พินอาภาวางสายลงแล้วรีบวิ่งไปที่รถ ขับออกไปจนคนในบ้านใไปตามๆ กัน ได้ยินเสียงเพื่อนสะอื้นมาตามสายเล่าเื่ทุกอย่างให้ฟังไม่คิดว่าลุคส์จะหันกลับมาจองล้างจองผลาญปรางค์อีก ทั้งๆ ที่เื่ทุกอย่างเพื่อนเธอไม่ผิดสักนิดแล้วเขามีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้
เสียงรถเบรกดังสนั่น เ้าของรถลงมาแล้วเปิดประตูรั้วบ้านเดินก้าวฉับฉับด้วยความโมโหปนสงสารเพื่อน โกรธแทน กล้าดียังไงมายุ่งวุ่นวาย มาถึงห้องนั่งเล่นเห็นปรางค์กำลังร่ำไห้โดยมีบุตรชายคอยปลอบ
“ไทม์ไปนอนก่อนนะครับ เดี๋ยวน้าจะดูแม่ให้เอง”พินอาภาบอกหลานชาย
“ครับน้าพิน”เด็นชายรับคำเสียงเศร้าแล้วเดินขึ้นชั้นสองไม่วายหันมามองแม่ด้วยความเป็ห่วง
กุมมือเพื่อนไว้แล้วโอบไหล่ ไม่รู้จะทำยังไง ความจริงอยากให้พ่อยกเลิกสัญญาของบริษัทซะแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะหากทำแบบนั้นบริษัทจะถูกฟ้องร้องเป็จำนวนเงินมหาศาล หากบิดาเธอรู้เื่นี้เข้า เธอมั่นใจว่าท่านจะต้องยกเลิกสัญญานั้นแน่และมันอาจส่งผลให้ผู้คนมากมายต้องตกงาน เธอทำแบบนั้นไม่ได้ พ่อเป็คนแน่วแน่บุญคุณต้องทดแทน ครอบครัวเธอสัญญากันแล้วว่าจะไม่ให้ปรางค์ต้องทุกข์อีกทว่าเธอกลับทำผิด ช่วยเพื่อนไม่ได้มิหนำซ้ำยังต้องให้เพื่อนทรมานแบกรับอดีตอันเลวร้ายไว้เสียอีก
“ปรางค์เป็ยังไงบ้าง” พินอาภาถาม น้ำตาเริ่มคลอ
“พิน... เราจะทำยังไงดี เขาตามสืบเื่ของเรา... เขา้าลูกเราจะทำยังไง เราเสียไทม์ไปไม่ได้” ปรางค์ปรียาระบาย น้ำตาไหลไม่หยุดไทม์คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอ
“หมายความว่ายังไงปรางค์ ผู้ชายคนนั้นเขารู้แล้วหรือว่าไทม์เป็ลูกของเขา!”
“เราไม่มั่นใจ แต่คำพูดของเขาดูเหมือนจะรู้” หญิงสาวตอบเสียงสั่น
พินอาภานิ่งเงียบ ใช้ความคิดอย่างหนัก จะช่วยเพื่อนอย่างไรดี ทำไมเขาจะต้องทำแบบนี้ด้วยในเมื่อเื่ราวในอดีตมันจบไปแล้ว คนอย่างเขาไม่น่าจะมายึดติดอะไรกับผู้หญิงคนหนึ่งลุคส์ทั้งหล่อทั้งรวยหาสาวควงหน้าตาดีราวกับดารา หรือนางแบบยังได้เหตุใดมาตามตอแยเพื่อน ไม่ได้พบกันมาหลายปีแล้ว เื่ควรจบทำไมต้องมาระรานกันด้วย
“ไม่เป็ไรปรางค์ เราจะช่วยปรางค์เองไม่ต้องกลัวนะ” หญิงสาวปลอบใจกระนั้นภายในกลับไม่แน่ใจในความรู้สึก เพราะลุคส์นั้นมีอำนาจทางการเงินมากมาย
“ขอบใจพินมากนะ”
