เซร่าดีใจมากที่ได้มาเห็นน้ำทะเล และสามารถััได้ไม่ใช่เพียงแค่ในหนังสือที่เธอได้เคยแต่นั่งอ่านมองดู
เธอจึงลืมตัวไปว่าร่างกายของเธอนั้นไม่สามารถที่จะออกกำลังได้มากเกิน
ดังนั้นการที่เธอวิ่งเล่นไล่ปูลมมากเกินไป ประกอบกับแสงแดดที่เริ่มจะร้อนแรงขึ้น ทำให้เธอมีอาการหอบ หน้ามืด และตาลาย จนทนไม่ไหวต้องทรุดตัวลงนั่ง
“เป็อะไรรึเปล่า?” เสียงของชายหนุ่มดูเจือปนด้วยความเป็ห่วงดังขึ้นด้านหน้าของเซร่าที่นั่งชันเข่ากับพื้นอยู่
เซร่าเงยหน้าขึ้น และหรี่ตามองเนื่องจากแสงแดดที่ส่องสะท้อนมา ก็พบว่าคิมหันต์กำลังยืนอยู่ตรงด้านหน้าของเธอ
เซร่าสั่นหัวเป็เชิงปฏิเสธ เพราะเธอไม่อยากให้ใครต้องมารู้เื่ที่เธอไม่ค่อยแข็งแรง
“เปล่าๆ ไม่เป็อะไรน่ะ…. ว้าย!”
เซร่ารีบลุกขึ้นยืนทันที เพื่อแสดงให้คิมหันต์เห็นว่าเธอไม่เป็อะไร ก่อนจะรู้สึกหน้ามืดเซจะล้มลง แต่โชคดีที่ชายหนุ่มรับร่างของเธอเอาไว้ได้ทัน
“……….”
คิมหันต์รับร่างบอบบางของเซร่าเอาไว้ ทั้งคู่ชะงักจ้องมองดวงตากัน ราวกับเวลาหยุดลงชั่วขณะ
ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนของเซร่าจ้องมองชายหนุ่มอย่างสำรวจ เนื่องจากเธอเพิ่งเคยเห็นใบหน้าของเขาใกล้ๆ ก็ครั้งนี้เอง
ใบหน้าของเขาช่างดูเกลี้ยงเกลา คิ้วที่หนา และผิวสีแทนทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มดูคมเข้ม มีหนวดกลุ่มเล็กๆ ขึ้นอยู่ภายใต้จมูกของเขา
เมื่อมองดูแล้วช่างแตกต่างจากเหมันต์สิ้นเชิง เพราะเหมันต์นั้นมีสีผิวค่อนข้างขาว
“ไหนบอกว่าไม่เป็อะไรไง?” คิมหันต์ขมวดคิ้วและถามเซร่าอย่างสงสัย เมื่อเห็นว่าใบหน้าของเธอดูแดงระเรื่อๆ
“อ๋อ…เอ่อ…พอดีฉันลุกขึ้นเร็วไปน่ะ ก็เลยเสียหลัก” เซร่าแก้ตัวอย่างเก้อเขินก่อนจะค่อยๆ ดันตัวเองให้ออกห่างจากคิมหันต์
“แน่ใจรึ?” คิมหันต์ยังคงจับแขนของเซร่าเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เพราะเห็นสีหน้าของเธอเหมือนจะมีไข้
“เอ่อ..นะ..นะ..แน่ใจสิ” เซร่าแก้ตัวอย่างตะกุกตะกัก ก่อนจะหลุบสายตาลง
คิมหันต์จ้องมองอย่างสงสัยและจับผิด หญิงสาวพยายามเอาแขนของตัวเองออกจากการจับกุมของชายหนุ่ม แต่เขายังคงยื้อไว้แน่น
“แล้วทำไมหน้าแดง? แพ้แดดงั้นหรือ?” คิมหันต์เอียงคอมองหน้าเซร่าที่เริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ
“อะ…ใช่ๆ สงสัยฉันจะแพ้แดดน่ะ” เซร่ารีบรับคำอ้างทันที
“งั้นไปทางโน้นดีกว่า” คิมหันต์พยักหน้ารับอย่างไม่สงสัยอะไรมากนัก พร้อมกับจูงมือเซร่าไปอีกทางที่มีต้นไม้ขึ้นคล้ายกับ Oasis กลางทะเลทราย ซึ่งดูร่มรื่นมากกว่าตรงที่พวกเขายืนอยู่
