เหม่ยอิงเหลือบมองคนสกุลหลี่และชาวบ้านที่มามุงดูเื่สนุก กลับกันแทนที่นางจะหวาดกลัวหรือสลดกลับยิ้มหยันอย่างดูแคลน
“เ้ายิ้มอะไรของเ้า คบชู้ทำให้บ้านสกุลหลี่ข้าเสื่อมเสียชื่อเสียง เ้านี่มันนางผู้หญิงแพศยาขั้นต่ำชัดๆ!” หนึ่งในคนสกุลหลี่กล่าวครั่นคร้าม
“นางคงไม่ละอายใจ เห็นตัวเล็กๆ ผิวขาวเช่นนี้คงชอบกินบุรุษหนุ่ม ดูสิเนี่ยมีลูกตั้งสามคนแล้วแต่ยังแอบมาพลอดรักกับชายหนุ่มที่เถียงนา และดูจากสภาพเขาคงเป็คนต่างถิ่น ไม่คุ้นหน้าเลยสักนิด” อีกคนกล่าวเสริม
“ไม่ว่าจะอย่างไรนางก็เป็คนสกุลหลี่ แต่งเข้าบ้านสกุลหลี่แต่ยังกล้าทำเื่เสื่อมเสียต้องกลับไปรับโทษทัณฑ์! โบยสิบที ตรึงกับเสาไม่ให้ข้าวไม่ให้น้ำสิบวัน!” หนึ่งในบุรุษสกุลหลี่ข่มขู่
“เหม่ยอิง ตอนนี้ถึงเ้าจะขอร้องข้าก็คงเปล่าประโยชน์ โทษของเ้านั้นหนักหนาเหลือเกิน ข้าได้แต่หวังว่าเ้าจะรอดชีวิตหลังถูกโบยสิบที” หลี่หานเสริม มองนางแรงด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์
เหม่ยอิงอมยิ้มน้อยๆ กล่าวว่า “ผายลมอยู่ได้ไม่เหนื่อยหรือไร ดูสิเนี่ยพูดจาจนน้ำจะท่วมทุ่งอยู่แล้วใจความมีเพียงไม่กี่อย่างเอง สมกับเป็บ้านสกุลหลี่ที่เห็นแก่ตัว”
“นี่เ้ายังกล้าวางท่าเช่นนั้นอยู่อีก!” หลี่อี้คำราม
เหม่ยอิงยักไหล่ “ข้าหาได้วางท่าอย่างที่เ้ากล่าวหาหลี่อี้ เมื่อวานนี้ข้ากล่าวกับหลี่หานแล้วว่าขอหย่า เื่ระหว่างเราถือว่าจบกัน ข้าหาได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนสกุลหลี่ไม่ แต่วันนี้พวกเ้ากลับพาคนมาเสียมากเพียงเพราะ้าจับข้าไปรับโทษเนี่ยนะ”
“คำพูดปากเปล่าหานับไม่เพราะฉะนั้นเ้าอย่าได้เล่นลิ้นเหม่ยอิง! หากจะหย่าเ้าต้องไปที่สุสานบรรพบุรุษสกุลหลี่!” หลี่อี้ชิงบอก น้ำเสียงไม่น่าดูชม
“ผายลม คนตายแล้วมีสิทธิ์อะไรมารับรู้ ข้าเหม่ยอิงอยู่ตรงนี้ถ้าหากอยากให้ข้าไปรับโทษก็เข้ามาสิ หากว่าพวกเ้ามีความสามารถจริงนักล่ะก็ ข้าพร้อมสำหรับความผิดนั้น” เหม่ยอิงถอนหายใจเล็กน้อย มองคนเ่าั้ไม่ต่างจากตัวตลกคณะละครสัตว์
“นางนี่นี่มันวอน! ั้แ่เมื่อก่อนแล้วที่มันกล้าหยามเกียรติข้า ทั้งที่ข้าเป็ถึงสามี วันนี้นี่แหละข้าจะสั่งสอนเ้าเอง” หลี่หานเดินเข้ามาด้วยใบหน้าขึงขัง เขาไม่เชื่อว่านางจะหนีไปจากเงื้อมือได้ เมื่อวานนี้คิดว่าทำเกินไปแต่พอเห็นว่านางคบชู้หัวใจเขายิ่งสั่นคลอน เดินโทงๆ เข้าไปลากนางทั้งอย่างนั้น
