สองวันถัดมา เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วควงเยวี่ยโหลวจึงเริ่มทำการแลกเปลี่ยนเลือดของโจวชิงหวาให้กับหนีเจียเอ๋อร์ในห้องยา
โจวชิงหวานอนอยู่บนเตียงทางซ้ายถัดจากหนีเจียเอ๋อร์เขากุมมือนางเอาไว้ แล้วหันไปพูดปลอบเบาๆ “เสี่ยวเอ๋อร์ ไม่ต้องกลัวนะเจ้าจะไม่เป็นอะไรแน่”
หนีเจียเอ๋อร์พยักหน้า “อืม”
หากบอกว่าไม่กลัวก็คงจะเป็นการโกหกมิใช่ว่านางไม่เชื่อใจฝีมือของท่านอาจารย์ หากเป็นเพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของโจวชิงหวาด้วยจึงอดที่จะกังวลมิได้
ควงเยวี่ยโหลวสัมผัสมือข้อมือของคนทั้งสองก่อนเอ่ยถามเสียงเรียบ “พวกเจ้าพร้อมแล้วใช่หรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นโจวชิงหวาจึงปล่อยมือของหนีเจียเอ๋อร์ แล้วค่อยๆ หลับตาลง
ควงเยวี่ยโหลวถ่ายเลือดของหนีเจียเอ๋อร์ออกมาขณะเดียวกัน ก็ถ่ายเลือดของโจวชิงหวาเข้าสู่ร่างของนางผ่านหลอดแก้วที่เขาสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ
ควงเยวี่ยโหลวเฝ้าดูการแลกเปลี่ยนนี้โดยไม่ละสายตาแม้แต่วินาทีเดียว
พอเห็นว่าใบหน้าของโจวชิงหวาเริ่มซีดเผือดเขาก็รีบถามอาการทันที “คุณชายโจวท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง?”
“ข้ายังไหว” โจวชิงหวากัดฟัน อดทนต่ออาการวิงเวียนที่เกิดขึ้น เพราะเสียเลือดมากเกินไป...
ไม่ช้า ชายหนุ่มก็หมดสติส่วนหนีเจียเอ๋อร์ ตอนนี้ก็สลบไปแล้วเช่นนั้น ควงเยวี่ยโหลวจึงเข้ามาตรวจดูอาการของพวกเขาเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงก็รู้สึกโล่งอก
แต่ขณะที่การเปลี่ยนถ่ายเลือดในครั้งแรกกำลังจะเสร็จสิ้นจู่ๆ ก็มีเสียงฟาดฟันของกระบี่ดังขึ้น
ควงเยวี่ยโหลวรีบหันไปมองจึงพบเข้ากับชายชุดดำผู้หนึ่ง ซึ่งกำลังก้าวมาหาตนช้าๆ “เว่ยฉีหราน!”
เว่ยฉีหรานกวาดตามองไปทั่วห้องก็พบว่าคนคุ้นเคยทั้งสองกำลังนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง โดยที่ระหว่างข้อมือของพวกเขา มีท่อแก้วขนาดเล็กที่ใช้ในการลำเลียงเลือดเจาะคาเอาไว้
แลกเปลี่ยนเลือดอย่างนั้นหรือ?!
เว่ยฉีหรานหันไปมองควงเยวี่ยโหลวพลางแสยะยิ้ม “ควงเยวี่ยโหลวไม่เจอกันนับสิบปี ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะยังจำข้าได้”
ควงเยวี่ยโหลวโต้เสียงเย็น “ผ่านมาสิบปี เจ้าก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนภายใต้ภาพลักษณ์อันสง่างามนั่น ใครเล่าจะรู้ว่าเจ้านั้นชั่วร้ายเพียงใด!”
เว่ยฉีหรานหัวเราะลั่น “อนิจจา สหายข้าสำนักของเจ้าช่างหายากเหลือเกิน ไม่เหมือนแต่ก่อน”
เอ่ยจบ ก็ปรบมือเบาๆไม่ช้า ศิษย์สำนักฝูเซิงกลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามาในห้องยา
แต่ควงเหยาพร้อมศิษย์สำนักอิ้นเสวี่ยกลุ่มหนึ่งไล่ตามมาทัน จึงเกิดการปะทะกันขึ้น
เว่ยฉีหรานเหยียดยิ้มบางๆก่อนกระโจนเข้าใส่ควงเยวี่ยโหลวอย่างรวดเร็ว
ควงเยวี่ยโหลวก็ไม่อยู่เฉยปล่อยเข็มพิษสีเงินโต้ตอบกลับไป
ตูม!
แค่เว่ยฉีหรานคนเดียวก็แย่แล้วนี่ยังมีศิษย์ของสำนักฝูเซิงกลุ่มหนึ่งเข้ามาเสริมทัพอีก จึงทำให้ควงเยวี่ยโหลวยากที่จะรับมือได้
อีกทั้งธูปหนึ่งก้านที่จุดเอาไว้ก็ไหม้ไปจนหมดแล้วเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายของโจวชิงหวาไม่อาจถ่ายถ่ายเลือดต่อได้อีก หากปล่อยเอาไว้เขาจะตกอยู่ในอันตราย!
