ตอนที่ 3
ไร้พลัง
หลังจากเหตุการณ์ที่บ้านสกุลซูถูกผู้ฝึกฝนพลังิญญาต่างถิ่นโจมตีนั้นบ้านสกุลซูก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเสียเท่าไหร่หลังจากซ่อมประตูหน้าเรียบร้อยแล้วเื่ราวก็เลือนหายไปพร้อมๆกับตัวผู้ฝึกฝนพลังิญญาคนนั้นที่ไม่กลับมาหาเื่อีกเลยยามนี้เหล่าผู้อยู่อาศัยภายในบ้านสกุลซูต่างก็กลับไปใช้ชีวิตตามเดิมของตนจะมีก็แต่ชุนหยางเท่านั้นที่มีความเปลี่ยนแปลงไป
ฟุบ!!
ั้แ่วันที่ได้ทราบว่านายหญิงคือผู้ฝึกฝนพลังิญญาชุนหยางก็ได้รับเคล็ดวิชามาจากนายหญิงหลายต่อหลายเล่มถึงจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายหญิงถึงอยากให้เขาฝึกฝนเคล็ดวิชาเหล่านี้แต่ไม่ว่านายหญิงจะยื่นเคล็ดกระบวนท่าแบบใดมาชุนหยางก็ตั้งใจฝึกฝนเป็อย่างดีเพราะทุกครั้งที่ชุนหยางฝึกฝนสำเร็จก็จะได้รับคำชมจากนายหญิงเสมอและด้วยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องนี้เองทำให้ร่างกายของชุนหยางแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วจนดูสมกับเป็เด็กหนุ่มเสียทีแถมไม่ทราบว่านายหญิงจงใจเลือกเคล็ดวิชาฝึกฝนให้ชุนหยางหรือไม่กล้ามเนื้อของชุนหยางถึงไม่ได้ใหญ่โตจนเกินไปแต่กลับกลายเป็มัดกล้ามที่สวยงามราวกับถูกแกะสลักอย่างบรรจงเลยทีเดียว
“พี่ชุนหยางนายหญิงเรียกพบเ้าค่ะ” วันเวลาผ่านไปไวมิใช่น้อยยามนี้ชุนหยางไม่ใช่บ่าวรับใช้คนเล็กสุดของเรือนนายหญิงอีกแล้วยามนี้ภายในเรือนของนายหญิงเริ่มมีสาวรับใช้คนใหม่เพิ่มเข้ามาหลายคนแต่ถึงอย่างนั้นนายหญิงก็ไม่เคยรับบ่าวรับใช้เพิ่มเลยแม้แต่คนเดียวแถมยังเอ็นดูชุนหยางเป็พิเศษเช่นเคยทำให้คนในเรือนต่างก็เกรงใจชุนหยางกันไม่น้อย
“ข้ารู้แล้ว ขอบใจนะเจียวจู”ชุนหยางยามได้ยินว่านายหญิงเรียกหาพลันยิ้มกว้างด้วยท่าทีดีใจก่อนจะหันไปขอบคุณสาวรับใช้รุ่นน้องอย่างเจียวจูอย่างเป็มิตรเพียงแต่รอยยิ้มแสนอ่อนโยนของชุนหยางนั้นกลับไม่ได้อ่อนโยนต่อหัวใจของสาวรับใช้ตัวน้อยเสียเท่าไหร่ยามเห็นรอยยิ้มของชุนหยางใบหน้าของนางกลับแดงระเรื่อขึ้นมาเสียเฉยๆเพียงแต่ชุนหยางผู้เป็สาเหตุทำให้แก้มของนางขึ้นสีเช่นนี้กลับไม่มีท่าทีจะรู้ตัวแถมยังโบกมือลาแล้วเดินไปทางห้องของนายหญิงเสียหน้าตาเฉย
“นายหญิงท่านเรียกหาข้าหรือขอรับ”ถึงเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานนับปีแต่ชุนหยางก็ยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้มทุกครั้งที่ถูกนายหญิงเรียกเข้าพบยิ่งยามได้สบตากับนายหญิงชุนหยางก็ยังหัวใจเต้นรัวไม่ต่างจากครั้งแรกที่ได้พบนางเลยทว่า...
