Chapter 12 : ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่
2สัปดาห์ได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว
เย็นวันนี้ครอบครัวของเมฆกำลังนั่งทานอาหารเช้าอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าเนื่องจากนทีกับพิมไม่จำเป็ต้องออกไปทำงานจนดึกค่ำเหมือนเมื่อก่อนแล้ว กลับกัน ในแต่ละวันพวกเขาเพียงแค่ต้องเดินทางไปติดต่อธุระกับทางธนาคารบ้างทางโรงงานที่พวกตนได้ซื้อหุ้นไปตามคำบอกของคลาวบ้างเพื่อทำความรู้จักทำให้ในทุกๆวันพวกเขาต่างก็ต้องเดินทางไปในหลายๆที่เลยทีเดียวโชคดีที่วันนี้พวกเขาไม่ได้มีกำหนดการอะไร จึงทำให้สามารถพักผ่อนอยู่ที่บ้าน
แม้เธอจะแปลกใจอยู่บ้างที่พ่อกับแม่ของเธอกลับบ้านมารวดเร็วกว่าเมื่อก่อนแต่เมื่อได้ยินนทีกับพิมบอกกับเธอว่าพวกเขาได้งานใหม่ เลยทำให้ไม่ต้องออกไปทำงานจนดึกค่ำเหมือนเดิมแล้วเลยทำให้ฟ้าไม่ติดใจอะไรมากนักแม้จะไม่รู้ว่างานใหม่ของบิดามารดาของเธอคืออะไรก็ตาม
ระหว่างที่ทั้งสี่คนกำลังทานอาหารเย็นอยู่นั้นโทรทัศน์ที่พวกเขาเปิดเอาไว้ก็มีข่าวหนึ่งปรากฏขึ้นมา
“ครับกลับมาพบกันอีกแล้วกับรายการข่าวภาคค่ำ คุณเจมส์ครับไม่ทราบว่า่นี้มีข่าวอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นในบ้านเราบ้างครับ?” พิธีกรอ่านข่าวที่พูดเปิดรายการหันไปถามพิธีกรชายหนุ่มอีกคน
“ครับคุณเคนสำหรับข่าวที่ผมจะนำเสนอทุกท่านในวันนี้ถือได้ว่าเป็ความภาคภูมิใจครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศเลยนะครับ”
“โหถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ? ช่วยชี้แจงให้พวกเราและผู้ชมทางบ้านรู้หน่อยได้มั้ยครับ?”
“ได้สิครับเพราะเื่ที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนี้คือ เื่ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีในบ้านเราครับเมื่อเร็วๆที่ผ่านมานี้ ทางบริษัทธันทกิจ คอเปอเรชั่นบริษัทที่รับทำและสร้างอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในครัวเรือนและอุตสาหกรรมขนาดเบาพึ่งได้ประกาศออกมาอย่างเป็ทางการว่า พวกเขาได้วิจัยและค้นพบการสร้างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในระดับนาโนเทคโนโลยีขึ้นมาๆได้สำเร็จเรียบร้อยแล้วครับ”