“ไม่เป็ไรหรอก เพราะปรางค์ทำเพื่อเรามามากเหมือนกัน” คำนี้มาจากใจต่อให้เขามีอิทธิพล เธอจะสู้จนถึงที่สุด
เมื่อเห็นเพื่อนใจเย็นลง พินอาภาจึงขอตัวกลับบ้านปรางค์ปรียาเดินมาส่งแล้วเดินกลับเข้าด้านในเพื่อดูแลบุตรชายต่อขึ้นชั้นสองเปิดประตูห้องนอน เห็นร่างเล็กกำลังหลับใหลน้ำตาปริ่มขอบลูกคงร้องไห้จนผล่อยหลับ
ปรางค์ปรียานั่งลงข้างเตียงเล็กๆ แล้วลอบพิศมองใบหน้าของเขายามหลับใหล ใบหน้าที่มีเค้าโครงแห่งความหล่อเหลาในภายภาคหน้าทำให้หลายคนต่างอิจฉาลูกของเธอแต่ใครจะรู้ว่าเื้ันั้นคือความโหดร้ายทารุณที่เธอได้รับมา
แม้รู้สึกทรมาน แต่ทุกครั้งที่มองหน้าลูกความโกรธแค้นที่มีต่อพ่อของเขาก็มลายหายไปเธอ้าเพียงแค่เลี้ยงเขาให้เติบโตเป็คนดีเท่านั้น ใจก็หวังว่าอย่าให้ผู้ชายคนนั้นมาพบเจอเธออีกเลยแต่กลับไม่เป็นั้น โชคชะตาช่างโหดร้ายเสียจริง
ก้มลงจุมพิตหน้าผากลูกแ่เบาคนเป็แม่ย่อมไม่้าอะไรนอกจากเห็นลูกมีความสุขเธอไม่เชื่อว่าเขาจะเลี้ยงลูกได้ดี ไทม์เป็เด็กฉลาด สักวันเขาต้องรู้เื่พ่อแน่เธอ... กดดันมากเหลือเกิน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอสู้จนกว่าจะชนะ หากเสียไทม์ไปเธอคงไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้อีกแล้ว
มาติชยืนพิงรถมอเตอร์ไชส์คู่กายอยู่หน้าปากซอยบ้าน เพื่อเฝ้าดูปรางค์ปรียาตามคำสั่งเ้านาย เขากำลังโทรศัพท์รายงานเื่ราวของคนที่ตนเฝ้าพินอาภาขับรถออกมา เบรกกะทันหันเมื่อดันสะดุดตากับหนุ่มฝรั่งหน้าตาคุ้นเคย เธอรีบเปิดประตูลงมาจากรถด้วยความโกรธ มาติชพูดคุยโดยไม่รู้เื่เลยว่าหญิงสาวกำลังเดินเข้ามาด้วยอารมณ์ที่พร้อมจะะเิได้ตลอดเวลาทันทีที่เข้ามาใกล้เขามือบางกระชากโทรศัพท์ออกจากมือแล้วเหวี่ยงลงพื้นพร้อมกับใช้เท้าเหยียบจนแหลกต่อหน้า
บอดี้การ์ดหนุ่มขบกรามแน่นมือหนารั้งท่อนแขนเธอไว้ พร้อมกับกระชากแล้วบิดไพล่หลังจนหญิงสาวเบ้หน้าออกมาด้วยความเ็ป
“โอ้ย! ปล่อยนะแกจะทำอะไรฉัน!”หญิงสาวร้องออกมา พยายามสะบัดท่อนแขน
“คุณต่างหากที่หาเื่ กล้าดียังไงมาทำโทรศัพท์ผมพัง!”
“ก็นายมันทุเรศ ดีแต่เอาเื่เพื่อนฉันไปฟ้องเ้านายนายมายุ่งกับเพื่อนฉันทำไม!”
“มันเื่ของผม ผมทำตามหน้าที่คุณเป็ใครกล้าดียังไงมาสั่งผมไม่ทราบ!”
“ฉันไม่ได้สั่งแต่ฉันห้ามนายยุ่งกับเพื่อนฉัน แล้วก็ปล่อยฉันได้แล้วฉันเจ็บ!”เธอร้อง
มาติชยอมปล่อยมือหญิงสาว
เพียะ!
