บทที่ 20
ตัวจัดเก็บพลังงานแสงที่ลึกลับ
ภายใต้การจัดการของชายในชุดดำ มีการจัดเตรียมยานพาหนะทั้งหมดสามคันเป็แบบออฟโรดทั้งหมด เป็รถจัดหาและยานพาหนะทางการแพทย์ คนขับแต่ละคนคุ้นเคยกับเส้นทางก็ถูกจัดเตรียมไว้เช่นกัน
หลังจากลงจากเครื่องบิน หลี่ิและคนอื่น ๆ ไม่ได้หยุดพักเลย พวกเขามุ่งเข้าไปในเขตเมือง และใช้ทางอ้อมไปตามถนนวงแหวนรอบนอกไปยังทางตะวันตกของเมือง Z
ขับรถไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงจากตัวเมือง Z ไปยังถนนเส้นเดียวแคบ ๆ ทางตะวันตกซึ่งมองจากไหล่ทางแล้ว มันคือเขตหวงห้ามแต่ เมื่อคุณเข้ามาในพื้นที่แล้วจะเห็นภูมิประเทศที่รกร้างว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตาปรากฏขึ้น
ยาดาน ในภาษาชนกลุ่มน้อยหมายถึง "เนินเขาที่มีกำแพงสูงชัน" เมื่ออยู่ในพื้นที่ลักษณะนี้ จะมองไม่เห็นต้นหญ้าหรือแม้แต่ต้นไม้เลย มีเพียงดินสีแดงอ่อนกระจายอยู่ทุกที่ ไม่ต้องพูดถึงสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ เลย อย่างไรก็ตามมีภูมิประเทศแบบนี้ก็ดูลึกลับและหน้าค้นหา
เนินเขาที่เกิดจากหินดินทรายเหล่านี้มีลักษณะแปลกตา บางส่วนก็เหมือนกับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่บางส่วนก็เหมือนล่องลอยของสัตว์บางชนิด ด้วยความลึกของเนินเขาเหล่านี้แล้ว พวกเขาสามารถััได้ถึงลมและเสียงที่หวีดหวิวประหลาดหู
สายลมที่พัดผ่านภูมิประเทศแบบนี้ไปทั่วทุกบริเวณทำให้เกิดเสียงแปลก ๆ ดังขึ้นเมื่ออากาศปะทะกับหินทราย เสียงที่ดังทึบราวกับเสียงคำรามของปีศาจหรืออาจจะเป็เหล่าภูตผีซึ่งดังระงม ทำให้ผู้คนรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากขับรถไปตามถนนอีกชั่วโมง รถคันดังกล่าวก็ค่อย ๆ หยุดอยู่ข้างทาง ตอนนี้เป็เวลาหลังเที่ยง สำหรับฮั่วก๋ายและเิเหลียนยี่ ได้เริ่มรับประทานอาหารแล้วแม้จะอยู่ในสถานที่เช่นนี้ก็ตาม แต่สำหรับหลี่ิเขาไม่รู้ว่าจะหาอาหารสำหรับเขาได้จากที่ไหน
"พักก็ให้เต็มที่ ฉันจะไปดูรอบ ๆ ก่อนที่จะมืด" หลี่ิเปิดประตูลงจากรถ จากนั้นเขาเดินลึกเข้าไปในพื้นที่รกร้างห่างจากเส้นทางออกไป
เิเหลียนยี่และฮั่วก๋ายต่างก็ตะลึงและมองหน้ากัน เขาไม่หิวเหรอ? ไม่ต้องกินรึไง?
