ยามเช้าสำหรับผู้ชายบางครั้งก็ต้องมีการตื่นของบางสิ่งบางอย่าง มันเป็ปฏิกิริยาปกติของชายวัยหนุ่มผมทราบเื่เช่นนี้ดีแต่ไม่ใช่ในเช้านี้
“อ๊ะ ...” ผมตะครุบปากตัวเองเกือบคีพลุคหวังฮ่าวเซวียนไม่อยู่เมื่อตื่นมากลับพบกับภาพบาดตาบาดใจ มือกดไปยังริมฝีปากที่อยากจะะโร้องโวยวาย ผมค่อยๆ ลุกขึ้นผนังแนบผนังพักผ่อนสติหายใจหายคออดไม่ได้ที่จะก้มมองดูซ่งจี้หยางที่สาปเสื้อหลุดรุ่ยเผยให้เห็นผิวขาวราวงาช้าง เนินอกได้รูปสีชมพูดูสุขภาพดี เส้นผมสีดำขลับสลวนสยายเต็มฟูกพาให้ชวนหลงใหล
เชี่ยแล้วไง....โครตบรรลัยเลยครับ! ผมก้มลงมองตัวเองครั้นเห็นเสื้อผ้าครบชิ้นก็โล่งอกเพียงแต่การตื่นของหวังน้อยยามเช้าพาให้ลำบากใจอย่ามาตื่นตอนละเมอขึ้นเตียงคนงามแบบนี้
เมื่อวานผมมั่นใจว่านอนตามปกติอาจจะมีนอนดิ้นบ้างแต่ไม่เคยละเมอขึ้นปีนเตียงนางเอกนะ!
“เ้าตื่นแล้วหรือ ? ” ซ่งจี้หยางลืมตาอย่างเชื่องช้าคลี่ยิ้มสวยรับอรุณ ถ้าเป็พระเอกได้มาเห็นภาพนี้คงชื่นใจตายเลย ร่างสูงสะลึมสะลือท่าทางเย้ายวนใจชายเป็ที่สุดมือดึงเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยจนเห็นเนินอกขาวป่องขึ้นั์ตาสวยราวกับหงส์หรี่ลงก่อนจะโน้มตัวจูบผม
อิหยังวะ...
“...” ผมมองใบหน้างดงามในยามที่ละจากเขาคลี่ยิ้มพูดด้วยความอ่อนโยน
“ข้าแบ่งปราณให้เ้า”
อ่อ...โอเค แม่ยอดนางเอก แม่คนแสนดี แต่อย่ามาจูบตอนตื่นเลยได้ไหมไอ้นั่นของผมยังไม่ลงเลย
“เ้าดีขึ้นแล้วควรไปที่สนาม” ผมลุกขึ้นจากเตียงทว่ามือกลับถูกดึงซ่งจี้หยางไม่ยอมให้ไป เขาคลี่ยิ้มเบาบาง
“ข้าจะมัดผมให้เ้า”
ในเมื่อคนงามเอ่ยเช่นนี้ผมจะปฏิเสธได้อย่างไรกว่าจะได้โผล่หน้าไปก็ถูกพี่ใหญ่มองจนแทบพรุน เฮ้ พี่ชายชุดดำอย่ามองด้วยสายตาเสียดแทงขนาดนั้นผมไม่ได้แอบข่มขืนซ่งจี้หยางของนาย
“อาการเ้าเป็เช่นไร ? ” หลี่ป๋อเหวินเดินมาเบื้องหน้าซ่งจี้หยางเขามองดูอีกฝ่ายด้วยสายตาอ่อนหวานพาให้ผมกลืนน้ำลายหวาดกลัวว่าเขาจะรู้ว่าผมไปแอบนอนกับคนรักเขา
“ทุเลาลงมากแล้ว พี่ใหญ่ไม่ต้องห่วง” ซ่งจี้หยางคำนับให้กับศิษย์พี่ของตนเองั์ตาคู่สวยช้อนขึ้นมองดูงดงามตราตรึงใจ
“พี่ใหญ่” หลี่ป๋อเหวินยิ้มกว้างเมื่อได้ยินสรรพนามนั้น “เ้าไม่เรียกข้าว่าพี่ใหญ่มานานแล้ว”
“ในเมื่อหวังฮ่าวเซวียนเรียกท่านเช่นนั้น ข้าก็จะเรียกตาม”
“เกี่ยวอะไรกับข้า! ” ผมถลึงตาใส่พวกเขาสะบัดปอยผมหางม้าด้วยความเกี้ยวกราดในใจกลับหวาดหวั่น
อย่ามาพาดพิงสิเฮ้ย! เกิดพี่ชายชุดดำไม่ชอบอยากให้ว่าผัวจ๋าผมไม่แย่เรอะไง
“เอาละ เอาละ อย่าโกรธกริ้วไปเลยน้องเล็ก” ลูกอมสองสามเม็ดถูกยัดเข้าในมือผม คุณพี่ใหญ่คนนี้ไม่คิดจะให้อย่างอื่นนอกจากลุกอมหรือไรกัน ช่างประพฤติตัวเหมือนคนเฒ่าคนแก่ที่พอเห็นลูกหลานชอบกินอะไรก็จะซื้อแต่ของแบบนั้นมา
ผมกำลังจะลงนั่งทว่าซ่งจี้หยางกลับมาแย่งที่ผมพาให้ต้องเงยหน้ามองเขา ทำไมนายอยากจะสวีทกับพี่ใหญ่หรือ ?
“ขออภัยข้ามีธุระจะพูดคุยกับพี่ใหญ่” ซ่งจี้หยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงรื่นหูเขาลงนั่งคั่นผมกับพี่ใหญ่ให้ผมไปนั่งท้ายสุดเงียบเหงาและอ้างว้าง
ก็ได้ ก็ผมมันตัวร้าย...
ผมไม่มีอะไรทำจึงได้มองเหล่าเด็กชายที่พยายามเอาชีวิตรอดในเขาวงกต พวกเรามองผ่านกระจกวารีขนาดใหญ่หุบเขาของจี้หลี่ถูกจัดด้วยค่ายกลอันซับซ้อนและบรรจุพวกสัตว์มารชั้นต่ำเพื่อให้เหล่าอนุชนได้เอาตัวรอด ที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อดูไหวพริบเพียงแต่กัวเฉินของผมช่างเป็เด็กน้อยที่ซื่อบื้อเหลือเกิน ...
อ๊ะ หกล้มแล้ว..
