ไม่นานนัก คำตอบของอนาเธอร์ก็ทำให้บรรยากาศในห้องสอบสวนยังคงเคร่งเครียด สมาชิกสภายังคงไม่มั่นใจในคำพูดของเขา แต่ก่อนที่พวกเขาจะถามอะไรต่อ เสียงดังสนั่นก็เกิดขึ้นจากภายนอก แรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงแผ่ขยายไปทั่วทั้งเมืองหรู่หมิง ทำให้ทุกคนต้องหันไปมอง
เงาขนาดใหญ่ที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง มันก็กำลังพุ่งเข้ามาทางเมืองหรู่หมิงอย่างรวดเร็ว และตัวตนนี้ก็คือ มังกรเพลิงที่มาพร้อมกับความโกรธเกรี้ยวของคาน ผู้นำตระกูลซิกฟรีดที่ยิ่งใหญ่
“ข้าอยากจะเห็นจริงๆว่าพวกเจ้าจะกล้าจับลูกชายของข้าไว้นานแค่ไหน!”
เมืองหรู่หมิงทั้งเมืองถึงกับสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ผู้คนมากมายที่อยู่ภายในเมืองต่างหยุดการกระทำทุกอย่างและเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เสียงคำรามของพลังอำนาจบางอย่างดังสนั่น และเงาขนาดใหญ่ปกคลุมไปทั่วผืนฟ้า แสงเพลิงสีแดงลุกโชนราวกับเปลวไฟแห่งนรก
“นะ..นะ..นั่นมันเผ่าพันธุ์มังกร?!!”
ร่างที่ใหญ่โตนั้นพุ่งตรงมายังจุดศูนย์กลางของเมืองอย่างรวดเร็ว ทุกสายตาจับจ้องไปยังเงานั้นด้วยความหวาดหวั่นและตกตะลึง
มันคือมังกรเพลิงที่ยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัว ร่างของมันสูงใหญ่เกินกว่าสัตว์ประหลาดใดๆที่ผู้คนในเมืองเคยพบเห็น ความร้อนที่แผ่กระจายออกมาจากตัวของมันทำให้บรรยากาศร้อนระอุราวกับทะเลเพลิง
ทุกสิ่งทุกอย่างในเส้นทางที่มันผ่านต่างสั่นไหวและเกิดเสียงลั่นสนั่นราวกับผืนแผ่นดินกำลังจะแตกออก ผู้คนในเมืองต่างแสดงสีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก หลายคนหลบเข้าไปในอาคารด้วยความหวาดกลัว
ขณะที่บางคนยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ ร่างกายของพวกเขาแข็งค้างไปด้วยความตะลึงที่ไม่สามารถอธิบายได้ และเมื่อพวกเขาสังเกตเห็นร่างของชายผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่บนหัวของมังกรเพลิงนั้น สายตาของทุกคนก็ต้องเบิกกว้างและอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“ทะ..ท่านผู้นั้นคือคาน — ผู้นำตระกูลซิกฟรีดและยังเป็นตำนานที่ยังคงมีชีวิตอยู่!”
“อะไรนะ จักรพรรดิเพลิงผู้นั่นน่ะเหรอ? ทำไมเขาถึงเต็มไปด้วยความโกรธเช่นนี้ละ!”
คานไม่ใช่แค่เพียงผู้นำตระกูลซิกฟรีดที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่เขายังเป็นบุคคลในตำนาน ชื่อเสียงของเขาถูกเล่าขานมาอย่างยาวนานว่าเขาไม่เคยพ่ายแพ้ในการต่อสู้ใดๆ
ความแข็งแกร่งของเขาเป็นที่ยอมรับในหมู่ผู้เล่นและเหล่าสิ่งมีชีวิตต่างๆทั่วทั้งอาณาจักรเทพ และว่ากันว่าเขามีเผ่าพันธุ์มังกรที่แข็งแกร่งเป็นผู้พิทักษ์อีกด้วย
เมื่อคานปรากฏตัวขึ้น ทุกคนในเมืองต่างรู้ทันทีว่าเขาไม่ได้มาเพียงเพื่อชมสถานการณ์
เขาคือบุคคลที่ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดเพื่ออธิบายอะไร เมื่อเขาเคลื่อนไหว ทุกอย่างย่อมมีเหตุผลที่ยิ่งใหญ่(ใช่หรือ)
ภายในห้องสอบสวนของสภาผู้ยิ่งใหญ่ บรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่ก่อนหน้าได้ทวีความหนักอึ้งยิ่งขึ้น เมื่อแรงสั่นสะเทือนจากมังกรเพลิงจักรพรรดิได้แผ่กระจายเข้ามา ทุกคนที่อยู่ในห้องเริ่มสัมผัสได้ถึงพลังอันรุนแรงที่กำลังเข้ามาใกล้
สมาชิกสภาทั้งห้าคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์รู้สึกเหมือนมีพลังบางอย่างกดทับ
“พะ..พลังระดับนี้มัน.. ของจริง!”
