บุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔)

    ตอนที่69 เต๋าสะสมขั้นที่6

     

    พรึบ!

     

    ฉินอินมองไปที่เซียวเย่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง สังเกตเห็นเลือดที่ไหลออกมาจากหูและจมูกอย่างชัดเจน กำลังจะกล่าวถามออกมาแต่เซียวเย่ก็หายตัวไปอีกครั้งโดยที่ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาเลย

     

    เฟี๊ยวๆๆๆๆ

     

    ห่างไกลออกไป ลาปากำลังวิ่งสลับไปมาระหว่างต้นไม้ด้วยความว่องไวเพื่อหวังเอาชีวิตรอด หันหน้ากลับไปมองดาบทรายหลายร้อยเล่มที่ยังคงพุ่งตามเข้ามาอย่างไม่ลดละ 

     

    ‘เหตุใดดาบทรายพวกนี้ มันยังตามข้ามาได้อีก…ไม่ใช่ว่าข้าออกมาจากอาณาเขตทรายพวกนั้นแล้วงั้นรึ?’

     

    ดาบทรายพุ่งทลวงทะลุสิ่งกีดขวางต่างๆพุ่งเข้าใส่ลาปาอย่างบ้าคลั่ง  ไม่ว่าลาปาจะจงใจให้พวกมันพุ่งชนเข้ากับสิ่งกีดขวางอะไร มันก็ยังคงสามารถที่จะจดจำตำแหน่งของลาปาและพุ่งเข้ามาหาได้อยู่ทุกครั้ง 

     

    ตูม!ๆๆ

    เฟี๊ยวๆๆ

     

    ลาปาคิดย้อนกลับไปอยู่หลายรอบ ในที่สุดก็เหมือนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ สังเกตหันมองไปที่แขนขวาของตนเอง ที่ตอนนี้ยังคงมีทรายปรากฎพันธนาการเอาไว้อยู่

     

    ‘เพราะทรายนี่อย่างนั้นหรือ…สารเลว!! คอยดูต่อไปเถอะ ข้าติดต่อกลับนายท่านได้เมื่อไหร่…แม้แต่หลุมฝังศพเจ้าก็จะไม่มีที่ให้ฝัง!!’

     

    ลาปาสบถออกมาอย่างเคือดแค้น สูดหายใจเข้าลึก กำดาบในมือซ้ายแน่น ยกขึ้นไปสอดไว้ใต้รักแร้แขนขวา พยายามกัดฟัน ตวัดดาบขึ้นไปสุดแรง

    ซูดดดด

    ย๊าก!!!

    ฉั๊ว!!!

    อ๊าก!

    ตุบ บ!

    แขนขวาที่ถูกพันธนาการเอาไว้ขาดสะบั้นร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ลาปารีบควบคุมพลังปราณห้ามเลือดเอาไว้อย่างเร่งรีบ พุ่งตัวออกไปข้างหน้าต่อไปด้วยความเร็วสูงสุด 

     

    ‘ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ! ข้าจะสืบให้รู้ว่าเจ้าเป็นผู้ใด พ่อแม่เจ้าอยู่ทีไหน !! เจ้าจะต้องได้ชดใช้!'

     

    เฟี๊ยวๆๆๆ

     

    แต่อยู่ๆลาปาก็รู้สึกเหมือนกับมีอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามาจากทางด้านหลัง รีบเบื้องหน้าหลบหมุนตัวกลางอากาศอย่างรวดเร็ว

     

    เพี๊ยว!

    ฉึก!

     

    ดาบทรายพุ่งผ่านใบหน้าของลาปาไปอย่างฉิวเฉียด เลือดไรซิบออกมาจากบริเวณแก้ม เผลอกล่าวออกมาด้วยความสงสัย

     

    “อะไรกัน! ทำไมมันยังพุ่งตามข้ามาได้อีก…ไม่ใช่ว่ามันตามข้าเพราะแขนข้างนั่นหรอกหรือ?”

     

    “ข้าถึงได้บอกไงเล่า…ว่าเจ้าน่ะมันเป็นพวกโง่เขลา…”

     

    ฉับพลันลาปาก็ได้ยินเสียงของเด็กน้อยดังเข้ามาข้างในหู เผลอเงยหน้าขึ้นมองข้างบนอย่างไม่รู้ตัว พบเห็นเข้ากับเซียวเย่ที่กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า พุ่งตามลาปามาด้วยความรวดเร็ว 

     

    "ก-ก-แก…ล-ลอยบนท้องฟ้าได้….ขอบเขตปราณสวรรค์…"

     

    ลาปากล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวถึงสุดขีด 

     

    เซียวเย่เมื่อเห็นลาปาเอาแต่ยืนนิ่งมองมาทางตน ก็รีบฉวยโอกาสควบคุมดาบทรายทั้งหมดพุ่งเข้ามาล้อมรอบขังลาปาเอาไว้ภายใน ก่อนที่จะกล่าว

     

    "ทำไม?..เริ่มที่จะหวาดกลัวขึ้นมาแล้วหรือ"

     

    "ไม่…ไม่…เป็นไม่ไม่ได้! แกยังเป็นเด็กอยู่เลย จะเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ไปได้อย่างไร…อ๋อ..แกคงจะใช้ลูกเล่นสกปรกอะไรสักอย่างอีกสินะ!!"

