บทที่ 2
ใน่บ่ายวันนั้น หลังจากที่คุณหมอเข้ามาตรวจร่างกาย เลขาเฟินซึ่งเป็เลขาของท่านประธาน หรือก็คือคุณพ่อของตงิเหว่ย ได้เข้ามาคุยกับเขาเื่ค่าใช้จ่ายและค่าทำขวัญต่าง ๆ
กวางเหอผิงไม่ได้คิดมากอะไร เขารับเงินมาแล้วยอมจบเื่ต่าง ๆ อย่างง่ายดาย
เขาถามถึงอาการของอดีตเ้านาย พบว่ามันเป็ไปตามที่หนังสือบอกจริง ๆ ในตอนนี้มันเหมือนเป็สิ่งที่ยืนยันว่า เื่ที่เขารับรู้มานั้นอาจจะเป็ความจริง
เลขาเฟินบอกว่าข้าวของทั้งหมดของเขา ถูกส่งกลับไปยังบ้านที่อยู่ต่างเมืองหมดแล้ว
หลังจากพูดคุยเื่ทุกอย่างจบ เลขาเฟินก็คืนโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ให้เขา
กวางเหอผิงบันทึกเื่ราวต่าง ๆ ไว้ในชอร์ตโน้ตและส่งข้อความไปหาน้องสาว ว่าตัวเองจะกลับบ้านในอีกสามวันข้างหน้า
หลังจากนั้น เขาก็วางโทรศัพท์ลง ตั้งใจจะนอนพักผ่อน ทว่ากลับมีสายเรียกเข้าจากใครบางคนเสียก่อน
'ท่านประธาน'
ดวงตาสีเพริดอตมองหน้าจอมือถือสักพักใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจและรับสายในที่สุด
"สวัสดีครับท่านประธาน"
"จะลาออกจริง ๆ น่ะเหรอ ครั้งนี้เขาทำรุนแรงเกินไป แต่มันก็มีสาเหตุนะ" กวางเหอผิงกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย
เดาได้ไม่ยากเลย ว่าคนปลายสายโทรมาเพราะเื่อะไร ที่จริงแล้ว...กวางเหอผิงนั้นไม่ได้เริ่มทำงานกับตงิเหว่ยั้แ่แรก
เขาได้ฝึกงานกับตงหยางหรือก็คือพ่อของชายหนุ่มก่อนในปีแรกที่เริ่มทำงาน
เขาไม่รู้ว่าท่านประธานใช้ตาที่ไหนมามองว่าเขากับลูกชายของตัวเองจะทำงานร่วมกันได้ดี ถึงได้ฝึกให้เขาเตรียมตัวที่จะทำงานกับตงิเหว่ยเป็ปี ๆ
กว่ากวางเหอผิงจะรู้ตัวว่าที่เขาเรียนรู้มาทั้งหมดคือแผนการ ที่ท่านประธานจะส่งเขาไปอยู่กับลูกชาย เขาก็ผ่านหลักสูตรทุกอย่างมาหมดแล้ว
แม้จะไม่อยากไปทำงานเป็เลขาของพ่อตัวร้ายเท่าไร แต่จำนวนเงินที่เสนอมาก็สามารถซื้อเขาได้สำเร็จ
ใช่แล้ว...กวางเหอผิงนั้น พ่ายแพ้ต่อสิ่งที่เรียกว่าเงินทองเป็ที่สุด ขอแค่มันมากพอ แม้แต่สิ่งที่เขาเชื่อมาตลอดชีวิตก็สามารถเปลี่ยนได้
ในบริษัทไม่มีใครไม่รู้ถึงอิทธิฤทธิ์ของคุณชายใหญ่ตระกูลตง
เื่ที่ชายหนุ่มนั้นถอดแบบหน้าตาและรูปลักษณ์ภายนอกที่แสนจะดูดี มาจากผู้เป็พ่อนั้นเป็ที่ประจักษ์ต่อทุกคนที่พบเห็น
ทว่า...นิสัยของเ้าตัวกลับได้รับมันมาจากผู้เป็แม่แบบเต็ม ๆ ไม่มีพ่อผสมเลยแม้แต่น้อย ตงิเหว่ย ทั้งเอาแต่ใจ ปากร้าย ทั้งยังหยิ่งในศักดิ์ศรี
ความมั่นใจในตัวเองของเ้าตัวนั้นสูงเทียบเท่าหอไอเฟล ทั้งยังใส่ใจเื่ความสะอาดเป็อย่างมาก จนบางครั้งก็อยากจะจับอดีตเ้านายคนนี้ไปโยนลงบ่อโคลนให้กระอักเืตาย
ยังมีเื่เสื้อผ้าที่เ้าตัวใช้เวลาเลือกเป็ชั่วโมง และในบางครั้งก็ลามมาถึงเื่รสนิยมการแต่งตัวที่จำเจของเขา
เื่กลิ่นน้ำหอมของเขา ที่เ้าตัวไม่ชอบ จนเขาต้องไปวิ่งวุ่นหาซื้อกลิ่นใหม่ ที่แพงแสนแพงจนเขาต้องหลั่งน้ำตา ยังมีเื่น้ำยาปรับอากาศที่จะต้องคอยเปลี่ยนตามอารมณ์ของเ้าตัวที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