ต้นไม้ที่ขึ้นเรียงรายกลางอ่าวอย่างสวยงามราวกับเป็สิ่งที่พระเ้าสร้างสรรค์มาให้บนเกาะแห่งนี้
รอบๆ อ่าวขณะที่อยู่ใน่น้ำลง ก็ผุดเป็หาดทรายที่ดูขาวสะอาดราวกับแก้วเมื่อยามแสงอาทิตย์ส่องกระทบซึ่งเป็ภาพที่สวยงามที่หาชมได้ยากนัก
คิมหันต์พาเซร่าตรงเข้านั่งพักตรงก้อนหินขนาดใหญ่พอสองคนนั่งได้ ใต้เงาร่มไม้ที่ดูน่าร่มรื่น เพื่อให้เซร่าที่ดูเหมือนมีอาการหอบเล็กน้อยได้พักผ่อน
เซร่านั่งเอนหลังพิงกับต้นไม่ใหญ่ที่ขึ้นอยู่เื้ัและทอดสายตามองออกไปยังทะเลที่ดูเวิ้งว้างเบื้องหน้าของเธอ โดยมีคิมหันต์นั่งลงเคียงข้างเธอและทอดสายตามองออกไปยังทะเลเบื้องหน้าเช่นกัน
ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ ไม่มีใครพูดจาอะไรต่อกัน
เซร่านั่งพักเนื่องจากเธอรับรู้ว่าร่างกายของเธอกำลังอ่อนแรง
ส่วนคิมหันต์ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ แต่เค้าก็ยังคงปิดปากเงียบสนิทไม่พูดจาอะไรออกมา
“...........”
หวัน หวัน!
แหวง แหวง!!
เสียงนกนับพันตัวที่กำลังชุมนุมกันอยู่ส่งส่งเสียงแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบของคนสองคน
เสียงระเบ็งเซ็งแซ่ของเหล่านกมากมายเ่าั้ ไม่สามารถจะแยกแยะออกได้ว่าเป็เสียงของนกอะไร
เซร่าและคิมหันต์หันไปมองยังฝูงนกที่บินมาเกาะเรียงรายตามไม้ที่ปักเอาไว้แถวโขดหินเบื้องหน้าของทั้งคู่
“ขอโทษนะ ที่ทำให้เธอต้องลำบาก” คิมหันต์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
“ฉันไม่คิดว่า พวกนั้นจะทำเื่ที่ร้ายกาจขนาดนี้”
คิมหันต์พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แม้เขาจะรู้ว่ามีผู้หญิงหลายคนที่รวมตัวกันตั้งเป็แฟนคลับของเขา
แต่ชายหนุ่มไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าบรรดาแฟนคลับของเขาจะไปทำอันตรายกับคนอื่น
“ฉันเป็ต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องเดือดร้อนแท้ๆ” น้ำเสียงของคิมหันต์เต็มไปด้วยความสำนึกผิด
“ช่างมันเถอะ”
เซร่าบอกคิมหันต์ หลังจากนิ่งอึ้งไปกับคำขอโทษของคิมหันต์ที่ดูเหมือนอ่อนโยน หากแต่น้ำเสียงยังแฝงความแข็งกระด้างเอาไว้
“ฉันไม่ใส่ใจหรอก”
เซร่าบอกคิมหันต์ก่อนจะหันหน้าเหม่อมองออกไปด้านนอกทะเล เสียงที่บ่งบอกถึงความไม่ใส่ใจของเซร่าทำให้เขามองเธอด้วยความแปลกใจ
“เธอโดนทำร้ายนะ? ยังบอกว่าไม่ใส่ใจอีกงั้นหรือ?” คิมหันต์ขมวดคิ้วสีหน้าประหลาดใจจนยากจะบรรยาย
“อืม....”
