เจ็ดส่วน!
เชนดูดซับปราณจากหินแกนปราณของอสูรกิ้งก่าทมิฬไปแล้วถึง เจ็ดส่วน!
การดูดซับปราณจากหินแกนปราณนั้นไม่ใช่เื่ง่าย แม้ว่า “ปราณจากสิ่งมีชีวิตอื่น” เ่าั้จะถูกกักเก็บไว้เป็พลังงานบริสุทธิ์ แต่เมื่อเข้าสู่ร่างกายของผู้ดูดซับ อย่างไรย่อมต้องเกิดการต่อต้าน ขัดแย้ง หรือไม่สามารถหลอมรวมกันได้โดยสมบูรณ์
เพราะเช่นนั้น ยิ่งมีผู้ที่สามารถดูดซับได้ในปริมาณมากเท่าใด ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึง พร์อันล้ำเลิศและสายเือันพิเศษจำเพาะ!
และที่สำคัญ...
การดูดซับปราณได้มากส่วน หมายถึงการเติบโตที่รวดเร็วเหนือกว่าผู้อื่นหลายเท่า!
หากคนสองคนได้รับหินแกนปราณประเภทเดียวกัน ผู้หนึ่งสามารถดูดซับได้เพียง หนึ่งส่วน ในขณะที่อีกผู้หนึ่งดูดซับได้ถึง สามส่วน ย่อมเป็ที่ชัดเจนว่าศักยภาพในการเติบโตของบุคคลทั้งสองย่อมแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว!
ทรัพยากรเท่ากัน แต่ผลลัพธ์แตกต่าง!
ท่ามกลางกระแสปราณที่หมุนวนปั่นป่วนไปทั่วร่าง ชายหนุ่มยังคงหลับตาสนิท สีหน้าของเขาผ่อนคลาย ไม่มีวี่แววของความฝืนหรืออาการต่อต้านใดๆ ทุกสิ่งดำเนินไปตามสัญชาตญาณของเขา!
ภายใน จุดรวมปราณ ของเขา เวลานี้ หมอกปราณสีฟ้า ค่อยๆ ก่อตัวหนาแน่นขึ้นทีละน้อย
เขารู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลเข้าสู่ร่างอย่างนุ่มนวล ไร้ซึ่งการต่อต้าน
ราวกับว่าเขากำลังล่องลอยอยู่เหนือหมู่เมฆอย่างแ่เบา
และเชนก็…
ดูดซับต่อไป!
เจ็ดส่วนครึ่ง!
แปดส่วน!
เก้าส่วน!
เก้าส่วนครึ่ง!!
และ…
สิบส่วน!!!
เชนสามารถดูดซับปราณได้ครบทั้งสิบส่วนเต็ม!?!
หินแกนปราณที่ลอยอยู่เหนือมือของกลุ่มพลังงาน เวลานี้พลันแปรเปลี่ยนเป็สีขาวบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งแววปราณหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย!
ร่างแห่งพลังงานที่เฝ้าจับตามองอยู่นั้น เวลานี้ตกอยู่ในความเงียบงัน
แม้จะดำรงอยู่มาเนิ่นนาน จนได้เห็นโลกมาแล้วนับไม่ถ้วน…
แต่นี่คือครั้งแรกที่ได้พบเห็น…
มนุษย์...ไม่สิ… “สิ่งมีชิวิต” ที่สามารถดูดซับปราณได้อย่างสมบูรณ์แบบถึงสิบในสิบส่วน!!!
"…เป็ไปได้...อย่างไร…"
เสียงทุ้มกังวานอันเก่าแก่ เอ่ยขึ้นอย่างแ่เบาเกินกว่าใครจะได้ยิน
โดยปกติแล้ว ปราณของผู้อื่น ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางหลอมรวมเข้ากับร่างของผู้ดูดซับได้โดยสมบูรณ์ ทุกการดูดซับจะต้องมี “สิ่งตกค้าง” หรือ “ความขัดแย้ง” อยู่เสมอ
แต่นี่...
ชายหนุ่มไม่ได้เพียงแค่ดูดซับปราณพวกนั้น…
แต่มันกลับหลอมรวมเข้ากับร่างของเขา…ราวกับเป็ส่วนหนึ่งของเขาั้แ่แรก!!
