การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 69 ไปเยี่ยมเชวียหนิงหรานครั้งแรก

            ต้วนชิงหมิงคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้อง

            เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่เดินนำหน้าหมายจะเข้าไปจุดไฟในห้องหยุดชะงักร้องตกใจ “คุณหนูมีคนบุกรุกห้องเจ้าค่ะ!”

            นางได้ยินถึงกับตกใจยกใหญ่หน้าซีดและพูดด้วยความโกรธ “จะพูดเสียงดังทำไมกลัวคนอื่นไม่รู้หรือ ว่าเรือนหนิงซูเยี่ยนมีโจรขึ้น? ”

            อีกฝ่ายได้ยินรีบยกมือขึ้นปิดปากเงียบในทันทีไม่กล้าเอื้อนเอ่ยวาจาออกมาอีก

            ต้วนชิงหมิงเม้มปากแน่นเดินเข้าไปในห้อง มองด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดไปหมด!

            เมื่อเห็นห้องที่เคยจัดไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยถูกรื้อกระจัดกระจายไปหมด ทั้งของบนเตียงและในตู้มิหนำซ้ำยังถูกโยนเกลื่อนเต็มพื้นไปหมด!

            เด็กสาวใช้สายตากวาดไปโดยรอบเห็นกล่องเครื่องประดับที่วางไว้บนหัวเตียงถูกรื้อค้นกระจายเกลื่อนกลาดหน้าต่างถูกเปิดออกกว้าง เห็นได้ชัดว่าถูกโจรขึ้นมาเยี่ยมเยียนที่นี่!

            เหตุใดโจรถึงมาที่นี่อยากจะขโมยอะไรกัน?

            ถ้าจะมาเอาเงินทองก็มีไม่น้อยแต่เงินที่ใส่ไว้ในกล่องเครื่องประดับก็ไม่หายแม้แต่สตางค์แดงเดียว!ถ้าไม่ได้มาเอาเงิน แล้วจะเข้ามาทำอะไรกันแน่?

            นางกวาดตามองไปโดยรอบไม่มีของหายแม้แต่ชิ้นเดียว เพียงแต่ทั้งห้องถูกรื้อเละเทะแค่นั้น! อย่างนั้นคนที่เข้ามาในห้องนาง มาเพื่อรื้อของเอาสนุกอย่างนั้นหรือ? ถ้าบอกว่าเป็นข้อนี้ ต่อให้ตีนางจนตายก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด!

            แล้วอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่?

            ครั้นนึกถึงเรื่องที่นางเล่นงานต้วนอวี้หรานในคืนนี้ทำให้นางสะดุ้งโหยงขึ้นมา... อีกฝ่ายถือโอกาสที่นางไม่อยู่ที่ห้อง ต้องการทำอะไร?

            ความคิดนี้ปรากฏขึ้นมาในหัวแต่ถูกนางสลัดออกไป! โดยปกติ เวลาใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรก็แล้วแต่ มักจะทำตอนที่ไม่รู้เนื้อไม่รู้ตัวถ้าอีกฝ่ายต่างต้องการทำอะไรจริงๆ คนที่บุกเข้ามาในตอนกลางคืนจะต้องทำโดยไม่ให้รู้ว่ามีคนเคยเข้ามา และจะไม่เข้ามารื้อค้นอะไรแบบนี้หรือการรื้อค้นครั้งนี้จะเพียงต้องการเบี่ยงเบนความสนใจเช่นนั้นหรือ? แท้จริงแล้ว จุดประสงค์ของโจรอยู่ตรงไหนกันแน่?

            เรื่องที่ถูกโจรบุกเข้าเรือนจะปิดก็ไม่อยู่เสียแล้วต้วนชิงหมิงจึงให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เรียกเสี่ยวเหอเข้ามาก่อนอื่นกำชับนางไม่ให้ไปพูดเรื่องนี้ข้างนอกและให้บ่าวทั้งสองช่วยกันเก็บกวาดห้องให้เรียบร้อย!

            ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วขึ้นนั่งลงบนเก้าอี้ภายใต้แสงไฟสลัว ครุ่นคิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อดูพวกบ่าวเก็บกวาดสิ่งของ จึงอดคิดอย่างไตร่ตรองไม่ได้...โชคดีที่ตอนโจรเข้ามา นางและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่อยู่ที่เรือนแต่บ่าวที่อยู่ตอนกลางคืนก็แค่ถูกยาสลบเท่านั้น ตอนนี้ถ้าลองคิดดูว่าหากมีคนอยู่ข้างในและปะหน้ากับโจร นึกไม่ออกเลยว่าจะเกิดเรื่องร้ายอะไรขึ้น!

            ทว่าเรือนหนิงซูเยี่ยน ยังมีเรื่องที่รอทำอีกมากจะให้เกิดเรื่องที่ไม่เหนือความคาดหมายอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว!

            หรือแท้จริงแล้วเรือนของนางมีของอะไรที่ทำให้คนอื่นมาสนใจ?

            ต้วนชิงหมิงคิดไปคิดมาคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก! จนสุดท้าย นางจึงถอนหายใจและวางลงไม่สนใจแล้ว!

            ถ้าอีกฝ่ายเตรียมการมาเป็นอย่างดีแต่หาในสิ่งที่ต้องการไม่พบล่ะก็อย่างนั้นคงไม่กล้ารับประกันว่าจะมาใหม่อีกครั้งเมื่อไร และยังไม่รู้ว่าครั้งหน้านางจะโชคดีไม่เจอโจรขึ้นแบบครั้งนี้ได้อีกหรือไม่?

            ไม่ว่าเป็นใครบุกเข้ามาในเรือนหนิงซูเยี่ยนต่อไปคงจะต้องระวังให้มากขึ้น!

            …...

            

            แสงแรกของอรุณรุ่งโผล่พ้นขอบฟ้าต้วนชิงหมิงพาต้วนอวี้ ขึ้นรถม้าเทียมอาชามุ่งตรงไปที่จวนเชวียหนิงหราน

            ท่านแม่ของเชวียหนิงหรานเชิญนางไปถ้าคาดการณ์ไม่ผิดคงมีด้วยกันสองเรื่อง เรื่องแรกเนื่องจากไม่วางใจเพื่อนที่ลูกสาวคบหาเพราะเชวียหนิงหรานคงต้องเล่าเรื่องดีงามของนาง จึงอยากเจอหน้าคร่าตาสักครั้งเรื่องที่สองในจวนต้วนไม่มีภรรยาเอกแล้วท่านแม่เชวียหนิงหรานจึงไม่อยากลดตัวลงไปสมาคมกับอนุภรรยาอย่างหลิวหรง!

            ต้วนชิงหมิงที่เป็นคนรอบคอบก็คอยระมัดระวังฮูหยินเชวียอยู่ไม่น้อย!ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นในจวนต้วนไม่เว้นแต่ละวันจึงไม่เหมาะในการต้อนรับผู้ใหญ่ของเพื่อนสนิทอีกอย่างที่นางเต็มใจพาต้วนอวี้มาด้วยเพื่อต้องการปูทางในภายภาคหน้าให้กับต้วนอวี้!

            บรรพบุรุษสามรุ่นของจวนเชวียนับได้ว่าเป็นตระกูลที่ซื่อสัตย์ต่อราชวงศ์ต้าเซี่ย และคุณปู่ของเชวียหนิงหรานที่ตอนนี้เป็นถึงเสนาบดี ทั้งยังเป็นกำลังหลักที่สำคัญ!ถ้าต้วนอวี้ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคุณชายทั้งสองของจวนเชวียจะมีประโยชน์อย่างมากในการปูทางเป็นขุนนางในวันข้างหน้า

            ทว่าฮูหยินเชวียจะมีท่าทีต่อนางอย่างไรก็สุดรู้!จึงยังไม่อาจสรุปได้ แต่ในเมื่อนางมีความคิดเช่นนี้แล้วจะต้องหาทุกวิถีทางเพื่อเชื่อมสัมพันธ์เพื่อน้องชายให้ได้!

