เสียงเพลงกล่อมดังออกมาจากตัวเครื่องเล่นดังคลอไปทั่วห้องอันโสมมบนฝ้าเพดานเต็มไปด้วยหยากไย่แมงมุมเพราะขาดความเอาใจใส่ บนพื้นผนังก็มีร่องรอยสิ่งสกปรกติดไปตามจุดต่างๆบรรยากาศโดยรอบเสมือนกับบ้านเก่าๆโทรมๆหลังหนึ่งไม่มีผิด
เสียงน้ำไหลออกมาจากก๊อกจนอ่างน้ำที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำไหลลงพื้นแต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆแสดงออกมาทั้งสิ้น
ในอ่างน้ำขนาดกลางมีร่างของชายหนุ่มหนวดเฟิ้มกำลังนอนแผ่หลาอยู่ในอ่างน้ำอันมัวซัว ดวงตาปิดสนิทไม่มีการขยับเขยื้อนแม้แต่นิดเดียว มีเพียงเสียงลมหายใจเป่ารดจมูกคมสันบ่งบอกว่ายังคงมีสัญญาณชีพอยู่เท่านั้น
เส้นผมสีทองเปียกชุ่มไปด้วยน้ำจนกระเซิงริมฝีปากได้รูปประกบปิดกันโดยไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมา ใบหน้าได้รูปและค่อนข้างหล่อเหลาหากได้รับการเอาใจใส่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็นับว่าเป็ชายหนุ่มที่ค่อนข้างเป็ที่นิยมจากสาวๆก็ค่อนข้างไม่ผิดแผก
กริ๊ง!
เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางเอาไว้เยื้องจากอ่างอาบน้ำแค่เพียงเอื้อมมือส่งเสียงดังลั่นไปทั่วห้องน้ำราวกับกำลังร้องเรียกชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นมาจากภวังค์
“ฮึม…”
เสียงครางจากลำคอของชายหนุ่มราวกับกำลังตอบรับอย่างรำคาญก่อนที่ดวงตาสีฟ้าใสจะค่อยๆลืมขึ้นมาอย่างเชื่องช้าเขาวางมือยันตัวนั่งในอ่างก่อนที่ปลายสายตาค่อยๆเหลือบไปที่วัตถุแปลกปลอมที่ก่อให้เกิดความรำคาญใจแก่ตัวเขา
ชายหนุ่มหยิบผ้าที่วางไว้เหนือศีรษะมาเช็ดมือจนแห้งสนิทก่อนที่จะค่อยๆเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์เ้าปัญหาขึ้นมาดูอย่างออดแอดปลายสายปรากฏรายชื่อ แฟรงค์ สารวัตรหนุ่มคนสนิทที่เคยคบหากันมาเนิ่นนานั้แ่จำความได้เขาเลิกคิ้วขึ้นมาเพราะความสงสัยก่อนกดรับสาย จากนั้นก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังออกมาจากปลายสาย
“ฮัลโหลเจสันทำไมนายถึงรอให้ฉันยืนโทรเก้ออยู่ตั้งนานแบบนี้กันล่ะ”
“ฮืม...มีอะไร”เจสันไม่เพียงไม่ตอบคำถามแต่ยังถามกลับไปด้วยน้ำเสียงรำคาญ
“ฮึ่ย!..นายนี่นะ ช่างเถอะ! ฉันมีงานอยากจะให้แกช่วยสักหน่อย นายพอจะว่างมั้ย?”
“ไม่ว่างถ้าไม่มีอะไรอีกฉันขอวางสายนะ..”