     

    ลาปาหายใจเข้าออกอย่างเร่งรีบ ส่ายหน้าไปมาคล้ายว่าไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่เห็น เงยหน้าขึ้นตะโกนกล่าวออกไป 

     

    "โอ่วว…ครั้งนี้ดันฉลาดขึ้นมาเสียได้….ถ้าฉลาดขึ้นมาเร็วกว่านี้..ก็คงไม่ต้องเสียแขนข้างนั้นไปแล้วนะ…"

     

    เซียวเย่มองแขนข้างที่ขาดของลาปาส่ายหน้าออกมาเล็กน้อยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่น่าเวทนา

     

    "แก….แก…ทำได้ยังไง…"

     

    ลาปาเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าจะโกรธหรือว่าร้องไห้ดี ก้มหน้าลงมองพื้นดิน กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง

     

    "ทำได้? เจ้าหมายถึง ทำอะไรล่ะ? อ่อ! เรื่องที่ดาบทรายของข้าสามารถที่จะติดตามเจ้ามาได้จนถึงป่านนี้น่ะรึ..ก็ทั้งตัวเจ้ามันเต็มไปด้วยทรายของข้าไม่ใช่เรอะ ตราบใดที่เจ้ายังไม่อาบน้ำ…มันก็ตามเจ้าไปเรื่อยๆจนกว่าข้าจะยกเลิกเองนั่นแหละ…ส่วนเรื่องที่ว่าเพราะเหตุใดข้าถึงสามารถลอยอยู่บนท้องฟ้าได้นั้น เจ้าค่อยเก็บเอาไปคิดอีกครั้งในภายหลังเป็นอย่างไร…ในนรกน่ะ"

     

    เซียวเย่กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เงียบสงบอีกครั้ง มองลาปาด้วยสายตาที่เย็นชาคล้ายว่าคนตรงหน้าได้ตายไปแล้ว

     

    ลาปาพยายามคิดตามสิ่งที่เซียวเย่กล่าวออกมาเรื่อยๆ อยู่ๆก็รู้สึกถึงอะไรแปลกๆที่บริเวณหน้าอก เอามือล่วงเข้าไปในปกเสือ ก่อนที่จะชักมือออกมา…ทราย…ใช่! ลาปาล้วงมือออกมาก็พบเข้ากับทรายที่ติดออกมาอยู่เต็มกำมือ นึกย้อนกลับไปถึงตอนที่เซียวเย่เตะรวบขาตนเอง ตามด้วยต่อยไปที่บริเวณที่หน้าอก

     

    “'ตอนนั้นเองสินะ….แล้วอย่างไรต่อล่ะ เจ้าจะฆ่าข้างั้นหรือ ท่านผู้นั้นไม่ยอมปล่อยเจ้าเอาไว้แน่…”

     

    เมื่อลาปารู้แล้วว่าไม่ว่าตนจะถ่วงเวลาหรือพยายามหนีเท่าไหร่ ก็คงจะรักษาชีวิตในวันนี้ของตนเองเอาไว้ไม่ได้เป็นแน่ เงยหน้าขึ้นมองเซียวเย่ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าอีกครั้ง กล่าวออกมาในที่สุด

     

    "เจ้าไม่พยายามดิ้นรนที่จะหนีแล้วงั้นหรือ เอาสิ! ดิ้นรนเข้าสิ ข้าชอบที่จะไล่ล่าเจ้า ค่อยๆที่จะฆ่าเจ้าลงอย่างช้าๆ…."

     

    เซียวเย่กล่าวถามออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

     

    "ไอ้เด็กปีศาจ…เด็กแบบแกอยู่ได้อีกไม่นานหรอก สักวันก็ต้องมีคนที่คิดจะฆ่าแกให้ตายอย่างทรมาน คนพวกนั้นจะสืบให้รู้ว่าแกเป็นใคร ตระกูลอะไร พ่อแม่แกอยู่ที่ไหน แล้วพวกนั้นก็จะฆ่าล้างตระกูลของแกให้สิ้นไม่ให้เหลือซาก! ข้าสาบานได้เลย.."

