ภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทั์ใหญ่ข้ามชาติบรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะกลายเป็าน้ำลาย ตัวแทนจากบริษัทคู่ค้าซึ่งเป็หนุ่มใหญ่ในชุดสูทภูมิฐานสองสามคนกำลังกอดอกนั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีคุกคาม พวกเขาพยายามบีบให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของพ่อภูผายอมลดสัดส่วนกำไรในโครงการร่วมทุนครั้งใหม่
"คุณพิมพ์ครับ ผมว่าข้อเสนอทางเรามันสมเหตุสมผลที่สุดแล้วนะ"ผู้บริหารชายคนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ แฝงความดูแคลนในที
"คุณเป็ผู้หญิงอาจจะมองตัวเลขในแง่ของความเสี่ยงมากเกินไป ตลาดตอนนี้้าความใจถึงถ้าคุณพิมพ์ยังยืนยันจะเอาเปอร์เซ็นต์เท่าเดิมโครงการนี้อาจจะเดินหน้าต่อยากนะครับ"
“พิมพ์ประภา” หรือ ‘พิมพ์’ สาวใหญ่วัย 35 ปี ค่อย ๆ เหยียดมุมปากยิ้มอย่างรู้ทัน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเฉียบคมไม่ได้ฉายแววหวั่นไหวแม้แต่น้อยร่างระหงในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบสีน้ำเงินเข้มขยับตัวนั่งตัวตรงสง่าราศีของผู้บริหารมือวางอันดับหนึ่งแผ่ซ่านจนคนทั้งห้องต้องเงียบเสียง
"ถ้าความ 'ใจถึง' ของคุณหมายถึงการปล่อยให้ต้นทุนบานปลายโดยไม่มีแผนรองรับวิกฤตเงินเฟ้อในไตรมาสหน้าพิมพ์คิดว่านั่นไม่ใช่ความใจถึงค่ะ... แต่มันคือความหละหลวม" พิมพ์เปล่งเสียงเรียบชัดถ้อยชัดคำ
"ดา... เปิดสไลด์หน้า 14 ให้ทางคณะกรรมการดูหน่อยค่ะ"
‘ดาริกา’ หรือ ‘ดา’เลขาสาวคนเก่งรีบกดเปลี่ยนหน้าจอไอแพดอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
"จากสถิติกำไรย้อนหลังห้าปีบวกกับดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างที่พิมพ์คำนวณมา" พิมพ์ผุดลุกขึ้นยืนก้าวเดินไปยังหน้าจอโปรเจกเตอร์อย่างมั่นใจ
"การที่ทางคุณขอเพิ่มส่วนแบ่งอีก7% โดยอ้างเื่ค่าการตลาด มันย้อนแย้งกับตัวเลขจริงพิมพ์ยอมหักดิบไม่ร่วมทุนด้วยยังดีเสียกว่าปล่อยให้บริษัทของเราต้องแบกรับความเสี่ยงฝ่ายเดียว...ถ้าพวกคุณคิดว่าผู้หญิงทำงานด้วยตัวเลขไม่เป็พิมพ์แนะนำให้กลับไปทบทวนแผนงานชิ้นนี้ใหม่หรือไม่ก็เปลี่ยนตัวแทนที่เข้าใจโครงสร้างภาษีมาคุยกับพิมพ์ในสัปดาห์หน้าค่ะ!"