“ดะ...เดี๋ยวสิ!”ปลายสายร้องออกมาน้ำเสียงลุกลน
“มีอะไรอีก”
“ชั้นรู้ว่านายกำลังเศร้าแต่นายจะเก็บความเศร้าเอาไว้แล้วเอาแต่ทำร้ายตัวเองแบบนี้ไม่ได้นะเจสัน!ฉันรู้นะว่านายกำลังนอนกล่อยอยู่ที่บ้านทำตัวอย่างกับคนซังกะตายไม่ผิดแผกแต่เชื่อฉันเถอะเจสัน นายควรจะลืมเื่ของไอวี่ได้แล้วขืนทำตัวแบบนี้ต่อไปก็มีเพียงนายเท่านั้นที่ยังจมปลักอยู่กับอดีต เชื่อฉันสิเจสันนายควรจะปล่อยวางเื่นี้ได้แล้ว”ปลายสายพูดออกมาอย่างเป็ห่วงเป็ใย
เจสันปล่อยให้ปลายสายพูดสาธยายออกมายาวยืดเขาเหลือบมองรูปภาพเก่าๆที่วางเอาไว้บนโต๊ะด้วยสายตาว่างเปล่าเบื้องหน้าปรากฏให้เห็นรูปของเขากลับหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่กำลังโอบคอเขาพร้อมกับบังคับให้เขายิ้มมืออีกข้างถือกล้องถ่ายรูปเอาไว้เขาจำได้แม่นว่าตอนนั้นเขาได้แต่ยิ้มฝืดๆออกมาเพราะปกติเขาก็เป็คนที่มีใบหน้านิ่งขรึมอยู่แล้วแต่ก็ไม่อาจฝ่าฝืนคำสั่งของหญิงสาวได้อย่างหมดจด
ภาพแห่งความทรงจำค่อยๆไหลเข้ามาในโสตประสาทราวกับกำลังถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนภาพตอนที่เขากับเธอจับมือแล้วเดินไปด้วยกันท่างกลางทุ่งดอกไม้ที่สวยสดงดงามภาพที่เขากำลังซื้อตุ๊กตาเพื่อง้อเธอหลังจากที่ทำให้เธอเศร้าเพราะต้องปล่อยให้รอเก้อภาพที่เขากอดเธอไว้แนบอกแล้วกระซิบบอกรักเธอด้วยความสุขล้นเต็มเปี่ยมภาพต่างๆพรั่งพรูเข้ามาจนหางตาของเขารื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลรินลงมากระทบอ่างน้ำ
เขายกมือกุมอก หลุบหน้าต่ำหัวใจที่เคยเต้นระรัวไปอย่างเริงร่า บัดนี้กลับกลายเป็ความรู้สึกชินชา เฉยเมยราวกับบุคคลที่เคยสดใสกับตัวเขาในตอนนี้เป็คนละคนกันไม่ผิดแผก
“เจสันนี่นายฟังที่ฉันพูดอยู่หรือเปล่า?”
เสียงจากปลายสายช่วยฉุดรั้งเขาไว้ให้กลับมาสู่ภาวะปกติถึงแม้จะรู้สึกรำคาญ แต่ก็ช่วยให้เขาหลุดออกมาจากภวังค์ได้อย่างหวุดหวิด
“อืม แล้วยังไง?”
“เฮ้อ!...นี่ตกลงว่านายจะมาช่วยงานฉันหน่อยจะได้มั้ย ถือว่าฉันขอร้องล่ะ”
เจสันมองโทรศัพท์ที่ถือเอาไว้พลางชั่งใจคิดถึงแม้ว่าเขาอยากจะปฏิเสธซึ่งเขาก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจหลังจากที่ได้ยินน้ำเสียงอ้อนวอนของเพื่อนรักที่กำลังขอร้องเขาอย่างหมดที่พึ่งพึง
“ว่าไงดีล่ะ”
“ขอร้องล่ะงานนี้นายได้เงินค่าจ้างอย่างงามแน่นอน จะได้เอาเงินไปจ่ายค่าเช่าบ้านที่นายค้างยายแก่เพนนีไว้หลายงวดแถมยังมีเงินเหลือใช้อีกด้วย!”
“นี่แก คิดว่าคนอย่างฉันหน้าเงินขนาดนั้นเลยหรือไง”เจสันพูดเสียงเขียว
“ฮะๆๆฉันแค่อยากให้นายอารมณ์ดีเท่านั้นแหละ ตกลงว่ายังไง?”
