ภารดีออกไปทำงานั้แ่เช้า พริมาตื่นมาเห็นแม่คุยโทรศัพท์ สีหน้า เคร่งเครียดแล้วรีบออกไปทันที่นี้โรงเรียนปิดเทอมเล็กสองสัปดาห์ ตอนแรกหล่อนกะว่าจะไปอยู่บ้านคุณตาเพราะไม่ได้ไปเที่ยวบ้านโน้นนานแล้วแต่ภารดีบอกว่า่นี้หล่อนยุ่ง ให้พริมาอยู่ที่นี่ดีแล้วเพราะอย่างน้อยถ้าแม่ไม่อยู่ ก็มีคนดูแล...แต่วันนี้นอกจากแม่จะไม่อยู่คุณลุงก็ยังไปสัมมนาต่างจังหวัด จึงเหลือหล่อนกับพี่ชาย (ที่แสนจะน่ารัก)อยู่บ้านกันสองคน รายหลังนั้นยังไม่ลงมาเลยจนป่านนี้ เมื่อคืนเขาก็กลับบ้านดึก ่นี้นพคุณซ้อมฟุตบอลหนักไหนจะเพิ่งสอบอีก...คนอะไรจะตั้งใจทำทุกอย่างให้ดีไปเสียหมด เหนื่อยตายเลย ถ้าเป็หล่อนก็คงเลือกจะเอาอย่างเดียวพริมาจะเลือกอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ การเรียน...หล่อนไม่ชอบเรียนหนังสือเลยให้ตาย
ปลายเดือนตุลาคมแล้วปีนี้อากาศข้างนอกหนาว ขนาดไม่ได้ เปิดแอร์...หรืออาจจะเป็เพราะฝนที่ตกกระหน่ำอยู่ข้างนอก...ปลายฝนต้นหนาวตามปกติพริมาไม่ค่อยชอบเปิดแอร์นอนอยู่แล้วนอกจาก่หน้าร้อนที่อากาศร้อนมากจริงๆหล่อนชอบบ้านที่มีหน้าต่าง...เหมือนบ้านเดิมของหล่อนมากกว่าแต่เด็กหญิงก็พยายามจะปรับตัว เพราะแม่เลือกที่จะมาอยู่ที่นี่…แม่เลือกให้ทุกอย่างนั่นแหละ ในชีวิตนี้หล่อนมีแต่แม่แม่รักและหวังดีกับหล่อนที่สุด ไม่ว่าหล่อนชอบหรืออยากได้อะไรเพียงแต่เอ่ยปากแม่จะหามาให้ทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่แล้วพริมาไม่ค่อยเรียกร้องอะไรแม่ชอบอะไรหล่อนก็ชอบ “ดีซะอีกไม่ต้องคิดเองเปลืองสมอง” พริมาพูดกับตัวเองบ่อยครั้ง...เหมือนกับการแต่งงานหล่อนไม่ใและดีใจด้วยซ้ำที่แม่จะมีความรัก เราไม่ควรเห็นแก่ตัวยึดพ่อแม่ไว้กับตัวเองในขณะที่ตัวเองก็้าจะมีความรักมีครอบครัวด้วยเหมือนกันเมื่อแม่บอกว่าจะแต่งงานหล่อนจึงเต็มใจและแม่ก็เลือกไม่ผิดคุณลุงเป็คนดี...ผิดกับคนที่นอนเหงื่อแตกเพราะพิษไข้ อยู่บนเตียงในตอนนี้ ถ้าเขาคิดได้เพียงแค่ครึ่งหนึ่งของหล่อนก็คงจะมีความสุข ไม่วุ่นวายกันไปหมดแบบนี้ พริมายืนนิ่งมองคนป่วยอยู่ที่ปลายเตียงเสียงของคนในความคิดดังขึ้นจึงทำให้หล่อนตื่นจากภวังค์
“มีอะไร?” คนป่วยลืมตาขึ้นมอง นพคุณประสาทััไว เขาได้ยินเสียงเปิดประตู จึงลืมตาขึ้นดูและเห็นว่าใครที่เข้ามาในห้องตอนนี้หล่อนยืนอยู่ปลายเตียงเขา