คำตอกกลับที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ทำให้ผู้บริหารชายกลุ่มนั้นหน้าถอดสีพวกเขาได้แต่สบตากันเลิ่กลั่กก่อนจะยอมเซ็นอนุมัติตามข้อตกลงเดิมของพิมพ์ในที่สุดทุกคนในห้องประชุมต่างปรบมือชื่นชมในความเด็ดขาดของเธอ พิมพ์กลายเป็ต้นแบบของผู้หญิงแกร่งที่ใครๆก็อยากเลียนแบบ
ถึงแม้ว่า...เบื้องหน้าคือหน้ากากสาวมั่นที่สะกดผู้ชายได้ทั้งห้องประชุม หากแต่ทว่าพิมพ์กลับกอดเก็บความทรงจำที่ขมขื่นที่สุดในชีวิตเอาไว้
ย้อนกลับไปเกือบสิบปีก่อนพิมพ์ในวัยยี่สิบต้นๆ พึ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ เธอทุ่มเทความไว้ใจทั้งหมดให้กับหัวหน้างานคนแรกที่คอยสอนงานเธออย่างใกล้ชิดวันหนึ่งเขาหลอกล่อให้พิมพ์นำเอกสารลับไปส่งที่บ้านพักส่วนตัวตอนค่ำโดยอ้างว่าต้องรีบเซ็นเพื่อส่งบอร์ดบริหาร พิมพ์บึ่งไปหาด้วยความบริสุทธิ์ใจแต่ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน บานประตูก็ดัง ‘คลิก’ พร้อมเสียงสับกลอน
หัวหน้างานที่เคยน่าเคารพแปรเปลี่ยนเป็สัตว์ป่าเขาพุ่งเข้าฉุดกระชากลากพิมพ์ลงบนโซฟาอย่างหยาบโลน พิมพ์กรีดร้องอ้อนวอนสะอื้นไห้จนตัวโยนและต่อสู้ดิ้นรนสุดชีวิต น่าเจ็บใจที่แรงอันน้อยนิดของหญิงสาวไม่อาจต้านทานพละกำลังของชายฉกรรจ์ได้เขาใช้มือหนากดตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะรูดรั้งกระชากอาภรณ์ของเธอออกจนขาดวิ่นก่อนจะใช้ความป่าเถื่อนขืนใจเธอจนสำเร็จความใคร่ทิ้งให้พิมพ์นอนเปลือยกายร้าวรานใจกลางกองน้ำตาพร้อมรอยบอบช้ำไปทั้งตัว
พิมพ์รวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่ฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายจนชนะคดีในที่สุดแต่ชัยชนะนั้นต้องแลกมาด้วยสภาพจิตใจที่พังทลาย เธอขยาดผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้ไม่กล้าเปิดใจมีแฟน หรือมีความสัมพันธ์ทางกายกับใครอีกเลยนับั้แ่วันนั้น จนกระทั่งเธอได้พบกับพ่อของภูผาหนุ่มใหญ่ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาที่มองเห็นความสามารถของเธอจึงชวนพิมพ์มาทำงานด้วยกันและให้โอกาสเติบโตจนกลายเป็ผู้บริหารที่ไม่มีใครกล้ารังแก
และเพราะาแนี้เองทำให้พิมพ์มองเห็น ‘เงา’ บางอย่างในตัวดาริกาเด็กใหม่ที่เข้ามาทำงานเป็เลขาฯ พิมพ์คอยอบรมสั่งสอนงานให้ทุกอย่างจนดาซึมซับและเลียนแบบทุกท่วงท่าของพิมพ์ กลายเป็เลขาคนเก่งที่เข้มแข็งมีระเบียบวินัย และเนี๊ยบกริบ
ความลับของดายกถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อทั้งคู่ต้องเดินทางไปดูงานต่างจังหวัดด้วยกันและต้องพักห้องเดียวกันกลางดึกคืนนั้น พิมพ์สะดุ้งตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียงสะอื้นไห้แ่เบาจากเตียงข้างๆดากำลังนอนทุรนทุราย ละเมอร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาเป็คำพูดซ้ำๆ
