บทที่ 17 จำได้ว่าคิดถึงคุณปู่
แฟนเก่าสมัยมหาวิทยาลัยและยังเป็ผู้หญิงที่ฉีส่าวฉิงรักจากใจจริง!
เมื่อฉีส่าวฉิงเข้ามาในร้านก็เห็นลู่จั่นเหยียนในทันที ซึ่งอาจจะเป็เพราะว่าเขามักจะมีสัญชาตญาณที่ไวอยู่เสมอประกอบกับเธอนั่งอยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัด
ทว่าสายตาแสนเ็าคู่นั้นกลับเลื่อนผ่านไปยังใบหน้าของฉีอวี้ที่อยู่ด้านข้างแล้วก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที แต่ไม่นานนักก็กลับมาเป็ปกติอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงละสายตาไปแล้วก้มลงบีบมือเล็กที่กำลังเกาะแขนตัวเองอย่างแ่เบา
“ต่อไปก็ไม่ต้องคิดถึงแล้วนะ ถ้าหากคุณชอบ ผมจะมาเป็เพื่อนคุณที่นี่ทุกวันเลย”
น้ำเสียงแสนอ่อนโยนที่ถูกเอ่ยออกมาประกอบกับแววตาที่เอ็นดูหญิงสาวข้างกายราวกับไม่เห็นลู่จั่นเหยียนเลยแม้แต่น้อย
แต่เซี่ยงหว่านที่อยู่ข้าง ๆ กลับสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ชั่วครู่ของชายหนุ่มข้างกายได้อย่างชัดเจน เธอจึงใช้ดวงตาที่ยิ้มแย้มมีแววขบขันหันไปมองทิศทางของลู่จั่นเหยียน ทว่าริมฝีปากแดงระเรื่อกลับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างประหลาดใจ
“นั่นพี่ฉีอวี้นี่คะ เขาอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ? บังเอิญจังเลย!”
“เซี่ยงหว่าน? บังเอิญจริง ๆ ด้วย… นี่พวกเราไม่ได้เจอกันหลายปีแล้วใช่ไหม?”
เมื่อฉีอวี้รับรู้ว่าผู้หญิงที่ตรงเข้ามาทักเป็ใคร ทำให้เกิดความประหลาดใจในแววตาเขาเป็อย่างมาก
เธอไปเรียนต่อต่างประเทศเมื่อหลายปีก่อนไม่ใช่เหรอ?
แล้วทำไมถึงมาปรากฏตัวข้าง ๆ ส่าวฉิงอีกล่ะ?
ทว่ายังไม่ทันได้หาคำตอบให้กับความสงสัยภายในใจ เขาจึงรีบหันมองไปที่ลู่จั่นเหยียนที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างห้ามใจไม่ได้ แต่อีกฝ่ายก็แสดงท่าทีไร้ซึ่งการขอความช่วยเหลือในบรรยากาศที่แสนอึดอัดในตอนนี้
แน่นอนว่าสีหน้าของลู่จั่นเหยียนย่อมไม่ดีเป็ธรรมดาเมื่อได้เจอกับแฟนเก่าที่อดีตสามีมาตลอด เธอจึงตัดสินใจวางเมนูในมือลงและกำลังจะลุกขึ้นเพื่อไปหาร้านอาหารอื่น แต่จู่ ๆ คนที่ไม่ควรพูดที่สุดกลับเอ่ยขึ้นมา
“พี่ฉีอวี้ ผู้หญิงคนนี้เป็แฟนของพี่เหรอคะ? สวยจังเลย งั้นพวกคุณลองนั่งตรงนี้ด้วยกันสิ ดูเข้ากันมากเลยค่ะ”
เซี่ยงหว่านยิ้มให้กับหญิงสาวตรงหน้าพร้อมกับยื่นมือออกไปเพื่อทำความรู้จักจนเผยให้เห็นเล็บมือสะอาดและทาด้วยสีชมพูอ่อน อีกทั้งรอยยิ้มบนใบหน้าก็บ่งบอกความหมายได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เพราะไม่รู้ว่าคือใครและไม่รู้จักด้วย ดังนั้น… ตอนนี้ก็มาทำความรู้จักกันซะสิ!