ชาวบ้านที่มุงดูไม่มีทีท่าว่าจะเข้าไปห้าม เพียงมองเป็เื่สนุกเื่หนึ่ง
เหม่ยอิงไม่แม้แต่ขยับจากจุดที่ยืน แต่นางกลับหันไปมองเย่เฟิงแล้วกล่าวว่า “จัดการผู้ชายคนนั้น ทำเบาๆ ล่ะเพราะเขาเป็แค่คนธรรมดา ข้าไม่อยากให้เขาตายที่นี่ พื้นบ้านข้าเดี๋ยวมันจะสกปรก”
เย่เฟิงที่ยืนเงียบมาโดยตลอดไม่เข้าใจสิ่งที่เหม่ยอิงกล่าว
“ท่านเซียนที่มีพลังิญญามหาศาลมีลูกแล้วกับปุถุชนธรรมดา มันช่างเป็เื่น่าแปลก หรือนี่จะเป็หนึ่งในมรรคคาระดับสูงที่ต้องฝึกฝน?”
แต่กระนั้นตอนนี้หาได้มีเวลาไตร่ตรองไม่
หลี่หานเดินมาเกือบจะถึงตัวเหม่ยอิงแล้วเย่เฟิงจึงได้เคลื่อนไหว ในสายตาผู้บำเพ็ญเพียรอย่างเขาคนธรรมดาไม่ต่างจากมดปลวก เพียงหนึ่งโบกมือก็สิ้นชีพชีวาช่างง่ายดายราวปอกกล้วย แต่เพราะมันเป็คำสั่งจากท่านเซียนดังนั้นเขาจึงต้องยั้งมือไว้
ยืนเผชิญหน้ากับชายหนุ่มไม่คุ้นหน้า เสื้อผ้าที่สวมใส่แม้จะมีคราบเืติดอยู่แต่กลับไม่ด้อยเลยสักนิด มันเต็มไปด้วยความสูงศักดิ์ของคนชั้นสูง ต่างจากเขาที่ใส่เสื้อป่านธรรมดา
“สาระเลว กล้าดียังไงมาให้ชู้ของเ้าขวางทางข้า! วันนี้ข้าหลี่หานหากไม่สามารถฆ่าชู้ของนางแพศยาได้ อย่าเรียกข้าว่าคนสกุลหลี่!” หลี่หานร่างกายสูงใหญ่กล้ามเป็มัดๆ เป็คนใช้แรงงานอยู่ในกลุ่มช่างตีดาบของหมู่บ้านซึ่งเป็โรงหล่อเล็กๆ ดังนั้นอย่าได้ดูถูกกำลังของชายผู้นี้ไป เมื่อเขาออกหมัดก็ไม่ต่างจากนักมวยมากประสบการณ์ แต่อยากใดก็ดีผู้ที่อยู่ตรงหน้าเป็ดังผู้บำเพ็ญเพียร ร่างกายถูกขัดเกลาให้อยู่ในระดับเหนือกว่าคนธรรมดา มองเห็นหมัดที่พุ่งเข้ามาเย่เฟิงไม่จำเป็ต้องหลบ ยืนแอ่นหน้าอกรับแรงกระแทกโดยไม่กระพริบตา
“ตายซะ!” หลี่หานไม่คิดออมแรงไว้อยู่แล้ว พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เคลื่อนไหวใดๆ ไม่ต่างจากเป้านิ่งง่ายต่อการเผชิญหน้าและจู่โจม ทว่าเมื่อหมัดกระทบกายเนื้อเสียงดัง 'ปัง' เป็มือของหลี่หานเองที่แตกละเอียด ตามด้วยเสียงร้องที่เปล่งจากปากอันน่าสังเวช