ทว่าไม่ว่าเขาจะย่ำแย่อย่างไรผมก็คงรับเขาอยู่ดีทำให้ผมไม่สนใจการดูเื่พวกนี้มากนัก ดูไปก็ยิ่งสงสารตัวเล็กตัวน้อยเหลือเกิน …ผมเบือนหน้ามองผู้ชายตัวเหม็นหันไปส่องคณะตัวแทนจากเซียนตู ผู้เป็น้องชายเซียนตูยังคงงดงามราวกับภาพวาดเช่นเดิมทว่าวันนี้ผมไม่คิดจะจับจ้องเขาเพราะเขามีของดีไม่ไกลนัก นั่นคือตัวละครหญิงที่เป็ตัวประกอบหญิงเื่นี้เธอคือเหม่ยหลิน
ปกติแล้วนิยายวายส่วนมากตัวละครจะมีผู้ชายซะส่วนมากราวกับบนโลกนี้ไม่มีผู้หญิง ถึงจะมีตัวละครหญิงก็มักออกมาในรูปแบบตัวร้าย ตัวประกอบ และนิยายเื่นี้ก็เช่นนั้นเหม่ยหลินนั้นเป็เพียงตัวประกอบ เสียแต่เธอเป็ตัวประกอบที่แสนจะงดงามราวกับดอกไม้
ผมมองดูโครงหน้าเล็กเรียวเธอเป็หญิงสาวที่มีใบหน้าหมดจดรูปทรงองเอวได้รูป หน้าอกของเธอนั้นดูนุ่มมาแม้จะอยู่ในชุดมิดชิดมันราวกับเป็โอเอซิสให้ผมท่ามกลางผู้ชายทั้งหลาย อาห์ ...
“หวังฮ่าวเซวียน เ้าเป็อะไรหรือไม่ ? ” ซ่งจี้หยางหันมามองผมเขาพาให้ผมต้องดึงสายตาจากทรวงทรงองค์เอวอ่อนช้อยนั้น
“ไม่มีอันใด “
“น้องเล็กเ้ามองไปทางนั้นตลอดเลยไม่พอใจอันใดหรือไม่ ? ” พี่ใหญ่คลี่ยิ้มอบอุ่น “ลูกอมที่ข้าให้เ้าไม่เพียงพอหรือ เช่นนั้นข้าไปหาขนมมาให้เ้าเพิ่มดีหรือไม่ ? ”
ผมหันไปมองพี่ใหญ่มองข้ามซ่งจี้หยางพลางคลี่ยิ้ม ความจริงแล้วการดูอะไรสนุกเช่นนี้มันควรมีขนมนมเนยเอาไว้นั่งกินตอนรับชมสิ ไม่งั้นโรงหนังจะมีป็อบคอนขายพร้อมโค้กทำไม
“ท่านจะไปหามาให้ข้าหรือ ? ”
“เ้านี่ยังคงเป็เด็กจริงๆ” หลี่ป๋อเหวินส่ายหน้าพร้อมทั้งรอยยิ้มเขาลุกขึ้นท่ามกลางเสียงห้ามของจี้หลี่
“เื่เช่นนี้ข้าให้ศิษย์จัดการก็ได้”
“ไม่เป็อะไร ข้าเพียงแค่ไปครู่เดียว” หลี่ป๋อเหวินสมกับเป็พี่ใหญ่ที่เลี้ยงเด็กทั้ง 3 คนมาเขารู้ว่าอะไรที่จะทำให้น้องๆ ของเขาพอใจ
“พี่ใหญ่ท่านช่างแสนดี! ” ผมถูมือคลี่ยิ้มสดใสให้กับเขามองดูรอยยิ้มละมุนอบอุ่นของพี่ชายชุดดำ ใช่แล้วฉากต่อไปผม้าป็อบคอนและน้ำเพราะมันเป็ฉากที่ถือเป็ฉากไคล์แม็กของเื่นี้!
ฉากที่ผมพูดไม่ใช่ฉากเอาตัวรอดของอนุชนตัวจ้อยเหล่านี้ แต่เป็ฉากที่ทำให้นิยายเื่นี้โด่งดังในเวปออนไลน์ขนาดที่ผมเป็ผู้ชายยังต้องนับถือ ั์ตาของผมแม้จะยังมองกระจกที่สะท้อนภาพของอนุชนรุ่นเยาว์แสดงฝีไม้ลายมือแต่ในใจของผมกลับคิดถึงแม่นางน้อยผู้นั้น
เหม่ยหลินเป็ตัวประกอบที่สำคัญของเื่นี้ผมหันไปมองดาบสีขาวบริสุทธิ์ที่เหน็บอยู่ข้างเอวอรชรของนาง ดาบเล่มนี้หาใช่ดาบธรรมดาสามัญแต่กลับเป็ของเซียนชั้นสูงที่นางได้รับตกทอดมาจากตระกูล ดาบเซียนนี้เป็ของชั้นสูงที่มีเพียงไม่กี่เล่มบนโลกใบนี้ มันก่อเกิดจากธารน้ำแข็งภายในถ้ำใต้ทะเลจับตัวเกิดเป็ผนึกไอเย็น ตระกูลของนางเป็ผู้พบมันและได้นำมาตีขึ้นเป็ดาบเกล็ดน้ำค้างอันแสนงดงามทว่ามีเพียงผู้มีธาตุน้ำแข็งแกร่งเท่านี้ที่จะเป็ผู้ใช้มันได้ดังนั้นแม้จะเป็ของตกทอดทว่าคนในตระกูลก็ไม่มีใครสามารถชักดาบออกมาได้
ในนิยายเกริ่นมาขนาดนี้คนอ่านทั้งหมดต่างล้วนรู้ดีแก่ใจว่าดาบเล่มนี้จะตกเป็ของใครไม่ได้นอกจากตัวเอกของเื่ซ่งจี้หยางเพียงแต่การได้มานั้นตื่นตาประหนึ่งนิยายกำลังกายในของผู้ชาย
“เ้ามีคนที่สนใจหรือยัง ? ” จี้หลี่ขยับเข้ามาใกล้ผมเพราะพี่ใหญ่ไม่อยู่เขาเลยแย่งเก้าอี้ของพี่ใหญ่สลัดคราบผู้ทรงศีลผู้น่าเกรงขาม เขาก็เป็เช่นนี้น่ารักเหมือนทารกน้อยผู้แสนบริสุทธิ์
“ข้าสนใจเด็กน้อยผู้นี้” นิ้วของข้าชี้ไปยังเด็กน้อยตัวเล็กที่สกปรกมอมแมมเพราะเขาหกล้มซุ่มซ่าม ดูแล้วไม่มีความสามารถโดดเด่นแต่พวกเ้าจะรู้อะไรนี่มันเพชรเม็ดงาม พร์ของเขามากกว่าหวังฮ่าวเซวียนมากนัก
หวังฮ่าวเซวียนในนิยายนั้นไม่มีพร์โดดเด่นสิ่งที่เขามีคือความพยายาม … ทว่าในโลกของเทพเซียนแม้จะพยายามไปสักแค่ไหนก็มิอาจสู้ได้กับผู้มีพร์แต่กำเนิดนั้นทำให้เขาใช้วิชานอกรีต
“เ้าแน่ใจแล้วนะ ? “จี้หลี่มองดูเด็กผู้นั้นหาได้เข้าตากลับไม่แสดงความสามารถออกมาแต่ในเมื่อหวังฮ่าวเซวียนที่ไม่เคยรับศิษย์้าจะขัดข้องใดได้
“ข้า้าเด็กคนนั้น ฝึกฝนเขาให้กลายเป็ผู้ครองหุบเขา”
“เช่นนั้นเ้าก็รับเด็กคนนั้นไปเถิด “จี้หลี่หยิบยกพัดขึ้นมาหัวเราะเขาหันมามองซ่งจี้หยางที่จ้องมองกระจกวารีไม่วางตา ท่าทางกำลังหาศิษย์เช่นกันใน่นี้ในนิยายผมไม่ได้สนใจนักเพราะถูกฉากตื่นเต้นทำเอาลืมสิ้นตกลงซ่งจี้หยางได้ลูกศิษย์หรือไม่สุดจะนึกถึง
“จี้หลี่ตอนนี้ให้พวกเขาพักเถิด” ซ่งจี้หยางมองดูเด็กน้อยที่อ่อนล้าจึงแสดงความเป็นางเอกแสนดีออกมา จี้หลี่แม้ไม่ยินยอมในทีแรกเพราะเขา้าฝึกฝนความอดทนของเหล่าอนุชนในยามที่มองใบหน้าอันงดงามของตัวเอกก็ต้องพ่ายแพ้
แหงละเป็ผมก็แพ้ ...