มือบางฟาดลงไปบนหน้าเขาทันที หลังจากหลุดพ้นจากการเกาะกุม ชายหนุ่มชะงักขบกรามแน่นเผลอตัวไปได้ยังไง ปกติไม่เคยมีใครได้แตะตัวเขาเช่นนี้
“นี่เธอกล้าตบหน้าฉันเหรอ!”มาติชขบกราม
“กล้าไม่กล้านายก็โดนไปแล้ว สุนับรับใช้!”
“ปากกล้าเกินไปแล้วนะ ผู้หญิงอะไรหน้าตาก็ไม่สวย ปากยังเสียอีก!”มาติชย้อนเจ็บ
“นี่นาย! สมกับเป็สุนัขรับใช้จริงๆปากถึงได้หมาแบบนี้!”
“จะลองชิมปากหมาๆ ดูไหมล่ะ!”เขาย้อนแล้วเดินเข้ามาใกล้
“จะทำบ้าอะไรอย่าเข้ามานะ”
พินอาภารีบถอยหนีเมื่อเห็นว่าเขากำลังก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้น ความกลัวทำให้รีบวิ่งหนีขึ้นรถของตนเองแล้วทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว มาติชยิ้มเยาะหลุบตามองดูโทรศัพท์ที่แหลกละเอียดเพราะฝีมือเธอ
รถของกวินภพมาจอดรอหญิงสาวที่หน้าบ้าน ร่างบางรีบจูงมือบุตรชายขึ้นรถ ไทม์บอกลามารดาแล้วเดินเข้าโรงเรียนหลังจากรถมาจอดเทียบด้านหน้าโรงเรียนเขาขับรถมาจอดตรงลานกว้าง ปรางค์ปรียานั่งนิ่ง ไม่อยากเข้าไปทำงานเอาเสียเลย เธอรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังเข้าสู่สนามรบแต่สุดท้ายแล้วก็ต้องเข้าไป เพราะวันนี้เธอตั้งใจขอย้ายสาขาต่างจังหวัดเพื่อตัดปัญหาซะเธอไม่อยากให้เขามายุ่งกับลูก คำพูดโหดร้ายเ่าั้ยังคงสะท้อนในโสตประสาท
เ้าของรถเปิดประตูให้ เธอก้าวลงมาแต่กลับสะดุด ดีที่เขาประคองไว้
“เป็อะไรหรือเปล่าปรางค์ วันนี้ปรางค์ดูเหม่อๆ นะ”
“เปล่าเราไม่ได้เป็อะไรหรอกวิน แค่รู้สึกเพลียๆ แค่นั้นเอง”
“เหรอ งั้นว่างๆ เดี๋ยวเราพาไปหาหมอก็แล้วกันนะ”กวินภพบอกด้วยความเป็ห่วง
ลุคส์นั่งมองทั้งสองผ่านกระจกรถ มือหนากำแน่นด้วยความรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างแรงเขาเปิดประตูออกจากรถทันทีที่เห็นภาพนั้นด้วยความหงุดหงิด เธอยืนรอลิฟท์กับเพื่อนไม่นานนักลิฟท์ลงมาจอดหญิงสาวรีบเดินเข้าด้านในตัวลิฟท์โดยมีกวินภพยืนเคียงข้าง ประตูลิฟท์กำลังจะปิดลงแต่ร่างสูงใช้มือกั้นไว้แล้วแทรกตัวเข้าไปทันที หญิงสาวชะงักที่เห็นหน้าคนกลัวก้มหน้าแล้วขยับเข้าหาเพื่อนความอึดอัดเริ่มเข้ามาเมื่อกวินภพต้องลงจากลิฟท์ก่อนเธอ พอประตูเปิดกวินภพโบกมือให้แล้วเดินลับจากสายตา
ประตูลิฟท์ปิดลง เขาหันควับจ้องมองสายตาลุคส์ทำเอากายสาวสะท้านด้วยความหวาดหวั้น เธอรีบเดินหนีชิดผนังเขาสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้แล้วคว้าข้อมือบางไว้
“เธอหนีฉันไม่พ้นหรอกปรางค์ปรียา!”เขาบอกเสียงลอดไรฟัน
“เลิกยุ่งกับฉันสักทีเถอะ ฉันขอร้อง”
“ฉัน้าเด็กคนนั้น!เด็กคนนั้นคือลูกของฉัน!”
