ลุงหวงเดินมาดูข้างๆเขาสามารถสัมผัสถึงลมปราณที่บริสุทธิ์อย่างยิ่งกำลังล้อมรอบตัวของเด็กๆ ไป่ฟานเซียนไม่จำเป็นต้องใช้สมาธิจดจ่อเลยแม้แต่น้อยนางหยิบหนังสือเกี่ยวกับแฟชั่นในยุคใหม่ขึ้นมาอ่านฆ่าเวลา
“ผมจะไปนำชามาเสิร์ฟให้นะครับ” ลุงหวงค้อมตัวแล้วหายไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับถาดน้ำชาในมือ
เขาเคยถามเรื่องนี้กับไป่ฟานเซียนหลายครั้งแล้วบางครั้งเวลาอยู่ที่ชายหาดริมทะเลเด็กๆจะชอบดื่มน้ำผลไม้ที่ทั้งหวานทั้งสดชื่นมากกว่า แต่กับไป่ฟานเซียนนางยืนยันว่านางชอบชา
ดังนั้นเขาจึงเตรียมชาหลากหลายแบบไว้ให้นางแทนซึ่งไป่ฟานเซียนแม้จะไม่แสดงออกแต่นางก็อารมณ์ดีอย่างยิ่ง
“หวงจื่อหาน แผลเจ้าหายแล้วใช่หรือไม่?”
ไป่ฟานเซียนที่อ่านหนังสืออยู่ถามโดยไม่ได้หันมามอง
“เกือบจะหายดีแล้วครับ” ลุงหวงตอบรับตามตรง เขาสำนึกบุญคุณที่นางช่วยรักษาแผลเรื้อรังนี้ให้จริงๆ
“เช่นนั้นวันนี้ช่วยข้ายืดเส้นยืดสายเสียหน่อย...”
ไป่ฟานเซียนปิดหนังสือแล้ววางไว้แถวนั้นนางลุกขึ้นมาบิดตัวเพื่อคลายความรู้สึกเมื่อยล้ายามที่นั่งทำงานเป็นเวลานานๆช่วงนี้นางใช้เวลาทั้งวันอยู่กับการอ่านหนังสือซึ่งลุงหวงก็สมเป็นพ่อบ้านชั้นหนึ่งเขาแยกหนังสือที่ไป่ฟานเซียนอ่านแล้วไปเก็บอีกห้องหนึ่งและสั่งหนังสือใหม่ๆเข้ามาทุกวันไป่ฟานเซียนจึงสามารถเพลิดเพลินกับความรู้และเรื่องราวใหม่ๆเหล่านี้ได้ไม่มีวันหมด
“เอ่อ...ท่านปรมาจารย์ไป่หมายถึง?”ลุงหวงถามด้วยท่าทางไม่แน่ใจ
“เข้ามา ให้ข้าดูเสียหน่อยว่าเจ้าทำอะไรได้บ้าง”
ไป่ฟานเซียนยืนอยู่บนชายหาดด้วยเท้าเปล่าแน่นอนว่านางยังอยู่ในชุดเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นลายลิตเติ้ลแบร์ที่นางชอบเหมือนเดิมนางหันมาเรียกทั้งยังกวักมือเบาๆให้หวงจื่อหานโจมตีเข้าไปได้เลยเสียด้วย
ลุงหวงทำท่าลำบากใจ
“ผมเกรงว่าจะไม่ใช่คู่มือท่านปรมาจารย์ไป่หรอกนะครับ...”
“อืม...เช่นนั้นก็แบบนี้?”
ไป่ฟานเซียนครุ่นคิดครู่หนึ่งพลังปราณในร่างของนางก็ปะทุออกมารอบตัว แต่ลุงหวงก็ต้องประหลาดใจเพราะเขาสัมผัสได้เพียงพลังปราณในระดับจอมยุทธ์เท่านั้น!