“เออๆๆ ถือว่าช่วยหมาช่วยแมวก็แล้วกันไว้เจอกันตอนเที่ยง แค่นี้นะ”
พูดเสร็จเจสันก็วางสายไปอย่างไม่รอคำตอบจากปลายสายเขาชันตัวแล้วขึ้นจากอ่างน้ำมองเศษซากของขวดเหล้าหลายสิบขวดที่วางเกลื่อนั้แ่ห้องน้ำยาวไปจนถึงห้องโถงเขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะทำการเก็บกวาดเศษซากต่างๆไปรวมในถุงขยะอย่างเป็ระเบียบจากนั้นก็ทำการทำความสะอาดห้องต่างๆเสียจนใหม่เอี่ยมอ่อง หลังจากทำความสะอาดเสร็จก็มีเหงื่อชุ่มไปทั้งตัวเขาตัดสินใจไปอาบน้ำอีกครั้งเพื่อล้างสิ่งสกปรกพร้อมกับจัดการโกนหนวดเคราที่รกรุงรังจนสะอาดเกลี้ยง
เขาสวมเสื้อยืดสีขาวโปร่งและกางเกงยีนสีดำทึบก่อนจะสวมเสื้อนอกสีน้ำตาลอ่อนทับคลุมตัวอีกทีเหลือบมองไปทางหน้าต่างก็เห็นสายฝนกำลังตกปรอยๆกระทบหลังคาจนเกิดเสียงดังเป็จังหวะท้องฟ้ามืดครึ้มปกคลุมเมืองเคมบริดจ์ไว้อย่างสิ้นเชิง
เจสันหยิบร่มสีดำขึ้นมากางก่อนจะเดินออกมาจากห้องพักของเขาที่ตั้งอยู่ชั้นสองซึ่งเป็ห้องพักค่อนข้างซอมซ่อแต่ก็ดูดีแบบน่าอัศจรรย์ขณะกำลังเดินบันใดลงมายังด้านล่างก็เผอิญปะหน้ากับยายแก่เพนนีที่พึ่งถูกนายตำรวจแฟรงค์นินทาไปอยู่หยกๆเธอเป็ยายแก่ที่แต่งตัวมิดชิด หน้าตาเหี่ยวย่นแต่ก็ดูมีเค้าของคุณยายใจดีคนหนึ่งเธอกำลังนั่งดื่มชาอยู่ตรงใต้ศาลาไม้เล็กๆตรงมุมขวามือเจสันยกปกเสื้อคลุมมาปิดหน้าเพื่ออำพรางตัวทำท่าจะเดินผ่านไปแต่ก็ไม่วายถูกยายแก่เพนนีเรียกรั้งเอาไว้อย่างฉับพลัน
“นี่พ่อหนุ่ม! คิดจะไปไหนกัน?”
เจสันหยุดชะงักกึกก่อนที่จะหันกลับไปมองหญิงแก่ด้วยรอยยิ้มฝืดๆเขารีบพูดดักหน้าราวกับล่วงรู้ว่าหญิงแก่กำลังจะพูดอะไรต่อไป
“เื่เงินค่าเช่าที่ผมติดเอาไว้ไว้ผมเสร็จงานสืบของผมเรียบร้อยแล้วผมจะจ่ายให้อย่างงามเลยล่ะคุณยาย”เจสันยิ้มแห้ง
“ฮึ! เจสันเธออย่าคิดนะว่าฉันจะไม่รู้ว่าเธอทำตัวว่างงานมาตั้งเป็เดือนๆอีท่านี้คงจะไม่มีใครเขามาจ้างงานนักสืบกิ๊กก๊อกอย่างเธอสินะแล้วจะให้ฉันเชื่อใจคนที่ทำตัวไหลลื่นอย่างเธอได้ยังไงกันล่ะ”เธอพูดดักคอ
“อะไรกันๆ ผมพูดจริงๆนะผมพึ่งได้รับจ้างงานจากนายสารวัตรแฟรงค์เพื่อนผมเมื่อกี้สดๆร้อนๆเลยนะ”
“ฮึ! แล้วฉันต้องมานั่งรอให้งานของเธอที่จะสำเร็จหรือเปล่าก็ไม่รู้อย่างไร้ความหวังได้ยังไงกันล่ะฉันว่าอย่างเธอเลิกเป็ไอ้นักสงนักสืบอะไรนั่นแล้วหางานอื่นทำจะดีกว่าถ้าคิดแบบนั้นได้ฉันจะยอมแนะนำงานดีๆให้เธอก็ได้นะ”
“อะไรกันคุณยาย พูดแบบนี้ไม่คิดเหรอครับว่าคุณปู่ที่กำลังอยู่บน์ของผมจะรู้สึกยังไงที่คุณยายพูดจาตัดพ้อแบบนี้ใส่หลานสุดที่รักของเขาป่านนี้ท่านคงกำลังร้องไห้เสียใจอยู่แน่ๆ นี่ไงล่ะฝนที่ตกลงมานี่คงจะเป็น้ำตาของคุณปู่ที่กำลังร้องไห้อยู่แน่”
“เฮอะ! ไอ้ตาแก่วิลสันนั่นคงกำลังเที่ยวอี๋อ๋อกับสาวอย่างดี๊ด๊าอยู่ที่ฮาวายไม่ใช่รึไงนี่ไงเมล์ของตาแก่นั่นที่ส่งมาหาฉันน่ะ ตาแก่นั่นฝากบอกไว้ว่าถ้าไอ้หลานชายก่อเื่อะไรวุ่นวายเข้าแล้วล่ะก็ให้จัดการตัดหางปล่อยวัดไปได้เลยปู่เธอบอกฉันมาอย่างนั้นล่ะ”
เจสันคอตก ลืมไปว่ายายแก่เพนนีกับคุณปู่ของเขาเป็เพื่อนซี๊กันั้แ่สมัยเรียนแถมปู่ของเขาเองก็เป็คนแนะนำให้เขาได้มาพักที่ห้องพักนี่ด้วย อะไรกันตาปู่เฮงซวย! มาทำแบบนี้กับหลานสุดที่รักได้ยังไงกัน!