“ไทม์เป็ลูกของฉัน คุณมันเลวเกินกว่าจะเป็พ่อใครได้!”ปรางค์ปรียาต่อว่าเขาลั่นด้วยความแค้นเคืองทำร้ายเธอแล้วยังคิดแย่งชิงลูกไปอีก เื่ที่เกิดขึ้นเธอไม่ผิด
ลุคส์ชะงักกับคำพูด
กึก!
ลิฟท์สะดุดไฟดับลงทันที ร่างบางมองไม่เห็นอะไรนอกจากความมืดมื อบางรีบไขว่คว้าหาที่พึ่งด้วยความกลัวทำไมลิฟท์ต้องมาค้างเอาตอนนี้ เธอจะบ้าตายอยู่แล้วตามองไม่เห็นอะไรเลย หัวใจกำลังสั่นไปด้วยความกลัวความมืดช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน
“นี่เธอทำบ้าอะไร!”เขาดุในขณะที่หญิงสาวพยายามไขว่คว้าไปตามลำตัวของเขา
“ช่วยฉันด้วย ฉันกลัว!”หญิงสาวร้องออกมาด้วยน้ำเสียงตระหนก
“กลัวบ้าอะไร เดี๋ยวก็มีคนมาช่วย!”
“ฉะ...ฉันกลัว...”
ร่างบางคว้าเขาไว้แล้วโอบกอด ลุคส์พูดอะไรไม่ออกรั้งเอวบางแล้วโอบแน่นขึ้นเพื่อให้เธอคลายความกลัวกายสาวกำลังสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมกอด เคยคิดว่ารังเกียจชายคนนี้ยิ่งกว่าอะไรทว่าในอ้อมกอดนี้กลับรู้สึกอบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองโหยหาอ้อมกอดนี้มาตลอดหลายปี...แต่มันคงเป็ไปไม่ได้ เธอไม่ได้รักเขา จะรักได้ยังไงในเมื่อเธอถูกเขาทำร้ายอย่างแสนสาหัสขนาดนั้น
ราวสิบนาทีไฟหายขัดข้อง แสงไฟสว่าง ปรางค์ปรียาตระหนกรีบผลักเขาออกห่าง ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยินยอม
“ปล่อยฉันนะ!”
“เมื่อกี้เธอเป็คนมากอดฉันเองไม่ใช่หรือไงแล้วเวลานี้ฉันกอดเธอบ้างไม่ได้หรือไง!”เขาเถียง
“ปล่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวมีคนเห็นเข้า”หญิงสาวพยายามเตือนเขา
“ทำไม!กลัวไอ้ผัวใหม่หน้าอ่อนนั้นเห็นหรือไง!”
“ใช่! ฉันกลัวเขาเข้าใจผิดเพราะฉะนั้นปล่อยฉัน!”
ลุคส์กระชากร่างบางเข้าหาด้วยความโกรธ บังอาจต่อปากต่อคำดีนัก บดขยี้ริมฝีปากโดยไม่ทันตั้งตัวปรางค์ปรียาใช้มือดันแผงอกดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการ ประตูลิฟท์เปิดออกพนักงานที่ยืนรออยู่หน้าลิฟท์ต่างยืนนิ่งอึ้งกับภาพ ตรงหน้า เขาไม่ได้สนใจอะไร ใครอยากจะมองยังไงก็ช่างคนอย่างเขาไม่เคยแคร์ ขอแค่ทำให้คนปากดีต้องอับอายก็พอลิฟท์ปิดลงโดยที่ไม่มีใครกล้าขึ้น เขาจึงยอมถอนริมฝีปากออกมา
ปรางค์ปรียายกท่อนแขนเช็ดริมฝีปากจนบวมเจอ น้ำตาคลอพนักงานมากมายที่มองมาจะเห็นว่าเธอเป็คนเช่นไรทำไมเขาถึงได้ไม่รู้สึกรู้สาอะไรบ้างเลยนิสัยเสียไม่เคยเปลี่ยน ร้ายยังไงก็ยังคงเส้นคงวา เห็นเป็ตัวอะไรถึงได้กลับมารังแกกันแบบนี้มือบางยกขึ้นหมายจะฟาดสั่งสอน ให้รู้สึกบ้าง แต่กลับถูกเขาจับไว้แล้วจ้องมาด้วยสายตาเอาเื่
“อย่าแม้แต่จะคิด คนอย่างฉันไม่ยอมให้ใครตบฟรีหรอกนะ!”เขาบอกเสียงกร้าว
“หากคุณ้าลูกของฉัน ก็ฆ่าฉันซะ เพราะไม่อย่างนั้นคุณจะไม่มีวันได้เขาไป!”