            ปกติแล้วต้วนอวี้ไม่ค่อยออกจากจวนระหว่างทางจึงเปิดม่านดู ถามนู้นถามนี่อยู่บ่อยครั้งและต้วนชิงหมิงก็เต็มใจตอบด้วยความอดทน จนสุดท้ายก็กำชับกำชาขึ้นว่า “ต้วนอวี้ ที่พี่สาวสอน เจ้าจำได้ทั้งหมดหรือไม่?”

            เด็กน้อยมองไปยังต้วนชิงหมิงพูดอย่างอ่อนโยนว่า “พี่สาวสอนว่าข้าเป็นคุณชายใหญ่จวนต้วน เมื่อออกจากจวนมาก็ถือเป็นหน้าเป็นตาของจวนต้วนดังนั้นไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรจะต้องรักษามารยาทเอาไว้!”

            นางได้ฟังจึงกอดต้วนอวี้ไว้แนบแน่นพูดอย่างดีใจว่า “ต้วนอวี้นับวันจะรู้เรื่องมากขึ้นแล้วพี่สาวดีใจเหลือเกิน!”  เนื่องจากท่านแม่จากไปเร็วเรื่องการอบรมสอนสั่งต้วนอวี้จึงตกเป็นหน้าที่ของนางดูท่าแล้วจะต้องใส่ใจในการบ่มเพาะต้วนอวี้!

            เขาจึงหัวเราะออกมา “พี่สาวคนโตเปรียบเหมือนแม่ พี่สาวถือเป็นแม่ครึ่งหนึ่งของต้วนอวี้ขอเพียงพี่สาวมีความสุข จะให้ต้วนอวี้ทำอะไรก็ได้!”

            ได้ยินเช่นนั้นนางจึงรีบพูดดุขึ้นมา “แต่จะลำบากตัวเองไม่ได้!”

            เด็กน้อยรีบพยักหน้าขึ้นลงอย่างรวดเร็ว “พี่หลิวเคยพูดว่า พี่สาวหวังดีกับต้วนอวี้ ถ้ามีเรื่องอะไรที่คิดไม่ตกไม่ควรเก็บไว้ในใจ ให้ไปขอความช่วยเหลือจากพี่สาว!”

            อยู่ๆพูดถึงหลิวยวนขึ้นมา ต้วนชิงหมิงจึงวางใจลง พูดยิ้มๆ ว่า “พี่หลิวเป็นคนที่มีความสามารถมาก ต่อไปเจ้าต้องตั้งใจเรียนกับเขา!”

            ต้วนอวี้จึงพยักหน้าตอบรับ!นางกำมือเขาไว้แน่น จนมาถึงหน้าจวนเสนาบดี

            จวนเสนาบดีเชวียเป็นจวนหนึ่งที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง ประตูสีน้ำตาลแก่คงเพิ่งทาใหม่ในปีนี้สีสันสวยงาม แต่ท่าทางจะบานใหญ่หนาและหนักกว่าจวนอื่นๆโคมไฟสีแดงสดอันใหญ่ถูกแขวนระย้าไว้หน้าประตูทั้งสองบาน ดูแล้วเป็นมงคลและทางการ!

            หน้าประตูยังมีสิงห์ขนาดใหญ่สองตัวลืมตาทั้งสองข้างจ้องมองคนเดินผ่านไปผ่านมาด้วยความน่าเกรงขาม

            ส่วนประตูใหญ่มีแผ่นป้ายเขียนอย่างวิจิตรงดงาม ‘จวนเชวีย’ เปี่ยมด้วยพลังอำนาจและความสูงส่ง

            เมื่อรถม้ามาหยุดเทียบที่หน้าจวนเชวียเชวียหนิงหรานที่ออกมารอรับอยู่ที่ด้านนอกก่อนหน้าเห็นต้วนชิงหมิง จึงร้องเรียกขึ้นมา “ชิงหมิง ต้วนอวี้ รีบลงมา!”