“ชิ! ผมไปก่อนนะครับคุณยายเื่เงินที่ติดเอาไว้ไว้ผมจะจ่ายให้อย่างแน่นอน ไม่ต้องห่วง!”
พูดเสร็จเขาก็รีบวิ่งถือร่มออกมาโดยไม่ฟังเสียงบ่นกระออดกระแอดของยายแก่เพนนีที่ดังไล่หลังมาอย่างไม่หยุดหย่อนเขาวิ่งออกมาตามซอกซอยที่กำลังส่งเสียงเซ็งแซ่มาจากผู้คนที่เดินถือร่มเดินพล่านกันอยู่เต็มถนนถึงแม้จะมีฝนตกโปรยปรายอยู่ก็ไม่อาจหักห้ามความพลุ้งพล่านของผู้คนที่ต้องออกมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคับคั่งได้
เขายืนหอบไหล่สั่นจนตัวโยนก่อนจะเดินเข้าไปในร้านคาเฟ่ขนาดเล็กเพื่อเติมพลังงานก่อนไปทำงานที่นี่ไม่ค่อยมีคนพลุ้งพล่านเพราะเป็ร้านที่ไม่ค่อยเป็ที่รู้จักแต่ก็ถือว่าเป็ที่ๆเงียบสงบเหมาะกับเจสันยิ่งนัก
เขายืนสั่งกาแฟกับเลือกเค้กอยู่ที่บริเวณเคาน์เตอร์ร้านแต่ในขณะที่กำลังยืนเลือกอยู่ก็โดนใครบางคนกระแทกไหล่ของเขาจนเซเกือบล้มหน้าคะมำแต่ดีที่สามารถประคองตัวไว้ได้
“นี่แก ถอยไปหน่อยสิฟระ!มันเกะกะคนอื่นเขานะเฟ้ย!”
น้ำเสียงดูไม่เป็มิตรประกอบกับหน้าตาที่ดูถ่อยดูยังไงก็ไม่น่าจะเป็คนน่าคบสักกระผีกเดียวเขาเดินควงหญิงสาวที่กำลังทำหน้าตากระอักกระอ่วนมาโดยที่เธอดูจะไม่ค่อยพอใจท่าทางของชายหนุ่มที่ทำท่าทีไร้มารยาทใส่เจสันเธอก้มหัวปลกๆให้กับเจสันเพื่อขอโทษแทนชายหนุ่มเขาโบกมือคล้ายกับไม่ถือสาเอาความทั้งที่ใจนึงก็รู้สึกไม่พอใจในความหยาบคายของชายหนุ่มอยู่เหมือนกัน
“หืม ฟิดๆ”
หลังจากที่เขาได้ของที่้าแล้วจะเดินออกมาก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่างที่ปนเปกันจากด้านข้างเขาเหลือบมองคู่ชายหนุ่มหญิงสาวที่เคยขัดข้องใจกันเมื่อกี้แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนที่จะเดินออกมาหาโต๊ะนั่งทานเค้กอย่างสบายใจ
เขาจัดการเคลียร์เค้กบลูเบอรี่ที่สั่งมากับกาแฟเย็นจนหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่นาทีถึงแม้จะเป็ร้านที่ไม่ค่อยเป็ที่นิยมแต่รสชาติก็ถูกปากของเขาเลยทีเดียว เขาจัดแจงหยิบเสื้อคลุมที่คลุมเอาไว้กับเก้าอี้มาสวมใส่ให้เรียบร้อยก่อนทำท่าจะเดินออกจากร้านแต่กลับได้ยินเสียงคนกำลังทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างดุเดือดเจสันหันไปมองตามปลายเสียง
“นี่คุณ!ข้อความพวกนี้นี่มันอะไรกัน! แบบนี้มันหมายความว่ายังไง?”
