เวทยุทธ์สะท้านปฐพี

    บทที่ 4 วิญญาณลึกลับกับเห็ดสีดำ (100%)

            หลังนั่งกินข้าวบนลานหินจนอิ่มแล้ว ซู่หลันก็หาที่ปลอดภัยให้น้องสาวนั่งรออยู่๪้า๲๤๲ ก่อนจะ๠๱ะโ๪๪ลงไปสำรวจในรอยแยกที่ลึกเกือบมิดหัว ด้านซ้ายมือมีโพรงหินที่ลาดเอียงลึกเข้าไปในตัว๺ูเ๳า เขามุดคลานเข้าไปในโพรง ก็มาโผล่ในถ้ำหินขนาดใหญ่ที่มีแสงสว่างไม่มากนัก ที่ผนังถ้ำมีเห็ดสีดำดอกใหญ่ขนาดเท่าศีรษะงอกออกมา เมื่อมองดูแล้วเห็นว่าภายในถ้ำปลอดภัย ก็คลานออกไปรับน้องสาว

    “ข้ารู้สึกได้ว่า เห็ดสีดำทั้งสามดอกนี้มีพลังแรงมาก เราเก็บกลับบ้านกัน ท่านตาต้องรู้แน่ ๆ ว่ามันคือเห็ดอะไร”ซู่หลันเชื่อในความสามารถพิเศษของน้องน้อย สิ่งที่นางบอกว่าดีย่อมต้องเป็นของดี เขาเอามีดขนาดเล็กออกมาจากถุงวิเวท แล้วใช้ปลายมีดค่อย ๆ แซะดอกเห็ดที่แข็งพอ ๆ กับหินออกจากผนังถ้ำอย่างระมัดระวังระหว่างนั่งรอพี่ชายจัดการกับดอกเห็ด ซู่มินรู้สึกถึงพลังบางอย่างจากบนเพดานถ้ำด้านใน ตรงพื้นถ้ำมีหินก้อนใหญ่ตั้งอยู่ เด็กน้อยปีนขึ้นไปยืนบนยอดหิน ดวงตากลมโตมองเห็นบนเพดานถ้ำ มีซอกเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในจุดลับตา สองตาจ้องมองเข้าไปในซอกหิน เห็นลูกแก้วโปร่งแสงขนาดเท่ากำมือลูกหนึ่ง ในลูกแก้วมีบางอย่างอยู่ข้างในสิ่งที่ลอยนิ่งอยู่ในลูกแก้ว มีรูปร่างคล้ายงูตัวจิ๋ว เจ้าตัวประหลาดมีลำตัวโปร่งแสง ดวงตาคู่เล็กของมันมองสบกับดวงตากลมโตของเด็กน้อย ร่างโปร่งแสงที่อยู่ในลูกแก้วกลายเป็นลูกแสงสีขาว มันพุ่งหายเข้าไปในหน้าผากของซู่มินทันที“กรี๊ดดดดด!”เสียงกรีดร้องของน้องสาว ทำให้ซู่หลันรีบหันไปมอง เห็นร่างเล็กกำลังจะร่วงตกจากหินก้อนใหญ่ ก็รีบพุ่งตัวเข้าไปรับร่างเล็กมากอดไว้แนบอก“มินมินเป็นอะไร! บาดเจ็บตรงไหน!”ซู่หลันมองสำรวจร่างกายเด็กน้อยในอ้อมอกอย่างรวดเร็ว บนร่างเล็กไม่มีบาดแผลใด ๆ แต่ใบหน้างามกลับซีดขาวอย่างน่าสงสาร เนื้อตัวสั่นเทาราวกับว่ากำลังตกใจอย่างสุดขีด“เด็กดี ไม่ต้องกลัว พี่กอดเจ้าไว้แล้ว”สองแขนของเด็กหนุ่มโอบกอดร่างเล็กไว้แน่น พร้อมเอ่ยคำพูดปลอบใจไม่หยุด ปลอบอยู่นานกว่าซู่มินจะหายตกใจและค่อย ๆ มีสติกลับคืนมา