พวกเขาอุทานขึ้นอย่างหนักหน่วง ใบหน้าของที่เคยสงบนิ่งเริ่มแสดงความตื่นตระหนกออกมาอย่างชัดเจน แม้ว่าพวกเขาจะเป็นบุคคลที่มีอำนาจสูงสุดในเมืองหรู่หมิง
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับพลังอันยิ่งใหญ่ของคาน และมังกรเพลิงจักรพรรดิ พวกเขาก็ไม่สามารถซ่อนความหวั่นไหวในใจได้
พลังที่แผ่กระจายออกมาจากมังกรนั้นรุนแรงเกินกว่าจะทนได้ มันทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนถูกกดดันจากบางสิ่งที่ไม่อาจต้านทานได้
“นี่มัน... ใช่คานจริงๆด้วย หรือว่าเจ้าเป็นทายาทลำดับที่สี่ของเขาจริงๆ!”
สมาชิกสภาที่เหลือหันมามองหน้ากันด้วยความตกตะลึง พวกเขารู้สึกได้ทันทีว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป
ภายนอกอาคารสภาแห่งผู้ยิ่งใหญ่ ผู้คนจำนวนมากยังคงมองดูเงาของมังกรเพลิงที่ใหญ่โตปกคลุมท้องฟ้าอย่างไม่วางตา
พวกเขารู้ดีว่ามังกรเพลิงจักรพรรดินี้ไม่ใช่สิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป มันเป็นสัตว์ร้ายในตำนานที่คานอัญเชิญออกมาได้เพื่อตอบสนองต่อความโกรธของเขา เปลวไฟสีแดงสว่างที่ลุกโชนรอบตัวมังกรเพลิงนั้น สามารถทำลายเมืองแห่งนี้ทั้งเมืองได้อย่างง่ายดาย
“ที่นี้ใช่ไหม?.. ข้าเองก็ไม่ได้มายังสาขานี้นานแล้วด้วย”
คานยืนอยู่บนหัวของมังกรเพลิงด้วยสายตาที่เยือกเย็นและแฝงไปด้วยความโกรธ
เขามองลงไปยังอาคารสภาผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องล่างของเขา แรงสั่นสะเทือนจากการมาถึงทำให้พื้นดินรอบๆอาคารแตกร้าวและอากาศร้อนระอุไปทั่วบริเวณ ส่วนมังกรเพลิงจักรพรรดิก็ถอนหายใจออกมา จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้น
“อย่าสังหารใครละ.. เพราะพวกเขาเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิด!”
ในห้องโถงใหญ่ อนาเธอร์ยืนอยู่กลางห้องและรู้สึกถึงการมาถึงของพ่อของเขา ชายหนุ่มไม่แสดงอาการตกใจหรือแปลกใจ
“ในที่สุดท่านพ่อก็มาถึง.. ”
อนาเธอร์บ่นพึมพำเบาๆและถอนหายใจอย่างโล่งอก ขณะที่เขามองไปยังประตูของห้องสอบสวนที่ยังคงปิดสนิท
“ปัง!”
ทันใดนั้นเอง เสียงดังสนั่นก็ดังก้องไปทั่วทั้งอาคาร พลังอันรุนแรงแผ่กระจายเข้ามาทำให้ทุกคนที่อยู่ภายในอาคารรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ประตูของห้องสอบสวนถูกเปิดออกอย่างแรง ทำให้สมาชิกสภาทั้งห้าที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ถึงกับสะดุ้ง และหันไปมองทางเข้าพร้อมกัน
ชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ได้ปรากฏขึ้นที่ทางเข้าของประตู เขาก้าวเข้ามาภายในห้องด้วยท่าทางสง่างาม เต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ยากจะต้านทานได้ เปลวเพลิงบางเบาที่ลอยอยู่รอบตัว ทำให้บรรยากาศภายในห้องร้อนขึ้นทันที
“คะ..คาน.. เป็นเจ้าจริงๆเรอะเนี่ย!”
ทุกคนที่อยู่ในห้องสอบสวนต่างรู้สึกถึงพลังอำนาจที่ไม่อาจท้าทายได้
สมาชิกสภาทั้งห้าคนนั่งตัวแข็งอยู่บนบัลลังก์ ไม่มีใครกล้าพูดหรือขยับตัว
พวกเขาตกตะลึงกับการปรากฏตัวของคาน แต่ก็รู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถแสดงความอ่อนแอได้ในเวลานี้ พวกเขาคือผู้ที่มีอำนาจในเมืองหรู่หมิง และการเผชิญหน้ากับคานในสถานการณ์นี้ จำเป็นต้องมีความกล้าหาญและความเฉลียวฉลาด
คานหยุดยืนอยู่กลางห้อง ดวงตาของเขามองตรงไปยังสมาชิกสภาทั้งห้าคนและแฝงไปด้วยความโกรธที่ไม่สามารถระงับได้
“ข้ามาก็เพื่อพาลูกชายของข้ากลับไป!”
คานกล่าวเสียงเข้ม น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้
“จบการสวบสวน.. ลูกชายของข้าก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยซักนิด”
เสียงของคานดังก้องไปทั่วห้องโถง ทำให้สมาชิกสภาทั้งห้าคนรู้สึกเหมือนมีพลังบางอย่างกดทับพวกเขาอย่างหนักหน่วง
...
ใจเยนท่านพ่อ 5555+