“มองหน้าพี่แล้วยิ้มทำไมครับลินคิดอะไรกับพี่ป่ะเนี่ย” ั์ตาแย้มยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ของคนตรงหน้ามันทำฉันแทบหยุดหายใจ
ถามดีๆ ก็ได้ทำไมจะต้องเอาหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนี้ด้วยล่ะ!
“ปะ... เปล่านะคะ ลินไม่ได้คิดเื่พี่เป็กซ์สักหน่อย”ฉันตอบอย่างตะกุกตะกัก ขืนบอกให้เขารู้ว่าเมื่อกี๊ฉันคิดอะไร ต่อไปนี้เวลาเจอพี่เป็กซ์ฉันคงต้องเอาปี๊บคลุมหัวตัวเองแหงๆ
“จริงหรอ” เขาทำเสียงสูงพลางหัวเราะน้อยๆเหมือนจะบอกว่าไม่เชื่อที่ฉันพูดหรอก หนอย...ทำไมเวลาฉันเถียงกับคนอื่นถึงไม่เคยแพ้เลยนะมีพี่เป็กซ์คนเดียวนี่แหละที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนแพ้ย่อยยับทั้งๆที่เขาก็แค่ยิ้มตอบกลับมา
“จริงสิลินแค่กำลังคิดว่าทำไมโรงพยาบาลนี้ถึงบริการดีต่างหาก ลินควรจะไปตั้งกระทู้รีวิวในโซเชียลดีมั้ยคะคนจะได้มาใช้บริการเยอะๆ” ฉันเปลี่ยนเื่เพื่อหันเหความสนใจของพี่เป็กซ์แต่เื่ตั้งกระทู้รีวิวนี่อยากทำจริงๆ นะ
“อย่าดีกว่าครับใช่ว่าทุกคนจะได้รับบริการแบบนี้เสมอนะ” เขาเอ่ยราวกับไม่เห็นเป็เื่สำคัญ ร่างสูงเปิดประตูรถก่อนจะอุ้มฉันไปวางไว้ที่เบาะข้างคนขับ
“ทำไมล่ะคะหรือว่าเมื่อกี๊พี่เป็กซ์ใช้เส้น ดูเหมือนคุณหมอจะรู้จักพี่ด้วยนี่คะ” ฉันถามเมื่อร่างสูงเปิดประตูเข้ามานั่งประจำที่เรียบร้อยแล้วพี่เป็กซ์สบตาฉันเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมแขนมาคาดเข็มขัดนิรภัยให้ฉัน
“ก็ไม่เชิงนะ พี่ใช้เส้น...แต่ไม่ใช่เส้นพี่” เขาว่าพลางบังคับม้าเหล็กให้เคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถของโรงพยาบาลด้วยความเร็วไม่มากนัก
“พี่เป็กซ์เป็เด็กเส้นเมดอินไชน่าสินะคะ”ฉันล้อเขาอย่างขำๆ จนคนถูกล้อถึงกับต้องเอามือมายีหัวฉันด้วยความหมั่นเขี้ยว
ถึงเค้าจะทำให้ผมฉันกระเซอะกระเซิงแต่... ชอบแฮะ
“เมดอินไชน่าก็ยังดีกว่าไม่มีเส้นนะครับ”เขาเอ่ยกลั้วหัวเราะ ก่อนที่เราสองคนจะเงียบกันไป
ฉันใช้เวลานั้นนั่งมองวิวนอกหน้าต่างจู่ๆ มันก็รู้สึกว่าคงจะดีไม่น้อยถ้าหากตันหยงอยู่ด้วยกันกับฉันในตอนนี้เธอคงจะต้องกรี๊ดกร๊าดให้กับความหล่อเหลาของพี่เป็กซ์ตามนิสัยของเธอแน่ๆ
“ส่งลินเสร็จแล้วพี่เป็กซ์ไปไหนต่อคะไปหาคุณพ่อของลินหรอ” ฉันถามด้วยความสงสัย พลางจ้องมองพื้นคอนกรีตผ่านกระจกหน้ารถบอกตามตรง... ภาพของตันหยังยังคงติดตาฉันอยู่เลย ร่างของเธอที่ไร้ลมหายใจกับพื้นคอนกรีตสีแดงที่ถูกฉาบไปด้วยเื