“เอ่อ....” สาวน้อยยิ้มแหยๆ ถ้าคุณลุงไม่ขอร้อง หล่อนไม่กล้าเข้ามาในห้องนี้แน่ๆ แค่คิดก็ยังไม่กล้าเมื่อกี้พ่อเลี้ยงหล่อนโทรมาบอกว่านพคุณป่วย ขอให้หล่อนช่วยเข้าไปดูเขาหน่อย
“ลูกแก้ว...เห็นคุณพิมพ์บอกว่าหนูอยู่บ้านไม่ได้เข้าไปที่ตลาดด้วยกันหนูช่วยเข้าไปดูพี่เค้าหน่อยได้ไหมลูก ตาคุณเสียงไม่ค่อยดีเลย ลุงคุยกับพี่เขาเมื่อกี้ไม่รู้ไม่สบายรึเปล่า”พริมารับคำ ตอนคุณนพรักษ์โทรมานั้น หล่อนกำลังกางผ้าใบปิดเล้าไก่กันฝนสาดอยู่หลังบ้านวันนี้ฝนตกหนักหล่อนจึงไม่ต้องรดน้ำต้นไม้ที่หน้าบ้านเหมือนที่ทำประจำก่อนจะเข้ามาในห้องหล่อนเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องตั้งนานกว่าจะรวบรวมความกล้าเข้ามาได้...จะว่าไปจริงๆแล้ว พริมาก็โดนนพคุณเอ็ดหรือบ่นออกจะบ่อยไป
“เอาวะ! ยังไงก็ไม่น่าจะโดนหนักไปกว่าทุกครั้งหรอกน่า”เข้ามาในห้องแล้ว ก็ได้แต่ยืนมองเขาจากปลายเตียง เพราะคนบนเตียงกำลังหลับ จะให้ไปเรียกหล่อนก็ไม่กล้ายืนอยู่ตรงนั้นเกือบสิบนาทีนั่นแหละถึงได้ยินเสียงเขาร้องถามมา...มันฟังดูไม่ค่อยดีเลย
“ไปหาหมอไหมคะ?”คนถามถามด้วยความเป็ห่วงอย่างจริงใจ
“ไม่ ไม่ต้องนอนพักเดี๋ยวก็ดีขึ้น”
“หิวไหมคะ ?”
“ถ้าฉันบอกว่าหิวเธอจะทำให้ฉันกินเหรอ?”
“ก็...พอได้ค่ะ เอาเป็ข้าวต้มนะคะเร็วดี” วันนี้นับได้ว่านพคุณกับพริมา คุยกันได้นานกว่าปกติเพราะตามปกติถ้าไม่เพราะนพคุณไปชวนทะเลาะ...จะให้คุยดีๆได้ ก็ไม่เคยเกินห้านาที นพคุณป่วย...คงเพราะอากาศเปลี่ยน นอนน้อยและซ้อมฟุตบอลหนัก...สงสัยเขาคงต้องแบ่งเวลาทำแต่ละอย่างเสียใหม่ เมื่อคืนกว่าจะถึงบ้านก็เกือบห้าทุ่ม่นี้ฝนตกบ่อย มีหลายวันที่เขาต้องซ้อมฟุตบอลกลางสายฝน
เมื่อนพคุณไม่ได้ตอบอะไร...แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธพริมาจึงเข้าใจได้ว่าคุณชายใหญ่น่าจะไม่ขัดข้อง หล่อนจึงลงไปข้างล่าง หายไปเกือบ20 นาที ก็กลับมาพร้อมข้าวต้มร้อนๆที่หอมจนคนป่วยต้องแอบชำเลืองมอง
“จะกินได้รึเปล่าเนี้ย?” นพคุณหรี่ตามองเมื่อเห็นพยาบาลจำเป็ เดินเข้ามาพร้อมข้าวต้มร้อนๆ กลิ่นหอมฉุยคนถูกถามไม่ตอบแค่วางถาดอาหารไว้ข้างเด็กหนุ่ม ในถาดมีน้ำและยาพร้อม...พยาบาลจำเป็ของเขาวันนี้หล่อนทำงานดี