กลุ่มพลังงานมองชายหนุ่มเบื้องหน้า สายตาเต็มไปด้วยแววครุ่นคิด…
นี่ไม่ใช่เพียงพร์…
มันต้องมีบางสิ่งที่มากกว่านั้น…
บางสิ่งที่ตัวตนเช่นตนเองก็ไม่สามารถมองเห็นอย่างถ่องแท้…
เชนค่อยๆ ลืมตาขึ้น สูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ร่างกายรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด ราวกับตัวเขาถูกชำระล้างจากภายใน
ชายหนุ่มค่อยๆ หันไปทางกลุ่มพลังงาน ก่อนจะเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงเคารพ
“ผู้าุโ?”
กลุ่มพลังงานมองเขานิ่งๆ แววตาราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“ถ้าเป็เ้า…”
ท่านดูเหมือนจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา แต่แล้วก็หยุดไป...
ผ่านไปอึดใจใหญ่ เสียงเก่าแก่ลึกล้ำก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“…เ้าทำให้ข้าประหลาดใจได้เสมอ…ข้าแนะนำ...ถ้าไม่เกิดเหตุจำเป็ใดๆ...เ้าห้ามดูดซับปราณต่อหน้าผู้อื่นโดยเด็ดขาด…”
เชนขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยความสงสัย
“ครับ?”
“เข้าใจหรือไม่”
เสียงเก่าแก่โบราณพูดย้ำมา ทำให้เชนต้องรีบก้มหน้าลงรับคำ
“เข้าใจครับ”
แม้จะไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมต้องปิดบัง แต่เมื่อเป็คำชี้แนะจากผู้าุโที่มีความสามารถระดับนี้ เชนก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ปฏิบัติตาม
ห้ามดูดซับหินแกนต่อหน้าคนอื่น...เชนท่องในใจ
“…ขั้นตอนทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว…เหลือเพียงเ้าทำการโคจรปราณให้สมบูรณ์ก็เป็อันเสร็จสิ้น”
เสียงของกลุ่มพลังงานดังขึ้นช้าๆ
“หลับตาลง…ข้าจะชักนำปราณให้เ้าหนึ่งรอบ จงจดจำมันให้ดี แล้วโคจรปราณตามเส้นทางนั้น”
เชนพยักหน้ารับ ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงตามคำสั่ง
ทันใดนั้น…
เขาััได้ถึงบางสิ่งที่มองไม่เห็น มันคล้ายมืออันทรงพลังที่คอยชี้นำ หมอกปราณสีฟ้าที่รวมตัวกันอยู่ในจุดรวมปราณของเขาถูกขับเคลื่อนไหลเวียนออกจากท้องน้อย กระจายไปทั่วร่างกายผ่านเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย แต่ก็ให้ความรู้สึกพิศวงน่าหลงใหล...
นี่คือการโคจรปราณครั้งแรกของเขา
เชนจดจำทุกเส้นทาง ทุกจุดไหลเวียน ทุกกระแสพลังที่ถูกนำพาไปอย่างตั้งใจ
ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ…
ปราณทั่วร่างของเขาก็ไหลเวียนครบรอบอย่างสมบูรณ์!
เมื่อกระบวนการแรกสำเร็จ เชนไม่ต้องรอให้ผู้าุโลึกลับบอก เขาเริ่มขับเคลื่อนปราณด้วยตัวเองตามเส้นทางเดิมที่เพิ่งถูกชักนำไปเมื่อครู่ทันที
เขาจมดิ่งเข้าสู่ห้วงสมาธิอันลึกซึ้ง ลมหายใจนิ่งสงบ ราวกับหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับพลังปราณที่ไหลเวียนในกายและโลกรอบด้านอันมืดมิด
ยิ่งโคจรมากขึ้นเท่าไหร่...
เขายิ่งรู้สึกได้ถึง พลังที่ไม่เคยััมาก่อน
ร่างกายรู้สึกเบาขึ้น ััทุกอย่างรอบตัวได้ชัดเจนขึ้น แม้แต่เสียงไกลๆ ที่ปกติไม่เคยได้ยิน เวลานี้กลับดังขึ้นมาในโสตประสาทของเขาอย่างแจ่มชัด
แต่ท่ามกลางความรู้สึกเบาหวิวนั้น เขาก็ััได้ถึงพลังวังชาภายในที่ราวกับขุมะเิ ซึ่งพร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อเช่นกัน!
และในขณะที่สมาธิกำลังลอยล่องนั่นเอง...
เขาก็ได้เห็นบางสิ่ง…บางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในจุดรวมปราณของเขา
เชนเพ่งสมาธิไปยังสิ่งที่อยู่ในส่วนลึกของจุดรวมปราณ
สิ่งนั้นคือ…ลูกแก้วใส!?