“ก็คงอย่างนั้นลินมีอะไรรึเปล่า” พี่เป็กซ์ตอบโดยที่ตายังคงมองไปที่ท้องถนน แต่จู่ๆ ฉันก็เกิดคลื่นไส้ขึ้นมาอย่างกะทันหันภาพของตันหยงฉายชัดไปมาในสมองของฉันไม่หยุดจนฉันอยากจะอาเจียนเสียให้ได้
“ลินครับเป็อะไรรึเปล่า” เขาถามขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าฉันมีท่าทีแปลกๆ พี่เป็กซ์รีบนำรถจอดเข้าข้างทางทันทีและฉันก็พุ่งตัวออกจากรถในวินาทีต่อมาเช่นกันนาทีนี้ถึงแม้ขาจะแพลงฉันก็ไม่สนใจแล้วเพราะของเสียในร่างกายมันดึงดันที่จะออกมาซะให้ได้
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ที่ฉันต้องตกอยู่ในสภาพทุเรศทุรังแบบนั้นรู้แต่ว่าตอนนี้ฉันเหนื่อยและหมดแรงสุดๆ พี่เป็กซ์เองก็คอยเอาผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำซับใบหน้าให้ฉันตลอดเวลาแม้ว่าฉันจะบอกว่าไม่เป็ไรก็ตามฉันไม่อยากให้เขาเห็นฉันในเวลาแบบนี้หรอกนะมันน่าอายจะตายไป
“พี่เป็กซ์อย่าบอกคุณพ่อเื่ที่ลินเกือบถูกรถชนได้มั้ยคะลินไม่อยากให้คุณพ่อเป็ห่วง” ฉันเอ่ยกับเขาอย่างอ่อนแรงเมื่อเราทั้งคู่กลับมานั่งในรถอีกครั้งหนึ่งแอร์เย็นๆที่ปัดเป่าใบหน้ามันช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้นเยอะเลยทีเดียวแต่ถ้าเทียบกับผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำเมื่อกี๊ฉันคงจะชอบอย่างหลังมากกว่า
“พี่ว่าคุณพ่อน้องลินคงจะรู้เื่นี้แล้วแหละยังไงก็ต้องมีข่าวออกอยู่แล้ว ว่าแต่ลินไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้งดีมั้ย”พี่เป็กซ์เอ่ยถามอย่างเป็ห่วงพลางใช้มือข้างหนึ่งแตะหน้าผากฉันเบาๆ
“ลินไม่เป็ไรหรอกค่ะ ก็แค่ภาพมันติดตาตันหยงเป็เพื่อนรักของลิน... ทำไมต้องเกิดเื่แบบนี้กับเธอด้วยด้วยคะพี่เป็กซ์ ลินไม่อยากไปโรงเรียนแล้วโรงเรียนที่ไม่มีตันหยงลินไม่อยากไป” จู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองงอแงขึ้นมาซะเฉยๆขอบตาทั้งสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ฉันพยายามแล้ว... พยายามที่จะทำตัวร่าเริงเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่เมื่อฉันกลับไปนึกถึงมันอีก ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยกักกลั้นมันก็ะเิออกมาราวกลับคลื่นั์ที่ถาโถมฉันเสียเพื่อนรักไปต่อหน้าต่อตา เรายังนัดไปทานไอศกรีมในวันพรุ่งนี้ด้วยกันอยู่เลยแต่คงมีแค่ฉันคนเดียวที่สามารถไปตามนัดได้ ฉันไม่รู้ว่าจะบอกกับคนอื่นยังไง ฉันจะบอกพ่อกับแม่ของเธอยังไงในเมื่อเรายืนอยู่ด้วยกัน... เจอเหตุการณ์เดียวกันแต่คนที่รอดชีวิตกลับมีแค่ฉันเพียงคนเดียว เพียงแค่คิด... น้ำตามันก็เริ่มไหลพรากไม่หยุด