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ใครหลายคนตื่นใ ไม่คิดเลยว่าบุรุษร่างใหญ่เช่นหลี่หานจะแขนหักเพราะหมัดของตัวเอง
“นี่เ้า...ซ่อนสิ่งใดไว้ใต้อกเสื้อ!” หลี่อี้คำราม
“เปล่านี่” เย่เฟิงตอบสั้นกระชับ
“ต้องใช่แน่ๆ เ้าต้องซ่อนแผ่นเหล็กไว้ ไม่งั้นเ้าไม่มีทางยืนรับหมัดของน้องข้าได้ตรงๆ แบบนี้หรอก สมกับเป็ชายชู้เ้าเล่ห์กับนางผู้หญิงแพศยา!” หลี่อี้กัดฟันกรอด
หลี่หานมองฝ่ามือของตัวเองที่มีเืสีแดงสดไหลย้อยลงมา ความรู้สึกเมื่อครู่ที่ออกหมัดราวกับกระทบขุนเขาใหญ่ ยากที่จะทะลวงผ่านได้
“กลับไปเสียเถิดหลี่หาน ถือซะว่าข้าเห็นแก่ใบหน้าเ้า มือของเ้าน่ะมีความสำคัญมากรู้ไหม หากมือเ้าเป็อะไรไปเ้าจะอยู่เช่นไร คนสกุลหลี่จอมเกียจคร้านซึ่งพึ่งเ้าคงได้อดตายเป็แน่” เหม่ยอิงกล่าวพลางหัวเราะ
ครอบครัวสกุลหลี่นอกจากหลี่หานที่มีงานทำดีๆ แล้วคนอื่นก็ติดการพนัน ไม่ค่อยทำไร่ไถนาเลี้ยงชีพเช่นเดียวกับหลี่อี้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หลี่หานทำงานแต่ไม่มีเงิน เพราะทำได้เท่าไหร่ก็เอาไปให้ครอบครัวตัวเองหมด ทำให้เหม่ยอิงคนก่อนขาดสารอาหารไม่มีแรงทำนาจนตายในที่สุด
“เหม่ยอิง วันนี้ข้าพูดแล้วนะว่าหากข้าไม่ฆ่าชายชู้ของเ้าอย่าเรียกข้าว่าคนแซ่หลี่!” หลี่หานคำราม ก่อนจะหันไปสบตากับลูกพี่ลูกน้องที่นำมาด้วย พวกเขาพยักหน้าให้กัน หลังจากนั้นจึงเดินเข้ามาปิดล้อมเย่เฟิง
“คราวนี้ชายชู้ของเ้าต้องตายแน่ ต่อให้เขามีแผ่นเหล็กซ่อนไว้ที่อกแต่มันก็ไร้ประโยชน์!” หลี่หานหัวเราะซ้ำเติม
“จะเป็เช่นนั้นแน่หรือ” เสียงของเหม่ยอิงดังขึ้นยังไม่ทันขาดคำคนบ้านหลี่ก็เคลื่อนไหว เท้าปราดเปรียวดังสุนัขล่าเนื้อ คนพวกนี้สมกับเป็คนยุคโบราณโดยแท้ แม้จะมิได้ฝึกตนเป็ผู้บำเพ็ญแต่ร่างกายนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าคนในศตวรรษที่ 21
หนึ่งคนเผชิญหน้ากับชายนับเก้าคน ทว่าแม้จะเป็เช่นนั้นเย่เฟิงกลับมีสีหน้าเงียบสงบ
“คนพวกนี้มีความแค้นต่อท่านเซียน แต่ท่านเซียนกับไม่ลงมือเล่นงานเองแต่ใช้ข้าลงมือแทน...เป็ไปได้ไหมว่านี่เป็การทดสอบอย่างหนึ่ง และการที่ไม่ฆ่าพวกเขาก็เกี่ยวกับการควบคู่พลังในตัว ต้องใช่แน่ๆ และหากข้าสามารถผ่านด่านนี้ไปได้บางทีท่านเซียนอาจรับข้าเป็ศิษย์!” เย่เฟิงมีความคิดของตัวเองในใจ แต่สำหรับเหม่ยอิงนางแค่ไม่อยากให้มือตนเปื้อนเืคนสกุลหลี่