“โอ้!? แล้วมันน่าตื่นเต้นตรงไหนเหรอครับคุณเจมส์”พิธีกรคู่หูที่ชื่อเคนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ก่อนที่ผมจะพูดถึงเื่นั้นเราต้องมาเกริ่นเื่เกี่ยวกับระดับของเทคโนโลยีให้เข้าใจก่อนครับซึ่งผมจะกล่าวอธิบายแบบง่ายๆ เพื่อให้ทั้งคุณและผู้ชมทางบ้านได้เข้าใจนะครับ” พิธีกรหนุ่มกล่าว ก่อนที่หน้าจอโทรทัศน์จะเปลี่ยนไปเป็รูปวิดีโอสารคดีพร้อมกับเสียงอธิบายที่ดังตามมา
“สำหรับเื่เทคโนโลยีเกี่ยวกับพวกอุปกรณ์ไฟฟ้านั้นอุปกรณ์ที่นำมาประกอบรวมกันเป็อุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นหนึ่งนั้นจะมีขนาดที่แตกต่างกันไป ซึ่งมีั้แ่อุปกรณ์ขนาดใหญ่จนไปถึงขนาดเล็กระดับไมโครซึ่งเทคโนโลยีการสร้างอุปกรณ์ระดับไมโครถือว่าเป็เทคโนโลยีที่ถือได้ว่าทันสมัยที่สุดในยุคนี้เลยนะครับสำหรับไมโครเทคโนโลยีนี้กล่าวง่ายๆเลยมันคือการสร้างอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เล็กในระดับไมโครมาประกอบรวมกันเป็อุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นหนึ่งครับด้วยขนาดของอุปกรณ์ที่เล็กทำให้คุณสามารถสร้างสิ่งของเล็กๆชิ้นหนึ่งที่สามารถใช้งานได้หลากหลายฟังชั่นได้ยกตัวอย่างเช่นพวกโทรศัพท์มือถือครับ มันถูกสร้างมาจากอุปกรณ์ที่มีขนาดระดับไมโครหลายๆชิ้นมาประกอบรวมกันทำให้เกิดเป็มือถือที่สามารถใช้งานได้หลากหลายครับ”
“โอ้ผมพอจะเข้าใจแล้วครับสรุปก็คือยิ่งพวกอุปกรณ์ที่จะนำมาสร้างผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่งมีขนาดที่เล็กลงเท่าไหร่อุปกรณ์ที่ผลิตออกมาได้นั้นก็จะมีขนาดที่เล็กลงตามไปด้วยแต่ประสิทธิภาพในการใช้งานมันไม่ได้เล็กไปตามขนาดใช่มั้ยครับ?” พิธีกรที่ชื่อเคนถามขึ้น
“ครับ คุณพูดถูกแล้วเอาล่ะ เราจะมากล่าวถึงเื่ที่ผมพูดไปข้างต้นก่อนหน้านี้ละกันนั่นก็คือเื่ที่บริษัทธันทกิจสามารถคิดค้นการสร้างอุปกรณ์ขนาดนาโนเทคโนโลยีได้นั้นมันน่าตื่นเต้นขนาดไหนผมจะพูดให้ฟังอีกครั้งเพื่อให้เห็นภาพชัดๆนะครับ ยกตัวอย่างง่ายๆก็อย่างเช่นมือถือ Aphone 4s รุ่นใหม่ล่าสุดที่พึ่งเปิดตัวมานี้หลายๆท่านที่เป็เ้าของหรือเคยััมันมาก็คงจะรู้แล้วว่ามันไฮเทคและมีฟังชั่นมากมายขนาดไหน”
“ครับผมเองก็เป็เ้าของมันอยู่ เรียกได้ว่ามันเป็การเปิดโลกใหม่ของวงการมือถือเลยล่ะ” พิธีกรเคนตอบ
“แล้วถ้าผมบอกว่าวิธีการสร้างมือถือเครื่องนี้ใช้ไมโครเทคโนโลยีในการสร้างล่ะครับ?” พิธีกรที่ชื่อว่าเจมส์ถามคู่หูของตน
“อะไรนะครับ?มือถือที่ล้ำหน้าขนาดนี้ยังใช้แค่ไมโครเทคโนโลยีในการสร้าง!?....ถ้างั้น.....”