จี้หลี่ให้ศิษย์พาผู้มาสมัครออกจากเขาวงกตและพักผ่อนส่วนผู้สังเหตุการณ์ที่มาจากเวียนตูก็ขยับหมายจะไปพักผ่อนเช่นกันทุกคนลุกจากที่ของตนมีเพียงผมที่ยังนั่งกอดอกไขว่ห้างรอชมเื่ราวสนุกสนาน
‘ในยามที่ทุกคนผ่อนคลายหมายจะพักผ่อนกลับปรากฏเค้าไอเย็นหยาดน้ำค้างแข็งโปรยปรายลงมาราวกับห่าฝนที่แท้มันคือเกล็ดน้ำแข็ง สิ่งนั้นร่วงหล่นพร่าพรมยังบริเวณโดยรอบกว่าที่ใครจะขยับไหวกระบี่เล่นหนึ่งกลับพุ่งดีดออกจากฝักดาบที่กักขังมันสำแดงฤทธิ์ ‘
คำบรรยายในนิยายนั้นกล่าวได้ไม่ผิดเพี้ยนแต่น้อยแต่เมื่อกลายเป็ผู้ชมจึงตื่นเต้นกว่าตอนอ่านเล็กน้อย ร่างกายของผมััได้ถึงความเหน็บหนาวจนต้องกอดตัวเองเอาไว้ เกล็ดน้ำแข็งพร่าพรมล่องลอยในอากาศและเสียง ‘ชิ้ง’ ราวกับของมีคมตัดอะไรบางอย่างดังกึกก้อง
“เกิดอะไรขึ้น! ” จี้หลี่ตื่นตระหนกผมจึงหันไปบีบบ่าเขาจนแน่น
“เ้าพาเหล่าเด็กน้อยหนีไปซะ! “
ใช่แล้วฉากต่อไปมีเพียงตัวเอกก็เพียงพอแล้ว!
ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นลึกถึงกระดูกราวกับแช่แข็งผู้คนมีเพียงผู้มีธาตุที่สอดคล้องและตรงข้ามที่ขยับกายสะดวก ผมหันไปมองหาซ่งจี้หยางเป็ดังคาดเขาพุ่งเข้าไปใจกลางของกระแสลมหนาวพาให้ผมตื่นเต้น
รีบไปเอาดาบของนายมาเร็วๆ สิ!
‘ภารกิจช่วยเหลือตัวเอกเริ่มได้ ‘
หา! ผมที่กำลังจะรอชมความสนุกกลับได้แต่ยืนทื่อเมื่อได้ยินเสียงของระบบดังขึ้นในหัว....ภารกิจ ช่วยเหลือ ?
‘ยืนยันภารกิจ ผู้เล่นจะดำเนินภารกิจหรือไม่ ?’
ภารกิจบ้าอะไร ฉากนี้มีพี่ชายชุดดำช่วยแล้วไม่ใช่หรือไง!
‘หากไม่ทำภารกิจเราจะทำการตัดสิทธิ์ของท่าน’
ไอ้ระบบใจแคบ !
ผมหันมองความวุ่นวายเบื้องหน้าไอหมอนหนาวะเืพาให้ร่างกายหนาวสั่นโชคดีที่ผมเป็พวกธาตุไฟตรงข้ามกับซ่งจี้หยางทำให้ขยับตัวได้บ้าง ั์ตามองหาร่างสูงใหญ่ของพี่ชายชุดดำในฉากนี้ต้องอาศัยดาบสุริยันที่มีความสามารถทะลุทะลวงทุกอย่าง
“พี่ใหญ่เล่า! ” ผมอ้าปากถามจี้หลี่ที่อยุ่อีกฟากเขากำลังวุ่นวายกับการสั่งการ
“เขาไปหาขนมให้เ้ามิใช่หรือ ? ”
ชิบหาย!!!!
พี่ชุดดำผมไม่้าขนมแล้วได้โปรดกลับมาทีเถอะ ! แม้จะภาวนาเช่นนั้นทว่ากลับไร้วี่แววพี่ชายชุดดำหมอนและความหนาวเย็นห่อล้อมตัวผมเอาไว้ เมื่อต้องกลายมาเป็ผู้ชมริงไซด์นั้นต่างจากที่ผมคิดเอาไว้ ในนิยายบรรยายสภาพโดยรอบทว่าเมื่อผมตกอยู่ในเหตุการณ์รอบข้างมีแต่หมอนหนาวเย็นทำให้มองอะไรไม่เห็นได้ยินเพียงเสียงกระบี่เสียดสีกัน
‘กระบี่เล่มนี้สะสมปราณิญญามายาวนาน มันมีชีวิตจิตใจเป็ของตนเองแม้จะเป็ตระกูลที่สร้างมันมาแต่หากไม่คู่ควรมันก็มิยอมอยู่ใต้อาณัติในวันนี้มันพบกับชายที่คู่ควรกับมัน เ้ากระบี่จึงได้สำแดงฤทธิ์หากคนผู้นี้มิอาจปราบมันลงได้มันก็จะทำให้ทุกผู้ตกตายไปด้วยกัน ‘
ผมวิ่งฝ่าหมอกหนาฟังเสียงกระบี่วิ่งไปทางทิศตะวันออก นี่หากไม่ได้อ่านนิยายจ้างให้ก็ตามมาไม่ถูก ใครจะไปหาคนเจอในหมอหนาขนาดนี้ตอนนั้นพี่ชายชุดดำทำได้อย่างไรกัน
‘ปราณของกระบี่ผสมผสานไอเย็นแผ่ซ่านไปทั่ว ในชั่วเวลาแห่งความเป็ความตายของหญิงสาว นางถูกกระบี่เล่มนี้ควบคุมไว้พาให้ซ่งจี้หยางเร่งเร้าเข้าไปช่วยเหลือ มือได้รุปของเขาแตะต้องยังด้ามกระบี่ใช้ปราณของตนเองในการกดข่มทว่ากระบี่เล่มนี้นั้นกลับไม่เกรงกลัวต่อปราณนั้นกลับแผ่ไอเย็นออกมาจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งห่อหุ้มรอบตัวของเขา’
แม้จะรู้ยังบทสรุปของเื่นี้ ขนาดฟังน้องสาวเล่าฉากนี้เพราะความฟินมาสองรอบผมก็ยังหลงทิศกว่าจะคลำทางจนมาเจอซ่งจี้หยางก็มาถึงฉากโลงศพน้ำแข็ง ฉากที่น้องสาวผมชอบที่สุดเพราะมันเป็ความงดงามที่ยากจะบรรยาย
เพียงแต่ความงดงามที่น้องสาวของผมแสนฟินนั้นเมื่อได้มาก่อนก่อนที่โลงศพน้ำแข็งจะเสร็จสิ้นมันคือความรวดร้าวใจ ั์ตาของผมเบิกกว้างมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้างดงามของซ่งจี้หยางขาวซีดั์ตาแข็งกร้าวมือจับกระบี่เ้าปัญหาด้ามนั้นท่ามกลางเกล็ดน้ำแข็งที่ห้อมล้อมเขา ชายหนุ่มขัดขืนสุดกำลังทว่าขาและแขนของเขาถูกโอบล้อมด้วยน้ำแข็งหนาจนไม่สามารถขยับได้ริมฝีปากซีดเซียวดิ้นรนไปมา
“ซ่งจี้หยาง! ” ผมร้องเรียกเขามือแตะยังน้ำแข็งที่ก่อตัวหนาราวกับกำลังทุบกำแพงที่เย็นเฉียบ ใบหน้าราวกับเทพธิดาผู้สูงส่งหันมามองผม ั์ตาคู่สวยหลุบลงริมฝีปากเอ่ยคำบางเบา