ยังดีที่ตงิเหว่ยนั้นทำงานเก่งและฉลาดในเื่ของธุรกิจ เหมือนคุณแม่ที่ตอนนี้เป็หุ้นส่วนกับกาสิโนหลายแห่งในต่างประเทศ
ตลอดการทำงาน กวางเหอผิงนั้นปรับแล้วปรับอีก จนบางครั้งเขาก็จำไม่ได้แล้วว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ตัวเขาชอบและสิ่งที่เ้านายชอบ
กระทั่งมาถึงจุดพลิกผันของชีวิต จุดที่ทำให้เขากล้าที่จะลาออก พ่อของเขานั้นเสียชีวิตไปเมื่อสี่เดือนก่อนด้วยอาการหัวใจวาย ตอนนี้ทั้งครอบครัวเหลือเพียงเขาและน้องสาวที่เป็โอเมก้า
กวางเหอผิงจึงตั้งใจจะกลับไปสานต่อกิจการของคุณพ่อซึ่งก็คือร้านบะหมี่ น้องสาวของเขาเองก็พึ่งเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น เขายังอยากให้เธอได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบในเมืองที่ไม่วุ่นวายนัก อีกทั้งตอนนี้เธอก็อยู่ที่บ้านหลังใหญ่คนเดียว ซึ่งมันอันตรายเกินไป
นั่นคือเหตุผลที่เขาใช้ลาออกและบอกกับสองพ่อลูกและเป็เหตุผลส่วนหนึ่ง
ทว่า...เหตุผลจากใจก็คือ เขาทนมาพอแล้วกับคนสกุลตง เขาไม่อยากที่จะต้องมาคอยทำตามใจคนขี้บงการอย่างตงิเหว่ย ที่ทำตัวเป็ยิ่งกว่าภรรยาในอนาคตของเขาเสียอีก ห้าปีนั้นมากพอแล้ว
ลาขาด
ในปัจจุบัน...กวางเหอผิงมีเงินพอที่จะส่งน้องสาวเขาจนจบมหาวิทยาลัยและยังเหลือใช้ด้วยซ้ำ เพราะเขาเองก็เล่นหุ้นและได้เงินปันผลในทุก ๆ ปี
"นายกำลังแอบด่าลูกชายของฉันอยู่ใช่ไหม" ปลายสายพูดอย่างอารมณ์ดี ตามประสาคนที่ไม่ค่อยคิดมากอะไร
"ก็เหมือนทุกทีนั่นแหละครับ เขาเป็ประเภทคนละแบบกับท่านประธาน ความอดทนของผมนั้นหมดลงแล้ว ถึงเวลาที่เราจะต้องแยกทางกันแล้วล่ะครับ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำให้ผมรู้ว่าเราไปกันไม่รอด"
"อย่าตัดพ้อเหมือนภรรยาที่สามีไม่รักอย่างนี้สิ" ตงหยางเย้าแหย่อย่างไม่จริงจังนัก ใจของเขาแอบเสียดายคนอย่างกวางเหอผิง ชายหนุ่มเป็คนทำงานเก่ง และมีความอดทนสูง แม้จะเห็นแก่เงินและชอบสอดรู้สอนเห็นไปบ้าง แต่ก็มีด้านดี ๆ ที่หาได้ยากหลายอย่าง
"ฮ่า ๆ ๆ" กวางเหอผิงหัวเราะหน้าตาย "คนอย่างเขา ไม่มีใครทนอยู่ด้วยได้นานหรอกครับ"
"มีก็อยู่คนหนึ่ง...นายไง"
"ปล่อยผมไปเถอะครับ" เขามองออกไปนอกหน้าต่าง "ขนาดท่านยังเอาเขาไม่อยู่ เลขาตัวเล็ก ๆ อย่างผมก็ทำอะไรไม่ได้หรอกครับ"
"เขารักนายจะตายและเขาเองก็รักฉันเหมือนกัน"
"ใช้ตาตุ่มมองเหรอครับ ทุกครั้งที่พวกคุณเจอกัน เขาแทบจะเข้าไปต่อยหน้าคุณอยู่แล้ว" ตงิเหว่ยนั้นเป็เหมือนแม่
เขาไม่ค่อยชอบพ่อของเขา ที่ดูไม่จริงจังกับงานและหาความสุขให้กับชีวิตจนละเลยหลายสิ่งหลายอย่าง แม้ตงหยางจะเก่งกาจมากแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถทำให้ลูกชายคนโตปฏิบัติกับเขาดีเท่าที่ควร
"นั่นคือวิธีการบอกรักของเขา"
#คุณหมีตงตงไม่น่ารักเหรอครับ