“ปวดหัวน่ะ ลุกก็ไม่ค่อยไหว...ป้อนหน่อยสิ”นพคุณพูดหน้าตาเฉยเหมือนคุยเื่ดินฟ้าอากาศ พริมาทำหน้าเหวอได้ตลกมากจนคนป่วยแอบขำ แต่ระดับนพคุณมีหรือเขาจะขำให้พริมาจับได้เด็กหนุ่มแกล้งไอกลบเกลื่อน จนเด็กหญิงใ พริมาทำอะไรไม่ถูกั้แ่เกิดมาหล่อนไม่เคยป้อนข้าวใคร ล่าสุดก็มีแค่ให้น้ำไก่...มันจะเหมือนกันไหมหนอ? คิดแล้วก็ขำ...ต่อไปคงไปคุย ได้แน่ว่าหล่อนเคยป้อนข้าวคนและก็ให้น้ำไก่ซึ่งทั้งไก่และคน...ทั้งสองชื่อเหมือนกัน
“นพคุณ...คิกคิก” เด็กหญิงเผลอตัวเรียกชื่อพร้อมหัวเราะขำเบาๆ
“อะไร?” คนถูกเรียกชื่อมองพร้อมขมวดคิ้วเบาๆ
“อ้อ ...เปล่าค่ะ กินข้าวดีกว่าจะได้กินยา มาค่ะลูกแก้วป้อนให้” คงไม่ต่างจากให้น้ำไก่หรอกมั้งยัยลูกแก้วเอ๊ย!ว่าแล้วก็กุลีกุจอป้อนข้าวคนป่วย
“หือ! ร้อน! เป่าหน่อยสิ”คนป่วยประท้วงพร้อมหันมามองตาขวาง…พริมายิ้มแหย
“ขอโทษค่ะ มาค่ะกินใหม่ลูกแก้วเป่าให้นะคะ” นพคุณยอมกิน แต่โดยดี...เขากินข้าวต้มหมดชาม (แม้แต่ตัวเองยังแปลกใจ)ไม่รู้ว่าหิวหรือว่าอร่อยกันแน่ ที่ทำให้คนป่วยที่ตอนแรกคิดว่าจะกินอะไรไม่ลงกลับกินข้าวต้มฝีมือพริมาเสียหมดถ้วย(ความจริงก็เหลือไว้คำหนึ่งล่ะนะ เดี๋ยวยัยฝรั่งแคระจะได้ใจ)
“กินอีกคำสิคะจะหมดอยู่แล้ว” นพคุณส่ายหน้า พริมาไม่ได้สงสัยเลยว่าเขาจะมาอิ่มเอาสุดๆทำไมคำสุดท้าย...ดีนะที่เด็กนี่หัวช้าและยัยปลาทูเพื่อนรักของหล่อนก็ไม่ได้อยู่ที่นี่
“กินยานะคะแล้วก็นอน...เดี๋ยวลูกแก้วจะมาดูเป็ระยะ” พริมาหันไปหยิบยาส่งให้
“อ้าว...ลูกแก้วลืมเอาแก้วน้ำมาด้วยเอามาแต่ขวดน้ำ” นพคุณชี้ไปที่โต๊ะเขียนหนังสือปลายเตียงมีแก้วน้ำวางอยู่ เด็กหญิงมองตามแล้วเดินไปหยิบในแก้วยังมีน้ำเหลืออยู่
“มีน้ำอยู่ในนี้ด้วยเดี๋ยวเอาไปเทดีกว่านะคะ ล้างแก้วเสียหน่อย” นพคุณ ทำท่าจะค้านแต่สาวน้อยถือแก้วที่มีน้ำอยู่เกือบเต็มนั้นตรงไปยังห้องน้ำ
ห้องนอนบ้านคุณนพรักษ์มีสามห้องและแต่ละห้องมีห้องน้ำในตัว ห้องหล่อนเองก็เหมือนห้องนี้เพียงแต่ห้องน้ำอยู่คนละมุมเท่านั้นเองระหว่างทางเดินไปห้องน้ำนั้นไม่รู้เพราะรีบหรือลื่นกันแน่พริมาสะดุดล้ม นพคุณคาดการณ์ไว้ไม่ผิด แต่ครั้งนี้เขารับไว้ไม่ทัน พริมาใจหาย...สาวน้อยล้มคะมำพาดครึ่งตัวอยู่บนเตียงโชคดีที่อย่างน้อยหล่อนไม่เอาหน้าไปฟาดพื้น...แต่แก้วที่ถือไว้ในมือน่ะสิตอนนี้มันหายไปไหนแล้วหว่า?