“อย่าทำหนู... คุณแม่ช่วยหนูด้วย... หนูหวาดกลัวแล้ว”
พิมพ์รีบขยับเข้าไปกอดปลอบประโลมลูบหลังจนดาสะดุ้งตื่นเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจของพิมพ์ดาก็ปล่อยโฮและพรั่งพรูเื่ราวในอดีตให้ฟังดาเคยถูกพ่อเลี้ยงลวนลามในห้องนอนยามที่แม่ไม่อยู่พ่อเลี้ยงหื่นกามพยายามฉุดกระชากเสื้อผ้าและลูบไล้เรือนร่างแรกรุ่นของเธออย่างหยาบโลนดาร้องไห้สู้สุดใจ และโชคดีที่แม่ของเธอกลับมาบ้านเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีจึงคว้าไม้กวาดพุ่งเข้ามาตีและลากตัวพ่อเลี้ยงออกไปได้ทันเวลาดารอดมาได้อย่างหวุดหวิดแต่ก็กลายเป็แผลเป็ในใจ
หลังจากคืนนั้น ทั้งสองคนกลายเป็เพื่อนสนิทที่รู้ใจกันที่สุดในเย็นวันหนึ่งหลังเสร็จสิ้นการประชุมอันเหนื่อยล้าพิมพ์และดานั่งเปิดใจปรับทุกข์กันในห้องทำงานส่วนตัวพร้อมแก้วกาแฟในมือ
"ดา...พี่เห็นดายืนนิ่งไปตอนที่ผู้บริหารพวกนั้นพูดจาดูถูกผู้หญิงในห้องประชุม" พิมพ์เอ่ยเสียงนุ่ม แววตาเต็มไปด้วยความอาทร
ดาถอนหายใจยาวแววตาสั่นไหววูบหนึ่ง
"ค่ะพี่พิมพ์...พอได้ยินผู้ชายพวกนั้นใช้อำนาจและคำพูดข่มขู่ ลึกๆ ในใจดามันลนลานไปหมด ภาพผู้ชายเลวๆในอดีตมันชอบแวบเข้ามา ดากลัวว่าตัวเองจะอ่อนแอจนทำงานให้พี่พิมพ์เสียเื่"
พิมพ์เอื้อมมือไปกุมมือของเลขาสาวเอาไว้แน่น บีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านพลัง
"พี่เข้าใจดาที่สุด...ผู้ชายบางคนชอบคิดว่าสรีระที่อ่อนแอกว่าของพวกเราคือสิ่งที่พวกเขาจะเหยียบย่ำยังไงก็ได้อดีตของพี่... มันเคยทำให้พี่เกลียดและขยาดผู้ชายจนไม่กล้าให้ใครเข้าใกล้เลยนะดาพี่สร้างกำแพงหนาขึ้นมาเพราะกลัวว่าจะต้องเจอกับความเ็ปแบบนั้นอีก"
"ดาเองก็ไม่เคยกล้าเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนเลยค่ะพี่พิมพ์" ดาปาดน้ำตาที่รื้นขอบตา"แต่พอเห็นพี่พิมพ์สู้ในห้องประชุม เห็นพี่เถียงจนผู้ชายพวกนั้นหน้าหงายดารู้สึกมีกำลังใจขึ้นมากเลยค่ะ ดาอยากเก่งและเข้มแข็งให้ได้แบบพี่พิมพ์"
พิมพ์ยิ้มอบอุ่นลูบหัวรุ่นน้องด้วยความเอ็นดู "เราสองคนผ่านเื่แย่ๆ มาเหมือนกันดาไม่ต้องกลัวนะ อยู่กับพี่... พี่จะเป็กำแพงให้ดาเอง และจำไว้นะว่าความเก่งและความดีของเรานี่แหละคืออาวุธที่ไม่มีผู้ชายหน้าไหนจะมาทำลายเราได้อีก"
คำพูดปรับทุกข์อันแสนอบอุ่นในเย็นวันนั้นยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของสองสตรีแกร่ง เบื้องหน้าพวกเธอคือผู้หญิงเก่งระดับแนวหน้า อย่างไรก็ดีเื้ัคืออ้อมกอดที่คอยช่วยเยียวยาาแในอดีตของกันและกันสืบไป
++++++++++