“ชุนหยาง พรุ่งนี้ข้าจะเก็บตัวฝึกฝนวิชาเสียหน่อยเ้าเองก็ถือโอกาสนี้พักผ่อนบ้างก็แล้วกัน”สาเหตุที่นายหญิงเรียกชุนหยางมาพบในครั้งนี้ไม่ใช่การเรียกมาเพื่อใช้งานอะไร แต่กลับเรียกชุนหยางมาเพื่อบอกว่านางจะเข้าไปเก็บตัวฝึกฝนในห้องก็เท่านั้นเองแต่ยามที่ชุนหยางได้ยินว่านายหญิงจะเข้าไปเก็บตัวฝึกฝนใบหน้ายิ้มแย้มของชุนหยางก็เปลี่ยนไปทันที
“นายหญิง...ท่านจะเก็บตัวฝึกฝนวิชาอีกแล้วหรือขอรับ”ใบหน้าของชุนหยางยามนี้ราวกับสุนัขที่กำลังจะโดนเ้าของไล่ออกไปนอนนอกบ้านไม่มีผิดการที่นายหญิงจะเข้าไปเก็บตัวฝึกฝนวิชานั้นก็หมายความว่าตลอดทั้งวันหรืออาจจะสองวันชุนหยางจะไม่มีโอกาสได้พบนายหญิงเลยและนั่นก็ทำให้ชุนหยางเหงาเป็อย่างมาก
“่นี้ข้าใกล้จะเลื่อนระดับพลังิญญาแล้วก็เลยต้องตั้งใจฝึกฝนหน่อยเ้าเองก็ทนเหงาหน่อยนะ” นายหญิงเห็นท่าทีหูตกของชุนหยางพลันยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูถึงภายนอกจะเริ่มโตเป็หนุ่มแล้วแต่ชุนหยางก็ยังขี้อ้อนเหมือนเดิมทุกครั้งที่ทราบว่านางจะเข้าไปเก็บตัวฝึกฝนเขาก็มักจะทำหน้าหงอยเช่นนี้เสมอช่างน่าเอ็นดูจริงๆ
“ขอรับ... นายหญิงเองก็ต้องระวังให้ดีนะขอรับ”ชุนหยางไม่อยากให้นายหญิงเข้าไปเก็บตัวฝึกวิชาก็จริงแต่เขาก็ทราบดีว่าการเลื่อนขั้นพลังิญญาของผู้ฝึกฝนพลังิญญานั้นสำคัญแค่ไหนยิ่งเหล่าผู้ฝึกฝนพลังิญญาเลื่อนระดับพลังิญญาของตนขึ้นไปได้สูงเพียงไรก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้นแต่เท่าที่ชุนหยางทราบมาการเลื่อนระดับแต่ละขั้นก็มีความอันตรายของมันเช่นกันถึงความเสี่ยงจะมีน้อยมากแต่ชุนหยางก็อดเป็กังวลไม่ได้อยู่ดี
“เข้าใจแล้ว ข้าจะระวัง”นายหญิงซูเยว่เซียงยิ้มรับความเป็ห่วงของชุนหยางด้วยใบหน้าอ่อนโยนก่อนจะบอกให้ชุนหยางกลับไปทำงานของตัวเองได้ตามปกติแน่นอนว่าชุนหยางยามเดินออกไปก็ราวกับจะเห็นหางที่ตกลู่พื้นได้ไม่มีผิดทำเอานายหญิงที่มองอยู่ข้างหลังได้แต่อมยิ้มด้วยท่าทีมีความสุข
“เจียลี่ดูเขาสิช่างน่าเอ็นดูเหลือเกิน” ยามชุนหยางเดินจากไปแล้วนายหญิงซูเยว่เซียงพลันพูดถึงชุนหยางกับสาวรับใช้คนสนิทด้วยท่าทีที่ต่างออกไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัดยามนี้นางเลียริมฝีปากพลางมองประตูที่ชุนหยางเพิ่งเดินออกไปด้วยสายตาหิวกระหายอย่างเห็นได้ชัดความจริงแค่การแจ้งข่าวว่านางจะเก็บตัวฝึกฝนนั้นไม่จำเป็ต้องเรียกชุนหยางมาเข้าพบแต่อย่างไรแต่ถ้านางไม่เรียกชุนหยางให้มารับทราบข่าวด้วยตนเองนางก็ไม่ได้เห็นท่าทีหงอยเหงาของเขานะสิใบหน้าของเขายามทราบว่าจะไม่ได้เจอนางนั้นทั้งน่าสงสารและน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกันหากไม่ใช่เพราะนางต้องรักษาท่าทีนางคงจะเข้าไปกอดรัดชุนหยางไปแล้วเสียด้วยซ้ำ