“ชิ! อะไรของเธอคนกำลังกินเค้กอยู่ อย่ามาตะคอกใส่กันจะได้มั้ย!”
“ฉันเองก็ไม่อยากทำอะไรให้มันน่าอายหรอกนะแต่ยายผู้หญิงที่ฉันเห็นอยู่ในแชทที่คุณคุยกับเธอนี่มันหมายความว่ายังไงกัน!?”
ดูเหมือนว่าคู่ที่กำลังห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดจะเป็คู่ชายหนุ่มกับหญิงสาวที่เขาเห็นเมื่อตะกี้เธอเอามือชี้ไปยังในโทรศัพท์ที่ถืออยู่เพื่อให้ดูแชทที่เธอเห็นถึงแม้จะอยู่ห่างไปไกลนักแต่สังเกตจากความเดือดดาลของหญิงสาวกับน้ำเสียงที่ค่อนข้างรุนแรงก็พอจะเดาได้ว่าเนื้อความในแชทคงจะไม่ใช่เื่ดีเท่าไหร่นัก
“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละเฟ้ยก็แค่เพื่อนสนิทของฉันเฉยๆ แค่คุยกันสนุกๆ ฉันก็เคยบอกเธอไปแล้วนะว่าอย่ามาจุ้นจ้านสงสัยไม่เข้าเื่!”
“ฮึก!...เพราะอย่างนี้สินะที่คุณหายไปเมื่อวานทั้งคืน คงไปอี๋อ๋อกับยายนี่ทั้งคืนสินะ คิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นหรือไงกัน!พอกันที!”หญิงสาวร้องเสียงสะอื้น
เพี๊ยะ!เกิดเสียงดังลั่นไปทั่วร้านร่างของหญิงสาวถลาไปชนกับเก้าอี้จนล้มลงไปนอนแผ่หลาอยู่กับพื้นมีรอยแดงเกิดตรงแก้มขาวผ่องจนเห็นเป็จ้ำๆเธอยกมือทั้งสองกุมแก้มก่อนจะปล่อยโฮออกมาด้วยความอับอายระคนปวดร้าว
ชายหนุ่มผู้ก่อเหตุลุกขึ้นมาด้วยสายตาดุดันถลาเข้ามากะจะซ้ำเติมผู้ถูกกระทำแต่ก็ถูกคนอื่นในร้านกุมตัวเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว
“เฮอะ!ฉันก็บอกไปแล้วว่าไม่ได้มีอะไรไม่เชื่อใจกันแบบนี้มันก็ต้องสั่งสอนเป็เื่ปกติอยู่แล้ว นี่! พวกแกปล่อยฉันนะเฟ้ย!”
“เฮอะ!หน้าไม่อายจริงๆเลยนะ คนอย่างแกนี่มันน่าจะถูกจับโยนให้จระเข้รุมกัดทึ้งให้เหลือแต่กระดูกเสียจริง!”
เจสันเดินเข้ามาประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้นยืนถึงแม้ว่าเธอจะดูหมดเรี่ยวหมดแรงแต่ก็ฝืนลุกขึ้นมาอย่างกระออดกระแอด เธอยังคงร้องไห้สะอื้นไม่หยุดหย่อน
“เฮ้ย! แกมายุ่งอะไรด้วยวะ! คิดมาทำตัวเป็พระเอกขี่ม้าขาวหรือไง!”
อีกฝ่ายทำท่ากระฟัดกระเฟียดจะพุ่งเข้าหาเจสันเสียให้ได้แต่ก็ติดการเกาะแกะของคนรอบข้างที่พยายามรั้งตัวเขาเอาไว้สุดขีด
“ฉันก็ไม่ได้อยากจะยุ่งเื่อะไรของแกอยู่หรอกนะแต่ดันได้ยินอะไรที่มันดูขัดหูขัดตาเสียจนทนดูเฉยต่อไปไม่ได้โดยเฉพาะได้การพูดเฉไฉอย่างไร้เหตุไร้ผลของแกเนี่ยล่ะ มันดูไม่แมนเอาเสียฉิบ”
“เฮอะ!คนอย่างแกอย่ามาทำเป็รู้ดีเื่ของคนอื่น!คิดว่าตัวเองรู้ดีแค่ไหนกัน!”