“ดูเหมือนคุณจะเริ่มเข้าใจแล้วสินะครับใช่แล้วขนาดมือถือที่ถูกเรียกว่าล้ำสมัยที่สุดในตอนนี้ยังถูกสร้างขึ้นจากไมโครเทคโนโลยีดังนั้นถ้าเกิดมันถูกสร้างมาจากนาโนเทคโนโลยีล่ะ? มันจะยิ่งมีประสิทธิภาพขนาดไหน?อาจจะมากกว่านี้ 10 เท่า 100 เท่าหรือแม้แต่ 1,000 เท่าก็เป็ได้!!”เจมส์พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“แต่ว่าเื่ที่ทางบริษัทธันทกิจประกาศออกมานั้นมีความน่าเชื่อถือขนาดไหนกันครับคุณเคน เพราะเท่าที่ผมได้รู้มา บริษัทที่สร้างเ้าAphone เครื่องนี้เป็ถึงบริษัทชั้นนำของโลกแต่พวกเขายังใช้ไมโครเทคโนโลยีในการผลิตซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าบริษัทของพวกเขายังไม่สามารถนำนาโนเทคโนโลยีมาใช้งานจริงได้แต่บริษัทธันทกิจนี่เป็บริษัทอะไร?บอกตามตรงผมพึ่งเคยได้ยินชื่อของบริษัทนี้เป็ครั้งแรกด้วยซ้ำ” พิธีกรที่ชื่อเคนถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกครับคุณเคนเพราะพวกเขาพึ่งได้ไปเปิดตัวเทคโนโลยีที่ว่านี้ที่งานเทคโนโลยีระดับโลกมาเมื่อ 3-4วันที่แล้วนี่เอง และยังแสดงอุปกรณ์ระดับนาโนเทคโนโลยีในงานจัดแสดงอีกด้วยคุณรู้มั้ยครับว่าพวกคนต่างชาติที่มาเข้าร่วมงานนั้นถึงกับตกตะลึงกันยกใหญ่เลยทีเดียวที่บริษัทเล็กๆในประเทศไทยสามารถคิดค้นเทคโนโลยีระดับนาโนที่พวกเขาเชื่อว่าต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปีกว่าจะทำให้มันเกิดขึ้นจริงได้ตอนนี้ที่ต่างประเทศนั้นข่าวนี้ถือเป็เื่ใหญ่ระดับโลกเลยนะครับ” พิธีกรเจมส์พูดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ
“โอ้!! งั้นก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคุณถึงพูดเมื่อตอนต้นว่าข่าวนี้ถือว่าเป็ความภาคภูมิใจของประเทศเลยทีเดียว” พิธีกรเคนกล่าวเสริม
“ใช่แล้วครับสำหรับเื่นี้นั้น.....” จู่ๆโทรทัศน์ก็ดับลงเพราะในตอนนี้ครอบครัวของเมฆได้ทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงไม่มีใครที่สนใจจะดูทีวีอีก พิมจึงปิดทีวีลงเพื่อที่จะได้ประหยัดค่าไฟแม้ในตอนนี้ครอบครัวของเธอจะไม่ได้ยากจนแล้วแต่นิสัยรักการประหยัดของเธอก็ยังคงอยู่ไม่หายไปไหน
หลังจากที่ฟ้าช่วยแม่ของเธอในการเก็บจานชามและล้างเรียบร้อยแล้วเธอก็เดินขึ้นห้องไปในทันทีเพื่อที่จะเตรียมตัวลงมาอาบน้ำจึงทำให้ในตอนนี้เหลือเพียงนที พิมและเมฆเท่านั้น
“พ่อครับเื่ที่ผมฝากวานให้ฟ้าย้ายไปเรียนโรงเรียนเดียวกับผมเรียบร้อยรึยังครับ?”เมฆที่เห็นว่าน้องสาวของตนไม่อยู่จึงถามเื่ที่ตนฝากวานพ่อของตนไว้เมื่อไม่กี่วันก่อนขึ้น