เด็กน้อยก้มลงสำรวจร่างกายของตัวเอง ก็พบว่ายังปกติดีทุกอย่างก็โล่งใจ เมื่อเห็นใบหน้าของพี่ชายเต็มไปด้วยความกังวลใจ ก็รู้สึกผิด“ข้าไม่เป็นไร แค่ตกใจนิดหน่อยเท่านั้น ข้าขอโทษที่ทำให้พี่เป็นห่วง”“พี่จะรีบแซะเห็ดออกจากผนังถ้ำ เจ้านั่งนิ่ง ๆ ห้ามซนอีก เข้าใจหรือไม่”ซู่มินพยักหน้า แล้วนั่งพิงก้อนหินใหญ่โดยไม่ขยับตัวไปไหนอีก ในสมองคิดย้อนไปถึงเหตุการณ์ประหลาดเมื่อครู่อย่างเงียบ ๆ“งูจิ๋ว เจ้าดูอ่อนแรงคล้ายกำลังจะตาย ข้าอนุญาตให้เจ้าอาศัยอยู่ในหัวข้าได้ เวลาข้ากินข้าวเจ้าก็ลงมาอยู่ในท้องข้า แล้วแบ่งข้าวในท้องไปกินเจ้าจะได้มีแรง แต่ถ้าเจ้าแข็งแรงดีแล้วต้องออกมาจากหัวข้านะ” “.........”เด็กทั้งสองใช้เวลาอยู่ในถ้ำนานพอควร กว่าจะขึ้นมาจากรอยแยก ดวงตะวันก็ใกล้จะตกดินแล้ว เด็กหนุ่มรีบอุ้มน้องเดินลัดเลาะป่าทึบจนไปโผล่ที่ทางสายหลัก เร่งเดินลงเขามาเกินครึ่งทางฟ้าก็เริ่มมืด ในขณะที่กำลังกังวลว่าน้องจะกลัวความมืด ก็เห็นคนถือคบไฟเดินเข้ามาหาความยินดีกลายเป็นความหวาดกลัวในทันที เมื่อเห็นสีหน้าโกรธจัดของผู้ที่เดินเข้ามาหาอย่างชัดเจน มือใหญ่ข้างที่ไม่ได้ถือคบไฟกำลังจะยกขึ้นฟาดเขา แต่แขนเล็ก ๆ สองข้างที่ยื่นไปกอดคอแล้วยัดตัวเข้าไปหา ทำให้มือข้างนั้นจำเป็นต้องลดลงมาอุ้มร่างเล็กไว้แทน“ท่านตา อย่าตีพี่หลัน พวกเราไปเจอสิ่งล้ำค่ามากและจะเอามันกลับไปฝากท่าน พี่หลันเสียเวลากับมันอยู่นานมากเจ้าค่ะ”เมื่อได้ยินเสียงหลานสาวกระซิบออดอ้อน และเห็นว่าหลานรักทั้งสองปลอดภัยดี โทสะที่พุ่งสูงเสียดฟ้าของซู่เซียวก็ลดต่ำลง แต่ยังคงเคืองอยู่ไม่น้อย เพราะหลานชายไม่เคยทำตัวไม่รู้ความเช่นนี้ ทุกครั้งที่พาน้องออกมาด้วย เขามักจะถึงบ้านก่อนฟ้ามืดเสมอ วันนี้ฟ้ามืดแล้วยังไร้เงาของสองพี่น้อง เขาร้อนใจกลัวเกิดอันตรายกับหลานจึงขึ้นเขามาตามหา“รอกลับถึงบ้านก่อนเถอะ ตาจะชำระความกับเจ้าทั้งคู่”แม้คำพูดจะดุดัน แต่แขนก็อุ้มหลานสาวไว้แน่น ทั้งสามเร่งเดินทางลงเขา เพราะรู้ว่าหญิงชราที่คอยอยู่ที่บ้านคงร้อนใจ จนร้องไห้แล้วเป็นแน่“ท่านยาย ข้ากับพี่หลันกลับมาแล้วเจ้าค่ะ พวกเราปลอดภัยดี แล้วก็หิวข้าวม๊าก มาก”ซู่มินรีบส่งเสียงดังมาแต่ไกล