“ก็พอจะรู้อยู่หรอกนะว่าเมื่อคืนแกไปนอนกกกับชู้สาวอย่างแช่มชื่นแถมยังทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ไม่ยอมรับความผิดของตัวเองเพราะอย่างนี้ไงฉันถึงได้บอกว่าคนอย่างแกมันไม่แมนเอาเสียเลย”
“กะ..แกอย่ามาพูดจาพล่อยๆนะเฟ้ย!ที่พูดมาแกมีหลักฐานหรือไง! หลักฐานน่ะ! ถ้าแค่พูดจาสั่วๆไม่คิดแบบนี้ฉันรับรองเลยว่าแกโดนฉันฟ้องเรียกค่าเสียหายเอาแน่!”
“ฮึ! หลักฐานอย่างนั้นเหรอที่จริงมันก็แจ่มชัดอยู่แล้วนะ ไอ้เื่หลักฐานน่ะ”เจสันยิ้มอย่างมีเลศนัย
“อึก!...นี่แก! ถ้าอย่างนั้นก็เอาออกมาให้ดูสิฟระ! หลักฐานน่ะ!”
“กลิ่นยังไงล่ะ”
“กลิ่น?นี่แกพูดจาเพ้อเจออะไรของแกฟระ!จะล้อเล่นก็ให้มันอยู่ในขอบเขตกันบ้างนะเฟ้ย!”
เจสันอมยิ้มก่อนจะก้มลงทำจมูกฟุดฟิดตรงคอเสื้อแขนยาวของหญิงสาวที่โดนทำร้ายร่างกายก่อนที่เขาจะฉีกยิ้มหันมามองชายหนุ่ม
“กลิ่นที่ฉันหมายถึงก็คือกลิ่นของเธอคนนี้ยังไงล่ะ”
“เอ๊ะ!...กะ..กลิ่นของฉันมันทำไม...”เธอก้มหน้าลงใช้จมูกดมกลิ่นตัวเองอย่างอายๆเพราะคิดว่าเจสันอาจจะได้กลิ่นอันพึงประสงค์จากตัวของเธอ
“ฉันไม่ได้หมายถึงกลิ่นตัวของเธอหรอกนะที่ฉันจะบอกนั้นหมายถึงกลิ่นน้ำหอมต่างหาก”
“เอ๋?”
รอบข้างต่างส่งเสียงกันด้วยความงงงันเป็ไก่ตาแตกไม่เข้าใจสิ่งที่เจสันกำลังจะสื่อ สุดท้ายก็ที่แต่ชายที่หยาบโลนที่ตะคอกกลับมา
“นี่แกเป็บ้าไปแล้วหรือไงไอ้กลิ่นน้ำหอมนี่มันใช้เป็หลักฐานได้ไงกันฟระ!”
“กลิ่นน้ำหอมของเธอคนนี้กับของแกมันคนละกลิ่นกันยังไงล่ะถึงกลิ่นมันจะผสมปนเปมั่วซั่วกันก็เถอะแต่กลิ่นของแกกับของเธอคนนี้มันช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยยังไงล่ะ”
“ละ..แล้วคิดว่าคนอย่างฉันจะใช้น้ำหอมไม่ได้หรือไงกัน! ผู้ชายบางคนเขาก็ใช้น้ำหอมได้เหมือนกันนะเฟ่ย!”น้ำเสียงของชายหนุ่มเริ่มตะกุกตะกัก
“เฮอะ!กลิ่นน้ำหอมของแกจะดมยังไงก็ดูจะเป็น้ำหอมสำหรับผู้หญิงชัดๆแถมน้ำหอมที่ฉันได้กลิ่นจากแกก็มาจากด้านหลังอีกด้วย เป็หลักฐานว่าก่อนที่จะมาที่นี่แกคงจะโดนยายชู้รักของแกโอบกอดจากทางด้านหลังสินะแถมกลิ่นมันก็ค่อนข้างที่จะเจือจางเพราะไม่ได้ผ่านการฉีดโดยตรงเป็ไงล่ะข้ออนุมานของฉัน ตรงเผงเลยมั้ยล่ะ?”เจสันยิ้มเยาะอีกฝ่ายอย่างท้าทาย
“กะ..แก!”
