“อุ้ย! พี่ภณ พี่เมาอยู่ไม่ใช่เหรอคะ?” จิตรานุช อุทานออกมาอย่างใ ที่จู่ๆ คนที่มีท่าที่เมามายกลับลืมตาขึ้นมา พร้อมกับจับพลิกตัวเธอให้นอนลงไปบนเตียงนอนอีกต่างหาก ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน พร้อมกับเอ่ยถามคนตัวโตที่ทับอยู่บนร่างบางอย่างงงๆ สงสัย
“เมาสิ ทำไมจะไม่เมาละ แต่เมาอย่างอื่นมากว่า” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวพร้อมกับจ้องมองหน้าสวยหวานซึ้งด้วยสายตากรุ่มกริ่ม ซึ่งสายตาที่ชายหนุ่มมองมานั้นทำให้ จิตรานุช หนาวๆ ร้อนๆ ขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“มะ เมาอะไรคะ?” จิตรานุช เอ่ยถามอย่างใคร่รู้ และก็ต้องหน้าร้อนผ่าว แดงระเรื่อขึ้นมาในทันทีที่ได้ยินคำตอบ
“ก็! เมานุชไง และอยากกินอยู่เรื่อยๆ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ เอ่ยตอบออกมาทั้งที่ยังคงจ้องมองหน้าคนตัวเล็กอยู่อย่างนั้น แล้วค่อยๆ ก้มหน้าเข้ามาหาใบหน้าสวยหวานซึ้งตรึงใจนั้น
“พี่ภณ!” จิตรานุช ร้องเรียกชื่อชายหนุ่มออกมา ก่อนจะถูกคนตัวโตประกบปิดปากบางจิ้มลิ้มนั้น เพื่อไม่ให้ได้พูดอะไรได้อีก
มือใหญ่ของชายหนุ่มก็ไม่ยอมหยุดอยู่นิ่งๆ ลูบไล้เรือนร่างบางไปมา พร้อมกับทำการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของคนใต้ร่างออกทีละชิ้นๆ จนหมด ทั้งที่ปากบางของชายหนุ่มก็ยังคงจูบซับ ดูดดึงเรียวปากบางจิ้มลิ้มอย่างไม่อยากเสียเวลาลิ้มรสความหวานในโพรงปากเล็ก ร่างบางสั่นสะท้าน สยิว ซาบซ่าน เรี่ยวแรงก็เริ่มหดหายอ่อนระทดระทวย อย่างยอมจำนนกับสิ่งที่กำลังจะเกิดมีขึ้น
“สวยมาก”
พ่อเลี้ยงกัณตภณ ถอนจูบออกจากปากบางจิ้มลิ้ม เอ่ยพึมพำให้คนตัวเล็กใต้ร่างได้ยินในสิ่งที่ชายหนุ่มคิด ทำให้คนตัวเล็กใต้ร่างอายจนหน้าแดงแล้วแดงอีก ลามไปถึงใบหู หลับตาปี๋ไม่กล้าจะมองอะไรเลย พ่อเลี้ยงกัณตภณ ลุกขึ้นปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองออกจากร่างแกร่ง อย่างร้อนรน รีบเร่ง แล้วล้มทับทาบร่างบางอีกครั้ง
“นุช!! ลืมตาขึ้นสิ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก้มลงกระซิบสั่งให้คนตัวเล็กใต้ร่างเปิดเปลือกตาขึ้น ด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนให้หลงใหล จิตรานุช จึงค่อยๆ ลืมตากลมโตนั้นขึ้นช้าๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ นิดๆ
“อย่างนี้สิทูนหัว มีอะไรให้น่าดูตั้งเยอะ ไม่เห็นต้องอายเลย” ว่าแล้ว พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็ก้มลงปิดปากบางจิ้มลิ้มนั้นอีกครั้งอย่างนุ่มนวล และไล่ไปตามเรียวปากบางจิ้มลิ้มนั้นอย่างแ่ๆ
แล้วการเข้าหอก็เริ่มมีขึ้นอีกครั้ง และได้ดำเนินไปอย่างนุ่มนวล เร้าร้อน ตามครรลองของธรรมชาติ ที่ได้เสกสรรให้สามีภรรยาคู่ใหม่ได้ดูดดื่มกับความสุขหรรษาไปด้วยกัน ครั้งแล้วครั้งเล่า จนไม่รู้ว่าผู้เป็สามีไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักหนา พอจบครั้งที่หนึ่ง ไม่นานก็เริ่มครั้งที่สอง และสามต่อไปจนสว่างคาตากันไปเลย
:
“จะไปไหนน่ะ?” จิตรานุช ทำท่าจะลุกออกจากเตียงนอนในตอนเช้า หลังจากที่ได้เสร็จกิจกรรมครั้งล่าสุด แต่ถูกคนตัวโตที่ได้พลิกตัวไปนอนลงเคียงข้าง ดึงเอวบางเอาไว้ให้กลับลงมานอนบนเตียงนอนเช่นเดิม
“นุชจะลุกไปทำกับข้าวน่ะค่ะ นี้ก็เช้าแล้ว” จิตรานุช เอ่ยบอกให้คนตัวโตได้รับทราบ
ซึ่งปกติหญิงสาวก็เป็คนที่ตื่นเช้าเป็ปกติอยู่แล้ว และทุกเช้าก็จะต้องทำข้าวปลาอาหารไว้ให้ จันทรา ผู้เป็มารดารับประทานก่อนที่ตัวเธอจะออกไปทำงาน จึงคิดว่าตัวเธอควรที่จะต้องปฏิบัติตัวเฉกเช่นเดิม ที่เคยได้กระทำมา เพียงแค่เปลี่ยนผู้รับประทานคนใหม่เท่านั้น
“อาหารให้แม่บ้านทำก็ได้ ตอนนี้นุชจะต้องนอนพักผ่อนก่อน เรายังไม่ได้นอนกันมาทั้งคืนเลย ถ้าไม่นอนเดี๋ยวจะเป็ลมเป็แล้ง แล้วจะไม่สบายเอาได้ ถ้าอยากทำอาหารวันหลังก็มีแล้วค่อยทำ”
ว่าแล้วพ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็กอดกระชับร่างบางในอ้อมแขนแกร่งให้แน่นเข้ากว่าเดิม พร้อมกับหลับตาลง โดยไม่คิดจะสนใจคำทัดทานใดๆ จากคนตัวเล็กในอ้อมกอดทั้งสิ้น
จิตรานุช จึงจำต้องนอนซุกซบอยู่กับอกแกร่งของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ อยู่อย่างนั้นอย่างทำอะไรไม่ได้ ซึ่งในเวลาไม่ถึงสิบนาที คนทั้งสองก็เริ่มหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ และหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน เพราะความเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย จากกิจกรรมที่ได้ทำกันมาและประกอบกับที่ไม่ได้นอนกันมาทั้งคืนนั้นด้วย
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