“อยู่นี่!” แปลกจังนพคุณตอบเหมือนอ่านความคิดของหล่อนออก พริมาเงยหน้าขึ้นจากที่ล้มหัวคะมำ...หัวหล่อนไปนอนอยู่แทบเท้านพคุณพอดีอย่างน้อยก็ยังดีกว่าไปนอนอยู่บนพื้นล่ะนะ แต่ภาพที่เห็นทำให้หล่อนใเสียยิ่งกว่าล้มหัวคะมำเมื่อครู่เสียอีกนพคุณถือแก้วไว้ในมือ...แต่น้ำในแก้วนี่สิ มันไม่ได้อยู่ที่เดิม! มันกระจายเต็มที่นอนไปหมด
“ว๊าย!!! ตายแล้ว พี่คุณ...ลูกแก้วขอโทษค่ะ”พริมาลนลาน หล่อนคลานขึ้นมาจากปลายเตียงและภาพที่นพคุณเห็นนั้นน่าสยดสยอง ยิ่งกว่าดูหนังผีเด็กจูออนเสียอีกเปลี่ยนจากผีเด็กผู้ชายมาเป็ผีเด็กผู้หญิง หน้าตาพริมาตอนนี้ก็ตะลึงตะลานน่ากลัวไม่แพ้ผีต้นฉบับเลยทีเดียว
“อย่า!!! ไม่ต้องเข้ามา”ไม่ทันเสียแล้ว...พริมาคลานเข้ามาถึงข้างตัวเขา และหล่อนกำลังง่วนอยู่กับการสำรวจความเสียหายว่าน้ำจากแก้วที่หล่อน(ไม่ตั้งใจ) สาดมานั้น ทำความเสียหายมากน้อยแค่ไหน
“เดี๋ยวลูกแก้วเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้นะคะ...ผ้าห่มด้วยแต่ก่อนอื่น พี่คุณคงต้องเปลี่ยนเสื้อแล้วล่ะเปียกหมดเลย...แล้วกางเกง?” พริมาทำท่าจะดึงผ้าห่มออก แต่หล่อนต้องหยุดกึกเมี่อเห็นสายตาที่นพคุณถลึงใส่เด็กหญิงยิ้มแหยเหมือนเพิ่งนึกได้...สาวน้อยค่อยๆขยับตัวลงจากเตียง แก้มมีสีแดงระเรื่อ ขึ้นเล็กน้อยพริมายังงง...นี่หล่อนทะลึ่งขึ้นไปนั่งบนเตียงเขาั้แ่เมื่อไหร่กันนะแถมยังจะไปดึงผ้าห่มดูกางเกงเขาอีก นพคุณจะคิดว่าหล่อนสัปดนขนาดไหน ตายๆขายขี้หน้าที่สุด
“ต้องเช็ดผมด้วยค่ะเอิ่ม...คงไม่ต้องชุบน้ำเช็ดตัวแล้ว” นพคุณส่งสายตาขวางอย่างที่สุดมาให้และพริมาต้องพยายามอย่างที่สุด...นาทีนี้หล่อนต้องหน้าด้านเข้าไว้เขาจะว่าอะไรก็ต้องยอม มีอย่างที่ไหนเอาน้ำไปสาดคนป่วยบนเตียง พริมาหนอพริมา!
นพคุณต้องลากสังขารไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ในห้องน้ำ ความจริงเขาลุกขึ้น มาอาบน้ำแล้วเมื่อเช้าถึงจะป่วยแต่ก็พอจะอาบน้ำได้ แต่ใครจะคิดว่าจะมีคนเอาน้ำมาสาดเขาถึงบนเตียงแบบนี้พริมาทำได้ทุกอย่างจริงๆ แม้เขาจะคาดการณ์ไว้แล้วว่าหล่อนจะต้องทำอะไรพลาดสักอย่างแต่คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าหล่อน จะพลาดขนาดนี้ออกมาจากห้องน้ำ เขาเห็นพริมาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้เรียบร้อยแล้ว แต่ที่ไม่เรียบร้อยคือผ้าปูที่นอนของเขากลายเป็คิตตี้สีชมพูครบชุด!
“ลูกแก้วไม่รู้ว่าพี่คุณเอาผ้าปูที่นอนเก็บไว้ตรงไหน...เลยเอาของลูกแก้วมาเปลี่ยนให้ก่อนไม่เป็ไรค่ะลูกแก้วให้ยืม” พริมาพูดเหมือนกับว่าหล่อนใจดียกของเล่นให้เด็กด้อยโอกาสก็ไม่ปานนพคุณทำหน้าปั้นยากเขาหมดคำจะพูด ห้องของเขาที่ดูยังไงก็เป็ห้องผู้ชายแต่เตียงนอนดันพิลึกจากผ้าปูที่นอนสีเทาพื้นๆ กลายเป็คิตตี้สีชมพู...สดใสซะไม่มี!!!
