ใครในกระจกคือฉันใช่หรือเปล่า

    ตอนที่ 1 ภาพสะท้อน (2/2)

            หลอดไฟกะพริบอีกครั้ง ภาพในกระจกเหมือนสั่นเล็กน้อย เสียงน้ำหยดจากก๊อกดังชัดขึ้น ทุกอย่างในห้องนิ่งมีเพียงกลิ่นเหล็กในอากาศที่แรงจนเหมือนกลืนเข้าไปได้ มีนาถอยหลังอีกก้าว กระจกยังสะท้อนเธอในตำแหน่งเดิมคือไม่ขยับ เธอคว้าสวิตช์ไฟกดปิดทันที

             

            ห้องมืดสนิท

            แต่ยังเห็น “บางอย่าง” อยู่ตรงกลางกระจก จุดขาวซีด ลอยอยู่ในความมืด รอยยิ้มเห็นฟันนั้นขาวเกินกว่าจะเป็๞ฟันของคน เส้นตรงขยายออกทีละนิด มีนาก้าวถอยหลังอีกครั้งหลังชนกำแพง มือคลำหากำแพงข้างประตู หายใจแรงแต่พยายามไม่ส่งเสียง เธอเห็นรอยยิ้มยังอยู่ที่เดิม ขาวลอยอยู่กลางกระจก ไม่มีหน้า ไม่มีเงา มีเพียงรอยโค้งนั้นที่ค่อย ๆ สว่างขึ้นจากในเนื้อกระจกเอง

            เสียงหยดน้ำจากก๊อกเปลี่ยนจังหวะ จากติ๋ง ๆ เป็๲ติ๊ก…ติ๊ก… เหมือนว่านับเป็๲การเดินของนาฬิกา เธอกดลูกบิดถอยออกจากห้องโดยไม่ละสายตา ประตูเปิดออกพร้อมเสียงบานพับดังเอี๊ยด ทันทีที่พ้นธรณี เสียงทุกอย่างในห้องน้ำดับลงพร้อมกัน เหลือเพียงเสียงลมหายใจของเธอเอง

            มีนารีบปิดประตูห้องน้ำแน่น พิงหลังกับบานไม้ หายใจแรง หัวใจเต้นเหมือนจะทะลุอก เสียงจากข้างในเงียบสนิท ไม่มีแม้เสียงน้ำหยด เธอยืนอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่งก่อนยกมือแตะประตู ผิวไม้เย็นเหมือนน้ำแข็ง ความคิดหนึ่งแล่นขึ้นในหัว ‘เมื่อกี้... มันยิ้มก่อน’

            เธอไม่กล้าเปิดประตูอีก พัดลมตั้งพื้นในห้องหลักเริ่มหมุนเองช้า ๆ ทั้งที่ปลั๊กยังไม่ได้เสียบ เสียงหมุนนั้นเบาแต่ยังต่อเนื่องเหมือนคนหายใจอยู่หลังประตูห้องน้ำ มีนาถอยไปจนถึงเตียง หยุดตรงนั้น จ้องไปที่ประตูที่ยังปิดสนิท แสงไฟจากถนนลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาเป็๲เส้นเหลือง สะท้อนตรงมือจับประตูห้องน้ำ ตรงนั้นเหมือนมีเงา “มืออีกข้าง” วางอยู่ก่อนเธอ

             

             

             

            มีนานั่งบนเตียงหลังจากปิดประตูห้องน้ำ๻ั้๹แ๻่หัวค่ำ หลอดไฟในห้องสว่างเต็มดวง แต่ความมืดยังเกาะอยู่ตามมุมผนัง พัดลมตั้งพื้นหมุนช้า เสียงใบพัดครืดเป็๲จังหวะสม่ำเสมอ เธอยังไม่กล้านอน ในหัวเต็มไปด้วยภาพ “รอยยิ้ม” ที่เห็นในกระจกเมื่อชั่วโมงก่อน ยิ่งพยายามลืม ภาพนั้นยิ่งชัดขึ้น