“อ๋อเื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงหรอก พ่อจัดการให้เรียบร้อยแล้วล่ะ โชคดีที่ ผอ.โรงเรียนนั้นค่อนข้างใจดีเลยคุยง่ายหน่อย” นทีตอบลูกชายของตน
“แล้วฟ้ารู้เื่นี้รึยังครับ?” เมฆถามขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
“อืมพ่อก็บอกเื่นี้กับเธอแล้วนะ ตอนแรกก็โวยวายแหละว่าทำอะไรไม่บอกกล่าวกันก่อนแต่พอรู้ว่าได้ย้ายไปเรียนโรงเรียนเดียวกับลูกก็เงียบไปเลยแหละไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน” ผู้เป็พ่อกล่าวด้วยความสงสัย
“ยังไงก็ดีแล้วล่ะครับที่ฟ้าไม่ได้คิดอะไรมาก” เมฆตอบออกมาด้วยความโล่งอก เพราะในตอนแรกตนคิดว่าฟ้าจะโวยวายมากกว่านี้
หลังจากที่คุยกันอีกเล็กน้อยเมฆก็ขอตัวขึ้นไปยังห้องของตนในทันที เมื่อเข้ามายังห้องของตนแล้วเมฆก็นั่งลงที่เก้าอี้ พร้อมกับคิดเื่บางอย่างอยู่
“....ดูเหมือนว่าชั้นจะลืมตัวไปว่าเื่นาโนเทคโนโลยีในยุคนี้นั้นมันมีค่าขนาดไหน ถือว่าพลาดครั้งใหญ่เลยแฮะว่ามั้ยคลาว?” เมฆเอ่ยถามคลาวขึ้น ใช่แล้วบุคคลที่สามารถทำให้บริษัทธันทกิจสามารถสร้างนาโนเทคโนโลยีขึ้นมาได้นั้นก็เพราะว่ามีผู้อยู่เื้ัในครั้งนี้อย่างเมฆและคลาวในการให้ข้อมูลนั่นเอง
แรกเริ่มเดิมทีหลังจากที่คลาวได้ทำการยึดบริษัทไปได้กว่า25%แล้วจู่ๆวันหนึ่งเมฆก็ถามคลาวขึ้นว่าเื่บริษัทที่ผลิตเกี่ยวกับอุปกรณ์เทคโนโลยีได้ไปถึงไหนแล้วคลาวจึงได้เล่าเื่ทั้งหมดให้เมฆได้ฟัง สำหรับเมฆที่ได้ฟังเื่ราวเกี่ยวกับบริษัทแห่งนี้ทั้งหมดแล้วก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเขา
“....เป็เพื่อนสนิทแต่ก็ยังหักหลังกันได้แบบนี้ฟังดูแล้วเหมือนกับอดีตของใครบางคนเลยแฮะ ว่ามั้ยคลาว?”เมฆเอ่ยถามคลาวด้วยน้ำเสียงเศร้าเล็กน้อย
[….เหมือนกับอดีตของนายท่านที่โดนชายที่ชื่อว่าต้นหักหลังสินะครับ] คลาวตอบ
“....ไม่ต้องย้ำก็ได้นะคลาว” เมฆที่ได้ยินคำตอบของ AI ก็พลันหน้ามืดคล้ำลงเล็กน้อยบางทีเขาก็คิดนะว่าทำไม AI ตนนี้ชอบพูดตอบแบบไม่ถนอมน้ำใจของตนเลยซักนิดหรือมันมีความแค้นอะไรกับเขารึเปล่า? แต่คิดไปคิดมาเมฆก็ได้แต่ส่ายหัวกับความคิดที่ไร้สาระของตนก่อนที่จะพูดขึ้น
“.....เห็นทีว่าคงต้องช่วยบริษัทแห่งนี้ซะหน่อยแล้วล่ะในเมื่ออีกฝ่ายสร้างข่าวลือที่ไม่มีมูลขึ้นมาแบบนี้เราก็ต้องแสดงให้เห็นไปเลยว่าข่าวที่พวกมันสร้างขึ้นมามันเป็เื่โกหกหลังจากนั้นก็มาดูกันซิว่าพวกมันยังจะกล้าปล่อยข่าวปลอมออกมาทำร้ายบริษัทนี้อีกรึเปล่า?”
