การทดสอบรับศิษย์
รุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาถึง วันนี้กู้เฉินตื่นแต่เช้า หลังทานอาหารเช้าที่โรงเตี๊ยม เขาก็ออกจากโรงเตี๊ยมไป
สาเหตุที่ทำให้เขาตื่นเช้า และรีบออกไปเช่นนี้ ล้วนสืบเนื่องมาจากสำนักกระบี่ดาราจะมาเปิดรับศิษย์แต่เช้า
เขาได้สอบถามถึงสถานที่ที่สำนักกระบี่ดารา จะมาเปิดรับศิษย์เป็ที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น เขาไปถูกอย่างแน่นอน
สถานที่ที่สำนักกระบี่ดารามาเปิดรับศิษย์คือหน้าจวนเ้าเมือง เห็นได้ชัดว่าเ้าเมืองจิ่วเย่ว์ให้เกียรติสำนักกระบี่ดาราเป็อย่างมาก ถึงกับยอมให้เปิดรับศิษย์ที่หน้าจวนเ้าเมือง
แน่นอน เื่นี้มันไม่ใช่เื่แปลก สำนักกระบี่ดาราเป็ถึงหกขุมอำนาจอันยิ่งใหญ่ เ้าเมืองจิ่วเย่ว์ ผู้ซึ่งเป็เพียงผู้ฝึกตนระดับปราณปฐีขั้นปลาย จะกล้าทำให้สำนักกระบี่ดาราขุ่นเคืองได้อย่างไร?
ถ้าหากว่าเขาทำให้ขุ่นเคืองจริงๆ เกรงว่าคงจะถูกสำนักกระบี่ดาราฆ่าสังหารไปแล้วอย่างแน่นอน
ขณะที่เดินไปที่จวนเ้าเมือง กู้เฉินก็คิดถึงการรับศิษย์ของสำนักกระบี่ดาราไปด้วย ฟังจากคนในโรงเตี๊ยมที่เขาถามมา เห็นว่าทางสำนักกระบี่ดารามีเงื่อนไขรับศิษย์อยู่สามประการ ประการแรกคือมีระดับฝึกปราณ จะขั้นต้น ขั้นกลาง หรือขั้นปลายก็ได้
ประการที่สองมีอายุอยู่ใน่สิบหกถึงสิบแปดปี และประการที่สาม ซึ่งเป็ประการสุดท้าย คือต้องผ่านการทดสอบรับศิษย์
การทดสอบรับศิษย์ ไม่ได้มีอะไรมาก นอกจากเผชิญหน้ากับภาพมายาที่ทางสำนักกระบี่ดาราสร้างขึ้น
หากว่าข้ามผ่านมันได้ ก็จะสามารถเข้าเป็ศิษย์สำนักกระบี่ดาราได้ สรุปก็คือมันก็ไม่ได้ต่างจากการทดสอบความแข็งแกร่งของจิตใจเลย
จะบอกว่าคนที่ทางสำนักกระบี่ดารา้ารับเป็ศิษย์นั้น คือคนที่มีความแข็งแกร่งทางจิตใจก็ไม่ผิดนัก
พวกเขาเชื่อว่ามีแต่คนที่มีจิตใจแข็งแกร่งไม่ย่อท่อเท่านั้น ที่จะกลายเป็ผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งในสักวันหนึ่งในอนาคตได้
ใช้เวลาไม่นานมากนัก กู้เฉินก็เดินมาถึงหน้าจวนเ้าเมือง จวนเ้าเมืองเวลานี้ครึกครื้นเป็อย่างมาก ถึงกับมีผู้คนนับพันมารวมตัวกัน
ใจกลางวงล้อมของผู้คนนับพัน มีเวทีไม้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีตอยู่
บนเวทีมีคนหกคนยืนอยู่ สามในหกเป็คนจากสำนักกระบี่ดารา และอีกสามคนนั้น เป็คนของจวนเ้าเมือง
“ผู้าุโเฝิง ข้าในฐานะเ้าเมือง ขอขอบคุณท่านและทางสำนักกระบี่ดาราเป็อย่างมาก ที่ให้เกียรติมารับศิษย์ที่เมืองจิ่วเย่ว์ของข้า” ชายวัยกลางคนในชุดจีนโบราณที่หรูหรา ดูอย่างไรก็มีราคาแพง พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
เขาคือเ้าเมืองจิ่วเย่ว์ มีชื่อว่าสู่อ้าว ชนชั้นระดับปราณปฐี ทั้งยังเป็ขั้นปลาย!