            โทรศัพท์อยู่ในมือ หน้าจอเปิดค้างไว้ตรงโหมดกล้อง เธอเลื่อนนิ้วไปมาโดยไม่ตั้งใจ เสียงเล็บแตะกระจกหน้าจอดังแ๵่๭ เธอก้มดูเวลา เที่ยงคืนสิบห้านาที เสียงฝนหยุดไปแล้วเหลือแต่เสียงน้ำหยดจากหลังคาตึกด้านนอก เธอมองไปที่ประตูห้องน้ำอีกครั้ง บานไม้ปิดสนิท ไม่มีแสงลอดออกมาแต่รู้สึกเหมือน “ข้างในมีคนอยู่” ตลอดเวลา หัวใจเต้นแรงขึ้นเมื่อคิดถึงภาพในกระจก เธอกัดริมฝีปากพยายามสูดลมหายใจลึก ๆ

            “ถ้ามันเกิดอีก ฉันจะอัดไว้ดูให้รู้...” เสียงพูดตัวเองดังแ๶่๥ในห้องเงียบ

             

             

            เธอลุกจากเตียง เดินไปที่ประตูห้องน้ำ มือจับลูกบิดไว้สักพักก่อนค่อย ๆ หมุน ประตูเปิดออกพร้อมเสียงเอี๊ยดเบา ๆ ข้างในยังเหมือนเดิม หลอดไฟบนเพดานติดนิ่ง กลิ่นชื้นจางลงแต่ยังอยู่ เธอก้าวเข้าไปทีละก้าว โทรศัพท์ในมือเปิดโหมดวิดีโอ หน้าจอสะท้อนภาพเธอกับกระจกในเฟรมเดียวกัน มีนาเลื่อนกล้องขึ้นจนเห็นตัวเต็ม เธอยกมือขึ้นช้า ๆ ในกล้องไม่มีอะไรผิดปกติ ทุกการเคลื่อนไหวตรงกัน เธอทดสอบอีกครั้ง ยกมือ แตะผม ยิ้มให้ตัวเอง ทุกอย่างปกติ เธอถอนหายใจออกยาว รู้สึกโล่งขึ้นนิดหนึ่ง

            เธอกดหยุดถ่ายแล้วเปิดคลิปดูทันที เสียงเปิดไฟในคลิปดังแป๊ก ภาพเธอในห้องน้ำปรากฏชัด แสงเหลืองจากหลอดไฟส่องตรงหน้า ตอนแรกไม่มีอะไรแปลกแต่พอถึงตอนเธอยกมือแตะผมในคลิป “มีตัวเธอสองคน”

            อีกคนอยู่ด้านหลัง ยืนห่างไม่ถึงคืบ หน้าซีกหนึ่งมืดจนมองไม่เห็น แต่โครงร่างเหมือนเธอทุกอย่าง ผมยาว เสื้อสีเดียวกัน ท่ายืนตรงกัน มีนาเลื่อนวิดีโอย้อนกลับช้า ๆ เธอเห็นร่างนั้น “ขยับเข้ามา” ทีละนิด ขณะที่เธอในคลิปยังยืนเฉย ราวกับสิ่งที่อยู่ด้านหลัง “เคลื่อนเข้ามาใกล้” จนแทบแตะหัวไหล่ ภาพในคลิปเริ่มสั่น เสียง “ติ๊ก” ดังขึ้นเหมือนของแข็งกระทบกล้อง แล้วหน้าจอก็ดับเป็๞สีดำ

            เธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง นิ้วกดเปิดซ้ำแต่คลิปไม่เล่นอีก หน้าจอค้างอยู่ตรงเฟรมสุดท้าย จังหวะที่ “อีกคน” กำลังยื่นหน้าเข้ามา มีนาเผลอถอยหลังไปจนชนอ่างล้างหน้า โทรศัพท์หล่นลงพื้น เสียงกระแทกดังในห้องแคบ เธอก้มคว้าเครื่องกลับมา หน้าจอยังเปิดแต่ภาพกลายเป็๲สีมืด มีแสงจุดเล็ก ๆ เหมือนเงาตาในความมืด เธอกดออก กลับไปหน้าโฟลเดอร์วิดีโอ ไฟล์เมื่อครู่หายไปแล้ว

            เสียง “ติ๊ก” ดังขึ้นจากกระจกเหนืออ่าง เธอเงยหน้าทันที ภาพสะท้อนในกระจกคือเธอในท่าเดิมแต่โทรศัพท์ในภาพ “ไม่ได้อยู่ในมือ” มือในกระจกว่างเปล่า เธอมองโทรศัพท์ในมือตัวเอง เปิดกล้องอีกครั้ง ภาพในจอเห็นเธอกับกระจกเหมือนเดิม แต่ในนั้น... มี “บางเงา” อยู่หลังไหล่ซ้าย เธอหมุนตัวเร็ว ข้างหลังว่างเปล่า กลับมามองจออีกครั้ง เงานั้น “ขยับเข้ามาใกล้” กว่าก่อนหน้านี้ มีนาเหงื่อซึมทั้งแผ่นหลัง มือสั่น เธอปิดกล้องทันทีแล้วกดปุ่มปิดเครื่อง หน้าจอดับลง เสียงในห้องเงียบสนิท

             

             

            เธอรีบเดินออกจากห้องน้ำ ปิดประตูแน่น ยืนพิงบานประตู หูยังได้ยินเสียงเบา ๆ จากด้านใน เหมือนเสียง “เล็บ” ขูดกับกระจกเป็๲จังหวะ เธอเอามือกุมหน้าอก พยายามควบคุมลมหายใจ ความเย็นจากพื้นค่อย ๆ ซึมขึ้นขา พัดลมตั้งพื้นในห้องหมุนเองอีกครั้ง ครืด... ครืด... เสียงนั้นดังขึ้นทีละนิด พร้อมกับเสียงติ๊กเบา ๆ จากประตูหลังที่เธอพิงอยู่ มีนาไม่ขยับ ไม่กล้าหันกลับไปมอง เธอเพิ่งแน่ใจในคลิปนั้น อีกคนไม่ได้อยู่ “หลัง” เธออย่างเดียว มัน “อยู่ในกระจก” มาตลอดเวลา

     

             

             

            ไฟในห้องกะพริบหนึ่งครั้งก่อนดับลงทั้งดวง เสียงพัดลมหยุดหมุนทันที เธอนั่งนิ่งอยู่บนพื้นหน้าเตียง โทรศัพท์ในมือดับสนิท กดปุ่มซ้ำหลายครั้งเครื่องไม่ตอบสนอง หน้าจอดำเงาเหมือนแผ่นกระจกอีกบานหนึ่งที่สะท้อนใบหน้าเธออยู่ในนั้น ลมหายใจเริ่มหนัก เธอเงยหน้ามองรอบห้องที่ถูกกลืนด้วยเงามืด แสงเพียงอย่างเดียวมาจากนอกหน้าต่าง ไฟถนนสีเหลืองลอดผ่านช่องเล็กตรงผ้าม่าน เส้นแสงนั้นพาดไปถึงประตูห้องน้ำ

            มีนาไม่รู้ว่าไฟดับเพราะอะไร เสียงฝนไม่มี เสียงลมก็ไม่มี เธอลุกขึ้นช้า ๆ เดินไปทางโต๊ะ หวังจะหยิบไฟฉายในกระเป๋า แต่ระหว่างก้าวผ่านประตูห้องน้ำ เธอรู้สึกได้ว่ามี “ความเย็น” ซึมออกมาจากช่องประตูแง้ม อุณหภูมิในห้องต่างกันจนชัดเจน ฝั่งนี้อุ่น ฝั่งนั้นเย็นเหมือนมีน้ำแข็ง เธอหยุด สายตาเหลือบไปทางช่องประตูที่เปิดแง้มไว้