ลูกแก้วใสนี้คือสิ่งที่กลุ่มพลังงานลึกลับส่งมอบให้เขาหลอมรวมเข้ากับร่าง
และเมื่อเขาจ้องมองมันอย่างตั้งใจ
ภายในลูกแก้วนั้น กลับปรากฏ หมอกสีดำทมิฬ กำลังหมุนวนทวนเข็มนาฬิกาอย่างเชื่องช้า…
ราวกับมีชีวิตของมันเอง!
เชนค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปยังมือทั้งสองข้างของเขา
ความรู้สึกที่แล่นผ่านร่างเวลานี้มันช่าง…มหัศจรรย์!
เขารู้สึกถึงพลังที่ไม่เคยััมาก่อน พลังที่แล่นไปตามเส้นปราณ ราวกับว่าร่างกายของเขาถูกเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง!
เชนอดไม่ได้ หลับตาเพ่งจิตตรวจสอบตนเอง และความรู้สึกที่วูบตอบขึ้นมาก็คือ...
ขั้นสามัญ ระดับสามสิบสอง
ระดับ...สามสิบสอง!?!
ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง!
ก่อนหน้านี้ ก่อนที่เขาจะเข้ามาในมิติ เชนยังอยู่แค่เพียงระดับสองเท่านั้น!
แต่ในเวลานี้...
เขากลับพุ่งทะยานขึ้นมาถึง สามสิบระดับเต็ม!!
“…ไม่ต้องแปลกใจ”
เสียงกังวานเก่าแก่ของกลุ่มพลังงานดังขึ้นขัดความคิดของเขา
“โดยปกติ หากผู้ใดสามารถดูดซับแกนปราณได้ถึงเฉกเช่นเ้า พลังของมัน สามารถดัน “พื้นฐานปราณ” ของเ้า ให้ขึ้นไปถึงขั้นสามัญระดับหกสิบ เป็อย่างต่ำด้วยซ้ำ...”
เชนได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้ามองกลุ่มพลังงานด้วยสายตางุนงง
“ถ้างั้นทำไมถึง…?”
กลุ่มพลังงานนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เพราะเ้าหลอมรวมเข้ากับพลังดั้งเดิมของข้า...และมันคงทำให้เ้าเพิ่มพื้นฐานปราณจากนี้ได้ยากกว่าผู้อื่นอยู่ไม่น้อย”
เชนพยักหน้าเข้าใจ แต่ครู่ต่อมาเขาก็ย่นคิ้วลงเล็กน้อย มีบางอย่างที่ติดค้างในใจเขาอยู่
เขานึกย้อนกลับไปถึงกิ้งก่าทมิฬที่เขาได้ต่อสู้กับมันก่อนหน้านี้
สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังจนแทบไม่มีช่องว่างให้เขาสู้กลับได้แม้แต่น้อย…
และเมื่อมองไปยังกลุ่มพลังงานตรงหน้า ก็เกิดคำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเขา
เชนไม่รีรอ เขาตัดสินใจถามออกไปทันที
“ผู้าุโ…มีส่วนเกี่ยวข้องกับเ้ากิ้งก่าสีดำตัวนั้นหรือเปล่าครับ?”
สรรพเสียงรอบด้านเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงทุ้มลึกของกลุ่มพลังงานจะดังขึ้นอีกครั้ง
“…ทำไมเ้าคิดเช่นนั้น?”
เชนกลืนน้ำลายเล็กน้อย แล้วตอบไปตามตรง
“คือ…ถึงแม้จะน้อยนิด แต่สีดำของมัน...มีบางอย่างที่ให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับร่างของผู้าุโตอนนี้อยู่บ้างน่ะครับ”
“…จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไม่ใช่ก็ได้เช่นกัน...”
??
เชนเผยสีหน้าฉงน ไม่เข้าใจความหมายของคำพูดนั้นนัก
“…วันหนึ่ง อสูรตนนั้นบังเอิญได้ัักับไอพลังของข้า ทำให้มันเกิดการกลายพันธุ์ขึ้น…ก็เท่านั้น”
กลุ่มพลังงานลึกลับกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับทำให้เชนถึงกับ...
‘แค่บังเอิญััไอพลังของผู้าุโ…ถึงกับทำให้อสูรกิ้งก่ากลายพันธุ์ได้ขนาดนั้น?!’
เชนกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว!
ในโลกใบนี้ การเพิ่มระดับของผู้ฝึกปราณเป็เื่ที่ยากเย็นแสนเข็ญ ต้องใช้ทั้งทรัพยากร ความพยายาม และระยะเวลายาวนาน บางคนอาจต้องทุ่มเททั้งชีวิตก็ยังไม่สามารถไปถึงขั้นสามัญระดับร้อยได้
แต่นี่…
แค่ “บังเอิญ” ได้ััไอพลังของผู้าุโ ก็สามารถทะลวงไปถึงระดับนั้นได้!!?
แถมจากที่สังเกต กิ้งก่าทมิฬตนนั้นมันน่าจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าขั้นสามัญระดับร้อยทั่วไปเสียด้วย!!
‘ตัวตนของผู้าุโ…แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่…?’
ขณะที่เชนยังตกอยู่ในห้วงความคิดลึกซึ้ง…
ร่างของกลุ่มพลังงานที่มีรูปร่างคล้ายชายวัยกลางคนก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลง!
เปลวพลังงานสีดำวูบไหว มวลพลังที่เคยจับตัวเป็รูปกายค่อยๆ สูญสลาย
และในที่สุดก็…
กลับคืนสู่ กลุ่มพลังงานไร้รูปร่าง เช่นเดิม!
“ผู้าุโ!?”
เชนอุทานออกมาด้วยความใต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่กลุ่มพลังงานเพียงส่งเสียงหัวเราะแ่เบา ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“…ไม่มีอะไร ข้าเพียงแต่…ใกล้หมดเวลาแล้ว”
“หมายความว่ายังไงครับ?”
“ข้า...ได้เวลาต้องจากไปแล้ว”
คำพูดที่เรียบง่ายนั้น กลับทำให้จิตใจของเชนสั่นะเื
“…ผู้าุโ…ผม…”
เขาอ้าปากเหมือนจะพูดบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไปดี
กลุ่มพลังงานเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยเสียงราวกับดังก้องมาจากห้วงกาลอันไกลโพ้น…
“…ไม่ต้องเสียใจไป…การได้พบกันในวันนี้ คือ “กรรมและโชคชะตา” ทั้งของเ้าและข้า...เป็สิ่งที่อย่างไรก็ต้องเกิดขึ้น...การจากลาเองก็เช่นกัน...ทุกสรรพสิ่งภายใต้ห้วงท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวล้วนถูก “ชะตา” พัดพาเคลื่อนไหว…ส่วน “กรรม” ก็เชื่อมโยงสรรพสิ่งเข้าไว้ด้วยเส้นใยที่มองไม่เห็น... “วิถีแห่งชะตากรรม” ช่างเร้นลับนัก...แม้แต่ข้าเองก็ไม่อาจเข้าใจมันได้อย่างถ่องแท้...”
เสียงของกลุ่มพลังงานเริ่มเลือนรางลงทุกขณะ ยิ่งทำให้คำพูดที่ยากจะเข้าใจความหมายเ่าั้ยิ่งฟังดูน่าขนลุก...
ท่านเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ
“…ก่อนจากไป ข้าจะมอบของขวัญสองสิ่งให้เ้า”
เชนชะงักไปเล็กน้อย
“ของขวัญเหรอครับ…?”
กลุ่มพลังงานไม่ได้ตอบ แต่กลับยกมืออันวูบไหวขึ้น
“…อย่างแรกคือ ‘ชิ้นส่วนพลังของข้า’”
สิ้นคำกล่าวนั้น…
กลุ่มพลังงานเล็กๆ ส่วนหนึ่งพลันหลุดออกมาจากร่างดำทมิฬของท่าน ลอยพุ่งไปยังตำแหน่งท้องน้อยของเชน พุ่งหายเข้าใน [ลูกแก้วใส] ลูกนั้น
น่าแปลก แต่เชนไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ซึ่งผู้าุโลึกลับก็แถลงไขในพริบต่อมา
“…เมื่อใดก็ตามที่เ้าเผชิญกับอันตรายถึงชีวิต จงกระตุ้นพลังนี้…มันสามารถช่วยเหลือเ้าได้สามครั้ง”
เชนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
‘พลังที่ช่วยเหลือ…แถมได้ตั้งสามครั้ง!?’
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ถามอะไรออกไป เสียงของกลุ่มพลังงานก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“…และอย่างสุดท้าย...คือเคล็ดวิชาประจำตัวของข้า...”
เชนเงยหน้าขึ้นมอง กลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว...
“…กัลป์ทมิฬดับแสง…”
นามนี้ราวกับมีพลังอันเร้นลับบางอย่าง เพราะทันทีที่ถูกเอ่ยออกมา มันทำให้โลกมืดมิดรอบด้านสั่นกระเพื่อมไปในทันที!!