ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 107 น้ำวน

            “หม่อมฉัน……”

            มู่หลิงจูเห็นภาพเยาะเย้ยและดูถูกตรงหน้ากลับอ้าปากค้างไม่รู้จะใช้คำใดแก้ต่าง

            พอปรายตามองมู่อวิ๋นจิ่นนางกลับนั่งนิ่งเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อน ประหนึ่งเรื่องเล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับนางสักนิดเดียว

            มู่หลิงจูยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นไปเป็นทวีคูณที่แท้มู่อวิ๋นจิ่นทำให้ชีวิตของนางต้องตกต่ำถึงเพียงนี้ ทำไมมู่อวิ๋นจิ่นยังนั่งนิ่งเสมือนไม่ได้ยินเรื่องนี้

            ท่านแม่ของมู่หลิงจูถูกมู่อวิ๋นจิ่นให้ร้ายจนถึงแก่ชีวิตไปแล้วตอนนี้เวลาผ่านไปเนิ่นนาน มู่อวิ๋นจิ่นยังไม่คิดจะเลิกแก้แค้นนางอีกหรือ

            มู่หลิงจูกำหมัดจนแน่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของทุกคนทำให้นางมิกล้าสู้หน้า ตลอดชีวิตของนางนี้ยังไม่เคยโกรธเกลียดใครถึงขีดสุดเพียงนี้มาก่อนมู่หลิงจูหันมองน้ำเขียวมรกตในทะเลสาบระยับด้วยความอาดูร ก่อนหันขวับกัดฟันกรอด “มู่อวิ๋นจิ่นเจ้าทำให้ชีวิตข้าต้องเป็นแบบนี้ ข้าไม่มีวันปล่อยให้เจ้าอยู่อย่างสุขสบายแน่นอน!”

            สิ้นเสียงมู่หลิงจูค่อย ๆ ลุกขึ้นโดยที่ไม่มีใครรู้ว่านางจะทำสิ่งใด พริบตาเดียว นางวิ่งไปทางข้างเรือตามมาด้วยเสียง“ตูม”

            ด้านข้างมีทหารยืนตะโกนร้องส่งเสียง“แย่แล้ว มู่เช่อเฟยกระโดดน้ำแล้ว!”

            ทุกคนบนเรือไม้ต่างลุกขึ้นวิ่งกรูกันไปดู

            มู่อวิ๋นจิ่นยืนมองดูมู่หลิงจูพยายามตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำส่วนทหารที่อยู่ด้านข้างแต่ละนาย ต่างยืนดูราวกับไม่คิดจะกระโดดลงไปช่วย

            มู่อวิ๋นจิ่นขมวดคิ้วเข้าหากันพร้อมอาศัยจังหวะนี้ ตะโกนว่า “ฉู่ชิงเฉียงจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต หากมู่หลิงจูเกิดตายขึ้นมาคนจะได้เอาชื่อของมู่อวิ๋นจิ่นไปเล่าว่าบีบให้มู่หลิงจูถึงแก่ความตาย”

            ชื่อเสียเช่นนี้คนอย่างมู่อวิ๋นจิ่นไม่มีทางรับมาหรอก

            จากนั้นจู่ๆ มีเสียง “ตูม” ดังขึ้นอีกครั้ง มู่อวิ๋นจิ่นกระโดดลงไปในน้ำ แหวกว่ายไปช่วยมู่หลิงจู

            พระชายาหรงเห็นเหตุการณ์ดำเนินไปเช่นนี้รีบส่งสายตาให้ฉินมู่เยว่กับฉู่ชิงเฉียง

            หลังจากมู่อวิ๋นจิ่นกระโดดลงน้ำไปแล้วนางคิดในใจขึ้นมาว่า ทำไมช่วงนี้ชีวิตของนางหลีกเลี่ยงน้ำไม่ได้เชียวหรือ!