“เ้าหนีไปเถอะ”
โธ่ เวลาแบบนี้ยังจะเป็นางเอกแสนดีอะไรกันอีกเล่าพ่อคุณ
ผมมองดูโลงศพน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์มันเป็ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ขังบุรุษผู้งดงามราวกับดอกไม้เอาไว้ในน้ำแข็งก้อนนั้น หากมองเพียงภายนอกสิ่งนี้ช่างราวกับถูกรังสรรค์จากพระเ้าแต่จากมุมมองของคนที่ยืนอยู่ข้างเขาเห็นการดิ้นรนของบุคคลผู้หนึ่งจนกระทั่งเขาถูกขังเอาไว้ในนั้น สิ่งนี้คือความน่ากลัวอย่างแท้จริง
แม้จะอยู่ในโลกของเทพเซียนเป็ผู้ฝึกวิชาแต่มนุษย์เรามิอาจทนความหนาวเย็นจากการถูกแช่แข็งได้นาน ผมเข้าใจแล้วว่าเหตุใดระบบจึงให้ผมช่วยเหลือไม่เช่นนั้นตัวเอกจะตายเสียก่อน ในนิยายนั้นเมื่อไอหมอกจางลงจนผู้คนเห็นสภาพภายนอกพี่ใหญ่จะใช้กระบี่สุริยา กระบี่ที่สามารถทะลวงทุกสิ่งทุกอย่างได้ไม่เว้นแม้แต่น้ำแข็งก้อนนี้จนมันแตกสลายช่วยเหลือคนงามเอาไว้ใน
ทว่าในยามนี้ผมไม่มีพี่ใหญ่ ...
ปั๊ดโธ่เว้ย!
ผมหลุบตาลงตั้งจิตใจให้ก่อเกิดความร้อนดึงรั้งแส้ของตนเองขึ้นชโลมมันด้วยกองไฟสุมหนึ่งก่อนฟาดลงไปยังก้อนน้ำแข็งเบื้องหน้า ทว่ามันราวกับเอาไม้ซีกไปงักไม้ซุงแส้ของผมเดิมทีเป็อาวุธที่ใช้ได้ดีในการจับกุมหาใช่ทะลวงดังเช่นอาวุธของพี่ชายชุดดำ
กลับมาเร็วๆ หน่อย!
“ซ่งจี้หยาง ข้าจะไม่ปล่อยให้เ้าตาย! ”
ใช่แล้วปล่อยให้ตายไม่ได้ ไม่งั้นระบบบ้านี้จะทำให้ผมตายตาม!
ผมฟาดแส้ลงไปอีกครั้งเ้าก้อนน้ำแข็งบ้านี้ไร้แม้กระทั่งรอยร้าว เป็แบบนี้ไม่ดีแน่ในยามนี้หมอกเริ่มเจือจางลงแล้ว ผมมีเวลาไม่มากนักจึงได้มองสองมือของตนเองนึกขึ้นมาได้ว่าร่างกายของมนุษย์ก็เป็สื่อความร้อนที่ดีเช่นกัน ผมเหน็บแส้เอาไว้ที่เอวกำมือก่อนตั้งสมาธิแผ่ความร้อนลงไปที่ร่างกายปล่อยให้ร่างกายถูกแผดเผามันร้อนจนแทบจะร้องไห้ เอื้อมมือแตะลงยังก้อนน้ำแข็งหนามองใบหน้างดงามที่ถูกทำให้หยุดนิ่งในนั้น
ผมไม่มีกระบี่อย่างพี่ใหญ่ ไม่มีกำลังมากพอดุจดั่งอาจารย์สิ่งที่พอจะทำได้แค่เพียงใช้ร่างกายนี้โอบกอดละลายน้ำแข็งก้อนใหญ่นี้ทีละน้อย มือที่ร้อนดั่งเปลวเพลินััยังความเย็นจ็บใจความแตกต่างของอุณหภูมินี้พาให้หยาดน้ำตาร่วงหล่น
เจ็บ...เจ็บเป็บ้าเลยว้อย!!! แต่ถ้าปล่อยมือตอนนี้นายตายแน่หวังฮ่าวเซวียน
น้ำแข็งก้อนนั้นละลายทีละน้อยผมมองใบหน้าซีดเซียวจับจ้องริมฝีปากบางที่กลายเป็สีม่วงรับรู้ถึงความอันตรายได้แต่กัดฟันหลับตาลงเพิ่มความร้อนที่ฝ่ามือโอบกอดน้ำแข็งก้อนหนึ่ง ร่างกายเร่าร้อนยิ่งกว่าเปลวไฟหลอมละลายมันทีละน้อย หูได้ยินเสียงบางอย่างทว่าผมกำลังตั้งสมาธิจนไม่ได้ฟัง
ผมอ้าปากระบายความร้อนที่เหมือนจะหลอมละลายเครื่องในจนสุกเห็นไอที่ออกจากริมฝีปากตนเองเป็ควันสีเทา มือดันความเย็นเร่งเร้าเปลวเพลิงในร่างกาย ลำคอเหมือนถูกใครสักคนจับกรอกน้ำต้มเดือด่เวลาแห่งทุกข์ทรมานดำเนินไปยาวนาน มันอาจเป็เพียงชั่วเวลาเสี้ยวนาทีทว่าความเ็ปทำให้สมองของผมเบลอ ั์ตาพร่ามัวมือที่แตะยังน้ำแข็งใหญ่เลื่อนลงวินาทีที่ััได้ถึงหยดน้ำเย็นมือขาวโพลนคู่หนึ่งก็ยื่นขึ้นมา สมองของผมซ้อนภาพบางอย่างขึ้น ั์ตาหลุบลงได้ยินเสียงเรียกชื่อของตนเอง
“หวังฮ่าวเซวียน! ”
ในตอนนั้นก็มีคนเรียกชื่อนี้เช่นกัน
**********************************
ซ่งจี้หยางรู้สึกเหมือนตนเองอยู่ท่ามกลางภาพฝัน ในยามที่หลุบตามีใครบางคนร้องเรียกชื่อ เสียงนั้นะโปลุกรั้งให้ตื่นขึ้นจากฝันแต่ไหนเลยจะนึกว่าภาพแรกที่เห็นจะเห็นภาพของของสำคัญที่กำลังเ็ป
“หวังฮ่าวเซวียน! ” ข้าเอื้อมมือโอบรับร่างที่ร่วงหล่นมองยังฝ่ามือที่ผุพองราวกับถูกไฟไหม้นั้น มือที่เคยเรียบเนียนกลับกลายเป็ิัหลุดลอกน่ากลัว ใบหน้าน่ารักนั้นซีดเซียวไร้สีเืที่หางตาปรากฏหยาดน้ำตาคลอเสื้อผ้าของเขามีร่องรอยไหม้ไม่ต้องบอกข้าก็รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น ส่งแรงไปยังมือขวาที่กำด้ามกระบี่กดปราณยังตัวซุกซน
“หากเ้ายังดื้อดึงข้าจะทำลายเ้าซะ” ข้าขยับรอยยิ้มที่ไม่มีใครเคยเห็น รอยยิ้มท่ามกลางม่านหมอกเพราะมันเป็รอยยิ้มที่มีให้เพียงศัตรูเท่านั้น แผ่นไอเย็นจากร่างกายกดยังอีกฝ่ายบีบด้ามกระบี่แฝงรังสีแห่งความอำมหิตเร่งเร้าปราณในกายจนถึงขีดสูงสุด