หมัดและเท้าจู่โจมเข้ามาแปดทิศสี่ทาง เย่เฟิงซึ่งเป็บุรุษผู้เดียวที่ถูกโจมตีไม่ต่างจากเสือกระดาษถูกย่ำยี บางคนปิดตาไม่อยากเห็นเขาถูกทำร้าย บ้างก็มองและส่งเสียงเชียร์อย่างลับๆ
คราวนี้เย่เฟิงเริ่มเคลื่อนไหวหาได้เผชิญหน้าการโจมตีตรงๆ เนื่องจากเป็การทดสอบจากท่านเซียนท่วงท่าของเขาจึงต้องแสดงออกมาอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่สามารถทำตัวเป็ท่อนไม้แข็งๆ เหมือนบุรุษราคาถูกที่นอนอยู่บนเตียงให้สตรีย่ำยี
ฝ่ามือของเย่เฟิงขาวดุจดอกบัว เพียงพลิกฝ่ามือก็ได้ยินเสียงคนร้องโอดโอย เป็คนบ้านสกุลหลี่สองคนที่ถูกคว้าจับสองมือแล้วผลักออกไปหนึ่งจั้ง สองคนนั้นล้มลงบนพื้นแล้วคนอื่นๆ ก็ดาหน้ากันเข้ามา
เย่เฟิงใช้ร่างกายทุกส่วนเคลื่อนไหว ตั้งเอวมั่นขยับขาวาดไปด้านหน้าราวกับหางของัที่กำลังทะยานสู่นภา เหม่ยอิงรับชมการแสดงนี้อย่างสนุกสนาน บ้างก็ปรบมือบ้างก็เอ่ยปากชม แต่ปากนี่เคี้ยวมิบๆ เหมือนอยากได้เมล็ดแตงมาเคี้ยวเล่นไม่ให้ว่าง
ผ่านไปเพียงสิบลมหายใจคนบ้านหลี่ก็ล้มลงบนพื้น สภาพดูไม่ได้ หนึ่งคนสู้สิบทิศคราวแรกทุกคนต่างมองว่าชู้ของเหม่ยอิงนั้นเสร็จแน่ แต่ความจริงนั้นต่างจากที่จินตนาการยิ่ง
“มัน...จะเป็เช่นนี้ได้อย่างไร” หลี่อี้สะท้านไปทั้งตัว ทีแรกยังฮึกเหิมเพราะมีคนมากกว่า แต่พอเห็นว่าเย่เฟิงดุร้ายไร้ผู้ต้านนางที่เหลืออยู่คนเดียวก็ไม่ต่างจากสุนัขเดียวดาย
“กลับไปเสียเถิด ถือซะว่าข้าเมตตาคนแซ่หลี่ แต่หากมีครั้งหน้าอีกล่ะก็คงไม่โชคดีเช่นนี้” เหม่ยอิงกล่าว “เย่เฟิง ส่งแขก”
“ขอรับ” เย่เฟิงเริ่มโยนคนทั้งหมดออกไป สำหรับหลี่อี้นางเผ่นหนีไปั้แ่เย่เฟิงขยับตัวแล้ว
“นี่แหละคือพลังที่ทำให้ฉันอยู่ในโลกใบนี้ได้” เหม่ยอิงกำหมัดแน่น จดจำความรู้สึกนี้ลึกลงกระดูก
วันนี้หากนางไร้กำลังฝีมือคงถูกคนบ้านหลี่โบยจนตาย การโบยในยุคสมัยโบราณนั้นป่าเถื่อนยิ่ง หาไม่เหมือนการใช้แส้เพื่อร่วมรักเสริมอารมณ์ให้กับคู่นอน
ไม้ที่ถูกโบยลงมาถูกกระทำโดยชายร่างใหญ่ ผู้หญิงตัวเล็กๆ เช่นนางย่อมไร้หนทางรอด
เหม่ยอิงถอนหายใจคราหนึ่ง การโต้ตอบวันนี้หวังว่าคนบ้านหลี่จะยอมจบ