ลุคส์ขบกรามแน่นต่อปากต่อคำกับเขาอีกแล้ว ั้แ่ห่างหายไป รู้สึกว่ากล้าขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนักหรืออาจเป็เพราะสัญชาตญาณความเป็แม่แต่เขาก็ไม่ใจดีพอที่จะปล่อยให้ลูกชายตัวเองต้องได้รับการเลี้ยงดูจากไอ้หน้าอ่อนตัวไหนก็ตาม
“เธออย่าคิดว่าฉันไม่กล้าฆ่าเธอ หากฉัน้าอะไรแล้ว แม้แต่ฆ่าคนที่ตัวเองรักฉันยังทำได้เลยปรางค์ปรียา”เขาบอกเสียงรอดไรฟัน
“ฉันเชื่อ! ว่าคุณทำได้ ถ้าอย่างนั้นก็ฆ่าฉันซะ!”
“ยังหรอกผู้หญิงอย่างเธอเหมาะจะเป็ของเล่นให้ฉันอีกนาน!”
เขาเดือด!
กับภาพที่เธอโอบกอดกับไอ้หนุ่มหน้าอ่อนนั้น โมโหที่เธอกลายเป็ของคนอื่น ของของเขาก็ต้องเป็ของเขาอยู่วันยังค่ำไม่มีวันที่จะแปรเปลี่ยนเป็ของใครได้ แต่เธอลูกไก่ในกำมือแท้ๆอุตส่าห์ยับยั้งชั่งใจไม่มาตาม แต่์ก็ดันประธานโชคมาแล้วเขาจะไม่ปล่อยโชคครั้งนี้ให้หลุดลอยไปอีก ต่อให้ต้องใช้เล่ห์เพทุบายหรือใช้อำนาจมากขนาดไหนเขาก็จะทำ
ประตูลิฟท์เปิดออกร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเดินออกมา ปรางค์ปรียาจ้องมองแผ่นหลังรักษาระยะแล้วค่อยเดินออกมา รีบเดินเลี่ยงหนีเขาไปลุคส์เหลือบมองครุ่นคิดบางอย่างในหัว
ปรางค์ปรียาสาวเท้าเดินหนีเข้ามาในห้องน้ำแล้วรีบปิดประตู ยืนพิงผนังน้ำตาไหลรินความเ็ปทั้งหมดนี้มันจะหายไปได้เมื่อไหร่ มือข้างหนึ่งยกปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นเกรงเล็ดลอดออกไปจนคนอื่นได้ยิน กลัวเหลือเกิน กลัวลูกถูกพราก เขามีทั้งอำนาจเงินสามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง แล้วผู้หญิงตัวเล็กๆ เช่นเธอ จะเอาอะไรไปสู้รบปรบมือได้
ร่างสูงใหญ่หยุดยืนหน้าประตูห้องทำงานของภูมิชัย ยกมือเคาะเบาๆแล้วเปิดประตูเข้าด้านใน ภูมิชัยลุกขึ้นยืนต้อนรับพาหุ้นส่วนมานั่งสนทนากับตรงโซฟาสีขาว
“มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ ถึงได้แวะมาหาผมที่นี่”ภูมิชัยถาม
“พอดีผม้าเลขาส่วนตัวสักคน คุณพอจะแนะนำให้ผมได้ไหมเอาที่มีฝีมือหน่อยนะครับ” ลุคส์บอกความ้า
“เอ่อ... ก็พอมีนะครับ คุณลุคส์้าผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะครับ”
“ผม้าผู้หญิง!” ชายหนุ่มพูดรัวหัวใจเต้นแทบไม่เป็จังหวะ หวังให้เื่ที่คิดสมหวังก็พอ
“ถ้าเป็ผู้หญิงผมแนะนำให้ได้นะครับ เธอเป็ผู้จัดการฝ่ายการตลาด”