หาใช่เพื่อปราบมันแต่เพื่อทำลาย...ฆ่ามันให้สิ้นซาก
“คนที่กล้ามาแตะต้องของสำคัญของข้า แม้จะเป็พระเ้าจากไหนข้าก็จะทำลายเ้า” ปราณจากกระบี่เซียนอ่อนแรงลง นั่นทำให้ข้าเปลี่ยนแปลงรอยยิ้มเสนอทางเลือกให้กับเ้ากระบี่ผู้น่าสงสาร “หากยอมสยบข้าจะไว้ชีวิตเ้า”
แสงเรืองรองจากกระบี่อ่อนลงดูท่ามันจะยอมเลิกพยศเสียที ข้าดึงมันเก็บเข้าฝักที่ตกอยู่ที่ปลายเท้าวางมันลงบนพื้นเย็นเฉียบกกกอดยังร่างในอ้อมอก ร่างนั้นร้อนราวกับเปลวไฟกองหนึ่งแนบริมฝีปากถ่ายทอดไอเย็นผ่านริมฝีปาก
“หวังฮ่าวเซวียน” ข้าร้องเรียกร่างในอ้อมกอดประคองมือที่ชุ่มเืมองิักำพร้าที่ถูกไหม้ด้วยสายตาสงสาร
ว่าแล้ว...ควรหักไอ้ดาบเส็งเคร็งนี่เป็สองท่อน
ข้าขมวดคิ้วเมื่อััได้ถึงไอเย็นหันไปมองกระบี่เล่มนั้น ราวกับล่วงรู้ความในใจมันสอดประสานกับไอปราณของข้าช่วยลดอุณหภูมิที่พุ่งสูงของหวังฮ่าวเซวียนให้ลดลง มือลูบพวงแก้มนุ่มที่ขึ้นสีเืฝาดถอนหายใจโล่งอกโอบกระชับยังเรือนกายนุ่ม
แม้จะเคยมีคนที่เข้าหาพูดคุยคอยอยู่ข้างเคียงทว่าั้แ่เกิดมามีเพียง 2 คนที่ยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้องข้า ...หนึ่งคือมารดาที่มิอาจปกป้องไว้ได้และสอง...ก็คือเ้า
ให้ตายเถอะ...ั้แ่เมื่อไรนะที่น้องเล็กเติบโตถึงเพียงนี้
ั้แ่เมื่อใดกันนะที่พาให้หัวใจของข้าเต้นแรง สิ่งสำคัญที่กกกอดเอาไว้ในอกนี้จะไม่มีวันปล่อยให้สูญสลายดังเช่นอดีต
**********************************
หวังฮ่าวเซวียนคิดว่าตนเองกำลังตกอยู่ในห้วงของความฝัน ไม่เช่นนั้นจะอธิบายเหตุการณ์ที่ลืมตาแล้วพบแต่ความมืดมิดได้อย่างไร ?
‘พี่สามท่านฝันร้ายงั้นหรือ ?’ เสียงเล็กของเด็กน้อยดังขึ้นในโสตประสาทพาให้ผมหันไปมอง เบื้องหน้าคือเด็กผูกผมหางม้าหน้าตาน่ารักแก้มของเขายุ้ยจนน่าดึง เขามีเค้าโครงคล้ายกับหวังฮ่าวเซวียนในนิยาย เบื้องหน้าของเด็กชายตัวน้อยคือร่างของเด็กหนุ่มที่ยังเติบโตไม่เต็มที่เขามีใบหน้างดงามราวอิสตรีแต่งชุดขาวั้แ่หัวจรดเท้า นั่นคือซ่งจี้หยาง
โอ้โหหน้าตาตอนยังเยาว์วัยช่างน่ารักราวกับเ้าหญิงตัวน้อยเหลือเกิน
‘ข้า’ ซ่งจี้หยางพ่อเทพธิดาตัวน้อยในวัยเยาว์ทำสีหน้าลำบากใจเขาถูกเด็กชายคนหนึ่งจูงมือไปยังเตียงนอนก่อนทุบที่ว่างข้างเตียง
‘ถ้าท่านฝันร้าย ข้าจะนอนกับท่านเองพี่สาม’
หวังฮ่าวเซวียนในวัยเด็กช่างน่ารักเหลือเกิน ผมปิดปากแทบสำลักความสุขตรงหน้าพวกเขาไม่เหมือนศิษย์ร่วมสำนักแต่เหมือนครอบครัวมิน่าเล่าพี่ชายชุดดำจึงได้เที่ยวไล่ตามผมขนาดนี้ ก็น้องเล็กของเขาสมัยก่อนช่างน่ารักยิ่ง
เหตุใดหวังฮ่าวเซวียนในนิยายเมื่อเติบโตจึงได้เปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็หลังเท้าแบบนั้นกันนะ ? ผมเก็บงำความสงสัยเอาไว้ในใจอยากจะดูภาพตรงหน้าต่อกลับรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงร้องไห้ไม่หยุด เสียงนั้นทั้งแหลมสูงน่ารำคาญจนผมอยากจะตีเ้าบ้านั่นเสียจริง
“ฮือออ ท่านอาจารย์อย่าเพิ่งจากศิษย์เร็วไปนัก ท่านอาจารย์”
เสียงงอแงแหลมสูงพาให้คิ้วของผมกระตุก ผมลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้ามองดูเพดานที่ไม่คุ้นเคยความเ็ปแล่นริ้วเข้าสู่สมองทันทีที่ลืมตามันทำให้ผมอยากร้องไห้ตามเขาหากไม่ติดว่าต้องคีพลุค มือของผมไม่อาจขยับได้มันถูกห่อไว้ด้วยผ้าพันแผลหนาเตอะผมรับรู้ได้ถึงความเ็ปจากร่างกายทั่วตัว
โอ๊ย ช่างเป็เควสเสี่ยงตายเหลือเกิน
“อาจารย์ ท่านฟื้นแล้วข้านึกว่าท่านจะไม่ฟื้นอีกแล้ว! ” น้ำเสียงแหลมสูงที่ทำลายโสตประสาทนั้นดังเสียจนต้องกระแอมไอ มีก้อนของเหลวชนิดหนึ่งอยู่บนตัวผม มันสะอึกสะอื้นร้องไห้ราวกับโลกจะถล่มลงเ้าก้อนนั้นเมื่อเห็นผมจ้องมองที่มันก็คลี่ยิ้มน่าเอ็นดูปีนป่ายลงจากตัวผม
จะว่าไปเ้าก้อนนี้น่าคุ้นๆ ...อา นึกออกแล้วเขาคือกัวเฉินศิษย์ที่ผม้านี่เอง
“อาจารย์ท่านฟื้นก็ดีแล้ว ท่านเ้าขุนเขาจี้หลี่บอกว่าเมื่อท่านตื่นแล้วให้ดื่มยาทันที ข้าเคี่ยวยาั้แ่เช้ารอท่านตั้งนาน” ผมมองกัวเฉินปาดน้ำตาที่อยู่บนหน้าออกเด็กหนุ่มรีบยกถ้วนชามมาให้กลิ่นยาขมลอยฟุ้งมาจากชามใบนั้นพาให้ผมย่นคอ
แค่ได้กลิ่นก็ขมคอแล้ว!