ควงเยวี่ยโหลวละความสนใจจากคู่ต่อสู้ตรงหน้าปรี่ไปดึงท่อแก้วออก แล้วฝังเข็มเพื่อหยุดเลือดให้ชายหนุ่ม
เมื่อหันกลับมาจึงเสียท่าโดนศิษย์ของสำนักฝูเซิงโจมตีจนลอยกระเด็น
ควงเยวี่ยโหลวพยุงร่างตัวเองขึ้นมาแล้วรีบปราดเข้าไปหาหนีเจียเอ๋อร์ เพื่อทำการฝังเข็มห้ามเลือดให้นาง
หนึ่งในศิษย์สำนักฝูเซิงจึงคิดจะฉวยโอกาสสังหารเขาแต่กลับถูกเว่ยฉีหรานปรามเอาไว้
เมื่อเห็นควงเยวี่ยโหลวห้ามเลือดให้โจวชิงหวากับหนีเจียเอ๋อร์แล้วเว่ยฉีหรานก็สั่งให้บรรดาศิษย์สำนักเข้าไปกันอีกฝ่ายเอาไว้ ส่วนตัวเองก็กระโดดไปคว้าร่างของหนีเจียเอ๋อร์มาก่อนจะทะยานออกจากห้องยาไป
ด้านศิษย์สำนักฝูเซิงเองก็พากันถอนกำลังกลับไปเช่นเดียวกัน
ควงเยวี่ยโหลวพยายามไล่ตามเว่ยฉีหรานแต่ที่ด้านนอกกลับมีพลธนูของสำนักฝูเซิงดักรอนับร้อยนาย
หากเขาย่างเท้าออกจากประตูฝนธนูก็จะทำการโจมตีใส่สำนักอิ้นเสวี่ยทันที!
ควงเยวี่ยโหลวยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนเลิกไล่ตามไป
ไกลออกไปเว่ยฉีหรานหันมาแสยะยิ้ม พร้อมตะโกนบอก “ควงเยวี่ยโหลว เห็นแก่ความเป็นเพื่อนข้าจะดูแลศิษย์ของเจ้าเป็นอย่างดี ฮ่าๆๆ...”
“ท่านอาจารย์ เราจะทำอย่างไรดีขอรับ?” ควงเหยาถามเสียงร้อนรนขืนตามไป คงไม่พ้นถูกฝนธนูฆ่าตายแน่
“ถอยก่อน” ควงเยวี่ยโหลวสั่ง “ปิดประตู!”
ศิษย์ที่เหลือรีบปิดประตูใหญ่ของสำนักทันทีไม่นาน พลธนูที่อยู่ด้านนอกก็พากันถอยทัพกลับไป
ควงเยวี่ยโหลวและควงเหยาจึงกลับไปที่ห้องยาเพื่อปลุกโจวชิงหวา
ทันทีที่ลืมตาตื่นโจวชิงหวาก็หันไปมองเตียงข้างๆ ทันที เมื่อพบเพียงความว่างเปล่าใจของเขาก็พลันกระตุกวูบ ชายหนุ่มรีบผุดลุกขึ้นนั่ง และถามควงเยวี่ยโหลวทันที “เสี่ยวเอ๋อร์เล่า?”
คิ้วของควงเหยาขมวดแน่นด้วยความกังวลก่อนตอบเสียงแผ่ว “ศิษย์น้องหญิงถูกเว่ยฉีหรานจับตัวไปแล้ว!”
ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจโจวชิงหวาลุกขึ้นคว้ากระบี่ แล้ววิ่งออกจากห้องยาทันที
ควงเหยาหันไปมองอาจารย์ของตน “ท่านอาจารย์ ข้าขออาสาไปช่วยศิษย์น้องหญิง...”
ยังพูดไม่ทันจบควงเยวี่ยโหลวก็ตอบกลับทันที “ไปเถอะ จงพานางกลับมาอย่างปลอดภัย”
ควงเหยาโค้งคำนับ แล้วรีบตามโจวชิงหวาไปทันที
พอลับสายตาผู้คนควงเยวี่ยโหลวก็กระอักเลือดออกมาอย่างหนัก ใบหน้าภายในเสื้อคลุมสีดำซีดเผือดเขาเดินไปปิดประตูห้อง ก่อนหยิบเข็มออกมาทำการขับพิษให้ตัวเองเมื่อขับพิษออกมาจนหมดแล้ว จึงค่อยใช้ผ้าสะอาดพันรอบแผลอีกที
ก๊อกๆ!
“ท่านอาจารย์ศิษย์พี่บาดเจ็บหนัก เขากำลังจะตาย...”
เมื่อสายตาของศิษย์คนนั้นเหลือบไปเห็นบาดแผลบนมือของผู้เป็นอาจารย์ก็กลืนคำพูดทั้งหมดลงไปทันที
ควงเยวี่ยโหลวลุกขึ้นยืน “พาเขาเข้ามา”
“แต่อาจารย์อาการบาดเจ็บของท่านเล่า?” ชายคนนั้นกังวลเล็กน้อย
“ไม่เป็นไร รีบนำตัวเขาเข้ามาเถอะ” ควงเยวี่ยโหลวรั้งแขนเสื้อลงเพื่อปกปิดบาดแผล
ใช้เวลารักษาอยู่พักใหญ่ศิษย์คนนั้นจึงพ้นขีดอันตราย ควงเยวี่ยโหลวจึงสั่งให้คนมาพยุงศิษย์ที่ได้รับบาดเจ็บกลับไปส่งเรือน
เมื่อลับแผ่นหลังพวกเขาควงเยวี่ยโหลวพลันทรุดตัวลงด้วยความอ่อนแรง
ศิษย์คนอื่นๆ ที่เข้ามาเห็นจึงรีบช่วยกันดูแลอาจารย์ของพวกตนตลอดทั้งคืน
อีกด้านหนึ่งโจวชิงหวาและควงเหยาที่ไล่ตามเว่ยฉีหรานไป ก็ถูกศิษย์สำนักฝูเซิงที่ดักซุ่มลอบทำร้ายต้องใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วยามกว่าจะจัดการอีกฝ่ายได้ เว่ยฉีหรานจึงทิ้งระยะห่างไปไกลจนยากที่จะไล่ตามได้ทัน...