“เหรอครับ แล้ว... เธอชื่ออะไร”
“เธอชื่อปรางค์ปรียาครับ เป็เพื่อนลูกสาวผมเอง”
ลุคส์กระตุกยิ้มสีหน้ายินดี เขาคิดไว้แล้วว่ายังไงเสียภูมิชัยต้องแนะนำปรางค์ปรียาให้แน่นอนเพราะไม่อยากให้บริษัทตนเองเสียหน้า จะต้องส่งมือดีมาทำงานกับเขาแน่
“งั้นก็ดีครับ ผมตกลง ผม้าให้เลขาใหม่มาทำงานกับผมด่วนเลยนะครับเพราะผมต้องไปติดต่องานอีกหลายที่” ลุคส์แสร้งบอกความจำเป็ทั้งที่จริงแล้วมันไม่ใช่เลย เขาก็แค่้าระลึกวันเก่าๆกับผู้หญิงคนนั้นเท่านั้นเอง
“ได้เลยครับ ผมจะรีบจัดการให้เร็วที่สุดเลย”
“ขอบคุณมากครับ ผมขอตัวก่อน” เขาลุกยืนแล้วออกมาจากห้อง
ร่างบางสงบสติอารมณ์ตนเองเรียบร้อย เดินออกจากห้องน้ำเพื่อทำงานพอนั่งประจำโต๊ะเพื่อจัดการติดต่อลูกค้า เสียงโทรศัพท์กลับดังขึ้น
“ปรางค์ปรียาพูดค่ะ”
“คุณปรางค์คะ ท่านประธานเชิญให้มาพบค่ะ”
“ค่ะพี่แวว” หญิงสาวตอบรับแล้ววางสาย
ประตูห้องประธานเปิดออก เธอมาถึงนั่งลงตรงเก้าอี้หนังสีดำหน้าโต๊ะทำงานกระจกภมิชัยยิ้มแย้มทักทายสีหน้าอ่อนโยนเช่นเคย
“ท่านประธานมีอะไรจะให้ปรางค์ทำเหรอคะ”หญิงสาวเอ่ยถาม
“ปรางค์พ่ออยากให้หนูไปทำงานเป็เลขาหุ้นส่วนบริษัทคนใหม่ หนูพอจะจำได้ใช่ไหมเขาเป็คนฝรั่งเศสชื่อลุคส์ วันนั้นที่เรามีประชุมกันพอดีหนูป่วยเลยไม่ได้แนะนำให้รู้จัก”ภูมิชัยอธิบาย
“อะไรนะคะ!”หญิงสาวร้องลั่นออกมาด้วยความใ
ภูมิชัยสะดุ้งด้วยความใกับอาการเพื่อนบุตรสาวที่อยู่ร้องลั่นอย่างไม่มีสาเหตุการเป็เลขาคนต่างชาติมันน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือไงกัน
“ทำไมต้องเสียงดังด้วยปรางค์ พ่อใหมด มีอะไรหรือเปล่าลูก”
ปรางค์ปรียาเห็นสีหน้าพ่อเพื่อนมองมาเลยรีบสงบอารมณ์
“เอ่อ...ไม่มีค่ะ”
“ช่วยพ่อหน่อยได้ไหม เพราะว่าพ่อบอกเขาไปแล้วว่าจะให้ลูกไปทำหน้าที่นี้พ่อจะหวังพึ่งยัยพินก็ไม่ได้ มีหวังเสียชื่อพ่อหมด เขาเป็หุ้นส่วนคนสำคัญเลยนะลูกพ่อเห็นปรางค์ทำงานดีเลยอยากส่งปรางค์ไปทำงาน ถือว่าเป็ตัวแทนบริษัทเลยก็ว่าได้หนูทำได้ใช่ไหม”
“แต่ว่าปรางค์...”หญิงสาวพูดไม่ออก ทั้งๆ ที่ใจอยากปฏิเสธ
เห็นสีหน้าปรางค์ปรียาแล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างดูเหมือนเพื่อนลูกไม่ค่อยอยากรับงานนี้ ปกติแล้วปรางค์เป็คนว่าง่ายไม่ว่างานชิ้นไหนมอบหมายก็ทำสำเร็จด้วยดี แต่คราวนี้ทำไมถึงมีท่าทีอิดออดนัก
“มีอะไรหรือเปล่าลูก?”