            ครั้นจับตัวมู่หลิงจูได้แล้วมู่หลิงจูยังคงมีสติสัมปชัญญะแม้เลือนรางราวกับนางสำลักน้ำมากจนเกินไป พอมู่อวิ๋นจิ่นว่ายมาถึงตัวมู่หลิงจูกลับมิได้ตะเกียกตะกายแล้ว

            มู่อวิ๋นจิ่นพยายามลากคอมู่หลิงจูเข้าใกล้เรือไม้ทว่าเรือไม้ลำนั้นกลับเร่งความเร็ว มุ่งหน้าตรงไปยังใจกลางทะเลสาบ ผู้คนบนเรือดูห่างไกลจากพวกนางมากขึ้นเรื่อยๆ

            มู่อวิ๋นจิ่นเห็นทุกคนยืนมองอย่างสมน้ำหน้าทันใดนั้นหน้าอกของนางกลับมีพลังลมปราณอัดแน่น ภายในหัวพรั่งพรูภาพวาดในคัมภีร์เฉวียนหลิงขึ้นมาชัดเจน

            ชั่วพริบตาเดียวมู่อวิ๋นจิ่นสัมผัสได้ถึงพลังลมปราณกำลังจะระเบิดแยกร่างของนางออกเป็นเสี่ยง ๆ นางจึงตวัดข้อมือปล่อยพลังลมปราณส่วนหนึ่งใส่ร่างมู่หลิงจูให้ลอยขึ้นไปบนเรือไม้ลำนั้นอย่างปลอดภัย

            ทุกคนที่เห็นมู่หลิงจูลอยเหนือน้ำพุ่งเข้ามาบนเรือต่างตกใจจนต้องถอยผงะไปหลายก้าว ได้แต่มองดูนางหายใจโรยริน นอนขดอยู่บนพื้น

            พระชายาหรงไม่มีอาการแตกตื่นตกใจเพียงส่งสายตาให้กับทหารที่อยู่ด้านข้าง

            ทหารนายนั้นเข้าใจความหมายรีบเข้ามาช่วยกดทรวงให้สำลักน้ำออกมา

            หลังจากมู่อวิ๋นจิ่นเห็นมู่หลิงจูขึ้นเรือสำเร็จแล้วจากนั้นมองดูคนที่เหลือที่ต่างพากันตกใจหน้าตาดูแตกตื่น

            ในระหว่างที่นางจะใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นจากน้ำทะเลสาบระยับกลับมีเกลียวคลื่น กลายเป็นน้ำวนขนาดมหึมา

            มู่อวิ๋นจิ่นมองดูเกลียวคลื่นอยู่ไม่ห่างจากตัวพร้อมรู้สึกถึงพลังรุนแรงนี้เหมือนที่สัมผัสได้ตอนอยู่บนเรือไม้

            น้ำวนมหึมานี้ต้องมีคนควบคุมอยู่เป็นแน่!

            มู่อวิ๋นจิ่นเห็นน้ำวนหมุนดูดเป็นวงใหญ่ด้วยลางสังหรณ์ไม่สู้ดี นางจึงใช้วิชาตัวเบาเพื่อกระโดดหนีให้เร็วที่สุด แต่กลับพบว่าตอนนี้พลังลมปราณของนางมิอาจใช้ได้

            พอเห็นเกลียวคลื่นหมุนขยับเข้าใกล้นางเข้ามาเรื่อยๆ มู่อวิ๋นจิ่นจึงสงบจิตตั้งสมาธิ และเริ่มว่ายไปข้างหน้าเรื่อย ๆ

            ในขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงคนบนเรือไม้ร้องตะโกน “ฝนใกล้จะตกแล้ว พวกเรารีบเดินทางกลับกันเร็วเข้า!”