“ขอบใจ” แม้จะอยากเขวี้ยงถ้วยทิ้งทว่าผมกำลังดำรงตำแหน่งในฐานะอาจารย์ของเด็กน้อยผู้นี้ มีอาจารย์งอแงเหมือนเด็กกันบ้างเล่า ได้แต่คีพลุคสุดชีวิตกล้ำกลืนรสชาติของยาต้ม รสของมันขมฝาดอยากจะอ้วก บ้าเอ้ย! รสชาติแย่กว่าเปปทีนผสมกับกระทิงแดงเสียอีก
“ท่านอาจารย์ท่านหลับไปถึงวันหนึ่งเต็มๆ ท่านรู้ไหมท่านยอดเยี่ยมแค่ไหนไม่มีเ้าขุนเขาคนไหนจะเยี่ยมยุทธเท่าท่านอีกแล้ว ทั้งที่ในยามนั้นทุกคนได้แต่ตื่นตระหนกมีเพียงท่านที่ก้าวเข้าไปช่วยชีวิตของผู้คนอย่างไม่เกรงกลัว ข่าวลือที่กล่าวหาว่าท่านเป็คนเ็าไร้หัวใจนั้นเหลวไหลทั้งเพ! ”
“ใครบอกให้เ้ามาอยู่กับข้า” ผมตีหน้าเคร่งเครียดชิมยาที่ราวกับการฆ่าตัวตายทางอ้อม
“ท่านขุนเขาจี้หลี่บอกว่าท่าน้าข้า นี่จริงหรือขอรับท่านอาจารย์! ”
“ข้าแค่เห็นแววของเ้าเพียงเท่านั้น เ้าจงอย่าลำพองใจไป “ผมเก็กหน้าวางตัวให้สมกับเป็อาจารย์ทั้งที่ในใจอยากวิ่งอะไรหวานๆ กิน ฮือ ขมชะมัด
“ขอรับ การได้เป็ศิษย์ท่านข้ารู้สึกประหลาดปลื้มมากขอรับ! ” กัวเฉินคลี่ยิ้มสดใสเขาร่าเริงสมกับเป็เด็กชายตัวน้อย “ท่านเป็เพียงคนเดียวที่ช่วยเหลือท่านเ้าขุนเขาซ่งจี้หยาง ท่านน่าเลื่อมใสเหลือเกิน”
“ข้าเป็ฮีโร่สำหรับเ้าสินะ”
“อะไรคือ ‘ฮีโร่’ หรือขอรับ”
“อืม” ข้าขมวดคิ้วคิดได้ว่าเผลอพูดศัพท์ยุคปัจจุบันไปเสียแล้ว “ถ้าให้เทียบก็คงเป็วีรบุรุษ”
“ขอรับ ท่านอาจารย์กล้าแกร่งสมกับเป็วีรบุรุษ”
“ดีมาก” ผมรู้สึกตัวลอยการมีคนมาชื่นชมนี่ช่างดีเหลือเกิน มือวางถ้วยยาลงรู้สึกอ่อนล้าทั้งที่เพิ่งตื่นนอน มือทั้งสองข้างแค่หยิบจับอะไรก็เจ็บไปหมด
ว่าแต่เ้าเด็กนี้ช่างไม่รู้ความเวลาที่มืออาจารย์เจ็บเ้าต้องยกยามาป้อนสิ!
ผมมองดูมือที่แค่ขยับปลายนิ้วก็เหมือนถูกมดกัดนับพันมือทั้งสองข้างถูกพันด้วยผ้าพันแผลหนา นับว่าครั้งนี้ยังโชคดีที่เจ็บเพียงแค่นี้ ระบบในนิยายช่างโหดร้ายเหลือเกิน
“ท่านขุนเขาจี้หลี่บอกว่ายาตัวนั้นมีสรรพคุณช่วยให้หลับ ดังนั้นท่านอาจารย์โปรดวางใจข้าจะคอยคุ้มกันท่านเองขอรับ”
“ฝากด้วยละ” หวังฮ่าวเซวียนนั้นเป็ตัวร้ายที่ลอบฆ่าผู้นี้ในนิยายไม่มีใครคิดปองร้ายกับเขาดังนั้นผมจึงได้วางใจทรุดตัวนอนลงปล่อยให้ตนเองเข้าสู่นิทรารมย์อีกครั้ง
คราวนี้จะได้ฝันต่อหรือไม่ ?