“ไม่มีค่ะ ปรางค์จะทำให้ดีที่สุดค่ะ” คนมีแผลจำต้องตบปากรับคำเธอไม่อยากปฏิเสธให้เกิดข้อสงสัย พ่อกับแม่ของพินมีพระคุณกับเธอมาก
ร่างบางก้าวเท้าเดินออกมาดั่งคนไร้เรี่ยวแรงทั้งที่ตัวเองกำลังหาทางหนีเขาให้พ้น แต่สุดท้ายแล้วกลับต้องมาทำงานใกล้ชิดกัน น้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมาอีกครั้งเมื่อไหร่ชีวิตมันจะดีขึ้นเสียทีอยากอยู่กับลูกอย่างสงบสุขไม่มีเขาเข้ามาเกี่ยวข้องชายคนนั้นทำไมต้องให้เธอได้พบอีก
พินอาภาเหลือมองเห็นเพื่อน รีบสาวเท้ามาหา เห็นน้ำตากำลังไหลหญิงสาวชะงักรีบเข้าประคอง เกิดอะไรชึ้นอีกแล้ว
“ปรางค์เกิดอะไรขึ้น!”พินอาภาถามรัวด้วยความใ
“พิน... เราต้องไปทำงานเป็เลขาของเขา”ความเจ็บนี้ใครจะเข้าใจยิ่งใกล้ชิดกับลุคส์มากเท่าใด ไทม์ยิ่งถูกพรากไปง่ายเท่านั้นเธอกลัวเื่นี้ที่สุด
“เขาไหน หรือว่า... ผู้ชายคนนั้น!” หญิงสาวตระหนกใ สีหน้าเครียดขึ้นเพราะสงสารเพื่อน
ปรางค์ปรียาพยักหน้าช้าๆ ฟังคำเพื่อนพินอาภาร่างกายอ่อนแรง อีกแล้วเหรอปรางค์ต้องแบกรับความเ็ปเพราะเธออีกแล้ว ไม่ได้! จะให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกไม่ได้เด็ดขาดสัญญากับตนเองไว้แล้ว เพื่อนจะต้องไม่พบเจอกับเื่เลวร้ายซ้ำสองลุกยืนก้าวยาวเพื่อเข้าหาบิดา
“พินจะไปไหน อย่านะ!”ปรางค์ปรียาร้องห้ามแล้วคว้าข้อมือเพื่อนไว้แน่น
“ปล่อยเราเถอะปรางค์ เราจะไปคุยกับพ่อ!”
“ไม่ใช้ความผิดของคุณพ่อนะ คุณพ่อไม่รู้เื่นี้ด้วย พินอย่าทำแบบนี้บริษัทจะเสียหาย”
“แล้วจะให้ทำยังไง ปรางค์จะต้องทนเจ็บช้ำอยู่คนเดียวหรือไง เื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นคนที่ควรเจ็บคือเราไม่ใช่ปรางค์ แต่ทำไมพอถึงเวลาแบบนี้เราถึงปกป้องปรางค์ไม่ได้เลยทำไมต้องเป็แบบนี้ด้วย เราไม่อยากเห็นปรางค์ต้องทนทุกข์ทรมานอีกแล้ว”พินอาภาสะอื้นออกมาด้วยความรวดร้าว
“พินไม่เป็ไร... เราไม่เป็ไร เมื่อก่อนเรายังผ่านมาได้เื่แค่นี้สบายมาก พินไม่ต้องห่วงเราเข้มแข็งมากแค่ไหนพินก็รู้อย่าโทษตัวเองอยู่เลย มันไม่ใช่ความผิดของพินหรอกนะ คนที่ผิดก็คือเขาต่างหาก”
“เราขอโทษนะปรางค์...”
แทนที่เธอจะปลอบเพื่อน กลับถูกปลอบเสียได้ พินอาภาเจ็บใจจริงๆในเมื่อฝ่ายลุคส์ไม่ยอมรามือ เธอก็คงต้องยืนหยัดช่วยเพื่อนให้ถึงที่สุดมีอำนาจล้นฟ้าแค่ไหน คนอย่างพินอาภาก็ไม่กลัว