“ข้าจะใช้พลังเท่ากัน เข้ามาได้แล้ว”
ไป่ฟานเซียนเริ่มยืดเส้นยืดสายลุงหวงเห็นว่าคงจะไม่มีทางเลือกอื่นจึงวางถาดน้ำชาและถอดเสื้อนอกออก
หวงจื่อหานเดินไปเผชิญหน้ากับไป่ฟานเซียนพวกเขายืนอยู่บริเวณชายหาดสีขาวสะอาดที่มีคลื่นและลมซัดเข้ามาเป็นระยะๆ
ชายชราตั้งท่า ขาทั้งสองหนึ่งก้าวไปด้านหน้าสองตั้งรับด้านหลังเป็นกระบวนท่าเริ่มต้นของเพลงหมัดตระกูลถังที่พร้อมจะถ่ายน้ำหนักและหยิบยืมพลังจากพื้นดินทุกเมื่อ
ไป่ฟานเซียนกลับไม่ได้ตั้งท่าใดๆนางยืนอย่างผ่อนคลาย สองมือปล่อยลงข้างลำตัวตามธรรมชาติ เมื่อเห็นว่าลุงหวงไม่เข้ามาสองขาเรียวงามก็ก้าวเข้าไปหาเสียก่อน
“อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ หวงจื่อหาน”
ไป่ฟานเซียนพริบตาก็มาปรากฏตัวเบื้องหน้าหมัดของนางเหวี่ยงเข้ามาจนรู้สึกถึงแรงเสียดทานของอากาศนี่เป็นเพียงหมัดเปล่าๆที่ไม่ได้แฝงลมปราณใดๆทั้งยังออมแรงให้อยู่ในระดับจอมยุทธ์แล้วของไป่ฟานเซียน
เปรี้ยง!
หวงจื่อหานยกมือสองข้างมารับได้ทันแต่เมื่อสัมผัสกับหมัดเล็กๆนั้น ตัวเขาก็ลอยขึ้นมาจากพื้นรากฐานที่แข็งแรงไม่ทันได้ช่วยอะไรร่างสูงใหญ่ของชายชราก็ลอยปลิวเป็นเส้นตรงไปอีกด้านเกือบสิบเมตร!
ลุงหวงตกใจแต่กลับตั้งสติได้อย่างรวดเร็วเขาพลิกตัวกลางอากาศแล้วใช้สองขาลงพื้น แต่แรงปะทะนั้นก็ยังทำให้เกิดเป็นรอยครูดยาวเป็นทาง
พลังปราณของลุงหวงระเบิดออกมาจากร่างแรงกดดันระดับจอมยุทธ์ขั้นห้าอบอวลไปทั่วทั้งตัวเขารู้แล้วว่านายหญิงต้องการให้เขาเอาจริง เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องตอบรับคำสั่งนั้นอย่างดีที่สุด
ฟุ่บ!
ร่างของชายชราพุ่งตรงเข้าไปราวกับลูกกระสุนการเคลื่อนไหวที่ผสานเข้ากับลมปราณของเขารวดเร็วจนเห็นเป็นเงารางๆ ไป่ฟานเซียนที่ได้เห็นพ่อบ้านชราเริ่มจริงจังก็เผยรอยยิ้มน่าสนุกที่มุมปาก
หวงจื่อหานก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บแล้วผันตัวมาเป็นพ่อบ้านเต็มตัวนั้นเคยมีชื่อเสียงในยุคก่อนในฐานะมือขวาของถังเทียนจี๋แต่คนภายนอกรู้ดีว่าตัวหวงจื่อหานเองนั้นแข็งแกร่งกว่าถังเทียนจี๋ในยุคนั้นอยู่หลายเท่า
หลักฐานชัดเจนในยุคนี้ก็คือสัมผัสสวรรค์ที่เฉียบคมยิ่งกว่าจอมยุทธ์ขั้นหกถ้าเขาไม่เคยแข็งแกร่งขนาดนั้นมาก่อนไม่มีทางที่สัมผัสสวรรค์ของเขาจะแม่นยำถึงเพียงนั้น
เขามีชื่อเสียงในเรื่องวิชายุทธ์เสริมพลัง วิชาที่เขาฝึกมุ่งเน้นที่การส่งเสริมการเคลื่อนที่กระบวนท่า และพละกำลังเป็นหลัก ทำให้เขาถนัดการต่อสู้ระยะประชิดมากๆ
แม้จะอยู่ระดับจอมยุทธ์ แต่หวงจื่อหานไม่ค่อยจะมิชาที่จะปลดปล่อยพลังปราณในร่างให้ออกไปโจมตีเหมือนคนอื่น
แต่นั่นทำให้เขาขัดเกลากระบวนท่าจนเชี่ยวชาญ
หวงจื่อหานต่อยหมัดขวาเฉียดสีข้างของไป่ฟานเซียนหญิงสาวพลิกตัวแล้วประเคนเอาลูกเตะไปที่ต้นคอจนชายชราต้องกระเด็นออกไปอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้เป็นไป่ฟานเซียนทีแปลกใจลุงหวงสามารถยกมือขึ้นมากันลูกเตะนั้นทันอย่างไม่น่าเชื่อทำให้เขาไม่ได้รับบาดเจ็บและพุ่งเข้ามาอีกครั้ง
ลมปราณจากร่างชายชราปะทะออกมาคลุมไปรอบหมัดจนคล้ายกับนวมพลังโจมตีของเขาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หมัดที่เคลือบไปด้วยลมปราณนั่นสามารถต่อยทะลุผนังคอนกรีตหนาๆได้อย่างสบาย
ถ้าไม่มั่นใจว่าหญิงสาวตรงหน้าจะไม่เป็นอันตรายแน่ๆลุงหวงไม่มีทางที่จะใช้มันออกมา
ตูม!