             

            ในความมืดข้างใน มีเงาคนยืนอยู่ครึ่งตัว แค่ราง ๆ จากแสงไฟถนนที่ลอดเข้ามา ส่วนบนของร่างนั้นนิ่งหัวเอนนิดเดียวเหมือนกำลัง “รอให้มองตรงไป” มีนาแข็งอยู่กับที่หัวใจเต้นช้าลงจนเหมือนไม่มีเสียง เธอหรี่ตาเพ่งขอบประตูขยับเล็กน้อย เหมือนแรงลมผลักเบา ๆ เงาในนั้นไม่ขยับ แต่ “ความมืด” โดยรอบมันเหมือนเคลื่อนไหวได้

            เธอยกมือขึ้นทั้งที่นิ้วยังสั่น ค่อย ๆ ดันประตูปิดช้า ๆ เสียงไม้เสียดกันดัง “ครืด” เบา ๆ ช่องแสงแคบลงเรื่อย ๆ จนเงานั้นถูกบีบให้เล็กลง เหลือแค่ส่วนหน้าอก จนในที่สุด ปิดสนิท มือสั่นจนเกือบทำลูกบิดหลุด เธอรีบหมุนกลอนลง เสียง “แกร๊ก” ดังสะท้อนในห้องเงียบ เธอยืนพิงประตู หายใจแรง หูแนบกับบานไม้โดยไม่รู้ตัว ได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองเต้นในอก จากข้างในไม่มีเสียงน้ำ ไม่มีเสียงก๊อก ไม่มีอะไรเลย

            เธอหลับตา พยายามตั้งสติ ปลายนิ้วยังเย็นจากการจับลูกบิด แล้วเสียง “เคาะ” เบา ๆ ดังขึ้น หนึ่งครั้งเท่านั้น เธอลืมตาทันที เสียงนั้นมาจาก “ข้างใน” ชัดเจน ไม่ได้ดังแรง เหมือนใครใช้นิ้วแตะไม้เพียงเบา ๆ ตึ้ก... ไม่มีเสียงตามมาอีก มีนาไม่ขยับ นิ่งอยู่ในท่านั้น หูยังแนบกับบานประตู ในห้องนิ่งสนิท เงาจากไฟถนนพาดยาวบนพื้นไปถึงปลายเท้าเธอ ไม่ขยับเลย

             

             

             

            เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ จนความกลัวเริ่มจางกลายเป็๞ความเหนื่อย เธอถอยออกจากประตู กลับไปนั่งที่เตียง โทรศัพท์ยังไม่ติด มือเธอสั่นจนถือไม่อยู่ จึงวางมันไว้บนโต๊ะ หน้าจอยังสะท้อนเงามืดของเพดาน เธอมองไปทางประตูห้องน้ำอีกครั้ง ไม่มีแสง ไม่มีเสียง ไม่มีการเคลื่อนไหว แต่ความรู้สึกเหมือน “มีบางอย่าง” ยืนอยู่หลังบานไม้ ยังไม่ไปไหน เธอพยายามไม่คิด เอนตัวลงบนเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นถึงอก ตาจ้องเพดานจนแสบ แต่ไม่กล้าหลับ เสียงพัดลมที่หยุดไปกลับดังขึ้นอีกครั้ง ครืด... ครืด... ใบพัดไม่หมุนแต่มีเสียงหมุนอยู่ในอากาศ ช้า สม่ำเสมอ เหมือนจังหวะหายใจของใครอีกคน

     

            เธอกลั้นหายใจ ฟังอยู่ครู่หนึ่ง เสียงนั้นค่อย ๆ เบาลงจนเหลือเพียงความเงียบ เธอหันหน้าหนีจากประตู หลับตาแน่น ก่อนจะได้ยินเสียง “ติ๊ก” เบา ๆ ดังจากในห้องน้ำ เหมือนเสียงกล้องในมือเธอ... ถูกเปิดเอง

     

     

    ตอนที่ 1 (2/2)