จะบอกว่าเขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองจิ่วเย่ว์ก็ไม่ผิดนัก
“ขอบคุณเ้าเมืองสู่ที่ให้การต้อนรับอย่างดี สำนักกระบี่ดาราของข้า จะไม่ลืมน้ำใจนี้อย่างแน่นอน” ชายชราในชุดสีฟ้า ซึ่งมีสัญลักษณ์กระบี่ห้อมล้อมด้วยดวงดาราปักอยู่บนชุดพูดด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน
เขามีชื่อว่าเฝิงสง ผู้าุโคนหนึ่งของสำนักกระบี่ดารา ระดับพื้นฐานฝึกตน ไม่เป็รองสู่อ้าวแม้แต่ขั้นเดียว
ส่วนอีกสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขา ล้วนเป็ชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าปี ทั้งสองคนเป็ลูกศิษย์ในสำนักกระบี่ดาราที่เขาพามาช่วยในการรับศิษย์ครั้งนี้ ระดับพื้นฐานฝึกตนไม่ถือว่าต่ำทราม ล้วนอยู่ในระดับก่อตั้งปราณทั้งสิ้น
ส่วนอีกสองคนที่อยู่ด้านหลังของสู่อ้าวนั้น เป็ชายวัยกลางคนทั้งคู่ มีระดับพื้นฐานฝึกตนในระดับปฐีขั้นต้นและขั้นกลางตามลำดับ ซึ่งเป็ผู้ช่วยและผู้คุ้มกันของเขา
สู่อ้าวแย้มยิ้มออกมา คล้ายพึงพอใจกับคำพูดของเฝิงสงยิ่ง “ถ้าเช่นนั้น เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวล่ำเวลา ผู้าุโเฝิง สามารถเริ่มการรับศิษย์ได้เลย”
“ตกลง” เฝิงสงพยักหน้า เขาเองก็ไม่อยากที่จะมาเสียเวลาอยู่ที่เมืองจิ่วเย่ว์นานนัก เมืองระดับกลางจิ่วเย่ว์ เขาไม่คิดว่าจะได้รับศิษย์จำนวนมากอะไร
และเขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้รับศิษย์ระดับอัจฉริยะ ซึ่งศิษย์ระดับอัจฉริยะหมายถึง ก่อนอายุยี่สิบแต่สามารถไปถึงระดับก่อตั้งปราณได้
ส่วนมากคนที่ไปถึงระดับก่อตั้งปราณได้ ล้วนแล้วแต่มีอายุมากกว่ายี่สิบปีกันทั้งนั้น เฝิงสงพลันสั่งลูกศิษย์ทั้งสองคนให้ไปตั้งโต๊ะรับคนที่จะมาสมัคร
จากนั้นเมื่อได้รับรายชื่อคนที่สมัครทั้งหมด เขาจะเรียกทีละคนขึ้นมาบนเวที เพื่อทำการทดสอบรับศิษย์ด้วยตัวเอง
ลูกศิษย์ทั้งสองคนรับคำ พร้อมกับรีบไปดำเนินการในทันที
กระบวนการนี้ เสร็จสิ้นด้วยเวลาเพียงแค่สองชั่วโมง รายชื่อถูกส่งถึงมือของเฝิงสง เขากวาดสายตามองดูรายชื่อเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้า
คนที่มาสมัครมีร้อยกว่าคน ล้วนเป็ชายหนุ่มหญิงสาวอายุสิบหกถึงสิบแปดปีทั้งสิ้น แน่นอนว่ามีพื้นฐานการฝึกตนในระดับฝึกปราณขั้นต้นถึงขั้นปลายด้วย
“ต่อไป ข้าจะเริ่มการทดสอบรับศิษย์ ณ บัดนี้!” เฝิงสงประกาศเสียงดังก้อง เหล่าผู้คนที่มาดูมากกว่าพันคนต่างโห่ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น
ทางด้านเหล่าชายหนุ่มหญิงสาวที่สมัครเข้ารับการทดสอบรับศิษย์ของสำนักกระบี่ดาราเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
แต่ที่มากกว่าความตื่นเต้นคือความตึงเครียดและกดดัน ในสถานการณ์แบบนี้ พวกเขาย่อมมีความตึงเครียดและกดดัน ต่างก็กลัวว่าตัวเองจะไม่ผ่านการทดสอบของสำนักกระบี่ดารา
“คนแรก สู่เส้า อายุสิบแปดปี พื้นฐานฝึกตนระดับฝึกปราณขั้นปลาย” เฝิงสงไม่รอช้า ประกาศชื่อคนแรกในทันที
ชายหนุ่มผู้มีร่างกายอ้วนท้วมยังกับหมูได้ก้าวเดินขึ้นมาบนเวทีด้วยความมั่นใจ
“นั่นคุณชายสู่เส้า บุตรชายคนเดียวของท่านเ้าเมือง!”
“ใช่ เป็คุณชายสู่เส้าจริงๆ คนระดับคุณชายสู่เส้าจะต้องผ่านการทดสอบอย่างแน่นอน”
“นั่นย่อมเป็เื่ปกติ ดูก่อนว่าคุณชายสู่เส้าเป็ลูกใคร ว่ากันว่าพ่อเสือ ไม่มีลูกสุนัข!”
เมื่อเห็นสู่เส้าก้าวเดินขึ้นไปบนเวที เหล่าผู้คนที่มาดู ล้วนแล้วแต่พูดคุยกระซิบกระซาบกันอย่างออกรส
สู่อ้าวที่ยืนอยู่บนเวที จ้องมองบุตรชายด้วยความคาดหวัง ถึงแม้ว่าสู่เส้าจะี้เี วันๆ เอาแต่เที่ยวเล่นสนุก ไม่คิดที่จะฝึกตน
แต่ด้วยการขู่เข็ญ พยายามบังคับให้ฝึกของเขา สู่เส้าก็มาถึงระดับฝึกปราณขั้นปลายได้สำเร็จ ดังนั้น เขาจึงคาดหวังกับสู่เส้าเอาไว้มาก ว่าจะสามารถเข้าสู่สำนักกระบี่ดารา กลายเป็ศิษย์ของสำนักนี้ได้สำเร็จ
หากว่าสู่เส้าทำได้ ชื่อเสียงของเขาก็จะทะยานขึ้นอีกมาก เนื่องจากมีบุตรชายอยู่ในสำนักกระบี่ดารา!
จบบทที่ 12