เซร่าค่อยๆ เอนตัวนอนลงราบกับพื้นทราย สายตาเหม่อมองดูท้องฟ้าสีครามที่มีนกบินฉวัดเฉวียนไปมาอยู่อย่างเพลิดเพลิน ก่อนจะหลับตาเพราะแสงแดดที่แยงเข้าั์ตาคู่สวยของเธอ
“เพราะอะไร?” คิมหันต์เลิกคิ้วมองเซร่าที่นอนหลับตาพริ้มอยู่กับพื้นทรายด้วยความสงสัย
“ฮื้อ...นายนี่ จะสงสัยอะไรกันนักกันหนา ถามอยู่ได้” เซร่าทำเสียงรำคาญอยู่ในลำคอ ก่อนจะต่อว่าคิมหันต์อย่างไม่ถือสามากนัก
“เฮ้อ..เอาล่ะ ถ้านายสงสัยมากขนาดนั้นฉันจะบอกให้ก็ได้”
เซร่าหันมามองคิมหันต์ และเห็นว่าสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย เธอคิดว่าหากไม่อธิบายคิมหันต์ก็ยังคงเค้นถามเธอเพื่อให้ได้คำตอบจนได้
“ฉันไม่ใส่ใจหรอก เพราะเป็ธรรมดาของผู้หญิงที่เห็นคนที่ตัวเองชอบไปสนิทสนมกับคนอื่น ถ้าเป็ฉัน ก็อาจจะทำอย่างเดียวกัน เพียงแต่การกระทำของพวกเขารุนแรงไปนิด”
“ฉันไม่มีเวลามาใส่ใจกับเื่พวกนี้หรอกนะ “เวลา” ของฉันมีค่าทุกนาที ถ้าต้องมาใส่ใจกับเื่เล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ล่ะก็..ฉันคง...”
เซร่าหันหน้ากลับขึ้นไปมองท้องฟ้าด้วยั์ตาเศร้าสร้อยเล็กน้อย
“เธอคงอะไร?” คิมหันต์ขมวดคิ้ว และมองเซร่าอย่างสงสัย เมื่อเห็นสีหน้าของเธอดูหม่นหมองลงเล็กน้อย
“ไม่มีอะไรหรอก...” เซร่ารีบปฏิเสธและปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
“ฉันก็ต้องขอบคุณนายนะ ที่พาฉันมาที่ๆ สวยงามแบบนี้ ฉันไม่เคยได้มาเห็นหรือว่าัักับสิ่งพวกนี้มาก่อนเลย” เซร่ารีบเปลี่ยนเื่และขอบคุณคิมหันต์ด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“จริงๆ แล้วฉันเคยได้ยินชื่อเสียงของเกาะนี่ แต่ฉันก็ไม่เคยมาที่นี่เหมือนกับเธอน่ะล่ะ นี่ก็เป็ครั้งแรกของฉันเหมือนกันที่มาเที่ยวสถานที่แบบนี้กับคนอื่นที่ไม่ใช่...”
คิมหันต์ชะงักคำพูดไปเมื่อนึกถึงออยเฟ่ย์ เพราะทุกสถานที่ท่องเที่ยวที่เขาเคยไป เขาเคยไปกับออยเฟ่ย์สองคนบ้าง หรือบางครั้งก็มีเหมันต์ไปด้วย
นี่เป็ครั้งแรกที่เขามาเที่ยวสถานที่แบบนี้กับผู้หญิงอื่น
“นายว่าอะไรนะ?”
“ไม่มีอะไร เฮ้อ...”
คิมหันต์รีบปฏิเสธก่อนจะถอนหายใจออกมา และทิ้งตัวลงนอนเคียงข้างเซร่าที่นอนอยู่ก่อนแล้ว
“บางครั้งคนเราก็ทำตามความรู้สึกของตัวเองไม่ได้เหมือนกันนะ” คิมหันต์เอ่ยขึ้นมาลอยๆ
“ก็จริง....แต่การที่ได้ทำตามความรู้สึกของตัวเอง ก็เป็สิ่งที่ดีและถูกต้องไม่ใช่เหรอ?”
เซร่าเอ่ยขัดขึ้นมาเป็นัยๆ เหมือนกับรู้ว่าคิมหันต์กำลังพูดถึงเื่อะไร ทำให้เขานิ่งอึ้งไปเล็กน้อย
“เธอคบกับเหมันต์งั้นเหรอ?” คิมหันต์เอ่ยถามเซร่าอย่างตรงไปตรงมาในสิ่งที่เขาสงสัย ดวงตามองไปยังท้องฟ้าเบื้องบน
“เปล่านี่” เซร่านอนหลับตาพริ้มอยู่ตอบปฏิเสธ
“งั้นทำไมเหมันต์ถึงได้ไม่เชื่อฟังคำสั่งของพ่อ? ทำไมเขาถึงไม่เรียนต่อด้านบริหารอย่างที่พ่อฉัน้าล่ะ?”
