ตอนที่ 6
หนิงเหมยเซียง จับมือสามีของตัวเองไม่ยอมปล่อย และนึกว่าจะเข้าไปอย่างไร แต่พอเพียงแค่นึก ว่าจะเข้าเท่านั้น ไม่อยากที่จะเชื่อเลยว่า เธอสามารถเข้ามาในมิติได้ มันมีมิติอยู่จริงๆ เธอไม่ได้คิดไปเองแล้ว และไม่ใช่ความฝันอีกด้วย มันคือเื่จริง
ส่วนเย่หวังิ่ ที่นั่งมองสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ เขาจำได้ว่านั่งคุยกับเหมยเซียงอยู่ที่เตียงในห้องนอน แต่ทำไมถึงได้มาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน สิ่งที่เขามองเห็นเหมือนจะเป็สวนผักและผลไม้ ที่ผลไม้กำลังออกผลอยู่เต็มต้น และยังมีแปลงผักอยู่หลายชนิดอีกด้วย แล้วมันคือสวนของใครกัน แล้วเขามาที่ไหนกันแน่ แล้วมาได้อย่างไร ความคิดตอนนี้ตีกันจนวุ่นวายไปหมด
ส่วนหนิงเหมยเซียง เธอมองสวนผลไม้และสวนผักด้วยตาลุกวาว เธอคงได้รับมิติสวนมาสินะ ดีเหลือเกิน อย่างน้อยเธอจะได้นำของพวกนี้ไปขายหาเงินเข้าบ้านได้ แต่เอ๊ะสามีของเธอสามารถเข้ามาในมิติได้ด้วยอย่างนั้นหรือ คงไม่เป็ไรหรอกมั้ง เขาคงไม่คิดว่าเธอเป็ผีไม่ใช่คนหรอกนะ
"เหมยเซียง ที่นี่ที่ไหนกัน แล้วเรามาได้อย่างไรกัน ตอนนี้พี่งงไปหมดแล้ว"
เขาถามออกไปอย่างเหม่อลอย เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้เขาทำได้เพียงนั่งมองสวนตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ
"เอ่อ...ถ้าฉันพูดให้พี่ฟัง พี่จะเชื่อหรือเปล่าคะ จะว่าฉันเพ้อเจ้อหรือเปล่า"
เธอถามเขาอย่างไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไร เพราะเื่ที่เธอจะเล่าให้เขาฟังนั้นมันเป็สิ่งที่เหลือเชื่อเกินไป กลัวว่าสามีจะกลัวเธอมากกว่า
"ลองเล่ามาเถอะ พี่คิดว่ามันคงเป็เื่ที่น่าเหลือเชื่ออยู่แล้ว พี่ไม่คิดว่าพี่จะไปที่ไหนได้หรอกนะ ในเมื่อพี่เดินไม่ได้ จะว่าพี่หลับอยู่ก็เป็ไปไม่ได้เช่นเดียวกัน อย่างนั้นน้องพูดมาได้เลย พี่อยากฟัง และอยากจะรู้เหมือนกันว่ามันเป็ที่ไหน"
เขาคิดว่ามันต้องเป็เื่ที่ไม่มีใครคาดคิดหรอก และเขาก็ไม่คิดว่าอยู่ในความฝันเหมือนกัน แต่เขาก็ยังอยากจะรู้ว่าอยู่ที่ไหนเหมือนกัน
"พี่จำที่ฉันพูดเื่ดอกโบตั๋นเมื่อสักครู่ได้หรือเปล่าคะ" เธอถามพร้อมทั้งมองหน้า
"จำได้สิ ที่บอกว่าพี่ไม่เห็นใช่ไหม แต่เกี่ยวอะไรกันอย่างนั้นหรือ"
"ใช่แล้วค่ะ ฉันคิดว่าดอกโบตั๋นดอกนั้น น่าจะเป็ทางที่เชื่อมมิตินี้กับข้างนอกค่ะ "
"น้องจะบอกว่าดอกโบตั๋นที่น้องบอกนั้นเป็มิติส่วนตัวอย่างนั้นหรือครับ"
เขาถามด้วยความตื่นเต้นและใ เพราะเื่นี้เป็สิ่งที่เหนือความคาดหมายจริงๆ เขาไม่คิดว่าเื่อย่างนี้จะมีอยู่จริง และถ้าเอาไปพูดที่อื่นมีหวังได้ถูกหาว่าเป็บ้าอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้ ไม่ใช่เื่โกหกอย่างแน่นอน เขาอยู่ในมิติ ที่เป็สวนผักและผลไม่อย่างนั้นหรือ มหัศจรรย์เกินไปแล้ว
"ใช่แล้วค่ะ พี่เข้าใจถูกแล้ว ฉันมีมิติ ไม่รู้ว่ามีั้แ่เมื่อไร อาจจะหลังจากาเ็แล้วฟื้นขึ้นมาก็ได้ค่ะ พี่ไม่กลัวฉันอย่างนั้นหรือคะ ฉันไม่เหมือนใคร" เธอถามเขาด้วยความอยากรู้ พร้อมทั้งสังเกตไปด้วยว่าเขานั้นรู้สึกอย่างไรกับเื่นี้
"ไม่ว่าน้องจะเป็อย่างไร แต่น้องก็เป็เมียของพี่ แล้วพี่จะต้องไปกลัวทำไมกัน" เขาคิดเช่นนั้นจริง เขามีเพียงเธอเท่านั้น
"ขอบคุณนะคะ ที่ไม่กลัวกัน อย่างนั้นพี่นั่งรออยู่ตรงนี้นะคะ ฉันจะลองไปเก็บแอปเปิล มาให้พี่ลองกินดู ลูกใหญ่น่ากินมากเลยค่ะ"