ตูม!
การโจมตีของหมัดนั้นทำให้พื้นทรายด้านหลังบังเกิดเป็นหลุมลึกทุกที่ซึ่งไป่ฟานเซียนหลบไปจะกลายเป็นหลุมบ่อตามมาทันที
การต่อสู้ของทั้งสองกินพื้นที่ไปทั่วเขตชายหาด
ทั้งสองคนแลกหมัดกันอยู่หลายกระบวนท่า แต่ชายชราไม่สามารถโจมตีโดนร่างของหญิงสาวที่เคลื่อนไหวอย่างเรียบง่ายเลยสักครั้งตรงข้ามกับไป่ฟานเซียนที่ซัดโดนตัวลุงหวงไปก็หลายครั้งแต่ในครั้งหลังๆเขาก็เริ่มไม่กระเด็นออกไปแล้ว ชายชราเริ่มจับทางได้กระบวนท่าถ่ายเทพลังของตระกูลถังช่วยลดทอนพลังโจมตีไปที่พื้นดินได้หลายส่วนจนสามารถยืนตั้งรับได้อย่างมั่นคง
“สัมผัสขาของเจ้าให้มากกว่านี้...”
ไป่ฟานเซียนที่กำลังชุลมุนหลบหมัดที่ต่อยมาไม่หยุดของลุงหวงอยู่ๆก็พูดขึ้นจนลุงหวงแปลกใจทันใดนั้นเขาก็เสียหลักอย่างกะทันหันและโดนไป่ฟานเซียนเตะจนกระเด็นอีกครั้ง
ลุงหวงมองไปที่ขาของตัวเองเขารู้สึกราวกับการเชื่อมต่อของตัวเขาและพื้นดินหายไปช่วงหนึ่งจนทำให้เสียหลัก
“กระบวนท่าของเจ้ามุ่งเน้นการหยิบยืมพลังจากผืนดินเจ้าคิดว่าผืนดินคืออะไร?”ทันใดนั้นลุงหวงก็เห็นไป่ฟานเซียนตั้งท่าที่ดูคุ้นตาอย่างยิ่งขาข้างหนึ่งของนางก้าวมาด้านหน้าอย่างมั่นคง
เปรี้ยง!
ชายชราเห็นเพียงไป่ฟานเซียนบิดตัวแปลกๆทันใดนั้นนางก็ปล่อยหมัดที่ดูธรรมดาออกมาหมัดหนึ่ง แต่คนที่กำลังจะได้รับหมัดนี้เข้าไปรู้สึกว่ามันไม่ธรรมดาเลยสักนิด!
มันรุนแรงอย่างน้อยก็มากกว่าหมัดที่หุ้มปราณของเขาหลายเท่า!
ลุงหวงกัดฟันกรอด เขาไม่สามารถหลบมันได้ จึงได้แต่ตั้งท่าเพื่อถ่ายเทพลังโจมตีส่วนหนึ่งลงไปที่พื้น
แต่เมื่อหมัดนั้นมาถึงลุงหวงกลับรู้สึกถึงความหนักแน่น ความมั่นคงของผืนดินอัดแน่นอยู่จนเต็มหมัดกลับเป็นหมัดนี้ของไป่ฟานเซียนเสียอีกที่หยิบยืมพลังจากพื้นดินมาได้มากกว่าลุงหวง!
“การโจมตีของเจ้ารวดเร็วและรุนแรงก็จริงแต่นั่นคือพลังของเจ้า”
ไป่ฟานเซียนเดินเข้ามา
“เหล่าจอมยุทธ์มุ่งเน้นที่การควบคุมพลังปราณในร่างให้เชี่ยวชาญ ถึงขนาดปลดปล่อยพวกมันออกมาเป็นรูปร่างได้อย่างเป็นอิสระ แต่กระบวนท่าที่เจ้าฝึกฝนอยู่มีความใกล้เคียงกับบางสิ่งอย่างยิ่ง”
“จงสัมผัสถึงมันให้มากกว่านี้สิ่งนี้ไม่ใช่การหยิบยืม”
ไป่ฟานเซียนหยุดอยู่เบื้องหน้าหวงจื่อหานและหรี่ตาลงเล็กน้อย
“...เมื่อเจ้าเข้าใจหลักการนี้ นั่นจึงจะหมายถึงการบรรลุระดับปรมาจารย์”
หวงจื่อหานสั่นสะท้านกับคำพูดของไป่ฟานเซียนเขาพลับตาลงแล้วซึมซับเอาข้อมูลทั้งหมดมาไตร่ตรองในหัวไป่ฟานเซียนที่เห็นท่าทีเช่นนั้นก็เผยรอยยิ้มที่มุมปากบางๆ
“ไม่ต้องรีบร้อนเจ้ายังห่างไกลจากจุดสูงสุดของจอมยุทธ์นักเมื่อเจ้าไปถึงจุดนั้นก็ยังไม่สายที่จะมานั่งไตร่ตรองสิ่งที่ข้ากล่าววันนี้”
ชายชราถอนหายใจเบาๆเขาลุกขึ้นประสานมือแล้วค้อมตัวลงด้วยความเคารพสิ่งที่ไป่ฟานเซียนสอนนั้นมีค่าอย่างยิ่งในโลกของการฝึกตนเป็นความรู้และประสบการณ์ที่ไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงิน
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์ไป่ที่ชี้แนะ!”
“อืม...ถือว่าเจ้าช่วยข้ายืดเส้นยืดสายได้นิดหน่อย”
ไป่ฟานเซียนโบกมือนางสะบัดมือแล้วโยนยาเม็ดหนึ่งไปให้ลุงหวง
“กินเสีย เดี๋ยวร่างกายของเจาก็ช้ำตายพอดี”
หญิงสาวเดินจากไปหยิบหนังสือมาอ่านโดยไม่สนใจชายชราลุงหวงรับโอสถสีขาวเม็ดนั้นมาอย่างประหลาดใจเพราะเมื่อครู่ถึงจะเป็นการต่อสู้รุนแรงแต่เขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายอะไรขนาดนั้นนี่?
“อั่ก!?”
หวงจื่อหานแค่ลุกขึ้นมาก็สัมผัสถึงความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาตามลำตัวโดยเฉพาะช่วงตัวและแขนที่เขาใช้รับการโจมตีของไป่ฟานเซียนบ่อยที่สุดค่อยๆปรากฏสีม่วงที่เกิดจากการช้ำในทั้งมันยังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนเขาต้องรีบกลืนโอสถเม็ดนั้นลงไปโดยไม่ลังเล
โอสถของไป่ฟานเซียนสร้างความแปลกใจให้กับผู้คนได้เสมอเพราะแค่กินมันเข้าไปไม่นานบาดแผลและรอยช้ำบนร่างของชายชราก็ทุเลาลงไปมหาศาลจนเหลือเพียงอาการปวดเมื่อยเล็กๆเท่านั้น
ลุงหวงเดินตามไป่ฟานเซียนกลับไปดูพวกเด็กๆโดยไม่ทันสังเกตเลยว่าในอาคารหลังหนึ่งที่ห่างออกไปเกือบสองกิโลเมตร มีคนกำลังจับจ้องการต่อสู้ของพวกเขาและบันทึกทุกอย่างเอาไว้อยู่!