“น้องลินอย่าร้องไห้เลยนะไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นหรอกจริงมั้ย” พี่เป็กซ์เอ่ยขึ้นพลางลูบศีรษะฉันเบาๆเขาคงปลอบคนอื่นไม่ค่อยเก่ง แต่แค่นี้ก็ดีสำหรับฉันมากแล้ว เขาคงอึดอัดแน่ที่จู่ๆ ฉันก็ร้องไห้ออกมาแบบนี้
แต่แล้วทันใดนั้น... คนตัวโตที่นั่งอยู่ข้างๆก็เคลื่อนมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงสงสัยพี่เป็กซ์คงตั้งระบบสั่นเอาไว้ล่ะมั้ง เพราะฉันยังไม่ทันได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังเลยสักนิดเขาขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะที่มองจอโทรศัพท์เครื่องหรูของตัวเอง ก่อนจะเสสายตากลับมามองหน้าฉันอีกหน
“คุณพ่อของลินโทรมา” คนตัวโตเอ่ยก่อนจะกดรับโทรศัพท์เพื่อไม่ให้คนทางปลายสายต้องรอนานเกินไป
“สวัสดีครับนาย” พี่เป็กซ์เอ่ยทักปลายสายเสียงเรียบขณะที่ยังสบตากับฉัน
“อยู่กับผมครับ... ปลอดภัยดีแค่ขาแพลงกับมีแผลถลอกนิดหน่อยครับ ได้ครับ” จบประโยคพี่เป็กซ์ก็ยื่นโทรศัพท์มือถือมาให้ฉันเป็เชิงบอกว่าคุณพ่อ้าจะคุยด้วยฉันจึงรีบรับมันมาแล้วเอ่ยทักปลายสายด้วยความรู้สึกหลายๆอย่างที่พรั่งพรูออกมาเต็มไปหมด
“คุณพ่อขา“ น้ำเสียงของฉันสั่นพร่าเสียงตอบกลับมาของคุณพ่อมันทำให้ฉันน้ำตาคลออีกครั้งน้ำเสียงของท่านดูเป็ห่วงฉันมากจริงๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้มันทำให้ฉันรู้ว่าฉันรักท่านมากขนาดไหนถ้าวันนี้พี่เป็กซ์ไม่ช่วยฉันไว้ฉันก็คงไม่มีโอกาสได้คุยกับคุณพ่อแบบนี้อีกแน่ๆ
“ลินปลอดภัยดีค่ะ แต่ตันหยงเค้า...” ฉันเงียบไปเมื่อต้องพูดถึงเพื่อนรัก และดูเหมือนคุณพ่อจะเข้าใจความรู้สึกของฉันดีท่านถึงได้พูดปลอบใจมาเสียเป็ประโยคยาวเฟื้อย
“ค่ะ ทำไมหรอคะมีเื่อะไรหรือเปล่า...เข้าใจแล้วค่ะ”ฉันเอ่ยตอบทางปลายสายก่อนจะส่งมือถือให้กับคนข้างๆ ที่นั่งเงียบระหว่างที่ฉันคุยโทรศัพท์พี่เป็กซ์รับไปคุยสายกับคุณพ่อต่ออีกสักพักจึงจะได้วาง
“โทรศัพท์ลินอยู่ที่ตัวหรือเปล่าเห็นนายบอกว่าโทรไปไม่ติด” พี่เป็กซ์ถามฉันหลังจากที่วางสายจากคุณพ่อและกำลังสตาร์ทรถอีกครั้ง
“เอ๊ะ...โทรศัพท์ลินหรอคะ”ฉันคลำหาโทรศัพท์มือถือที่มักจะใส่ไว้ในกระเป๋ากระโปรงนักเรียนเป็ประจำ... แต่ก็ไม่มีลองหยิบกระเป๋านักเรียนของตัวเองมารื้อดูแล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา
“สงสัยจะหล่นหายแน่ๆ เลย”ฉันเอ่ยขึ้นเบาๆ ที่เสียดายน่ะไม่ใช่ตัวโทรศัพท์หรอกนะ แต่เป็ภาพถ่ายของฉันกับตันหยงและก็เพื่อนคนอื่นๆต่างหาก ไหนจะข้อมูลสัพเพเหระที่ฉันบันทึกเอาไว้ในนั้นอีกตั้งเยอะแยะ