     

    ลาปาตะโกนสาปแช่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง เมื่อได้กลายหมาจนตรอก แล้วยังจะมีอะไรต้องกลัวอีกกัน…

     

    "เห้อ…เจ้านี่มัน…ช่างน่าเบื่อเสียจริง…เอาล่ะ…ถ้าเจ้ากล่าวชมเชยข้าจนพอแล้ว…เราก็มาจบเรื่องพวกนี้ด้วยกันเถอะ.."

     

    เซียวกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เบื่อหน่าย ล่อนลงสู่พื้นเบื้องหน้าลาปาอย่างช้าๆ 

     

    ลาปายืนนิ่งจ้องมองเซียวเย่ด้วยแววตาที่แดงก่ำ ไม่ได้โต้ตอบหรือกล่าวอะไรออกมาสักคำ เซียวเย่ลอยอยู่เบื้องหน้าลาปาก็เกิดรู้สึกแปลกใจขึ้นมาเล็กน้อย เผลอนึกว่าลาปาจะคิดสู้จนตัวตายเสียอีก กล่าวออกไป

     

    “เจ้าจะไม่ทำอะไรสักหน่อยหรือ เจ้าอาจรอดชีวิตไปก็ได้ ถ้าเจ้าสามารถฆ่าข้าได้น่ะนะ…”

     

    "เห๊อะ! ข้าลาปาฆ่าคนตั้งแต่เจ้ายังไม่เกิดด้วยซ้ำ! อย่าได้คิดว่าข้าจะกลัวเจ้า จะฆ่าก็ฆ่า อย่าได้พูดเยอะ!"

     

    ลาปาจ้องมองเซียวเย่ด้วยใบหน้าที่เครียดแค้น กล่าวออกมาด้วยความไม่จำยอม

     

    เซียวเย่เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะกล่าว

     

    “อ่อ!ได้สิ…แต่ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่ได้ตายแบบง่ายดาย…ถึงเพียงนั้น…บทเรียนก่อนตายของเจ้า…ข้ารับรองได้เลยว่าไม่ธรรมดาเลยเชียว แต่ข้าก็ไม่มั่นใจมากนัก ว่าถ้าหากเจ้าตายลง จะยังได้ลงไปที่นรกหรือไม่…”

     

    เคล็ดวิชาเงาพราย พรายตรึงเงา!

     

    วูบบบ

     

    เคล็ดวิชาเคลื่อนที่ออกมาจากอุ้งเท้า เลื้อยขึ้นไปตามร่างกายเข้าพันธนาการลาปาเอาไว้อย่างแน่นหนา ก่อนที่จะยืนมือออกไปช้าๆ ตัดสินใจใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาอีกหน..

     

    เคล็ดวิชาเต๋ากลืนกิน หลุมกลืนกิน..

     

    ซูมม

     

    เซียวเย่เห็นว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ทดลองศึกษาให้รู้จักเต๋ากลืนกินให้มากขึ้น หลุมดำปรากฎขึ้นมาเบื้องหน้าเซียวเย่ มันค่อยๆดูดกลืนลาปาเข้าไปอย่างช้าๆตามคำสั่งเจ้านายของมัน 

     

    "อ๊าก! แก! แกทำอะไรข้า! ไอ้ปีศาจ!!!"

     

    ลาปาดิ้นรนออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดแสน ทำได้เพียงแค่ยืนมองหลุมกลืนกินตรงหน้า ค่อยๆดูดกลืนตนเข้าไป จากเสื้อผ้าก็เริ่มที่จะกลายเป็นเนื้อหนัง…ตามด้วยโลหิต…และกระดูก…สุดท้ายก็อวัยวะภายใน

    อ๊าก!

     

    “ฆ่าข้า ฆ่าข้าเสียเถอะได้โปรด….”

     

    ลาปาดิ้นรนร้องตะโกนออกมาเสียงดังลั่น ร้องขอให้เซียวเย่สังหารตนเอง แต่เซียวเย่กลับเมินเฉยทำเป็นไม่ได้ยินเสียงร้องตะโกนนั้น ยังคงใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาต่อไป มองดูเศษชิ้นส่วนของลาปาค่อยๆลอยเข้าไปในหลุม…

     

    อ๊าก..

     

    เสียงร้องค่อยๆดับลง ตามด้วยเศษชิ้นส่วนร่างกายของลาปาลอยเข้าไปข้างในหลุมดำจนหมดสิ้นแม่แต่เลือดสักหยดก็ไม่มีให้เห็น 

     

    เซียวเย่ตัดสินใจยกเลิกเคล็ดวิชาของตน ฉับพลันก็รู้สึกแปลกๆกับร่างกายของตนเองหลายอย่าง 

    ซูมมม

    พลังปราณที่ล้นหลามอยู่ภายในร่าง ภาพความทรงจำหลายๆอย่างที่ตนไม่เคยรู้จัก…ความรู้สึก…ความคิด…และนิสัย…ทุกๆสิ่งที่ได้มาจากลาปามันกำลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน

     

    เปรี้ยงๆๆ

     

    เต๋าอัสนีปรากฎขึ้นมาในร่างกาย มันหมุนวนเต๋ากลืนกินเม็ดที่หกที่ปรากฎออกมาใหม่ลอยโคจรอยู่รอบๆตันเถียน

     

    ฟูม!!!!