เมื่อเห็นเงาของผู้เป็นยายออกมายืนรอรับพวกเขาที่นอกรั้ว ร่างเล็กโผจากอกของตาเข้าไปซบในอ้อมอกยายทันที มือเล็กยกขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้าให้หญิงชรา ในใจรู้สึกผิดเป็นอย่างยิ่งที่ทำให้ผู้เฒ่าทั้งสองเป็นห่วง“ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านตากับท่านยายเป็นห่วง ต่อไปข้าจะไม่ทำอีกแล้วเจ้าค่ะ ฮือ ๆ”สองตายายเห็นหลานสาวร้องไห้สำนึกผิดก็ใจอ่อน คำดุต่าง ๆ ที่เตรียมไว้พูดสั่งสอนก็ลืมไปจนหมดสิ้น“มินเอ๋อร์ไม่ต้องร้อง กลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว เจ้าบอกหิวข้าวมากใช่ไหม ยายเตรียมกับข้าวอร่อย ๆ ไว้ให้พวกเจ้าแล้ว เราเข้าบ้านไปกินข้าวกัน”หลังจากกินอาหารค่ำกันอิ่มแล้ว ซู่หลิ่วก็รีบพาหลานสาวไปเช็ดตัวแล้วพาเข้านอน ซู่หลันเอาสิ่งที่เก็บได้ออกมาจากถุงวิเวทแล้ววางไว้บนโต๊ะ แค่เห็นสมุนไพรขั้นสองและสามจำนวนหลายสิบต้นซู่เซียวก็เริ่มมือสั่น เขาไม่เคยคิดเลยว่าภูเขาหลังหมู่บ้านจะมีสมุนไพรล้ำค่ามากถึงเพียงนี้ โดยปกติชาวบ้านที่ขึ้นเขาไปหาสมุนไพรและของป่า นาน ๆ ครั้งถึงจะเจอสมุนไพรสักต้นสองต้นเห็ดสีดำขนาดใหญ่สามดอกถูกนำออกมาวางบนโต๊ะเป็นสิ่งสุดท้าย ถ้วยน้ำชาในมือของชายชราหล่นลงพื้นทันที พอได้สติเขาก็รีบสั่งให้หลานชายวิ่งไปปิดประตูและหน้าต่างทุกบาน“นี่..นี่..”เห็นท่านตาตกใจจนผู้ไม่ออก ซู่หลันก็รีบอธิบายที่มาของสมุนไพรทั้งหมดและเห็ดสีดำประหลาดทันที“สมุนไพรขั้นสองและสามเก็บมาจากป่าทึบทางทิศใต้ ส่วนเห็ดสีดำเก็บมาจากถ้ำที่ซ่อนตัวลึกอยู่ในรอยแยกตรงผาหิน ข้าต้องใช้ปลายมีดแซะอยู่นานกว่าจะเอาเห็ดออกมาได้ นี่เป็นสาเหตุให้กลับบ้านค่ำ สิ่งเหล่านี้อยู่ในที่ลับตามาก ถ้าน้องไม่ชี้บอกตำแหน่ง ก็คงไม่มีใครหาพบขอรับ”ซู่เซียวยื่นมือไปดึงหลานชายเข้ามากอด ถ้าเมื่อหัวค่ำมือเขาฟาดตีใส่ตัวหลาน เขาคงจะเสียใจมากจนอยากตัดมือตัวเองทิ้งเป็นแน่“พวกเจ้าได้สมบัติล้ำค่ากลับมาฝากตาจริง ๆ เห็ดสีดำนี้เรียกว่าเห็ดจักรพรรดิ ในงานประมูลของหอบัวสวรรค์ ดอกเห็ดมีขนาดเล็กกว่านี้หลายเท่า ราคาประมูลจบลงที่แปดแสนเหรียญทอง”“เหตุใดราคาจึงสูงถึงเพียงนั้นขอรับ!”