“ช่างเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่พาไปซื้อใหม่แล้วกัน” คนข้างตัวที่กำลังขับรถอยู่เอ่ยขึ้นโดยที่ไม่ได้หันมามองหน้าฉัน
“พรุ่งนี้หรอคะ พรุ่งนี้พี่เป็กซ์ก็มารับลินหรอ”ฉันถามด้วยความแปลกใจ หรือว่าคนที่เคยขับรถมารับมาส่งฉันคนเก่าจะลาไปต่างเขตหลายวันกันนะ
“ไม่ใช่หรอก เมื่อกี๊คุณพ่อของน้องลินสั่งให้พี่พาน้องลินไปเที่ยวพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศแถวเขตตะวันออกน่ะ”พี่เป็กซ์ตอบพลางสบตาฉันชั่วครู่ก่อนจะหันกลับไปมองยังท้องถนนอีกครั้งแต่เมื่อกี๊ฉันก็คุยกับคุณพ่อทำไมท่านไม่เห็นบอกฉันเลยล่ะ สงสัยต้องมีเื่อะไรที่ฉันรู้ไม่ได้อีกแหงๆ
“เที่ยวพักผ่อนหรอ...ทำไมจู่ๆคุณพ่อถึงอยากให้ลินไปที่นั่นกันคะ” ฉันถามออกไปตามตรง ก่อนที่พี่เป็กซ์จะทำสีหน้าครุ่นคิดนิดหน่อยท่าทางแบบนี้เขาคงกำลังหาข้ออ้างอยู่แน่ๆ เลยใช่มั้ยเนี่ย
“ท่านคงอยากให้น้องลินได้ไปพักผ่อนจิตใจน่ะเพิ่งผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมานี่” และนี่ก็คือคำตอบของเขา ซึ่งฉันคิดว่ามันดูสมเหตุสมผลดีจึงไม่ติดใจอะไรมากนักคุณพ่อของฉันมักจะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ฉันเสมอ ถ้าท่านบอกให้ฉันทำอะไรฉันก็จะไม่ขัดเพราะฉันมั่นใจว่าสิ่งนี้คงเป็สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับฉันแล้ว
“แล้วโรงเรียนล่ะคะไหนจะงานศพของตันหยงอีก” ฉันเอ่ยแย้งขึ้นมาเมื่อเพิ่งนึกขึ้นได้เพื่อนสนิทของตัวเองเพิ่งตายแท้ๆ แต่ฉันดันจะไปพักผ่อนเนี่ยนะ นี่ตกลงฉันควรจะไปดีรึเปล่านะ...บ้านตากอากาศเนี่ย
“น้องลินไม่ต้องห่วงเื่นั้นหรอกครับเดี๋ยวคุณพ่อของลินก็จัดการให้อยู่แล้ว” พี่เป็กซ์เอ่ยเหมือนไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร
ก็ได้... ถ้าเขาคิดอย่างนั้นฉันก็ไม่ควรจะมานั่งคิดอะไรให้มันมากมายอีก
บอกตามตรงถ้าให้ฉันไปงานศพของตันหยงฉันคงทำใจไม่ได้แน่ๆฉันสนิทกับเธอมาั้แ่เด็ก... มาถึงวันนี้การที่ไม่มีเพื่อนที่แสนดีคอยอยู่เคียงข้างมันช่างอ้างว้างเหลือเกิน
ฉันจะจดจำเธอตลอดไปตันหยง...เพื่อนที่แสนดีของฉันทุกความทรงจำที่มีเธออยู่มันจะเป็ความทรงจำที่ล้ำค่ายิ่งกว่าสิ่งใด
ฉันสัญญา...
“งั้นพรุ่งนี้พี่เป็กซ์มารับลินกี่โมงคะลินจะได้แต่งตัวให้พร้อมเลย” ฉันเอ่ยถามคนตัวโตที่มีหน้าที่สารถี เพื่อจะกะเวลาตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่คนที่นั่งข้างๆกลับยกยิ้มมุมปาก แล้วพูดว่า...
“เราจะออกเดินทางกัน...วันนี้ครับ”
[Pex’sTalk]
ร่างบางทำท่าอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อผมบอกว่าเราจะไปที่เขตตะวันออกกันคืนนี้แต่จะไม่ให้รีบได้ยังไงล่ะในเมื่อพ่อของเธอซึ่งเป็บอสของแก๊งอาเซติคเป็คนสั่งการมาเองขนาดนี้ผมที่เป็ลูกน้อง (เพียงชั่วคราว) ก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งอย่างช่วยไม่ได้ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้จะไม่ใช่เพียงแค่อุบัติเหตุธรรมดาอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆเสียด้วย
เ้าพวกนั้นคงอยู่ในแก๊งมาเฟียแก๊งใดแก๊งหนึ่งที่เป็อริกับอาเซติคถึงได้ส่งคนมาเก็บลูกสาวของหัวหน้าแก๊งแบบนี้ และท่าทางมันคงจะแค้นมากซะด้วยถึงได้เล่นแรงกันถึงขั้นจะเอาชีวิต
ยังดีที่โคลด์เองไม่ใช่พวกเลวไร้ศีลธรรมแบบเ้าพวกนั้นเพราะบอสของคาซิบโชลจะไม่ยุ่งหรือแก้แค้นกับคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรส่วนพวกที่รู้เห็นเป็ใจ...ต่อให้มันมากราบตีนร้องขอชีวิต รับรองได้เลยว่าบอสของคาซิบโชลก็ไม่มีทางที่จะแล
จะว่าไปมิลินก็น่าสงสารอยู่เหมือนกันผมไม่อยากจะนึกเลยว่าหากวันใดที่เธอรู้ว่าเพื่อนสนิทของตัวเองต้องมาตายเพราะเธอถูกแก๊งมาเฟียจ้องเล่นงาน...เธอจะเป็ยังไง วันนั้นเธอคงหัวใจสลายแน่ๆ
มิลิน... บริสุทธิ์เกินกว่าที่จะต้องมาพัวพันในโลกอันแสนโสมมนี้ถ้าเป็ไปได้ผมก็อยากจะปกป้องเธอจากสิ่งเลวร้ายเ่าั้ แต่ผมก็รู้ว่าคงไม่มีทางเป็ไปได้เพราะถึงอย่างไรแล้วผมก็ต้องกลับไปยังโลกของผม โลกที่โหดร้ายแต่มีความรักความอบอุ่นจากเพื่อนและคนในแก๊งที่คอยหล่อเลี้ยงผมอยู่พวกเขาสำคัญเกินกว่าที่ผมจะยอมแลกเพื่อให้ได้อยู่เคียงข้างเธอ
ยังไงซะมิลินก็เป็ลูกสาวของหัวหน้าแก๊งอาเซติค ’ศัตรู’ ของคาซิบโชล
“ทำไมเราต้องรีบไปขนาดนั้นด้วยล่ะคะเดินทางกลางคืนมันอันตรายออก” มิลินเอ่ยถามอย่างแปลกใจ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบคำถามของคนตัวเล็กกลับไปก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น
ปัง!
ร่างบางกรีดร้องลั่นด้วยความใเมื่อเสียงนั้นดังกึกก้องทันทีที่ผมมองกระจกหลังก็เห็นว่ามีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งกำลังขับตามมาและที่สำคัญพวกมันคงเป็เ้าของรอยะุปืนที่กระจกหน้ารถของผมแน่ๆ
“น้องลิน... ก้มหัวลงครับพยายามทำตัวให้อยู่ต่ำที่สุด” ผมบอกเธอ ในขณะที่ตัวเองก็หยิบปืนที่เหน็บเอาไว้ข้างเอวออกมายิงสวนพวกมันกลับไปร่างบางมุดตัวลงไปตรงที่วางเท้าตามคำสั่งของผมอย่างไม่รีรอเธอตัวสั่นด้วยความใจนผมเองยังอดสงสารไม่ได้ ผมพยายามเร่งความเร็วของรถให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อหวังที่จะหนีมอเตอร์ไซค์คันนั้นไปให้เสียพ้นๆ
ตอนนี้มีมิลินอยู่ด้วยจะให้เกิดการปะทะซึ่งๆหน้าไม่ได้เด็ดขาด
ผมคิดก่อนจะบังคับรถเข้าตรอกซอกซอยวนไปมาอยู่เกือบสิบนาทีในที่สุดมอเตอร์ไซค์คันนั้นก็หายไป ผมชะลอความเร็วลงแล้วกลับมาให้ความสนใจกับร่างบางที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ตรงที่วางเท้าที่นั่งข้างคนขับอีกครั้ง