++++++
กั่วเฉินเป็เด็กที่มีพื้นฐานครอบครัวแสนธรรมดาตนเองเป็ลูกของพ่อค้าข้าวที่หูหนาน มีศักดิ์ชายคนที่สามสมัยยังเยาว์มีเซียนผ่านร้านค้าและบอกว่ามีชะตาได้เป็เซียนในการรับศิษย์นี้จึงได้มาสมัคร ทว่าด้วยความที่ไม่ได้ฝึกปรือหรือท่องตำราั้แ่เยาว์พาให้ความสามารถไม่ทัดเทียมกับคนอื่น
"ข้าโชคดีเหลือเกินที่อาจารย์รับข้า! " ข้ามองดูเรือนร่างของผู้เป็อาจารย์นอนหลับใหล ลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเขาเข้าสู่ห้วงลึกของนินทรา ข้าคิดว่าควรจะเตรียมน้ำสักกะละมังเพื่อให้อาจารย์ตื่นมาได้ล้างกลับมีเสียงร้องเรียนหน้าประตู เมื่อเปิดไปกลับพบเด็กหนุ่มที่โตกว่าข้าไม่เท่าไร ใบหน้าหมดจดดูมีสง่าราศี เขาแต่งทรงด้วยชุดขาวสะอาดไปทั้งตัวขับให้ดวงหน้าเด่น
"ท่านคือ ? "
"ข้าคือศิษย์เอกของท่านเ้าขุนเขาซ่งจี้หยาง " เขาโค้งตัวเล็กน้อยท่วงท่าสง่างาม “ข้าคือเจิ้งฝานซิงหาดจะพูดไปก็เป็ศิษย์พี่ของเ้า”
“เช่นนั้นศิษย์พี่ท่านมีธุระอันใด ? ” ข้าเอียงคอมองศิษย์ที่มีส่วนสูงมากกว่าเพียงเล็กน้อย ศิษย์ของท่านขุนเขาซ่งจี้หยางที่มีชื่อเสียงเลื่องลือเื่คุณงามความดีและรูปโฉมงดงามราวเทพธิดานั้นช่างคล้ายคลึงกับผู้เป็อาจารย์ไม่น้อย
สำนักนี้คัดหน้าตาก่อนเข้าหรือไม่ ?
“ท่านอาจารย์ของข้าอยากขอบคุณท่านเ้าขุนเขาหวังฮ่าวเซวียนเป็การส่วนตัวไม่ทราบว่าเ้าจะช่วยไปธุระกับข้าสักครู่ได้หรือไม่ ? ”
“ไปธุระกับท่านหรือ แต่ว่าข้าต้องคอยเฝ้าอาจารย์เฝ้าฮีโร่ของข้า! ” ข้าตบหน้าอกตัวเองมาดมั่นสิ่งที่อาจารย์ฝากไว้ศิษย์จะทำให้ดีที่สุด
“ฮีโร่ สิ่งนั้นคืออันใด ? ”
“ฮีโร่ก็คือวีรบุรุษ ท่านอาจารย์สอนเช่นนี้”
“งั้นหรือ เอ่อ...” ใบหน้าหมดจดนั้นคลี่ยิ้มอ่อนโยน “อาจารย์ของเ้าเป็วีรบุรุษช่วยเหลืออาจารย์ของข้าเอาไว้ เขาย่อมอยากตอบแทนบุญคุณวีรบุรุษของเขา ถ้าเป็เ้าก็คงอยากจะคอยเฝ้าไข้เพื่อชดเชยยังบุญคุณนี้ใช่ไหม อาจารย์ของข้าก็รู้สึกเช่นนั้น”
“แต่ว่าข้า” ข้ารู้สึกลังเลเพราะก่อนจะหลับไปท่านอาจารย์สั่งให้ข้าคอยเฝ้าเขาเอาไว้ แถมยานี้จะทำให้ท่านอาจารย์หลับลึกด้วย
“ท่านอาจารย์ของข้าไม่น่าเชื่อถืองั้นหรือ ? ”
“มิใช่เช่นนั้น”
“ข้าดูเ้าตอนที่เทศกาลรับศิษย์พื้นฐานของเ้าไม่ค่อยมี เช่นนั้นในฐานะที่เราเป็ศิษย์ร่วมสำนักข้าจะสอนพื้นฐานให้แก่เ้าเอง “เขาคลี่ยิ้มอ่อนโยน “เ้าไม่อยากให้อาจารย์ตื่นมาพบว่าเ้ารุดหน้าไปอีกขั้นงั้นหรือ ? ”
“อา “
การทำให้ท่านอาจารย์ดีใจนั้นย่อมเป็สิ่งที่ดี อีกอย่างท่านซ่งจี้หยางนั้นเลื่องลือในด้านคุณงามความดีเขาถูกอาจารย์ข้าช่วยไว้ย่อมอยากตอบแทนบุญคุณ
เช่นนั้นถ้าข้าจะตามศิษย์พี่ไปฝึกวิชาอาจารย์จะไม่โกรธข้าใช่ไหม ?
“มาเถิดศิษย์น้องข้าจะดูแลเ้าเอง”
“ท่านช่างเป็คนดีเหลือเกินศิษย์พี่! ” ข้ารู้สึกปลาดปลื้มเหลือเกินที่แห่งนี้ช่างมีแต่คนใจดีเช่นนั้นข้าคงไม่ต้องห่วงท่านอาจารย์อีกต่อไป
“การฝึกวิชาขั้นพื้นฐานพวกเราจำเป็ต้องใช้ร่างกายในการเคลื่อนไหว พวกเราไปยังลานฝึกเถิด” ศิษย์พี่คลี่ยิ้มอ่อนโยนเขาขยับตัวข้าเห็นชายหนุ่มที่ราวกับดอกไม้อันเลอค่า ใบหน้าของเขาได้รุปผิวขาวละเอียดเขาคือเ้าขุนเขาซ่งจี้หยาง ข้าโค้งตัวให้กับเขา
คนที่ฝึกฝนศิษย์พี่ออกมาได้อย่างโอบอ้อมอารีย์ขนาดนี้ต้องเป็คนดีมากแน่ๆ ...ท่านอาจารย์ท่านทำบุญขึ้นเหลือเกิน
ข้าคารวะท่านผู้นั้นก่อนเดินตามหลังศิษย์พี่ออกไป มองบานประตูที่ปิดสนิทลงได้แต่คลี่ยิ้ม ... อา คนที่นี่ช่างใจดีเหลือเกิน
***************************************
ซ่งจี้หยางปิดประตูั์ตาราวกับหงส์หันไปมองเรือนร่างอ่อนนุ่มที่หลับสนิท ั์ตาที่ส่องประกายหลุบลงร่างเล็กนั้นทอดกายอยู่บนเตียง มือเอื้อมไปแตะต้องยังสมบัติเป็สมบัติที่เพิ่งรู้สึกตนว่ามี
ตลอดชีวิตของข้านั้นเกิดมาด้วยความผิดของมารดา ในยามที่ถูกบิดาทุบตีคนที่เข้ามามีเพียงมารดาจนกระทั่งนางตายไปข้าจึงถูกท่านอาจารย์เก็บมา