ฉีส่าวฉิงขมวดคิ้วอีกครั้งและบรรยากาศก็เริ่มตึงเครียดลง
“คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะ เธอไม่ใช่แฟนผม แต่เธอคือ…”
ฉีอวี้อยากจะแก้ไขตัวตนของลู่จั่นเหยียน แต่เธอกลับยิ้มเพียงเล็กน้อยและเอ่ยตัดหน้าเขาขึ้นมาเสียก่อน
“คุณเข้าใจผิดแล้วละ ฉันเป็เพื่อนของฉีอวี้ค่ะ”
เมื่อฉีส่าวฉิงได้ยินดังนั้น มุมปากของเขาก็กระตุกขึ้นเพียงเล็กน้อย แถมยังใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความอันตรายส่งไปยังภรรยาตนเอง
‘ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ใช้ตำแหน่งสะใภ้ของตระกูลฉีมาข่มคนอื่นอีกแล้วแฮะ’
“ขอโทษนะคะ ฉันอาจพูดผิดไป แต่เมื่อกี้รู้สึกจริง ๆ ว่าพวกคุณเข้ากันได้ดีมาก ส่าวฉิง คุณก็ว่าอย่างนั้นใช่ไหมล่ะ?”
เซี่ยงหว่านเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยและหันไปมองชายหนุ่มข้างกายพร้อมกับรอยยิ้มแสนตื้นเขิน แต่ใบหน้าของเธอก็ยังดูมีความสุขมากอยู่ดี
ฉีส่าวฉิงก็ยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ราวกับว่ามีนัยบางอย่างแฝงเอาไว้
“รู้ไหมว่าผู้หญิงที่ไม่คู่ควรกับผู้ชายในตระกูลฉีของเรา…คือผู้หญิงที่ยังไม่หย่า แต่ก็ไปเกาะผู้ชายคนอื่นแล้ว”
“แบบนี้ไม่คู่ควรแน่นอน”
เมื่อลู่จั่นเหยียนได้ยินดังนั้นจึงทำให้เธอมีใบหน้าซีดเผือดลงมากกว่าเมื่อครู่
เธอไม่คู่ควร? เธอไปเกาะผู้ชายคนอื่นตอนยังไม่หย่างั้นเหรอ?
แล้วทีเขาไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นแทบทุกวัน เธอยังไม่เคยจะพูดถึงเลย!
“ฉันขอโทษแทนเขาด้วยนะคะ บางทีส่าวฉิงก็พูดอะไรไม่ค่อยคิดเท่าไหร่ คุณอย่าได้ถือสาไปเลยนะคะ”
เซี่ยงหว่านเป็ฝ่ายขอโทษก่อนและยังไม่ลืมที่จะหยิกแขนของฉีส่าวฉิงอย่างแ่เบา แต่ด้วยท่าทางแสนสบายและดูคุ้นเคยนั้นกลับทำให้หัวใจของลู่จั่นเหยียนรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทันที
เพราะความรักที่เธอเคยปรารถนามากที่สุดคือการโอบกอดแขนของเขา แล้วงอแงเพียงเล็กน้อยหรือการหยิกแขนอย่างหยอกล้อเบา ๆ
“จั่นเหยียน งั้นพวกเราลองไปชิมร้านอาหารญี่ปุ่นที่อยู่ข้าง ๆ กันไหม?”
ฉีอวี้ตั้งใจช่วยเกลี้ยกล่อมและ้าอยากจะพาลู่จั่นเหยียนออกไปจากบรรยากาศน่าอึดอัดตรงนี้ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตอบอะไร ฉีส่าวฉิงกลับส่งยิ้มและนั่งลงข้าง ๆ เขาเสียแล้ว
“พี่จะไปกินอาหารญี่ปุ่นทำไมล่ะ? ไหน ๆ พวกเราก็มาเจอกันแล้ว งั้นก็กินด้วยกันซะเลยสิ”
“แล้ววันนี้พี่หรือเพื่อนของพี่จะเป็เ้ามือเลี้ยงล่ะครับ? อืม… คงไม่ว่าอะไรถ้าหากจะมีเพิ่มมาอีกสองคนใช่มั้ยล่ะ?”
“ส่าวฉิง?”
ฉีอวี้ขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินคำพูดเช่นนั้น แม้ว่าเซี่ยงหว่านไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของจั่นเหยียนก็แล้วไป
แต่ทำไมส่าวฉิงถึงยังจงใจที่จะทำให้จั่นเหยียนอับอายอีกล่ะ?
“ไม่เป็ไรค่ะ พนักงานคะ เดี๋ยวขอช้อนส้อมเพิ่มอีกสองชุดนะคะ”
ลู่จั่นเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งและใบหน้าก็ยิ้มแย้มออกมา แต่ทว่ากลับกำมือของตัวเองแน่นจนเล็บคมแทบจะฝังเข้าในเนื้อแล้ว
เธอจะไม่ยอมหนีไปอย่างอับอายต่อหน้าฉีเส่าฉิง และยิ่งไปกว่านั้นคือเธอจะไม่ยอมถอยออกไปอย่างน่าสมเพชต่อหน้าผู้หญิงที่เขารักมากคนนี้
เธอจะต้องรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองไว้ให้ได้!