เธอมองเห็น ต้นแอปเปิล ที่ลูกใหญ่มาก และอยากกินว่ามันจะอร่อยแค่ไหน จึงได้เดินไปเก็บมาสองลูก เพื่อที่จะให้สามีได้กินด้วยเหมือนกัน
"นี่ค่ะ พี่ลองกินดู ฉันคิดว่าฉันจะเอามันไปขาย เพื่อที่จะหาเงินเข้าบ้านด้วย พี่ลองกินนะคะ ว่าพอที่จะขายได้หรือเปล่า" ก่อนที่จะขายต้องลองกินก่อน ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถบอกรสชาติและความอร่อยกับลูกค้าได้
เธอเห็นผลไม้หลายชนิดเลยทีเดียว ถ้าอร่อยต้องขายได้อย่างแน่นอน ถ้าขายได้ นั่นหมายความว่าเธอจะมีเงินเข้ามา ไม่ต้องกลัวว่าจะอดตายอีก ความหวังที่จะย้ายออกจากบ้านที่อย฿่ตอนนี้จะได้มีมากขึ้น
เย่หวังิ่ ที่มองลูกแอปเปิลลูกใหญ่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ด้วยตาลุกวาว พร้อมทั้งกัดกิน อย่างห้ามใจไม่อยู่ เมื่อได้กินแล้ว ถึงกับยิ้มออกมาทันที
"โอ้...มันอร่อยมากเลย ต้องขายได้อย่างแน่นอน ลูกใหญ่ หอม หวาน และกรอบมาก พี่ไม่เคยเห็นและได้กิน แอปเปิลที่อร่อยอย่างนี้มาก่อนเลยนะ สวนนี้อร่อยมากจริงๆ"
เขาคิดอย่างนั้นจริงๆ ถ้าได้ไปขายในเมืองต้องขายได้อย่างแน่นอน และราคาดีอีกด้วย
"จริงของพี่ด้วยค่ะ รสชาติอร่อยมากเลย เป็อย่างนี้ก็ดีค่ะ เราจะได้ขายพวกมัน ถ้ามีเงินเมื่อไร เราจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้นะคะ พี่อยากอยู่ที่บ้านของพ่อพี่หรือเปล่า"
เธอต้องถามสามีก่อน เพราะบ้านหลังนี้เป็ของพ่อเขา ในเมื่อเขาเป็ลูกคนโตย่อมมีสิทธิ์มากกว่าคนอื่น แต่เธอไม่้าที่จะอยู่กับคนพวกนี้ให้รำคาญใจเลยสักนิดเดียว เสียสุขภาพจิตมาก
"น้องอยู่ที่ไหนพี่ก็จะอยู่ที่นั่นล่ะ บ้านหลังนี้ไม่มีความทรงจำที่ดีสักเท่าไร และพี่ก็ไม่มีให้คอยห่วงอีกแล้ว ตอนนี้พี่มีเพียงน้องคนเดียวที่พี่จะอยู่ด้วยเท่านั้น"
ในเมื่อทั้งพ่อและแม่ได้เสียไปหมดแล้ว เขาก็ไม่ได้อยากอยู่ที่บ้านหลังนี้เลยสักนิดเดียว ส่วนน้องชายทั้งสองคน เขาก็ไม่คิดที่จะสนใจ เพราะน้องทั้งสองคนนั้นนิสัยคล้ายกับแม่เลี้ยงมาก ไม่ค่อยจะเห็นหัวเขาสักนิดเดียว ั้แ่เขาาเ็กลับมานั้น เขายังไม่เห็นหน้าน้องชายเข้ามาดูเขาเลยสักคนเดียว มีน้องก็เหมือนไม่มี เขาจะไปสนใจทำไมกัน
"ดีเลยค่ะ ฉันบอกพี่ตามตรงว่าฉันไม่ชอบคนในบ้านนั้นสักคน และอนาคตเรามีลูกฉันไม่อยากให้ลูกต้องมาอยู่ในบ้านที่ไม่น่าอยู่อย่างนั้น ฉันจะหาทางออกไปจากบ้านนี้ให้ได้เลยค่ะ"
"แต่ว่าพี่..ขาพิการอย่างนี้" เขาอยากที่จะช่วยเธอ แต่ติดที่ว่าเขายังเดินไม่ได้ แล้วต้องทำอย่างไร เขาไม่เอาเปรียบเธอเกินไปอย่างนั้นหรือ
"พี่อย่าคิดมากเลยค่ะ ฉันบอกแล้วว่าสักวันพี่ต้องเดินได้อย่างแน่นอน ถ้าเรามีเงิน ฉันจะพาพี่ไปรักษา เชื่อว่าหมอคงทำให้พี่กลับมาเดินได้เหมือนเดิมแน่นอนค่ะ"
"ขอบใจมากนะ ที่ไม่ทิ้งตัวภาระอย่างพี่"
"พี่เป็คนเดียวที่ฉันเหลืออยู่นะคะ เราเหลือกันและกันแค่สองคนเท่านั้น พี่นั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ ฉันเห็นมีบ่อน้ำเล็กๆ อยู่น่าจะกินได้ค่ะ น้ำใสมากเลยค่ะ"
เธอไปเดินสำรวจมา มีบ่อน้ำเล็กและบ่อน้ำใหญ่อยู่ แต่ในบ่อน้ำเล็กนั้น น้ำใสแจ๋วจนน่าดื่มมาก เธอเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันรสชาติดีหรือเปล่า ถ้าได้ดื่มน่าจะสดชื่นไม่น้อย เพราะบ่อนี้ มีก้อนหินวางเรียงกันอยู่อย่างเป็ระเบียบเธอคิดว่าต้องรสชาติดีและเย็นสดชื่นอย่างแน่นอน
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )