หลังจากที่ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าหายไป หลินเฟิงก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และปราณิญญาที่เข้มข้นก็แทรกซึมเข้าไปในปอดอวัยวะของเขา ส่งผลให้เขารู้สึกสดชื่น
เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "หึหึ ด้วยชีพจริญญาขั้นเทวะ พลังที่ได้จากการฝึกตนของศิษย์สาวกในนิกายย่อมต้องเพิ่มขึ้น รวมไปถึงความเร็วที่ต้องพุ่งพรวดไปไกลพันลี้ในหนึ่งวันอย่างแน่นอน"
ในไม่ช้าหลินเฟิงก็กลับมาสงบและเข้าสู่่แห่งการฝึกตน
โลกใบนี้เคารพกันที่ความแข็งแกร่ง ขอบเขตการฝึกตนระดับ 7 ขั้นทะลวงปราณของเขายังไม่เพียงพอ และตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาความแข็งแกร่งของตนเองให้เร็วที่สุด
แม้ว่าเขาจะมีไพ่เด็ดมากมายในมือ แต่เขาก็ควรจะตีเหล็กในยามที่ร้อนอยู่ และใน่เวลาวิกฤติ เขาต้องพึ่งพาพลังของตัวเองในการปกป้องนิกาย
ไม่เช่นนั้นเมื่อความลับรั่วไหลออกไปมันจะดึงดูดสัตว์ประหลาดเฒ่าที่เต็มไปด้วยความละโมบเข้ามา
...
บริเวณนอกยอดเขาหลัก
หลังจากเดินวนเวียนอยู่พักหนึ่ง เย่จิงอวิ๋นก็พบสถานที่พักของศิษย์ฝึกหัด
ขณะที่เขาก้าวออกจากที่พัก ทันใดนั้นเขาก็ััได้ว่าปราณิญญาในอากาศเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพียงสูดเข้าไปหนึ่งลมหายใจก็ทำให้เขารู้สึกสดชื่น
เขากวาดมองไปรอบ ๆ โดยไม่รู้ตัวและพบว่าทั่วทั้งนิกายเทพกระบี่ อัดแน่นไปด้วยปราณิญญาที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าซึ่งสูงกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า!
“นี่...นี่คือพลังวิเศษของเ้านิกาย?”
“นี่มันจะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”
เย่จิงอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ใบหน้าที่แข็งกร้าวของเขาเต็มไปด้วยความเลื่อมใสและหวาดกลัว
ในเวลานี้ เขาแอบสบถในใจว่า 'ข้าต้องพยายามฝึกฝนอย่างหนัก แข็งแกร่งขึ้นให้ได้โดยเร็ว และทุ่มเทพยายามเพื่อตอบสนองความคาดหวังของเ้านิกาย'
จากนั้นแววตาของเขาก็หนักแน่นขึ้น รวบมือกำหมัด และเดินตรงไปยังทิศทางลานฝึกด้านนอก
ทันทีที่เขามาถึงลานฝึก เย่จิงอวิ๋นก็ตั้งท่าและเริ่มทำการฝึกฝนเคล็ดวิชาที่อยู่ในจิตเขา
หากมีใครมองดูอยู่ในเวลานี้คงสับสน
เพราะไม่ว่าจะยืนมองเขาออกท่าทางเช่นไร ก็รู้สึกว่ามันดูสะเปะสะปะไร้แบบแผน และหมัดที่เขาฝึกนั้นไร้ซึ่งพลัง อีกทั้งยังเชื่องช้า ราวกับตาแก่ที่รำมวยไทเก็ก คล้ายกับว่าฝึกเช่นนี้ต่อไปก็สูญเปล่า
อย่างไรก็ตาม เย่จิงอวิ๋นยังคงออกหมัดชกครั้งแล้วครั้งเล่า และดวงตาของเขาก็ดูหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าถูกพลังของเคล็ดวิชาหมัดนี้ดึงดูดสะกด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งความดื้อรั้นของเด็กที่ปรากฏเด่นชัด ว่าเขาจะไม่ยอมแพ้จนกว่าเขาจะบรรลุเป้าหมาย
เคล็ดวิชาหมัดที่ดูไม่เหมือนใครนี้คือ "หมัดเทพทลาย!"