“ข้าไม่อยากจะอดทนเสียแล้วสิข้าอยากจะกินเข้ามันตอนนี้เลย”นายหญิงซูเยว่เซียงหายใจแรงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยก่อนจะใช้ลิ้นของนางเลียไปที่นิ้วมือของตัวเองอย่างไม่ทราบสาเหตุนางดูเหมือนกำลังอดทนกับแรงกระตุ้นบางอย่างเสียจนแทบจะกลั้นเอาไว้ไม่ไหวเสียแล้ว
“นายหญิง...อดทนรออีกหน่อยเถอะเ้าค่ะท่านอดทนฟูมฟักเขามานับปีจะรีบร้อนเสียตอนนี้ได้อย่างไรเล่า”เจียลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆนายหญิงซูเยว่เซียงพยายามระงับความอยากของนายหญิงซูเยว่เซียงเอาไว้อย่างที่นางทำมาตลอดั้แ่วันแรกที่รับชุนหยางเข้ามาเจียลี่ก็ทราบแล้วว่านายหญิงซูเยว่เซียงนั้น้ารับตัวชุนหยางเข้ามาเพื่ออะไรถึงจะสงสารชุนหยางแต่เจียลี่เองก็ทำอะไรไปไม่ได้มากกว่านี้เสียแล้ว
“ก็ได้...ข้าจะทนรออีกหน่อย รอให้เขาโตกว่านี้อีกนิดก็แล้วกัน”นายหญิงซูเยว่เซียงกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะเก็บท่าทีหิวกระหายของนางเอาไว้ภายใต้หน้ากากอันแสนอ่อนโยนอีกครั้งเพียงแต่ใบหน้าอันแสนอ่อนโยนของนางกลับอยู่ได้เพียงครู่เดียวเท่านั้นเพราะอยู่ๆในใจของนายหญิงก็นึกถึงเื่บางอย่างออก
“จริงสิ ่นี้ได้ยินว่ามีสาวรับใช้บางคนเข้าหาชุนหยางของข้ามากเกินไปใช่หรือไม่”นายหญิงซูเยว่เซียงลุกขึ้นยืนก่อนจะปรายตามองไปทางเจียลี่พร้อมจิตสังหารที่โผล่ออกมาอย่างปิดไม่อยู่หากผลไม้แสนหวานที่นางเฝ้าเลี้ยงดูมาเป็อย่างดีกลับถูกหญิงสาวที่ไหนก็ไม่ทราบมาเด็ดไปก่อนละก็...
“นายหญิงโปรดวางใจเด็กสาวรุ่นนี้ก็เพียงอยากรู้อยากเห็นเท่านั้นหลังจากนี้บ่าวจะไปสั่งสอนสาวรับใช้รุ่นใหม่ให้ดีกว่านี้เ้าค่ะ”เจียลี่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบก้มหัวให้นายหญิงซูเยว่เซียงพลางขออภัยให้สาวรับใช้คนใหม่ทันทีสาวรับใช้ที่นายหญิงพูดถึงคงจะเป็เจียวจูเป็แน่ นางเพิ่งจะเข้ามาใหม่ได้ไม่นานคงจะยังไม่ทราบว่าการเข้าหาคนโปรดของนายหญิงอย่างชุนหยางด้วยท่าทีไม่บริสุทธิ์นั้นอันตรายแค่ไหน
“เช่นนั้นถือว่าเ้ารับปากแล้วหากข้าเห็นนางยังมาอ้อล้อชุนหยางของข้าอีกก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเล่า”นายหญิงซูเยว่เซียงเตือนเจียลี่ด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบก่อนจะเดินออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังห้องฝึกฝนตามลำพัง
คลืด...