สมบัติชิ้นแรกก็คือมารดาผู้อ่อนโยนและงดงาม มารดาที่เป็สตรีหัวอ่อนและอ่อนแอไม่สามารุป้องกันตนเองและลูกน้อยได้ สมบัติที่ปกป้องเอาไว้ไม่ได้ ดังนั้นจึงได้ฝันร้ายอยู่เสมอทว่าในยามที่หวาดกลัวกลับมีเสียงเล็กๆ ฉุดรั้งขึ้น เด็กผู้นั้นฉีดยิ้มกว้างใช้ั์ตาสีไพลินที่ส่องประกายราวกับอัญมณีเลอค่าจ้องมองข้า
‘ถ้าท่านฝันร้ายข้าจะกอดพี่สามเอาไว้เอง’
เพราะมีอุณหภูมิอันอบอุ่นนั้นจึงได้คลายความหวาดกลัวลบเลือนยังฝันร้าย ตลอดมาข้ามองอีกฝ่ายเป็น้องเล็กที่แสนน่ารักเมื่อเขามีท่าทีเหินห่างจึงคอยไล่ตาม
“หวังฮ่าวเซวียนเ้าปิดประตูใส่ข้าครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งวันนั้น” วันนั้นข้าไปยังหอคอยของเ้าดั่งปกติทว่ากลับกลายเป็การได้พบกับเด็กน้อยอีกคนหนึ่ง เด็กน้อยผู้นี้ไม่เหมือนกับน้องเล็กของเขาทว่าจิตใจที่ใสสะอาดอ่อนโยนพาให้รู้สึกสนใจ
“เ้ารู้ไหม ...นอกจากมารดาไม่เคยมีใครใช้ชีวิตแลกเพื่อข้า” มือใหญ่คลอเคลียพวงแก้มนุ่มโน้มตัวลงประทับริมฝีปากบาง มันเป็รสจูบหวานที่ได้ลิ้มลองในทุกคราที่ถ่ายทอดพลังหากแต่ครานี้เพียงแค่จูบกันดั่งคนรักโดยมิได้มีเื่ของการถ่ายทอดปราณมาเกี่ยวข้องกัน มือเชยปลายคางประคองให้รองรับยังจูบหนักหน่วงกดยังกลีบปากบางย้ำยังความอ่อนนุ่มทอดทิ้งยังสายในใสเลียรอบปากของเ้าเด็กน้อยที่น่าเอ็นดู ข้าประคองสองมือที่ถูกพันผ้าพันแผลหนามันเริ่มมีเืซึมมาตามผ้าสีขาวดูท่าจะต้องเปลี่ยนใส่ยาให้ใหม่
“เ้าเป็คนแรก”
ใน่ที่ถูกฝังด้วยน้ำแข็งข้ายังมีสติรับรู้ดังนั้นจึงได้ยินเสียงเรียก อีกฝ่ายพยายามสุดชีวิตเพื่อช่วยเหลือใบหน้าน่ารักที่ตื่นตระหนกนั้นบีบหัวใจ มือผุพองเป็แผลกลับไม่ยอมหยุดยั้งพังทลายก้อนน้ำแข็งหนา
ในวินาทีนั้นข้าคิดว่าสิ่งที่ถูกทำลายหาใช่แค่ก้อนน้ำแข็งของดาบแต่เป็เกราะของหัวใจที่สร้างเอาไว้...
ข้าสืบทอดรูปโฉมของมารดา เพราะรูปลักษณ์เช่นนี้ทำให้ถูกบุรุษเข้าหามาั้แ่สมัยก่อนทว่าข้ามิใช่ดังเช่นมารดาจึงได้เรียนรู้วิธีเอาตัวรอด ตลอดมาไม่เคยมีชายใดทำให้จิตใจหวั่นไหวได้เท่ากับน้องเล็ก ทั้งที่กำลังเฝ้าดูน้องเล็กกลับเลือนไปและสิ่งที่น่าเอ็นดูก็เข้ามาแทนที่
ไม่ว่าแบบใดก็ช่างน่าให้เฝ้าดูต่อเหลือเกิน
“จะทำอย่างไรดีนะ ? ” นิ้วเรียวแตะลงยังสาปเสื้อดึงร่นมองดูรอยไหม้ที่แต่งแต้มบนผิวกายนวลเนียน มองดูร่องรอยนั้นด้วยความเสียดายได้แต่หวังว่ามันจะไม่เป็แผลเป็ กดปลายนิ้วลงยังผิวอ่อนนุ่มลากไล้ผิวเรียบลื่นจูบพวงแก้มอดจะหัวเราะไม่ได้
“ยาของจี้หลี่ได้ผลดีเช่นเคย” ตัวยาที่มีพลังฟื้นฟูสูงทว่าจะทำให้ร่างกายเข้าสูสภาวะหลับลึกกลับเป็สิ่งที่อันตราย “นอนหลับโดยให้ศิษย์ตัวน้อยเฝ้าเพียงคนเดียวช่างประมาทเสียจริงหวังฮ่าวเซวียน”
“เอาเถอะ เช่นนั้นข้าจะคอยเฝ้าให้จะไม่มีผู้ใดทำร้ายเ้าได้” มือเรียวประคองร่างกายอีกฝ่ายดึงรั้งอาภรณ์ที่เกะกะลากไล้ไปตามผิวกายเรียบลื่นแฝงไอเย็นลงไปในปลายนิ้วพาให้ร่างเบื้องล่างกระตุกตามัั กดย้ำยังรอยไหม้เจือจางบนผิวกายบรรเทาความร้อนจากาแเ่าั้กดจูบยังริมฝีปากที่ปิดแน่น คลอเคลียพวงแก้มอ่อนลากไล้ััจากเบื้องลบสู่เบื้องล่างจิกครูดเบาบางที่ต้นขาอ่อน การัักระตุ้นยังบางอย่างให้รู้สึกขึ้นมาพาให้ข้าคลี่ยิ้มอ่อนโยน
“เ้าเติบโตขึ้นมาก” มือทั้งห้ารวบรั้งยังส่วนแข็งขืนรูดรั้งมอบััสวาทมองดูใบหน้าที่บิดเบี้ยวของความเสียวซ่านระคมสุขสม โน้มตัวลงจูบยังหน้าผากชื้นเหงื่อััถึงส่วนตื่นตัวบีบเร่งเร้าลูบเป็จังหวะได้ยินเสียงในลำคอแม้จะหลับใหลทว่าหากกระตุ้นผู้ชายก็รู้สึกได้เช่นกัน ข้าจูบซับหยาดเหงื่อฟังเสียงหอบหายใจในขณะที่ขยับปลายนิ้วพาเขาให้ไปถึงฝั่งฝันในนิทรารมย์
“...” ่สุดท้ายนั้นร่างเบื้องหน้ากระตุกเร่าปลดปล่อยหยาดเหงื่อใบหน้าที่อาบไล้ไปด้วยหยาดเหงื่อนั้นน่าเอ็นดูเสียพาให้ข้าเร่าร้อน ...หากแต่ไม่อาจจะทำกับเขาได้
ข้าไม่มีรสนิยมรังแกคนหลับสักเท่าใด ...การทำกับคนตื่นนั้นย่อมสนุกกว่าเป็ไหนๆ
“หวังฮ่าวเซวียน” ริมฝีปากสีแดงสดเอื้อนเอ่ยยังชื่อของคนที่แสนน่าเอ็นดู เพราะไม่อยากล่วงเกินรุกล้ำเข้าไปในร่างกายนั้นให้เ็ปจึงได้ใช้เพียงท่อนขาเรียว ส่วนเื่จะใช้อันใดนั้นมีเพียงความมืดที่โรยตัวที่รับรู้
*****************************