            มู่อวิ๋นจิ่นที่ลอยคออยู่กลางทะเลสาบเห็นเรือมุ่งหน้าไกลออกไปขึ้นเรื่อย ๆ รู้ได้ในทันทีว่าตนไม่มีเวลาว่ายไปถึงฝั่งทันแน่

            คิดได้ดังนั้นมู่อวิ๋นจิ่นจึงยังรู้สึกโชคดีอยู่บ้างที่อย่างน้อยนางให้จื่อเซียงรออยู่บนฝั่ง ไม่อย่างนั้นอาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับนาง

            น้ำวนในตอนนี้มุ่งหน้าตรงมาที่นางจากนั้นพืชน้ำที่สูงใหญ่โผล่ขึ้น ทันใดนั้นดูเหมือนว่ามู่อวิ๋นจิ่นจะหายวับไปกับตา

            …

            มู่อวิ๋นจิ่นถูกเกลียวกระแสน้ำวนดูดลงไปใต้ทะเลสาบดีที่นางยังมีสติ ยกมือบีบจมูก พร้อมสัมผัสได้ถึงน้ำวนที่รัดตัวนางจนมิอาจขยับเขยื้อนได้

            ครั้งนี้นางต้องถึงแก่ความตายแล้วสิ?

            ในตอนที่สายตาพร่ามัวไปหมดมู่อวิ๋นจิ่นรับรู้ถึงอ้อมกอดอบอุ่นโอบอุ้มนางเอาไว้และลอยขึ้นสู่แสงสว่างเบื้องบน

            ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเพียงใดความรู้สึกสำลักน้ำของนางมลายหายไปโดยสิ้นเชิง

            เมื่อมู่อวิ๋นจิ่นพยายามลืมตาขึ้นกลับเห็นใบหน้าของคนแปลกหน้าคนหนึ่ง

            “มู่เยว่ ครั้งนี้เจ้าเล่นเกินไปแล้ว!”

            “พี่ชาย ไม่ใช่ข้า…”

            “คุณหนู คุณหนูเป็นอย่างไรบ้าง…”

            มู่อวิ๋นจิ่นได้ยินเสียงถกเถียงกันข้างหูอย่างต่อเนื่องนางกลับปวดหัวจนสลบไสลลงไปอีกครั้ง

            …

            (เหตุการณ์ตัดสลับมาที่จวนองค์ชายหก)

            ที่จวนองค์ชายหก

            “เรียนองค์ชายหก โชคดีที่ช่วยพระชายาได้ทันท่วงที แค่พักผ่อนไม่กี่วันก็จะกลับมาหายเป็นปกติพ่ะย่ะค่ะ”ท่านหมอจับชีพจร มองใบหน้าเคร่งเครียดของฉู่ลี่อย่างหวาดกลัว

            ฉู่ลี่จับจ้องไปที่ร่างซีดเผือดของมู่อวิ๋นจิ่นที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงก่อนจะหันไปจ้องจื่อเซียงอย่างเอาเรื่อง “วันนี้เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่?”

            จื่อเซียงสบตาที่เย็นชาจนต้องรีบคุกเข่าสั่นระรัวด้วยความกลัวสุดขีดก่อนเอ่ยด้วยเสียงสะอึกสะอื้น “วันนี้คุณหนูได้ให้บ่าวรออยู่ที่ฝั่ง ไม่ต้องติดตามขึ้นเรือไปด้วยเจ้าค่ะ…แต่บ่าวเห็นคุณหนูสี่กระโดดลงน้ำไป คุณหนูก็กระโดดตามลงไปด้วยเจ้าค่ะ”

            “จากนั้นทุกคนบนเรือลำนั้นรีบกลับเข้าฝั่ง แต่ไม่เห็นคุณหนูบนเรือ สุดท้ายเป็นคุณชายฉินช่วยคุณหนูเอาไว้เจ้าค่ะ…”

            “ติงเสี่ยนไปตรวจสอบเรื่องนี้มา” ฉู่ลี่สั่งการด้วยน้ำเสียงที่ทั้งโหดเหี้ยมและเด็ดขาดอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน

            เมื่อติงเสี่ยนออกไปแล้วแม่นมเสิ่นได้แต่ยืนเดินไปวนมาอย่างร้อนรุ่มใจ “นี่มันเกิดอะไรขึ้น ไปร่ายกลอนล่องเรืออยู่ดีๆ ทำไมตกน้ำตกท่าไปได้”