“ทำไมเขาถึงเลิกคบกับออยเฟ่ย์?? ถ้าไม่ใช่เพราะเธอบอกให้เขาทำแบบนั้น”
คิมหันต์หันไปมองเซร่าที่นอนอยู่ข้างๆ ั์ตาขุ่นมัวด้วยความไม่สบอารมณ์เพราะเขาคิดว่าเซร่าคือตัวการที่ทำให้เหมันต์เปลี่ยนไป
เซร่าลืมตาขึ้นและนิ่งไปกับคำถามที่คิมหันต์ถามเธอรัวเป็ชุด
หญิงสาวไม่รู้ซักนิดว่าการที่เหมันต์คิดจะเรียนต่อด้านออกแบบภายในจะทำให้เขาไปขัดคำสั่งของพ่อเขา
ส่วนเื่ที่เหมันต์เลิกคบกับออยเฟ่ย์นั้น เธอพอจะรู้สาเหตุว่าเพราะอะไร แต่เธอจะตอบอย่างไรล่ะ??
“เื่เรียนต่อของคุณเหม เขาแค่มาปรึกษาฉันว่า เขาอยากเรียนด้านออกแบบภายใน ฉันเลยแนะนำให้คุณเหมรู้จักกับลุงแองเจลโล่ เพื่อแนะนำแนวทางในการเรียนต่อ ก็เท่านั้นเอง”
“ส่วนคุณเหมจะตัดสินใจเรียนต่อด้านออกแบบภายในหรือไม่ เป็สิ่งที่เขาต้องตัดสินใจเอง” เซร่าบอกคิมหันต์อย่างหนักแน่น
“ไม่จริง!! เหมันต์ยอมทะเลาะกับพ่อ เพราะเขาตัดสินใจอยากเรียนต่อด้านอื่นด้วยตนเองเนี่ยนะ? ฉันไม่เชื่อเด็ดขาด!”
คิมหันต์ลุกพรวดขึ้นมานั่งและมองเซร่าั์ตาดุดัน
หญิงสาวรู้สึกใ แม้น้ำเสียงของคิมหันต์จะไม่เกรี้ยวกราด แต่ดวงตาของเขาก็ทำให้เธอรู้ว่า ผู้ชายคนนี้กำลังโกรธและพาลเธอ
“นี่นาย! คุณเหมมีความคิดของเขาเองนะ ใครจะไปชักจูงเขาได้ง่ายๆ กัน หัดใช้สมองคิดซะมั่งสิ”
“นายเป็น้องคุณเหมแท้ๆ ทำไมถึงไม่รู้ว่าเขาอยากเรียนต่ออะไร”
“การที่ฉันเห็นด้วยกับคุณเหม ว่าเขาควรจะทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ มันผิดตรงไหนกัน?”
“นายชอบเล่นบาสฯ แล้วทำไมคุณเหมเรียนด้านออกแบบไม่ได้ล่ะ?” เซร่าพูดจี้ใจดำของคิมหันต์
“ส่วนเื่ของออยเฟ่ย์.....นายน่าจะรู้ดีที่สุดนะว่า คุณเหมเลิกคบกับออยเฟ่ย์เพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเขา้าให้น้องชายของเขามีความสุขน่ะ” เซร่าพูดจบก็จ้องหน้าคิมหันต์เป็นัยๆ ว่าเธอรู้ว่าเขาแอบชอบออยเฟ่ย์อยู่
คิมหันต์ตกตะลึงกับคำพูดของหญิงสาว เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเหมันต์จะทำแบบนั้นเพื่อเขา
ตลอดเวลาเขาคิดแต่เพียงว่า อยากให้ออยเฟ่ย์มีความสุขกับคนที่เธอรักเท่านั้น
เราทำถูกมั้ยนะ ที่บอกตานี่
แต่ตาบ้านี่ ทั้งซื่อ ทั้งโง่ จะรู้ถึงความห่วงใยของคุณเหมมั้ยล่ะ
ถ้าตานี่ไม่รู้ซะที คุณเหม..ก็น่าสงสารสิ
“ทำไม..เหมันต์ไม่บอกฉันล่ะ” คิมหันต์พึมพำออกมาเบาๆ ตลอดเวลาเขาคิดว่า พี่ชายคือคนที่เขาอยากเอาชนะมาตลอด แต่ไม่คิดว่าพี่ชายของเขาจะยอมเสียสละหญิงคนที่เขารักให้กับตัวเอง
“แล้วทำไมนายไม่ถามคุณเหมล่ะ?”