ซู่หลันเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น เพราะเหรียญทองจำนวนมากขนาดนั้น สามารถเปลี่ยนชีวิตคนทั้งครอบครัวให้อยู่ได้อย่างสุขสบาย“เห็ดจักรพรรดิมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงชั้นเลิศ และเป็นส่วนผสมหนึ่งในสามของยาอายุยืนพันปี ตำราโบราณระบุว่ายานี้นอกจากช่วยให้อายุยืนแล้ว ยังเป็นยาชะลอวัยอีกด้วย”“เช่นนั้น เก็บเห็ดนี่ไว้ให้น้องกินบำรุงสักดอกได้ไหมขอรับ”เด็กหนุ่มเอ่ยถามเสียงค่อย แม้เงินทองจะเป็นสิ่งจำเป็นต่อคนทั้งครอบครัวที่กำลังอยู่ในสภาพยากจนข้นแค้น แต่เขาก็รักและเป็นห่วงสุขภาพของน้องสาวมากกว่า“เราจะเก็บไว้กินเองสองดอก ในอนาคตหากมีเหตุจำเป็น ค่อยนำเห็ดอีกดอกมาขาย เห็ดจักรพรรดิเป็นสมุนไพรวิเศษขั้นสูงที่หาได้ยากยิ่ง ใช้เป็นยาบำรุงร่างกายของทุกคนในบ้านได้เป็นอย่างดี เรื่องบ้านเรามีเห็ดจักรพรรดิไว้ในครอบครองต้องเก็บเป็นความลับ มิเช่นนั้นสมบัติล้ำค่าจะนำภัยร้ายมาสู่ชีวิต สมุนไพรขั้นสองและสามพวกนี้ เจ้าสามารถกินบำรุงคู่ไปกับเห็ดจักรพรรดิได้ เงินทองเป็นแค่ของนอกกายเท่านั้น สุขภาพของมินเอ๋อร์กับความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ของเจ้าสำคัญที่สุด วันนี้เจ้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หยุดฝึกซ้อมสักคืนแล้วรีบไปนอนพักผ่อนซะ”“ทราบแล้วขอรับท่านตา”                แสงจันทร์สลัวยามค่ำคืนและอากาศที่กำลังเย็นสบาย ทำให้ผู้คนนอนหลับสนิท แต่ภายในห้องนอนของซู่มิน กลับเกิดเหตุการณ์ประหลาด แสงจันทร์และคลื่นพลังในธรรมชาติกำลังไหลเข้าสู่ร่างของเด็กน้อยที่หลับสนิทอยู่บนเตียง ตรงกลางหน้าผากปรากฏวงแสงสีขาวเปล่งประกายจาง ๆ อาหารมื้อเช้าของครอบครัวซู่ที่เตรียมไว้บนโต๊ะ ในถ้วยน้ำแกงของทุกคนมีเนื้อเห็ดสีดำชิ้นเล็กบางอยู่ในถ้วย เมื่อซู่หลันกลืนน้ำแกงและเนื้อเห็ดลงท้อง กระแสความอุ่นร้อนก็ค่อย ๆ กระจายตัวแทรกซึมไปตามอวัยวะภายในและชั้นกล้ามเนื้อ เด็กหนุ่มลูบแขนของตนเบา ๆ ก็ค้นพบว่า ผิวหนังดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นด้วย              “อัศจรรย์จริง ๆ กินเพียงชิ้นเล็ก ๆ ยังให้ผลดีเยี่ยมถึงเพียงนี้ สมกับเป็นยาบำรุงวิเศษชั้นเลิศ”