วิธีการฝึกเพลงหมัดนี้แตกต่างจากการฝึกเพลงหมัดทั่ว ๆ ไปมาก ขั้นแรกการฝึกจะไม่เกี่ยวข้องกับความเร็วและความแข็งแกร่ง แต่เป็การทำความเข้าใจความหมายของวิชาหมัดมันจึงดูเชื่องช้าและไร้ซึ่งพลังในขั้นเริ่มแรก
และเมื่อเข้าใจความหมายของวิชาหมัดแล้ว ความเร็วในการฝึกฝนก็จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโ และพลังทำลายของหมัดก็จะอยู่ในระดับเดียวกันกับความเร็วโดยสมบูรณ์
คำว่า "หมัดเทพ" ไม่ใช่นามที่ตั้งขึ้นไร้สาระ และความแข็งแกร่งของมันนั้นสามารถจินตนาการได้
อย่างไรก็ตาม หาก้าจะฝึกเคล็ดวิชาหมัด จำเป็ต้องมีจิติญญาแห่งความมุ่งมั่นและพยายามขัดเกลาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โชคดีที่เย่จิงอวิ๋นมีจิตใจที่หนักแน่นและเป็บุตรแห่งโชคชะตาที่หายาก
วิชาหมัดนี้จึงเหมาะสมกับเขามาก
หากเปลี่ยนเป็คนอื่น เกรงว่าคงยอมแพ้ในสองหรือสามครั้ง
การฝึกดำเนินต่อไป ท่วงท่าที่ดูธรรมดาของเย่จิงอวิ๋น ก็เริ่มฉายความลึกลับ และกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ดูเหมือนว่าเวลานี้เขากำลังเข้าสู่ห้วงแห่งความลึกลับ
ใช่แล้ว นี่คือความลึกลับของ "ฝึกกายาขั้นเทวะ"
มันไม่เพียงแต่สามารถฝึกร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถปรับจังหวะการหายใจ เสริมสร้างกระดูกและเส้นเอ็น เพิ่มพูนกล้ามเนื้อ ขัดเกลาเส้นเอ็นกล้ามเนื้อกระดูก พัฒนาอวัยวะภายใน สร้างรากฐานในการฝึกปราณในภายภาคหน้า
เดิมทีเย่จิงอวิ๋นเป็บุตรแห่งโชคชะตาและตอนนี้มี "หมัดเทพทลาย" และ "ฝึกกายาขั้นเทวะ" พลังที่ได้รับบนเส้นทางการฝึกตนย่อมมีมากขึ้นเป็ธรรมดา
ไม่ก้าวทะยานคงเป็เื่ยาก!
...
ท่ามกลางการฝึกฝนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ห้าวันผ่านไปอย่างเงียบ ๆ
บนยอดเขาเทียม์ เ้านิกายกำลังฝึกตนอยู่ภายในห้องลับ หลินเฟิงพ่นลมหายใจออก ดวงตาของเขาเปล่งประกายแสงระยิบระยับ และบนร่างกายเต็มด้วยลมปราณที่ไหลเชี่ยวราวกับกระแสน้ำ "ในที่สุดก็มาถึงจุดสูงสุดของขอบเขตฝึกปราณ ระดับ 8 ขั้นผันแปร"
ด้วยระยะเวลาเพียงห้าวัน หลินเฟิง ได้ก้าวข้าม ระดับ 7 ขั้นทะลวงปราณ เข้าสู่ ระดับ 8 ขั้นผันแปร
นับเป็การก้าวะโครั้งใหญ่!
หากมีคนภายนอกรู้ เกรงว่าคงเป็ลม!
ไม่ต้องเอ่ยถึงศิษย์ธรรมดา เกรงว่าแม้แต่ทายาท์ผู้หยิ่งผยองของสำนักใหญ่เ่าั้ก็ยังยากที่จะเทียบเคียง
อย่างไรก็ตามหลินเฟิงกลับขมวดคิ้ว
เพราะในการฝึกตนครั้งนี้ เขาััได้ชัดเจนว่าสามารถทะลวงไปสู่ขอบเขตที่สูงกว่านี้ได้ แต่เขาไม่สามารถข้ามผ่านอุปสรรคไปได้ ราวกับว่าเขาได้พลาดจุดที่สำคัญไป
นอกจากนี้ ระหว่างการฝึกตนยังทำให้เขารู้สึกกังวลใจเป็อย่างมาก และในห้วงสมุทรปราณอันร้อนระอุ ปราณิญญาแทบจะไม่เผาไหม้เขาเลย
“ติ๊ง! ระบบััถึงความมุ่งมั่นและความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาของเ้านาย ระบบมีความสุขมาก จึงขอมอบรางวัลให้กับท่าน”
"ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีที่ได้รับ [กระบี่เซียนเหิน] !"
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีที่ได้รับ [เกราะแก้วสมบัติ] !”
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีที่ได้รับ [ฟูกกำหนดสมาธิ] !”
“ติ๊ง! ระบบรู้สึกว่าเ้านายขาดจิตคุกคามแรงกระตุ้น จึงทำการเสนอ [คุกคามหายนะ]!”
