นายใบ้โดดเดี่ยวกับองค์หญิงช่างจ้อ

    ตอนที่ 10 ไม่อาจพูด

    ‘เป็๲เ๱ื่๵๹แล้วสิ…’

    ผมสูดลมหายใจเข้าเงียบ ๆ
    สมองเริ่มประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

    พวกของซาโตะหยุดชะงัก
    สายตาหลายคู่หันไปมองคุณอายะที่ยืนขวางอยู่ตรงหน้า
    เธอกางแขนออกเล็กน้อย บังยูนะเอาไว้ทั้งตัว

    “พี่อายะ…”
    ยูนะเรียกเสียงสั่น มือจับเสื้อพี่สาวแน่น

    “อย่ากลัวนะ ยูนะ”
    คุณอายะพูดทั้งที่เสียงตัวเองก็สั่นไม่แพ้กัน
    แต่แววตาของเธอ…แน่วแน่กว่าที่ผมเคยเห็น

    ซาโตะขมวดคิ้ว
    “เธอเป็๞ใคร”

    “ฉันเป็๲พี่สาวของยูนะ”
    คุณอายะตอบทันที ไม่หลบสายตา
    “และฉันจะไม่ยอมให้ใครแตะต้องน้องสาวฉันโดยไม่มีหลักฐาน”

    หนึ่งในลูกน้องหัวเราะหยัน
    “หลักฐาน? คลิปก็มี ข่าวก็เต็มไปหมด
    เธอยังจะกล้าพูดว่าไม่มีอีกเหรอ”

    ผมกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
    นี่แหละ…ปัญหาของข่าวลือ
    มันไม่๻้๵๹๠า๱ความจริง แค่๻้๵๹๠า๱คนรับผิดแทน

    ชุนก้าวออกมาข้างหน้า
    “พอเถอะ ซาโตะ
    ถ้านายยังคิดจะเล่นงานยูนะต่อ
    ฉันจะไม่ร่วมมือกับนายอีก”

    คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลงทันที

    ซาโตะจ้องหน้าชุน
    “นายกำลังขู่ฉันงั้นเหรอ”

    “เปล่า”
    ชุนตอบเสียงเรียบ
    “ฉันแค่เลือกจะปกป้องคนของฉัน”

    คำว่า คนของฉัน
    ทำให้ยูนะชะงัก
    และผมเห็นมือเธอสั่นน้อยลง…แค่นิดเดียว

    ซาโตะถอนหายใจ
    “ถ้าอย่างนั้นก็แยกย้ายกันวันนี้ก่อน
    เ๱ื่๵๹นี้ยังไม่จบหรอก”

    เขาหันหลังให้
    ลูกน้องลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามไปทีละคน

    เมื่อเสียงฝีเท้าห่างออกไป
    ความตึงเครียดที่กดทับอยู่ก็เหมือนคลายลง

    คุณอายะทรุดนั่งลงทันที
    ผมรีบเข้าไปพยุงเธอ

    “ไม่เป็๲ไรนะครับ…มันจบแล้ว”
    ผมพูด แต่ก็พูดไม่ชัดเหมือนเดิม

    ยูนะก้มหน้าร้องไห้เงียบ ๆ
    น้ำตาหยดลงบนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ

    ความเงียบปกคลุมโกดังร้าง
    แม้พวกของซาโตะจะจากไปแล้ว
    แต่บรรยากาศยังหนักอึ้ง
    เหมือนอากาศเองก็ยังไม่กล้าขยับ

    ผมยืนอยู่นิ่ง ๆ
    ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไป
    หรือควรพูดออกไปดีไหม

    คำพูด…ไม่ใช่สิ่งที่ผมถนัดอยู่แล้ว

    ยูนะนั่งกอดเข่าอยู่กับพื้น
    ไหล่สั่นเล็กน้อย
    เธอพยายามกลั้นเสียงร้องไห้
    แต่ก็ไม่ค่อยสำเร็จ

    คุณอายะนั่งอยู่ข้าง ๆ
    มือหนึ่งลูบหลังน้องสาวช้า ๆ
    อีกมือกำแน่น
    เหมือนพยายามกดความรู้สึกบางอย่างเอาไว้

    ‘ถ้าผมมาช้ากว่านี้อีกนิด…’

    ความคิดนั้นแล่นผ่านหัว
    แล้วก็หายไป
    ผมไม่อยากคิดต่อ

    ชุนยืนอยู่ไม่ไกล
    เขาหลบสายตาทุกคน
    เหมือนแบกรับอะไรบางอย่างไว้คนเดียว

    ผมขยับเข้าไปใกล้คุณอายะ
    แตะปลายแขนเธอเบา ๆ
    เธอเงยหน้ามามอง
    ดวงตาแดงก่ำ
    แต่ยังพยายามยิ้ม

    ผมอยากบอกว่า
    ไม่เป็๞ไร
    ผมอยู่ตรงนี้

    แต่คำพวกนั้น
    มันติดอยู่แค่ในหัว

    “…”

    สุดท้ายก็ได้แค่พยักหน้าให้กัน

    ยูนะเงยหน้าขึ้นมองผม
    สายตาเธอเต็มไปด้วยคำถาม
    แต่ผมไม่มีคำตอบให้

    ‘ตอนนี้ยังไม่ใช่’

    ยังไม่ใช่เวลาพูด
    ยังไม่ใช่เวลาถาม
    และยังไม่ใช่เวลาตัดสินใคร

    เราต้องออกจากที่นี่ก่อน

    ผมชี้ไปทางประตูโกดัง
    แล้วมองหน้าคุณอายะ
    เธอเข้าใจทันที

    พวกเราเดินออกมาอย่างเงียบ ๆ
    ไม่มีใครพูดอะไรตลอดทาง