     

    ขอบเขตเต๋าสะสมขั้นที่ 6 !!!

     

    เต๋าอัสนีเม็ดที่1..2…3…6!!

     

    เต๋าแห่งอัสนีปรากฎขึ้นมาอย่างช้าๆ จนในที่สุดมันก็ยอมหยุด…หมุนวนไปมารอบๆเต๋ากลืนกินด้วยความมีชีวิตชีวา

    ซูม!

    คลื่นพลังทะลักออกมาจากร่างกายบ่งบอกถึงการเลื่อนระดับ แต่เซียวเย่ไม่มีเวลาที่จะได้ดีใจกับมัน ภาพซ้อนทับไม่รู้จบปรากฎรวมกันอยู่ในหัว เซียวเย่ยกมือขึ้นกุมศีรษะไว้แน่น ใบหน้าบ่งบอกถึงความทรมานอย่างหนัก

     

    ผ่านไปไม่นาน ความเจ็บปวดก็เริ่มที่จะจางหาย เซียวเย่รีบตรวจสอบร่างกายตัวเองต่อในทันที

     

    “นี่น่ะหรือ…เต๋ากลืนกิน…มันสามารถที่จะกลืนกินทุกอย่างได้จริงๆ…พลัง…ความทรงจำ…ข้าได้มันมาทั้งหมด!!”

     

    พรึบ!

     

    เซียวเย่เผลอกล่าวออกมาด้วยความดีใจ ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ก่อนที่จะหายตัวไปในที่สุด…

     

    “อ๊ะ! นายท่าน! ท่านเป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บร้ายแรงหรือไม่”

     

    หมายเลขศูนย์เมื่อเห็นว่าอยู่ๆเซียวเย่ก็ปรากฎตัวขึ้นมา ก็รีบกล่าวถามอาการออกมาด้วยความเป็นห่วง

     

    "….ข้าไม่เป็นไร…"

     

    เซียวเย่ยกมือขึ้นมาเช็ดเลือดบนใบหน้าของตนเองเล็กน้อย กล่าวออกมาเสียงเบา

     

    ฉินอินเดินเข้ามาใกล้ เงยหน้าขึ้นมองเซียวเย่อยู่สักพัก กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่รู้สึกผิด

     

    "…เอ่อ…เซียวเย่..เรื่องทั้งหมดนี้ มันล้วนเป็นความผิดของข้าเอง ข้ายินดีรับผิ-…"

     

    ปัง!

    เฟี๊ยว!

    พร๊วด!

     

    ฉินอินกล่าวยังไม่ทันจบคำ ก็ถูกเซียวเย่ผลักฝ่ามือเข้าใส่อย่างเต็มแรง ลอยกระเด็นออกไปกลิ้งไปมาอยู่กับพื้น สำลักเลือดออกมากองใหญ่

     

    “เจ้าเกือบจะทำให้พวกพ้องของเจ้าต้องตาย เจ้าคิดว่าแค่เจ้าเดินมาขอโทษ แล้วข้าจะปล่อยให้เรื่องนี้จบงั้นหรือ…”

     

    เซียวเย่กล่าวออกมาพร้อมกับเดินเข้าไปหาฉินอินอีกครั้งอย่างช้าๆ

     

    ตึก ตึก ตึก

     

    "นายท่าน! โปรดระงับอารมณ์ด้วย ฉินอินรู้ซึ้งถึงความผิดของตนเองแล้ว อย่าได้กระทำอะไรอีกเลย.."

     

    ระหว่างที่เซียวเย่กำลังเดินเข้าไปใกล้ หมายเลขศูนย์ก็รับวิ่งมาคุกเข้าเบื้องหน้า ก้มหน้ากล่าวออกมา

     

    เซียวเย่เมื่อเห็นหมายเลขศูนย์กระทำเช่นนั้น ก็เหมือนจะได้สติ คิดย้อนกลับไปถึงสิ่งที่ตนพึ่งได้กระทำ

     

    ‘นี่ข้าทำอะไรลงไป…ทำไมข้าถึงต้องโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนั้น…ข้ารู้สึกเหมือนเมื่อครู่มันไม่ใช่ตัวข้า…มันเป็นเพราะเต๋ากลืนกินอย่างนั้นหรือ!!!’