            วันนี้เชวียหนิงหรานสวมเสื้อชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนไม่มีลวดลายลากยาวจนถึงพื้นแขนเสื้อใช้ด้ายสีแดงปักลวดลายดอกโบตั๋นกำลังจะผลิบานหลายดอกประณีตงดงามผ้าขาวสีน้ำนมคาดไว้ที่เอว ยังมีถุงบุหงาใบน้อยและหยกประจำตัวห้อยไว้ดูแล้วงดงามสง่าสดใสไม่เหมือนใคร

            เส้นผมของนางถูกรวบเกล้าขึ้นอย่างเรียบง่ายผมหน้าม้าด้านหน้าแยกออกจากกันอย่างธรรมชาติด้านบนประดับด้วยเส้นไข่มุกขาวห้อยระย้าลงมาระหว่างคิ้วยิ่งเพิ่มให้ดวงตาดูสวยงามและอ่อนหวานไม่น้อย

            เชวียหนิงหรานยืนพิงสตรีนางหนึ่งสตรีนางนั้นละม้ายหญิงผู้สูงศักดิ์ระคนมีอำนาจรอที่ประตูทางเข้าทั้งสองกระซิบกระซาบหยอกล้อพูดอะไรก็สุดรู้ ทว่าสายตาเป็นประกายคู่นั้นของนางสว่างไสวราวกับหมู่ดาวฉายออกมาด้วยความดีใจไม่รู้ว่านางพูดอะไรถึงทำให้หญิงสูงศักดิ์ผู้นั้นหัวเราะอย่างมีความสุขจนตาปิดมองดูละม้ายพระจันทร์เสี้ยวเช่นนั้น ระหว่างที่ทั้งคู่พูดคุยหัวเราะกันพลันทำให้ผู้คนที่ได้พบเห็นต้องตกตะลึงกับความสง่างามและความสดใสเบื้องหน้าจนยากจะละสายตา

            ต้วนชิงหมิงลงจากรถม้าถึงกับผงะในทันที “พี่สาวออกมาทำอะไรกันข้าเดินเข้าไปหาในจวนเองได้ ไม่เห็นจะต้องลำบากฮูหยินเชวียออกมาต้อนรับเลยนะเจ้าคะ?”

            เป็นที่ทราบกันว่าโดยปกติเพื่อนลูกสาวมาถึง จะเดินผ่านเข้าประตูฉุยฮวาเหมิน[1]เจ้าบ้านเพียงรออยู่ตรงด้านหน้าก็เพียงพอไม่จำเป็นต้องออกมารับถึงหน้าจวนเช่นนี้ เชวียหนิงหรานครั้งนี้ทำเกินไปแล้ว!

            เชวียหนิงหรานปล่อยมือจากฮูหยินเชวียก้าวเดินมาหาสองพี่น้องตระกูลต้วน หัวเราะเสียงเบา “คุณชายใหญ่จวนต้วนมาทั้งทีจะให้เพิกเฉยได้อย่างไร ข้าจึงออกมารอรับพวกเจ้า...”

            นางหยุดเว้นจังหวะแล้วพูดต่อไปด้วยรอยยิ้ม “มา ชิงหมิง ไปหาท่านแม่ข้ากัน!”

            นางพูดไปพลางจับมือต้วนอวี้ไปพลางหันไปทางหญิงสูงศักดิ์ “ท่านแม่ นี่คือต้วนชิงหมิงนี่คือต้วนอวี้เจ้าค่ะ!”

            ต้วนชิงหมิงรีบก้มหน้าหันไปทางฮูหยินเชวียที่ยืนอยู่ด้านหลังเชวียหนิงหราน พร้อมแสดงความเคารพ “ข้าน้อยให้ฮูหยินออกมาต้อนรับ รู้สึกผิดในใจเป็นอย่างมากเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของชิงหมิงเองเจ้าค่ะ!”

            

            …...

            [1]ประตูฉุยฮวาเหมิน เป็นประตูที่ใช้สำหรับต้อนรับแขกที่สำคัญ

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498