“น้องลินครับ ไม่เป็ไรแล้วนะ...ลุกขึ้นมาได้แล้วครับ” ผมบอกมิลินด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มเพื่อ้าปลอบโยนเธอ คนตัวเล็กค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองผมช้าๆ ดวงตาคู่สวยมีน้ำตาคลอหน่วงทั้งสองข้างอย่างน่าสงสาร
“พี่เป็กซ์ ลินกลัว... คนพวกนั้นเขายิงเราทำไมคะลินงงไปหมดแล้ว” มิลินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ จนผมถึงกับชะงักไปเพราะไม่รู้จะสรรหาคำใดมาอธิบายให้เธอฟังดี
“ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่เื่เข้าใจผิดน่ะ”ผมตอบแถๆไป เพราะไม่รู้จะพูดให้เธอเข้าใจยังไงเหมือนกัน ในเมื่อมิลินเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อของเธอเป็หัวหน้าแก๊งมาเฟีย
มิลินมองผมอย่างคนไม่เชื่อเธอเองก็คงจะรู้ว่าผมโกหกแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรผมอีก เธอคงจะเหนื่อยกับหลายๆ เื่ที่ถาโถมเข้ามาในวันนี้ผมเข้าใจและอยากจะบอกความจริงให้เธอฟังใจแทบขาด... แต่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดมันออกมา
“ลินอยากกลับบ้าน เราไม่ไปบ้านพักตากอากาศกันคืนนี้ได้มั้ยคะ”เธอถามผมเสียงแ่ ใบหน้าหวานดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด แต่ว่ายังไงผมก็ทำตามที่เธอขอไม่ได้อยู่ดีเพราะยิ่งอยู่ที่นี่เธอก็จะยิ่งตกอยู่ในอันตราย
“ไม่ได้ครับเราต้องไปกันคืนนี้... เดี๋ยวพี่จะให้น้องลินกลับไปเตรียมข้าวของที่บ้าน หลังจากนั้นเราจะออกเดินทางกันทันที”ผมเอ่ยเสียงเรียบเหมือนเป็คำสั่งกลายๆ จนคนฟังได้แต่มองหน้าผมด้วยความน้อยใจ ผมสบตามิลินก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อยคือผม...ก็ไม่ได้อยากบังคับเธอ แต่ทุกอย่างมันก็เพื่อความปลอดภัยของมิลินทั้งนั้น
“พี่เป็กซ์ไม่มีเื่อะไรจะบอกลินหน่อยหรอคะ”ร่างบางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ จนผมถึงกับไปไม่ถูกเพราะคำถามของเธอ
“พี่ยังบอกอะไรไม่ได้ในตอนนี้ไว้เมื่อไหร่ที่ลินพร้อมหรือถึงคราวจำเป็ที่ลินต้องรับรู้ พี่จะบอกน้องลินทุกอย่าง” ผมพูดพลางจับไหล่เล็กทั้งสองข้างของคนตรงหน้าด้วยััแ่เบาเธอเงยหน้าขึ้นสบตากับผมเพื่อความแน่ใจก่อนจะเอ่ยตอบกลับมา
“พี่เป็กซ์จะบอกลินทุกอย่างแน่นะคะสัญญา” เธอชูนิ้วก้อยมาให้ผมเกี่ยว และผมเองก็ยอมทำตามความ้าของคนตัวเล็กอย่างไม่ขัดข้องแม้จะดูเหมือนสัญญาที่เลื่อนลอย... แต่มันกลับแจ่มชัดนักในหัวใจของผม
“ครับ พี่สัญญา”
[Milin’s Talk]
ฉันมาอยู่ที่บ้านพักตากอากาศแถบเขตตะวันออกได้กว่าสามวันแล้วหลังจากคืนที่ฉันและพี่เป็กซ์ถูกใครบางคนลอบยิงในตอนนั้น ก็ไม่มีเื่ทำนองนี้เกิดขึ้นอีกเลยทุกๆ วันพี่เป็กซ์มักจะตื่นก่อนและนอนที่หลังฉันเสมอราวกับว่าเขากำลังระแวดระวังอะไรบางอย่างฉันได้แต่สงสัยแต่ก็ไม่คิดที่จะถามเขาออกไป เพราะไม่ว่ายังไงตัวเองก็ได้เคยให้สัญญากับเขาเอาไว้แล้ว