            “แม่นมเสิ่นคงยังไม่รู้ นึกไม่ถึงว่าคนพวกนั้นทิ้งคุณหนูโดยไม่แยแส ตะโกนว่าฝนใกล้ตกแล้วผิวน้ำเป็นระลอกคลื่น ให้รีบเอาเรือเข้าฝั่งก่อน จากนั้นค่อยกลับไปช่วยคุณหนู…”

            “นี่มัน…” แม่นมเสิ่นละล่ำละลัก หันมองเห็นฉู่ลี่ที่อยู่ด้านข้างกำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอยู่จึงมิกล้าพูดต่อไป

            “พวกเจ้าออกไปก่อน” ฉู่ลี่เอ่ยขึ้น

            แม่นมเสิ่นและจื่อเซียงหันมาสบตาพร้อมพยักหน้าให้กัน ก่อนที่ทั้งสองจะทำความเคารพฉู่ลี่แล้วเดินออกไป

            ภายในห้องเวลานี้เหลือเพียงฉู่ลี่และมู่อวิ๋นจิ่นสองคนเท่านั้น

            …

            ฉู่ลี่ใบหน้าเคร่งเครียดยืนมองมู่อวิ๋นจิ่นที่นอนแผ่บนเตียง นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นคนถือตัวอวดดีอย่างนาง นอนหน้าซีดเป็นผักเป็นปลาอยู่บนเตียงในใจของเขาช่างร้อนรุ่มยากจะอธิบายความรู้สึกออกมาได้

            “แค่ก ๆ ๆ ๆ”

            ไม่รู้เวลาล่วงเลยเนิ่นนานเพียงใดเสียงไอของนางดังขึ้นเป็นครั้งแรกในห้องที่เงียบสงัด

            มู่อวิ๋นจิ่นได้สติขึ้นมารู้สึกลำคอร้อนเป็นไฟ จึงควานมืออย่างสะเปะสะปะไปข้างหน้า ก่อนเอ่ยเสียงแหบแห้ง “จื่อเซียง…น้ำ”

            ชั่วพริบตาเดียวน้ำอุ่นหนึ่งแก้วถูกส่งถึงมือนาง

            มู่อวิ๋นจิ่นพยายามขยับตัวขึ้นมาพิงหัวเตียงยกน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด จากนั้นยกมือขึ้นนวดขมับที่ยังปวด “จื่อเซียง ข้ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

            “กลับมาได้หนึ่งชั่วยามแล้วเจ้าค่ะ”

            “อืม” มู่อวิ๋นจิ่นกำลังจะล้มตัวลงนอนต่อ หางตากลับเห็นคนยืนอยู่ในห้อง พลันจ้องมองด้วยความตกใจ“ทำไมเจ้ามาอยู่ที่นี่?”

            ฉู่ลี่เห็นนางพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนปกติดูยังไงก็ไม่เหมือนคนอ่อนแอที่เพิ่งได้สติขึ้นมา จึงได้แต่ถอนหายใจพลางพึมพำ ไม่รู้สตรีผู้นี้ร่างกายทำจากอะไรกันแน่

            “แล้วเจ้าอยากให้ใครมาอยู่ที่นี่?” ฉู่ลี่ย้อนถาม ด้วยเห็นนางกลับมาเหมือนปกติจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกไปที

            มู่อวิ๋นจิ่นเบะปากย้อนนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นบุรุษแปลกหน้าคนหนึ่งที่มาช่วยนางไว้

            หลังจากนั้นดูเหมือนได้ยินฉินมู่เยว่เรียกเขาว่า“พี่ชาย” หรือว่าคนที่มาช่วยชีวิตนางจะเป็น “ฉินมู่หนาน”

            ระหว่างที่ย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่นั้นด้านนอกมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

            “องค์ชาย” ติงเสี่ยนเอ่ยจากด้านนอก

            “เข้ามาได้”