“ไม่มีทางหรอก”
คิมหันต์ส่ายหัวไปมา เพราะั้แ่เขารู้ว่าพ่อของเขารักเหมันต์มากกว่าเขา ด้วยทิฐิเขาจึงไม่เคยพูดคุยกับเหมันต์อย่างสนิทสนมอีก
“ยังไม่ทันได้ลองทำเลย นายก็บอกว่าไม่มีทางซะละ?”
“ฉัน...”
คิมหันต์นิ่งเงียบไปอีกครั้งเพราะพูดอะไรไม่ออก สิ่งที่ได้รู้วันนี้มันเกินกว่าที่คิดเอาไว้มากนัก ในหัวสมองของเขามันตื้อไปหมด
“เฮ้อ...หลายครั้งที่ฉันคิดว่านายกับคุณเหมนี่ไม่เหมือนกันเอาซะเลย แต่มีครั้งนี้ล่ะที่ฉันคิดว่า นายกับคุณเหมสมกับที่เป็พี่น้องกันเสียจริง” เซร่าถอนหายใจออกมา แล้วก็ทิ้งตัวลงไปนอนแผ่กับพื้นทรายต่อ
“หมายความว่ายังไง?”
“นายกับคุณเหมเหมือนกันตรงที่การตัดสินใจยังไงล่ะ หึหึ” เซร่าลากเสียงยาว แล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ อย่างขำในสีหน้าปุเลี่ยนๆ ของชายหนุ่มที่มองเธออยู่
“บางครั้งการทำตามความรู้สึกของตัวเอง มันก็เป็สิ่งที่ยาก แต่มันก็คุ้มค่าที่จะทำไม่ใช่เหรอ?”
เซร่าอมยิ้มเล็กน้อยให้กับคิมหันต์ ก่อนจะหลับตาพริ้มเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศของ Oasis กลางเกาะอย่างเต็มที่ สายลมที่พัดเอาไอน้ำทะเลขึ้นมาทำให้รู้สึกเย็นสบายอย่างบอกไม่ถูก
คิมหันต์รู้สึกทึ่งกับสิ่งที่หญิงสาวคิด ทุกอย่างที่เธอพูดมานั้นถูกต้องทั้งหมด
เขามองท่าทีของเซร่าที่นอนสบายใจอยู่บนพื้นทรายด้วยสีหน้าฉงน ก่อนจะเผลออมยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูเล็กน้อย
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนราบเคียงข้างเซร่า และอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่กำลังหลับตาอย่างมีความสุข
ยัยคนนี้ก็พูดจามีสาระเป็ด้วยแฮะ...
ยัยนี่เป็ผู้หญิงที่แปลกจริงๆ
โดนพวกนั้นทำร้ายแล้วยังไม่ใส่ใจอีก...
แถมยังพูดจามีสาระน่าเชื่อถือ ..
มิน่าล่ะ..เหมันต์ถึงได้ชอบมาคุยกับยัยนี่บ่อยๆ และทำให้กล้าขัดคำสั่งของพ่อ...
แล้วเราล่ะ....เราจะตัดสินใจยังไงต่อไปดีนะ....
หึหึ..มองหน้ายัยนี่แล้วก็ขำจริงๆ ทำหน้าทำตายังกับไม่เคยเจอที่เที่ยวแบบนี้มาก่อน..
คิมหันต์หลับตาพร้อมกับความคิดมากมายที่วนเวียนอยู่ภายในหัว ลมทะเลที่พัดขึ้นมาทำให้ร่างกายรู้สึกเย็นสบาย และผ่อนคลายอย่างมาก
ชายหนุ่มรู้สึกว่าคลายความตึงเครียดที่อยู่ภายในสมองมาหลายวันได้มาก
ณ เวลานี้เขาคิดแต่เพียงว่า อย่างน้อยขอให้เขาได้ผ่อนคลายสมองวันเดียวก็ยังดี เพื่อที่จะมีกำลังกลับไปเผชิญกับสิ่งที่เขาต้องตัดสินใจ และอะไรหลายๆ อย่างที่เขาต้องจัดการมันด้วยตัวเอง