“ไม่ชอบเหรอคะ? มีลายเอลซ่า...” พริมาพูดต่อไม่จบ เพราะนพคุณ ยกมือห้าม
“พอๆช่างเถอะ”เขาเดินขึ้นไปนอนลงบนเตียงตามเดิม...ปวดหัวแล้วก็รู้สึกว่าไข้จะกลับมากกว่าเดิมเสียอีก...ไม่รู้ว่าพริมาจะมาช่วยหรือจะมาทำให้เขาเป็หนักกว่าเดิมกันแน่พริมายืนมองตอนนี้เด็กหนุ่มหลับตาหนี หล่อนไปเสียแล้วไม่รู้ว่าเขาง่วงนอนจริงหรือว่าไม่อยากคุยกับหล่อนกันแน่ สาวน้อยนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง...หล่อนรู้ดีว่าเวลาป่วยอารมณ์จะอ่อนไหวเป็พิเศษตอนพริมาป่วยนั้น หล่อนอยากจะให้แม่อยู่ด้วยตลอดเวลา...แต่นพคุณไม่มีแม่พริมาสูดลมหายใจอย่างแรง อยู่ๆ หล่อนก็สงสารนพคุณจับใจ เขาต้องเหงามากแน่ๆ เด็กหญิงคิดถึงตัวเอง...ถ้าภารดีต้องจากหล่อนไปตอนนี้เหมือนที่นพคุณต้องจากกับแม่ของเขาหล่อนจะทนได้อย่างไร สาวน้อยคิดแล้วก็น้ำตาไหล งั้นวันนี้หล่อนจะอยู่เป็เพื่อนเขาทั้งวัน...เขาจะได้ไม่เหงา
นพคุณหลับตาหนีได้สักพักเพื่อไล่พริมาออกจากห้องเขาไม่อยากเอ่ยปาก เพราะจะดูใจร้ายเกินไปที่พอหล่อนหมดประโยชน์แล้วก็ไล่ออกจากห้องไปแบบนั้นเหมือนเสียงรอบตัวเงียบไปแล้ว แต่เขาไม่ได้ยินเสียงเปิดประตู นพคุณลืมตาขึ้นมามองเขาเห็นพริมานั่งจ้องเขาเหมือนแมวกำลังจ้องเหยื่อไม่มีผิด และถ้าเขาไม่เบลอเพราะพิษไข้หรือตาฝาดไปเขาเห็นหล่อนร้องไห้...อะไรวะ!นี่ขนาดเขาหลับและไม่ได้ว่าอะไรสักคำ เด็กนี่ก็ยังร้องไห้ได้ตลอด เวลาอยู่กับเขา เขาแอบชำเลืองดูใหม่ ไม่อยากให้หล่อนรู้ว่าเขายังไม่หลับ จากที่เห็นตอนนี้เด็กหญิงเลิกร้องไห้แล้ว แต่หล่อนก็ยังจ้องเขาไม่เลิก...สยองชะมัด!
พริมานั่งจ้องนพคุณอยู่อย่างนั้นเกือบชั่วโมงหล่อนไม่อยากให้เขาคลาดสายตา เผื่อเขา้าอะไรจะได้ช่วยเหลือได้ทัน นพคุณเหนื่อย เขาต้องทำเป็หลับมานานเท่าไหร่แล้วนะ ยัยเด็กนี่เอาแต่นั่งจ้องเขาอยู่ได้ แม้หล่อนจะไม่ได้ส่งเสียงดังรบกวนแต่หล่อนก็ทำให้เขารู้สึกขนลุกไปทั้งตัวอยู่ดี มีเสียงขยับตัวแล้วเขาแอบดูจากหางตาเห็นพริมาลุกขึ้นยืน (เฮ้อ...