ได้ยินเสียงของระบบที่จู่ ๆ ก็ดังขึ้น หลินเฟิงก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงละทิ้งความสงสัยและเผยความสุข
ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่ระบบมอบให้ย่อมจะต้องเป็สิ่งที่ล้ำค่า
ระบบนี้ไม่ใช่ระบบที่จะพบได้ตามทั่ว ๆ ไป ที่ช่วยแค่การทะลวงบรรลุขอบเขต แต่มันยังแจกสิ่งดี ๆ ต่าง ๆ มากมาย
ใช่ ไม่เลว!
" [คุกคามหายนะ] สามารถบังคับปลดปล่อยพลังที่เกินกว่าพลังของตนเองสามระดับ กดดันอีกฝ่ายได้โดยตรงด้วยจิตคุกคาม"
“นี่นับเป็สิ่งที่ดี เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีสถานะเ้านิกาย”
หลินเฟิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “เปิดใช้งาน [คุกคามหายนะ] !”
ทันทีที่เขาพูดคำเหล่านี้ กฎเกณฑ์ก็ดำเนินตามอย่างว่าง่าย เขาััได้ถึงกลิ่นอายแรงกดดันที่ครอบงำทะลักออกจากร่างกายของเขา คลื่นพลังอันล้นหลามได้กวาดออก
พริบตานั้น พื้นที่ทั้งหมดสั่นะเื และยอดเขาเทียม์ทั้งหมดไม่สามารถหยุดสั่นคลอนได้ ราวกับเป็ปฐมบทไปสู่จุดจบของโลก
หลินเฟิงถึงกับพูดไม่ออกเล็กน้อย และกำลังยุ่งอยู่กับการสั่งระบบเพื่อลดแรงกดดัน
มันทรงพลังเกินไป ด้วยเครื่องมือที่ท้าทาย์นี้ เขาสามารถปรับเปลี่ยนแรงกดดันได้ตามที่้าในอนาคต ซึ่งสะดวกง่ายดาย
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูในภายภาคหน้า ตราบใดที่มิใช่สัตว์ประหลาดที่ร้ายกาจเกินไป ทันทีที่ปลดปล่อยกลิ่นอายแรงกดดัน ย่อมเพียงพอที่จะทำให้อีกฝ่ายคุกเข่าลงพร้อมกับเรียกบิดา?
มันวิเศษมาก ไม่ให้ประทับใจก็คงจะทำไม่ได้!
ต่อจากนั้นหลินเฟิงก็มองไปที่วัตถุชิ้นอื่นๆ อีกหลายอย่างในพื้นที่ระบบคลัง
" [กระบี่เซียนเหิน] ศาสตราเซียนระดับกลาง ทรงพลานุภาพ เพียงตวัดดาบออกไป โลกก็พลันหมองหม่น!"
" [เกราะแก้วสมบัติ] ศาสตราเซียนระดับกลาง เป็สมบัติป้องกัน ซึ่งสามารถต้านทานการโจมตีสุดกำลังของยอดฝีมือได้!"
" [ฟูกกำหนดสมาธิ] ศาสตราเซียนระดับสูง เป็สมบัติส่งเสริม ที่สามารถทำให้จิตและสมาธิของผู้ใช้ผสานกันเป็หนึ่งเดียว ปิดกั้นการรบกวนทั้งหมด และเพิ่มความเร็วในการฝึกตนได้สิบเท่า"
"หึหึ ถูกใจจริงๆ ถึงแม้มันจะไม่สามารถเทียบกับ [คุกคามหายนะ] ได้ แต่ก็นับเป็สิ่งที่ล้ำค่า"
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลินเฟิง
สำหรับสมบัติศาสตราแม้ว่าเขาจะยังไม่ได้ทดสอบพวกมัน แต่เขาก็พอจะรู้ข้อมูลบางอย่างอย่างเกี่ยวกับพวกมัน
สมบัติศาสตรา เรียงระดับจากต่ำไปสูง แบ่งออกเป็: ศาสตราสามัญ, ศาสตราวิเศษ, ศาสตราสมบัติ, ศาสตราิญญา,ศาสตราพิภพ, ศาสตรา์, ศาสตราเซียน, ศาสตราเต๋า, ศาสตราศักดิ์สิทธิ์, สมบัติิญญา์กำเนิด, สมบัติิญญาจักรวาลพิภพ, สมบัติิญญาหายนะ , สมบัติหงเหมิน, สมบัติะ
แต่ละระดับจะไล่จากต่ำไปสูง: ระดับต่ำ, ระดับกลาง, ระดับสูง, ชั้นยอด
ศาสตราเซียน ถือเป็สมบัติที่สำนักนิกายเล็ก ๆ ใฝ่ฝันจะได้ และเปรียบเสมือนเทพศาสตราสำหรับสำนักนิกายใหญ่!
ศาสตราเซียนสามชิ้นในคราวเดียว!
หวานหมู หวานหมู!