            ติงเสี่ยนเปิดประตูเข้ามาพบมู่อวิ๋นจิ่นได้สติแล้วค่อยโล่งใจไปที ก่อนพูดยิ้ม ๆ ว่า “พระชายาไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วขอรับ พระชายาคงไม่เห็นเมื่อครู่นี้องค์ชายร้อนรนใจเพียงใด…”

            ยังไม่ทันที่ติงเสี่ยนจะเล่าจบสายตาเย็นชากลับจ้องเขม็งมาที่เขา จนต้องหุบปากสนิทแสร้งทำเป็นยิ้มแห้ง ๆ

            “องค์ชาย เรื่องนี้ตรวจสอบชัดเจนแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ติงเสี่ยนรีบเก็บรอยยิ้ม เดินเข้าไปกระซิบข้างหูฉู่ลี่

            จากนั้นติงเสี่ยนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่ทะเลสาบระยับในวันนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนให้ฉู่ลี่ได้ฟัง

            มู่อวิ๋นจิ่นที่พิงหัวเตียงได้ยินที่ติงเสี่ยนพูดเมื่อครู่ภายในหัวปรากฏภาพเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้นมาอย่างช้า ๆ จนกระทั่งนางหรี่ตาลง

            พระชายาหรงฉู่ชิงเฉียง ฉินมู่เยว่… หนึ่งในสามคนนี้ต้องมีคนหนึ่งสร้างน้ำวนหวังให้นางถึงแก่ชีวิต

            คิดหรือว่าคนอย่างมู่อวิ๋นจิ่นจะยอมให้รังแกอยู่ฝ่ายเดียว?

            วันข้างหน้ายังอีกยาวไกลนักรอข้าไปทวงคืนพร้อมทบต้นทบดอกในครั้งคราเดียว

            ติงเสี่ยนรายงานทุกอย่างเสร็จสิ้นรีบหาข้ออ้าง ขอตัวออกจากห้องมู่อวิ๋นจิ่น

            ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง

            “เจ้าจะไปแก้แค้นให้ข้าใช่หรือไม่?” จู่ ๆ มู่อวิ๋นจิ่นพรวดถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม

            ฉู่ลี่เห็นนางเปลี่ยนอารมณ์เร็วเสียจนเขาตามไม่ทัน“เจ้าอยากให้เปิ่นหวงจื่อช่วยแก้แค้นแทนเจ้าอย่างไรดี?”

            “ช่างเหอะ! ไม่ต้องให้เจ้าแก้แค้นแทนข้า เรื่องนี้ข้าต้องทวงคืนด้วยตัวข้าเอง!”มู่อวิ๋นจิ่นเผยสายตาอำมหิต

            ฉู่ลี่ยื่นมือตบไปที่ไหล่ของมู่อวิ๋นจิ่นอย่างเบามือด้วยไม่อยากเห็นสายตาอำมหิตเช่นนี้ปรากฏขึ้นมา “เจ้าต้องการเอาคืนอย่างไร เปิ่นหวงจื่อจะไปช่วยทำแทนเจ้าเอง!”

            “ทำไมเจ้า ต้องมาทำดีกับข้าด้วย?” มู่อวิ๋นจิ่นเลิกคิ้วถามด้วยความฉงน

            “ตอนนี้เจ้ายังอยู่ในจวนของเปิ่นหวงจื่อ เรื่องในวันนี้ไม่ใช่ปัญหาของเจ้าเพียงผู้เดียว”ฉู่ลี่ตอบกลับ

            มู่อวิ๋นจิ่นได้ยินเช่นนั้นก็แอบดีใจขึ้นมา “เรื่องในวันนี้ ดูเหมือนครึ่งหนึ่งมาจากฝีมือของฉู่ชิงเฉียง”

            “ข้าเคยบอกกับนางส่วนตัว ให้ต่างคนต่างอยู่ ดูท่านางคงลืมไปหมดสิ้นเสียแล้วในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าต้องทำลายนางด้วยน้ำมือของตัวข้าเอง ให้นางรู้ว่ามู่อวิ๋นจิ่นของข้ามิใช่ใครๆ อยากจะรังแกข่มเหงก็ได้!!!”

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452