ออกไปซะทีเถอะแม่คู้ณ) แต่ไม่ได้เป็อย่างที่หวังสักนิด เด็กหญิงนั่งลงบนพื้นข้างเตียงเขา นี่หล่อนจะมางีบในห้องเขาหรือนี่!!! พริมาเอาแขนหนุนหัวแทนหมอน ตัวหล่อนนั่งลงบนพื้นข้างเตียงแต่หัวพาดไว้บนเตียงเขา…เด็กหนุ่มหมดแรงแม้ไข้จะลดไปบ้างแล้วเพราะได้ยาที่พริมาเอามาให้ แต่ยังปวดหัวอยู่มาก เขาไม่มีแรงจะมาทะเลาะหรือแม้แต่พูดอะไรกับใครทั้งนั้นนพคุณหลับตาลง...ขอพักสักนิดให้อาการดีขึ้นเสียหน่อย แล้วค่อยว่ากัน...ปล่อยเด็กนี่นอนไปก่อนอย่างน้อยหล่อนจะได้ไม่มานั่งจ้องหน้าเขาให้เสียขวัญ
ฝนตกนั้นเป็อุปสรรคในการเดินทางแต่สำหรับการนอนแล้ว มันช่างทำให้หลับสบายเสียเหลือเกินนพคุณหลับไปั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้แต่พอได้นอนพักแบบนี้แล้วอาการก็ดีขึ้นมาก ข้างนอกอากาศเย็น แต่นอนอยู่บนเตียงแบบนี้ช่างอุ่นสบาย...เดี๋ยวก่อน! อุ่นน่ะใช่...แต่เหมือนจะไม่ค่อยสบายนัก...เหมือนพื้นที่บนเตียงของเขาจะหายไปเกือบครึ่ง! นพคุณรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรกลมๆ มาเบียดอยู่ข้างๆ ตัวเขาและเมื่อหันไปดูถึงได้รู้ว่าแม่ตัวดี...แม่พยาบาลจำเป็ของเขานั้นตอนนี้หล่อนขึ้นมานอนเบียดเขาอยู่บนเตียงพริมานอนหันหน้าไปอีกทางแต่หลังหล่อนเบียดอยู่ข้างตัวเขา...สาวน้อยขึ้นมานอนคุดคู้อยู่นี่ั้แ่เมื่อไหร่กันนะนี่เขาเผลอหลับไปนานแค่ไหนกัน? นพคุณเหลือบมองนาฬิกาที่ข้างฝามันบอกเวลาหกโมงเย็น...พวกเขานอนไปเกือบสี่ชั่วโมงเลยหรือ? เด็กหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นนั่งเขาถอนหายใจ...เพลีย นี่ตกลงใครดูแลใครกันแน่อยากจะแกล้งปลุกอยู่เหมือนกัน แต่ดูจากท่าทางที่หลับสบายขนาดนี้เขาก็ทำไม่ลง แก้มใสๆ ปากแดงๆ นั่น เวลาหลับ...ยัยเพี้ยน เหมือนเด็กน้อยไม่มีผิดนพคุณอดใจไม่ไหว เขาเผลอเอามือไล้แก้มนวลเล่นสาวน้อยขยับตัวเล็กน้อยเหมือนรำคาญที่โดนรบกวนเวลานอนอันแสนสบายของหล่อน ทำให้เด็กหนุ่มชะงักเขางงกับพฤติกรรมของตัวเอง
“บ้าจริง!” เด็กหนุ่มลุกพรวดลงมายืนข้างเตียงเขาเซเล็กน้อย ถึงแม้อาการจะดีขึ้นมากแล้วแต่ก็ยังมึนหัวอยู่ไม่น้อย เมื่อกี้เขาทำบ้าอะไร?ถึงแก้มเด็กนั่นจะน่าจับ...น่าหยิกขนาดไหน เขาก็ไม่ควรจะทำอะไรแบบนั้น ดีนะที่ไม่มีใครมาเห็นเข้าเด็กหนุ่มไม่เข้าใจ...่นี้เขาไม่เข้าใจตัวเองหลายอย่างเมื่อก่อนเขามีสติมากกว่านี้...เด็กนี่ทำร้ายสติเขา!!!