“หลักฐานคาตาขนาดนี้จะทำไมไงต่อดีล่ะ?”
“นี่มันกลิ่นน้ำหอมที่แม่ฉันใช้ต่างหากล่ะ! ใช่! เมื่อวานฉันไปอยู่ที่บ้านแม่ของฉันทั้งคืน เลยได้กลิ่นน้ำหอมติดมา”
“ฮึ!แกนี่มันไม่ยอมแพ้เสียจริงนะ”
“เฮอะแค่นี้มันใช้เป็หลักฐานไม่ได้หรอกเฟ้ย!”ชายหนุ่มแค่นเสียงหัวเราะขึ้นจมูก
“ถ้างั้นไหนลองอธิบายมาหน่อยซิว่าทำไมฉันถึงได้กลิ่นน้ำยาซักผ้าจากเสื้อของแกติดมาด้วยดูเหมือนว่าจะพึ่งซักมาหมาดๆด้วยนาพี่ชาย ถึงพยายามจะปกปิดอะไรบางอย่างอยู่ก็เถอะแต่รอยสีแดงตรงแขนเสื้อที่แกพับซ่อนเอาไว้น่ะถึงจะแค่ลางๆแต่มันก็ดูเหมือนรอยลิปสติกอยู่นา? และคงไม่ใช่ลิปที่เหมาะกับคนสูงวัยอีกด้วยมันไม่ใช่ของที่จะลบออกไปกันได้ง่ายๆหรอกนะแถมยังดูไม่เหมือนสีที่เธอคนนี้ใช้อยู่ด้วย ถ้างั้นไหนลองแก้ตัวที่ฟังดูขึ้นให้ฉันได้กระจ่างหน่อยจะได้มั้ย?”
“กะ..แก!”
ชายหนุ่มกัดฟันกรอดๆไปด้วยไฟแห่งความแค้นเคืองต่างกับเจสันที่กำลังยืนยิ้มแฉ่งอย่างไม่สะทกสะท้านใดๆอย่างสิ้นเชิง
“ไม่สนแล้วโว้ย! แกไม่ได้ตายดีแน่!”
ชายหนุ่มสะบัดฝูงคนที่เหนี่ยวรั้งเขาไว้อย่างกับกระทิงคลั่งจนสามารถสะบัดหลุดได้ในที่สุดเขาพุ่งเข้าหาเจสันพร้อมกับเงื้อหมัดเตรียมจัดการปิดบัญชีอีกฝ่าย
“ฉันว่าอย่าดีกว่านะ”
เจสันยังคงยิ้มแฉ่งอยู่เหมือนเดิมแล้วขยับตัวมาบังหน้าหญิงสาวเอาไว้ป้องกันถูกลูกหลง หมัดอันดุดันของอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาเล็งตรงไปที่สันกรามของเจสันแต่ภายในชั่วอึดใจเดียวเขาก็สามารถก้มตัวหลบหมัดได้อย่างสบายๆก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างรวบแขนที่ต่อยวืดลมไปพร้อมกับใช้แรงเบี่ยงเหวี่ยงตัวอันกำยำของอีกฝ่ายลงกระแทกพื้นอย่างดุดันและรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน
อั่ก!เสียงกระอักของชายหนุ่มผู้โชคร้ายดังขึ้นครู่หนึ่งก่อนที่เสียงจะเงียบลงไปอย่างรวดเร็วชายหนุ่มนอนพังพาบหมดสติอยู่บนพื้นส่วนเจสันกำลังขยับคอเสื้อให้เข้าที่เข้าทางพร้อมกับถอนหายใจออกมา
“ฉันก็บอกแกไปแล้วนะว่าอย่าดีกว่า”
เขายกชายหนุ่มที่นอนหมดสติพาดบ่าก่อนจะมองคะยั้นคะยอไปทางหญิงสาวให้ตามเขามาพร้อมกับบอกว่า
“เฮ้อ ไหนๆฉันก็เป็ฝ่ายลงมือไปซะแล้วถ้างั้นเราก็มาทำเื่นี้ให้มันจบๆกันเถอะ”