใช้ จะต้องทำยังไงถึงจะสามารถหลุดพ้นออกจากหน้าที่นั้นได้” ฟางเฉินกล่าว“ไม่ยากขอแค่เจ้าทะลวงเข้าสู่ระดับนักรบเจ้าก็สามารถหลุดพ้นได้แล้ว และส่วนใหญ่พวกเขาจะไม่เลือกคนที่มีระดับบ่มเพะที่สูงมากเพราะคนพวกนั้นจะอยู่รับใช้พวกเขาไม่นานและกว่าจะถึงเวลาเลือกศิษย์สายนอกไปเป็นคนรับใช้ใหม่ก็ต้องใช้เวลาอีก 1 ปี” ซือถูกล่าว“แบบนี้นี่เอง เอาเถอะยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับข้านี่นะ” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าผ่อนคลายหลังจากนั้นไม่นานวันที่ศิษย์สายในและศิษย์หลักจะเลือกศิษย์สายนอกไปเป็นคนรับใช้ก็มาถึง“ศิษย์สายนอกทั้งหมดร้อยกว่าคนถูกเรียกตัวมาหมดเลยสินะ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับมองเห็นศิษย์สายนอกจำนวนมากมารวมตัวอยู่“หืมนั่นมันฟางเฉินไม่ใช่เหรอ”“เจ้านั่นจะถูกพี่ชายของหม่าจิ้งเลือกหรือไม่”“ไม่มีทางเจ้าไม่เห็นเหรอว่าเหล่าผู้อาวุโสแทบทั้งหมดมารวมตัวกันอยู่ตรงนั้น” ผู้คนต่างพากันกล่าวขึ้นตอนนี้ผู้อาวุโสสายนอกค่อนข้างให้ความสำคัญต่อฟางเฉินอย่างมากพวกเขาจึงไม่มีทางปล่อยให้พี่ชายของหม่าจิ้งทำอะไรฟางเฉินอย่างแน่นอน“ดูนั่น นั่นมันพี่ชายของหม่าจิ้ง เขามาจริง ๆด้วย” ผู้คนต่างกล่าวขึ้นฟางเฉินมองไปยังพี่ชายของหม่าจิ้งซึ่งมีรูปร่างที่สูงใหญ่และหัวล้าน แค่มองก็รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นพวกป่าเถื่อนและชอบใช้กำลัง พี่ชายของหม่าจิ้งมองมาที่ฟางเฉินด้วยสายตาเย็นชาจิตสังหารปรากฎออกมาเป็นระยะ ๆ“นั่นหนะหรือศิษย์พี่หญิงที่ว่ากันว่างดงามที่สุดในสำนัก” ศิษย์สายนอกและศิษย์สายในพากันมองไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่บนก้อนเมฆซึ่งก้อนเมฆนั้นคืออุปกรณ์บินได้เหมือนกับเรือเหาะ เพียงแต่ก้อนเมฆก้อนนี้สามารถบรรจุคนได้มากสุดแค่ 2 คนเท่านั้นหญิงสาวสวมชุดสีม่วงพร้อมกับมีผ้าปิดปากปิดเอาไว้เผยให้เห็นแววตาสีม่วงงดงามออกมา เหล่าชายหนุ่มพากันเลือดสูบฉีกแม้แต่ศิษย์สายในบางคนก็ยังอยากรับหน้าที่รับใช้นาง แต่ว่าหลายๆคนก็รู้ส่ามีเพียงแค่ศิษย์ที่เป็นผู้หญิงเท่านั้นที่จะถูกเลือก“เย่เซียนทำไมเจ้าถึงได้สนใจคนรับใช้เอาตอนนี้ละ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวชุดม่วงซึ่งมีนามว่าเย่เซียนพร้อมกับกล่าวด้วยรอยิ้ม“ข้าจะทำอะไรมันก็เรื่องของข้า” เย่เซียงที่มีสถานะสูงส่งแน่นอนว่าย่อมมีเหล่าชายหนุ่มคอยตามตื้อนางและมันก็ทำให้นางรู้สึกรำคาญอย่างมากเช่นกัน“ข้าก็แค่คิดว่าถ้าเจ้าต้องการคนรับใช้จริง ๆข้าสามารถหาศิษย์สานในบางคนมาเป็นคนรับใช้ให้กับเจ้าได้” ชายหนุ่มยังไม่ยอมแพ้แล้วกล่าวขึ้น“นั่นมันหวังเฟยเป็นศิษย์หลักอันดับต้นๆของสำนักและว่ากันว่าหวังเฟยเป็นหลานของผู้อาวุโสสูงสุดอีกด้วย”“ไม่แปลกใจเลยที่หวังเฟยจะกล้าตามตื้อศิษย์พี่หญิงเย่เซียน” ผู้คนพากันกล่าวขึ้น“ดูเหมือนว่าการจะไปเป็นคนรับใช้ของศิษย์พี่เย่เซียนจะทำให้พวกเจ้ากลายเป็นศัตรูกับหลายๆคนได้นะ” ฟางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มเมื่อมองไปยังต้าเยี๋ยนและซือถู“พวกข้าก็แค่กล่าวไปงั้นแหละ จริง ๆแล้วไม่มีทางที่ศิษย์พี่เย่เซียนจะเลือกผู้ชายอยู่แล้ว” ซือถูกล่าว“ข้าหม่ากู่ต้องการเลือกชายที่ชื่อฟางเฉินไปเป็นคนรับใช้” ในขณะที่คนอื่นกำลังสนใจพวกเย่เซียนและหวังเฟย หม่ากู่ก็ประกาศออกมาทันที“ใช่จริง ๆด้วยหม่ากู่ต้องการจะสังหารฟางเฉินจริง ๆ” ต้าเยี๋ยนกล่าวด้วยความโกรธ“ข้าขอปฏิเสธ” ฟางเฉินกล่าวออกมาด้วยสีหน้าสงบ“หืม สวะอย่างเจ้าคิดจะปฎิเสธข้างั้นเหรอ” หม่ากู่คำรามออกมาจิตสังหารระเบิดออกมาทันที“ศิษย์สายนอกฟางเฉินเป็นผู้ช่วยของผู้อาวุโสอย่างพวกข้าเพราะงั้นนอกจากฟางเฉินแล้วคนอื่น ๆพวกเจ้าสามารถเลือกได้ตามใจชอบ” ผู้อาวุโสไคลุกขึ้นก่อนจะกล่าวออกมาเหล่าศิษย์สายในพากันแสดงสีหน้าแปลกใจเพราะเรื่องนี้ไม่เคยปรากฎขึ้นมาก่อนถึงแม้จะมีหน้าที่ของผู้ช่วยอาวุโสอยู่นั่นก็สำหรับผู้อาวุโสหนึ่งคนแต่ฟางเฉินกลับเป็นผู้ช่วยของเหล่าผู้อาวุโสเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่หนึ่ง“แบบนั้นมันจะไม่ผิดกฎของสำนักงั้นเหรอผู้อาวุโส” หม่ากู่กล่าว“ไม่ผิด และไม่มีทางผิด เจ้าอาจจะยังไม่รู้ว่าเม็ดยาที่พวกข้าส่งหทางสำนักนั้นมากว่าปกติ 2 เท่าหลังจากที่ฟางเฉินมาช่วยเหลืองานข้า” ผู้อาวุโสไคกล่าว“และไม่ใช่แค่นั้น ทั้งอุปกรณ์และอาวุธต่างก็ผลิตได้มากขึ้นหลังจากฟางเฉินมาช่วยงานเพราะงั้นพวกเราไม่อยากให้คนที่มีประโยชน์ต่อสำนักแบบนี้ไปเป็นคนรับใช้ส่วนตัวของใครบางคนได้” ผู้อาวุโสไคยืนขึ้น เหล่าผู้อาวุโสศิษย์สายนอกพากันยืนขึ้นหมดพร้อมกับแรงกดดันถูกปล่อยออกมาจากพวกเขาใบหน้าของหม่ากู่กลายเป็นบิดเบี้ยวทันที ถ้าแค่ผู้อาวุโสไคเขายังพอที่จะมีความมั่นใจในการโต้เถียงแต่ตอนนี้ผู้อาวุโสทั้งหมดกลับออกหน้าปกป้องฟางเฉินทำให้เขาไม่สามารถพูดอะไรได้ไม่อย่างงั้นทางสำนักจะลงโทษเขาอย่างแน่นอนและต่อให้คนที่อยู่เบื้อหลังของเขาออกหน้าก็ใช่ว่าจะสามารถช่วยเขาได้หม่ากู่หันหน้าไปทางหวังเฟยด้วยสีหน้าขอความช่วยเหลือ คนทั้งหมดที่สังเกตุเห็นก็รู้ทันทีว่าหม่ากู่นั้นเป็นคนของหวังเฟย“ผู้อาวุโสทุกท่าน ถ้าอย่างงั้นข้าหวังเฟยคนนี้ขอรับตัวฟางเฉินไปเป็นคนรับใช้ได้หรือไม่ แน่นอนว่าข้าจะชดเชยเรื่องผู้ช่วยให้อย่างแน่นอน” หวังเฟยกล่าว“ไม่ได้ หวังเฟยข้ารู้ว่าหม่ากู่เป็นคนของเจ้าและเจ้าก็เป็นหลานของผู้อาวุโสสูงสุด แต่เจ้าอย่าลืมว่านี่คือสำนักจู่หลงไม่ใช่สำนักเว่ยและสำนักอู่ สำนักจู่หลังไม่สนสายสัมพันธ์ระหว่างสายเลือด ต่อให้เป็นลูกของผู้อาวุโสก็ต้องเริ่มกลายเป็นศิษย์สายนอกเหมือนกับคนทั่วไปเพราะงั้นอำนาจของบิดา มารดา หรือญาติๆไม่สามารถใช้ในสำนักจู่หลงได้ไม่อย่างงั้นหอคุมกฎจะออกมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง” ผู้อาวุโสไคกล่าวใบหน้าของหวังเฟยกลายเป็นมืดมนเช่นกัน เป็นเรื่องจริงว่าตนเป็นหลานของผู้อาวุโสสูงสุดทำให้เหล่าศิษย์หลายๆคนหวาดกลัวเขา แต่กับพวกผู้อาวุโสที่เก่าแก่แบบพวกผู้อาวุโสไคนั้นไม่ใช่พวกเขาต่างก็อยู่มานานและคุ้นชินกับกฎของสำนักอย่างดี