“อยู่ไม่ได้แล้วเว้ย!” หนุ่มน้อยรีบผลุนผลันออกจากห้อง แต่เขาไม่กล้าทำเสียงดัง เพราะถ้าพริมาตื่น หล่อนต้องตามเขาลงไปข้างล่างอีกแน่ๆวันนี้เขารับมือกับหล่อนไม่ไหวแล้วจริงๆ ปล่อยให้นอนอยู่นี่แหละดีแล้ว เด็กหนุ่มทำทุกอย่างอย่างเบามือที่สุดก่อนปิดประตูหนีไป เขาพึมพำบอกสาวน้อยเบาๆ
“ฝันดีนะ ยัยเพี้ยน”
ฝนหยุดตกแล้ว...แต่อากาศข้างนอกยังเย็นอยู่ แสงตะวันของวันนี้ ก็หมดลงแล้วเช่นกันทำให้ในห้องที่ไม่ได้เปิดไฟมืดเห็นเพียงแสงรำไรของแสงไฟที่ส่องมาจากไฟถนนด้านนอกพริมากระพริบตาไล่ความง่วง นี่เช้าแล้วหรือ?อืม...น่าจะตีห้า เพราะปกติบางวันพริมาก็ตื่นมาตอนตีห้าหล่อนมองไปรอบห้อง...ไม่คุ้น! พริมาต้องตั้งสติอยู่พักใหญ่ถึงนึกขึ้นได้ว่าหล่อนไม่ได้อยู่ในห้องตัวเองและที่นอนอยู่นี่ก็ไม่ใช่เตียงตัวเอง
“ตายแล้วพี่คุณ!!!” เด็กหญิงลุกขึ้นเปิดไฟ มองหานพคุณ แต่เขาไม่ได้อยู่ในห้องนี่หล่อนยึดเตียงคนไข้หรือนี่ หล่อนไม่รู้ตัวเลยว่าขึ้นมานอนบนเตียงเขาตอนไหนจะว่านพคุณลากหล่อนขึ้นมาก็คงจะเป็ไปไม่ได้ แค่ลำพังตัวเขาจะเดินยังเซพริมาเอามือกุมขมับ ตายๆ วันนี้หล่อนทำป่วนหลายเื่
“แย่ๆลูกแก้ว ทำไมแย่แบบนี้” พริมาบ่นตัวเอง ขณะออกจากห้อง นพคุณและลงบันไดไปข้างล่างหล่อนดูนาฬิกาข้อมือมันบอกเวลาสองทุ่มครึ่ง!
“หา!!! สองทุ่มเลยเหรอเนี้ย ก็เพราะฝนบ้านั่นแหละ ตกอยู่ได้...”
พริมาชะโงกหน้าเข้าไปในครัวนพคุณอาจจะลงมาหาอะไรกิน หล่อนเห็นถาดกับชามข้าวต้มถูกล้างคว่ำไว้เรียบร้อย ...ตายๆคนป่วยต้องทำเองหมดทุกอย่างเลย แล้วนี่เขาไปอยู่ไหนนะ สาวน้อยเดินจากในครัวไปดูที่ห้องรับแขก...นั่นไง! นพคุณนอนหลับอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกน่าสงสารจริงๆห้องตัวเองก็มีแต่เข้าไปนอนไม่ได้ หล่อนนี่ใช้ไม่ได้จริง ๆ พริมานั่งเงียบๆ ลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม
“ลูกแก้วขอโทษนะพี่คุณ”
เพราะว่าเป็ไข้จึงทำให้หลับได้ทั้งวันเมื่อตอนเย็นนพคุณตื่นและหนีพริมาลงมาข้างล่างเขาห่มผ้าให้สาวน้อย...เก็บถาดข้าวลงมาและล้างคว่ำไว้หมดแล้วในหม้อยังมีข้าวต้มเหลืออยู่ นพคุณกินข้าวต้มที่เหลือและกินยาลดไข้อีกเม็ด...วันนี้เขาใจดีแวะไปแอบดูฝาแฝดที่สวนหลังบ้านมันนอนคุดคู้อยู่ในเล้าเหมือนแม่ของมันไม่มีผิด นพคุณ (ไก่)เหลือบตามองแวบหนึ่งแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกเหมือนเขาเป็อากาศธาตุไม่คู่ควรกับการมองของมัน ชิ! ไอ้ไก่ผี ฉันก็ไม่ได้อยากจะมองแกนักหรอกถ้าไม่เห็นแก่ความดีของแม่แกวันนี้ล่ะนะหลังจากนั้นก็กลับเข้าบ้านมานอนดูทีวีในห้องรับแขกจนง่วงและหลับไปอีกรอบ และไม่แน่ใจว่าเพราะนอนผิดที่หรืออย่างไร ทำไมถึงรู้สึกอึดอัดพิกลนพคุณพลิกตัว...แม้โซฟาห้องรับแขกที่บ้านจะตัวใหญ่มาก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้นอนสบายเหมือนเตียงนอนในห้องเขาและเพราะพลิกตัวนั่นแหละเขาถึงได้เห็นสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกอึดอัด...สายตามันใกล้มาก ใกล้เสียจนจะชิดกับหน้าเขาอยู่แล้ว
“เฮ้ย!!!” นพคุณร้องสุดเสียงเขาใมากจนลืมไข้ไปชั่วพริบตา พริมานั่นเอง...หล่อนเกาะขอบโซฟานั่งมองเขาอยู่เขาจะบ้าตาย! นี่หล่อนจะฆ่าเขาใช่ไหมหล่อนทำได้อย่างหน้าซื่อๆ เลยด้วย วันนี้เขาไม่ไหวแล้วนะ ต้องคุยให้รู้เื่แต่ก่อนที่นพคุณจะพูดอะไรพริมาก็สะอื้นใส่เขาเสียก่อน
“พี่คุณ...ลูกแก้วขอโทษลูกแก้วทำให้พี่คุณต้องมาลำบากนอนตากยุง ข้างล่างใช่ไหมคะ?”เด็กหญิงสูดขี้มูก...เจออีท่านี้แล้วเขาจะว่าอะไรได้ นพคุณที่ลุกขึ้นดันตัวเองจนแทบจะจมมิดหายไปในโซฟากำลังถลนตามอง พริมาอยู่ นี่ขนาดเขาเป็ไข้นะหล่อนยังป่วนเขาได้ขนาดนี้...