ทันทีที่ประตูเหล็กกล้าเปิดอ้าออกร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังถูกมัดเอาไว้ภายในห้องพลันสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวตัวชายหนุ่มผู้นั้นเป็เพียงพ่อค้าเร่ที่เดินทางมาจากเมืองอื่นเท่านั้นตัวเขาเผลอดื่มสุราร่วมกับสหายที่เพิ่งพบเจอได้ไม่นานจนหมดสติรู้ตัวอีกทีก็ถูกมัดอยู่ในห้องแห่งนี้เสียแล้ว
“เ้าคือเหยื่อในครั้งนี้สินะ”นายหญิงซูเยว่เซียงมองไปยังร่างของชายหนุ่มที่ถูกมัดเอาไว้บนเตียงด้วยท่าทีนิ่งเฉยเมื่อเทียบกับเรือนร่างของชุนหยางที่นางใส่ใจดูแลมาเป็อย่างดีแล้วพ่อค้าผอมแห้งคนนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกเร้าอารมณ์เลยแม้แต่น้อยใบหน้าหรือก็แค่พอดูได้ท่าทางค่ำคืนนี้จะผ่านไปอย่างรวดเร็วและฉาบฉวยกระมัง
กึก...
ทันทีที่นายหญิงซูเยว่เซียงปิดประตูลงสายตาของพ่อค้าหนุ่มก็เริ่มปรับตัวและกลับมามองเห็นอีกครั้งยามนี้ท่าทีใของพ่อค้าหนุ่มแทบจะหายไปทันทีเพราะเขาเองก็ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้เจอสาวงามหยดย้อยภายในห้องขังที่น่าสงสัยห้องนี้ทั้งๆที่เขาควรจะระแวงให้มากที่อยู่ๆแม่นางท่านนี้ก็โผล่มาแต่ไม่ทราบเพราะอะไรตัวเขาถึงมัวแต่หลงไปกับความงามของนางจนไม่แม้แต่จะขอความช่วยเหลือออกมาเสียด้วยซ้ำ
“เช่นนั้นเราก็มาเริ่มกันเถอะ”ยามเห็นเรือนร่างอันน่าหลงใหลของนายหญิงซูเยว่เซียงโน้มตัวเข้ามาหาตนหัวใจของพ่อค้าหนุ่มก็แทบจะะเิออกมาเสียให้ได้ยิ่งนางเริ่มถอดเสื้อผ้าของพ่อค้าหนุ่มออกและเริ่มแนบกายเข้ามาหาพ่อค้าหนุ่มก็ราวกับกำลังขึ้น์ไม่มีผิดทว่าทรวง์ที่พ่อค้าหนุ่มได้ัักลับอยู่ได้ไม่นานนักความรู้สึกสุขสมที่ได้รับจากร่างของหญิงสาวเบื้องหน้านั้นอยู่ได้เพียงไม่นานอยู่ๆทั้งร่างของเขาก็เหมือนโดนสูบพลังในพริบตา เผลอเพียงครู่เดียวพ่อค้าหนุ่มก็รู้สึกราวกับร่างทั้งร่างกำลังจมลงไปในก้นทะเลพร้อมอากาศหายใจที่เหลือเพียงอึดใจเท่านั้น
“อึก...”พ่อค้าหนุ่มส่งเสียงออกมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้นก่อนที่ร่างของเขาจะนอนแน่นิ่งหมดลมหายใจไปทั้งๆแบบนั้น
“อะไรกัน...” ยามเห็นว่าพ่อค้าหนุ่มที่โดนจับมาขาดใจตายในเวลาไม่นานนายหญิงซูเยว่เซียงกลับแสดงท่าทีใออกมาเพียงแต่ท่าทีใของนางไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเกิดตายขึ้นมาแต่เพราะเ้าพ่อค้าคนนี้กลับตายเร็วเกินไปต่างหากปกติแล้วคนหนุ่มประมาณนี้ไม่น่าจะหมดลมหายใจรวดเร็วเช่นนี้สิถึงจะถูกเคล็ดวิชามารราคะดูดพลังิญญาออกจากร่างแต่ก็ไม่ควรตายทันทีเช่นนี้มิใช่หรือ
พรึบ...