[นายท่านมีแผนการที่จะทำอย่างไรครับ?] คลาวเอ่ยถาม
“...ในเมื่อพวกมันปล่อยข่าวว่าเื่ที่เทคโนโลยีในการผลิตอุปกรณ์ของบริษัทนี้ไม่มีคุณภาพงั้นเราก็ต้องแสดงให้เห็นว่าเื่พวกนั้นมันเป็เื่โกหกก็พอ.....คลาวส่งข้อมูลเื่การผลิตนาโนเทคโนโลยีทั้งหมดไปให้กับบริษัทแห่งนี้แล้วบอกพวกเขาให้ผลิตอุปกรณ์ตามลิสต์ที่ชั้นกำหนดให้เสร็จภายในห้าวัน หลังจากนี้ชั้นจะให้พวกเขาไปแสดงผลงานที่งานเทคโนโลยีระดับโลกที่จะถูกจัดขึ้นในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้าฝากเื่การสมัครและการจองพื้นที่จัดแสดงด้วยนะคลาว”
หลังจากที่เมฆพูดจบคลาวก็ทำตามสิ่งที่เมฆได้สั่งตนขึ้นมาในทันทีโดยที่มันได้เพิ่มเติมคำสั่งอีกเล็กน้อยก็คือ อีกฝ่ายต้องยื่นหุ้น 20% ให้กับเ้านายของมันเพราะจะทำให้การบริษัทแห่งนี้ทำได้ง่ายขึ้นนั่นเอง
ทางฝั่งของธันที่ตอนแรกได้เห็นข้อเสนอที่คลาวได้ส่งมาให้ตนนั้นก็ทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ เพราะพวกเขารู้ดีว่านาโนเทคโนโลยีนั้นเป็เื่ที่เพ้อฝันมากๆในตอนนี้แต่เมื่อเขาได้อ่านข้อมูลรวมไปถึงวิธีการสร้างที่ถูกอธิบายมาอย่างละเอียดเรื่อยๆจากความไม่เชื่อก็เริ่มเป็ความตื่นตะลึงแทน เพราะหลังจากที่เขาได้อ่านจบเขาก็รู้ได้ทันทีว่าการสร้างนาโนเทคโนโลยีในตอนนี้นั้น มันเป็ไปได้!!
ธันไม่รอช้ารีบไปเตรียมการทดสอบในทันทีโชคดีที่อุปกรณ์ที่มีในโรงงานของเขาส่วนใหญ่สามารถนำมาใช้งานได้ทำให้การดำเนินงานเป็ไปอย่างรวดเร็ว จะขาดก็แต่เครื่องมืออีก 1-2 อย่างเท่านั้นที่เขานั้นไม่มีทำให้ไม่สามารถผลิตอุปกรณ์บางชิ้นได้โชคยังดีที่อุปกรณ์เหล่านี้สามารถใช้อุปกรณ์อื่นๆนำมาทดแทนได้แม้มันจะทำให้ตัวอุปกรณ์มีประสิทธิภาพลดลงก็ตาม แต่เนื่องจากต้องแข่งขันกับเวลาทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือกมากนัก
หลังจากที่พวกเขาได้ลงมือสร้างเสร็จเรียบร้อยก็พบว่าเป็วันที่ห้า ซึ่งเป็เส้นตายพอดี ธันไม่รอช้าและรีบทดลองอุปกรณ์ที่ตนสร้างขึ้นมาในทันทีแทบไม่น่าเชื่อ!! อุปกรณ์ที่พวกเขาได้สร้างขึ้นมีความรวดเร็วในการใช้งานเป็อย่างมากซึ่งอุปกรณ์ที่พวกเขาได้สร้างขึ้นมานั้น ก็คือคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งนั่นเอง
และเป็เพราะคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นมาจึงทำให้โลกของเทคโนโลยีเดินหน้าก้าวเข้าสู่ยุคอนาคตอย่างรวดเร็วมากกว่าโลกที่เมฆได้จากมาถึง 20 ปี