“แต่พี่คุณไม่ต้องห่วงนะคะลูกแก้วนั่งปัดยุงให้พี่คุณอยู่ตลอดเลย” สาวน้อยพยักหน้าพยายามให้เขาเห็นดีด้วยแต่นพคุณส่ายหน้าแล้วเขยิบตัวหนีลุกขึ้น เขาโล่งใจที่พริมาหลบทางให้แต่โดยดีบ้านเขาก็หลังไม่ได้เล็กเลย...แต่ทำไมหล่อนถึงได้ตามติดเขาไปทุกที่แบบนี้นะ ระหว่างนั้นเองเขาได้ยินเสียงรถจอดและมีคนเปิดประตูเข้าบ้าน...ภารดีนั่นเองหล่อนกลับบ้านมาเกือบสี่ทุ่ม!!! แม่เลี้ยงคนสวยทิ้งลูกสาวไว้ป่วนเขาตลอดทั้งวันพริมาทำดีแค่เอายากับข้าวให้เขากินเท่านั้น นอกนั้น...อย่าให้พูดเลยนพคุณเดินขึ้นบันได วันนี้กว่าเขาจะได้กลับเข้าห้องตัวเองก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มเชียวนะด้านหลังเขาเห็นแล้วมีการเคลื่อนไหว นพคุณหันมาทำตาขวางใส่พร้อมยกมือขึ้นห้าม
“พอแล้วขอร้องล่ะ” เด็กหนุ่มบอกเสียงแ่...พริมาเงยหน้าขึ้นมองเขาจากตีนบันได...หล่อนมองมาตาใสโดยไม่รู้เื่รู้ราวแบบนี้ได้ยังไงกันนะเมื่อเห็นว่าสาวน้อยเข้าใจความหมาย เขาก็หันหลังเดินอย่างหมดแรงกลับเข้าห้องไปแต่ไม่วายรีบล็อคประตู...ร้อยวันพันปีไม่เคยล็อคประตูเลยสักครั้ง วันนี้ล็อคเสียหน่อยมีกลอนแล้วก็ต้องใช้!
“ไงลูกแก้ว...ตาคุณเป็ยังไงบ้าง?คุณนพโทรบอกแม่แล้วว่าฝากหนูไว้ ให้คอยไปดูพี่เขา” ภารดีทักทายลูกสาวหล่อนจอดรถและปิดประตูบ้านเรียบร้อยพอเข้าบ้านมาก็เห็นลูกสาวยืนตาละห้อยอยู่ตรงตีนบันได
“น่าจะดีขึ้นแล้วค่ะเดินไม่เซเหมือนเมื่อเช้าแล้ว แต่ดูเหมือนพี่คุณ จะเหนื่อยๆ แต่แม่ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ วันนี้ลูกแก้วดูแลพี่คุณอย่างดีเลย แทบไม่คลาดสายตาเลยค่ะ”
“ดีมากจ้าได้ยินแบบนี้ก็เบาใจ แม่จะได้โทรไปบอกคุณนพว่าลูกแก้วทำหน้าที่อย่างดี คุณนพจะได้หายห่วง” ภารดีลูบหัวลูกสาว พริมายิ้มจนตาหยีหล่อนภูมิใจที่แม่ชม วันนี้หล่อนทำดี...แค่ละไว้ไม่ได้บอกแม่ว่าเกือบครึ่งบ่ายหล่อนแย่งที่นอนคนป่วยจนเขาต้องระเห็จมานอนในห้องรับแขกแต่หล่อนก็ทำดีแก้ตัวด้วยการนั่งปัดยุงให้นพคุณอยู่ตั้งนาน (ก็ถือว่าเจ๊ากันไปแล้วกันนะ)