นายหญิงซูเยว่เซียงลุกออกจากเตียงก่อนจะหยิบตำราเล่มหนึ่งออกมาจากชั้นที่อยู่ข้างๆตำรามารราคะที่นายหญิงซูเยว่เซียงได้มาโดยบังเอิญนั้นเป็เคล็ดวิชามารที่น่ากลัวเป็อย่างมากต่อให้เป็คนธรรมที่ไม่ได้มีพลังิญญามาั้แ่เกิดอย่างซูเยว่เซียงก็ยังสามารถฝึกฝนจนสร้างแก่นพลังิญญาของตนเองขึ้นมาได้แค่แลกกับการสูบพลังิญญาจากผู้อื่นผ่านการร่วมหลับนอนเท่านั้นเอง ทว่า่หลังมานี้ซูเยว่เซียงกลับรู้สึกแปลกประหลาดเป็อย่างมากปกติแล้วแค่หาชายหนุ่มสักคนมาดูดพลังิญญาในรอบ 15 วันก็นับว่าเพียงพอแล้วแต่่หลังความถี่ยิ่งมากขึ้น ต่อให้หาชายหนุ่มมาร่วมหลับนอนทุกๆ 7 วันก็ยังไม่พอเสียด้วยซ้ำแถมยิ่งพลังของนางมากขึ้นบุรุษที่ร่วมหลับนอนกับนางก็ยิ่งหมดลมหายใจไวขึ้นเท่านั้นทำเอานางแทบจะฝึกฝนไปไม่ถึงไหนแถมเคล็ดวิชานี้ก็ยังมีผลข้างเคียงคือนางไม่อาจควบคุมอารมณ์ความอยากทางเพศได้เมื่อครู่เ้าพ่อค้านั่นแค่อึดใจเดียวก็สิ้นใจแล้วนอกจากจะทำให้นางฝึกฝนวิชาไม่ถึงไหนยังทำให้นางอารมณ์ค้างมากอีกด้วยหรือว่าผู้ชายทั่วๆไปจะไม่เพียงพอต่อความ้าของนางแล้วงั้นหรือ...
“เจียลี่...”นายหญิงซูเยว่เซียงอ่านเนื้อหาในตำรามารราคะอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดประตูเหล็กกล้าออกแล้วเรียกให้เจียลี่เข้ามาพบทันที
“เ้าค่ะนายหญิง”ฝ่ายเจียลี่นั้นเห็นนายหญิงออกมาจากห้องไวกว่าปกติก็ทราบได้ทันทีว่าเกิดเื่ผิดปกติขึ้นแน่ๆยิ่งเห็นร่างไร้ิญญาของพ่อค้าหนุ่มที่นางมัดเอาไว้กับมือเจียลี่ก็ยิ่งรู้สึกใจไม่ดีเข้าไปใหญ่
“เอาร่างของเ้านั่นไปเก็บแล้วไปตามชุนหยางให้มาพบข้าที่ห้องฝึก”ยามได้ยินนายหญิงสั่งให้เอาศพไปทิ้งเจียลี่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลยเพราะหน้าที่เก็บกวาดซากศพหลังนายหญิงฝึกฝนเสร็จก็เป็หน้าที่ของเจียลี่อยู่แล้วแต่ยามนายหญิงบอกให้ชุนหยางเข้ามาพบที่ห้องฝึกเจียลี่กลับบังเกิดความลังเลขึ้นมาในใจถึงเจียลี่จะทราบอยู่แล้วว่านายหญิงรับชุนหยางเข้ามาทำไมแต่ชุนหยางก็น่าเอ็นดูจนนางรู้สึกผูกพันไปั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบการไปตามชุนหยางมาเจอนายหญิงตอนนี้ก็ไม่ต่างจากไปตามชุนหยางให้มาตายเลย
“เ้าค่ะนายหญิง...”แต่เจียลี่จะเลือกอะไรได้เล่า นายหญิงซูเยว่เซียงเป็ถึงผู้ฝึกฝนพลังิญญาที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองจินซุยแห่งนี้หากนางขัดขืนศพของนางก็คงไปรวมกับชายหนุ่มที่นางเป็คนฝังกับมือเท่านั้นถึงจะสงสารชุนหยางแต่เจียลี่ก็ไร้พลังจะทำอะไรได้จริงๆ...