เิเหลียนยี่ยังคงเปิดหน้าต่างและร้องเรียกออกไป "เฮ้ เดี๋ยวก่อนสิ ไม่รอไปพร้อมกันทีเดียวหรอ"
หลี่ิหันกลับมาโบกมือและพูดว่า "เอาหน่า ฉันไปดูลาดเลานิดหน่อย"
หลี่ิยังคงเดินลึกลงไปในพื้นคล้ายทะเลทราย เป็เื่ยากมากที่จะพบอุกกาบาตในสถานที่แบบนี้ เพราะมันไม่เหมือนกับโรงงานเหล็กหรือเมืองใกล้ ๆ ถ้ามีภาพวิดีโออาจจะช่วยได้มาก แม้ว่าจะไม่มีตำแหน่งที่แน่นอนในตอนนั้น แต่เขาก็สามารถทราบได้ถึงจุดที่ตก
ที่นี่พื้นที่กว้างใหญ่ พายุเล็ก ๆ และสภาพอากาศนั้น ทำให้ไม่มีข้อมูลที่แน่นอน แต่พลังของเนบิวลามีความสำคัญต่อ หลี่ิมากแม้ว่ามันจะหาได้ยากขนาดไหนก็ตาม
หลังจากที่หลี่ิเดินแบบนี้ไปสักพักยานพาหนะที่อยู่ข้างหลังเขาก็หายไป นอกจากทุ่งทรายและเนินหินแล้ว ยังมีเนินเขาที่เกิดจากทราย หินทรายรูปร่างแปลก ๆ หนาแน่นและกระจัดกระจายเหล่านี้ดูเหมือนปราสาทที่ตั้งอยู่ในทะเลทรายโกบีอันกว้างใหญ่ หินทรายเหล่านี้ยังเป็สัญลักษณ์ลึกลับของสถานที่แห่งนี้และยังมีปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้อีกมากมาย
เส้นทางที่ดูกว้างใหญ่และอันตราย มีคนเพียงไม่กี่คนที่กล้าก้าวเข้ามาในภูมิประเทศที่แปลกประหลาดนี้ แม้ว่าคนในท้องถิ่นจะมีเื่เล่ามากมาย แต่มันก็มีน้อยมากอยู่ดี
อย่างไรก็ตามในสายตาของหลี่ิซึ่งก้าวสู่อารยธรรมลำดับที่สี่แล้ว สิ่งนี้ก็มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น ไปอีก ข้อมูลของธรณีวิทยาและข้อสันนิษฐานทั้งหมดอยู่ในสมองของเขาแล้ว หลี่ิสามารถอ่านภูมิประเทศของพื้นที่บริเวณนี้ได้ตลอดเวลา ราวกับอยู่ที่บ้านของตัวเอง เขารู้ว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนทันทีเมื่อหลับตา
ความคุ้นเคยแบบนั้นเป็เื่แปลก เพราะข้อมูลปรากฏขึ้นในจิตใจของหลี่ิโดยอิสระ หลี่ิตัวจริงไม่เคยไปสถานที่เช่นนี้มาก่อน
การเดินไปตามพื้นที่ทรายและกรวดดูเหมือนจะเดินได้ไม่ถนัดเท่าไหร่สำหรับคนทั่วไป ตอนนี้ความเร็วในการเดินของ หลี่ิเปรียบได้กับความเร็วรถยนต์ ร่างของเขาไหลเลื่อนไปมา วินาทีหนึ่งเขายังคงอยู่ใกล้หินทราย แต่ในวินาทีถัดไปเขาก็ไปอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลออกไปแล้ว
หลี่ิยืนอยู่ตรงนั้นดวงตาของเขามองไปรอบ ๆ เขาก้าวไปเพียงก้าวเดียวและหยุดอย่างกะทันหัน เมื่อมองไปที่พื้นใต้เท้า หลี่ิก็ก้าวถอยหลังทันที
"ฮะ?" หลี่ิแสดงท่าทีแปลก ๆ ออกมา และในไม่ช้าเขาก็ก้าวไปอีกสองก้าว ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยจากนั้นเขาก็ถอยกลับ
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่หน่ะ?" หลี่ิพูดกับตัวเองแล้วเงยหน้ามองขึ้นฟ้า
ดวงอาทิตย์สว่างและไม่มีเมฆ มันเหมือนมองอะไรไม่เห็นเลย คนธรรมดาััได้เฉพาะแสงแดดที่เข้าตาโดยตรง หลี่ิรับรู้การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่คนธรรมดาไม่สามารถตรวจจับได้
ทันทีที่ดวงตาของหลี่ิกวาดไปเนินเขาที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร อะไรบางอย่างก็ดึงดูดความสนใจของ หลี่ิไปทันที เนินนี้ไม่ได้ต่างกับเนินอื่น ๆ เลย แต่สิ่งเดียวที่พิเศษคือ มันสูงกว่าเนินหินทรายอื่น ๆ และรูปลักษณ์ของมันก็แปลกไปมาก ดูเหมือนนางเอกละครที่ยืนสง่างามอยู่ท่ามกลางฝูงชน
หากไม่ได้จับจ้องมองมันดี ๆ ก็ยากที่จะพบว่ามันต่างจากเนินอื่น ๆ หลี่ิสามารถสังเกตเห็นความแปลกของมันได้เนื่องจากระดับแสงแดดที่้าของศีรษะของเขาที่ทำให้เขารู้สึกว่าแสงนั้นกระทบม่านตาของเขามากกว่าเนินอื่น ๆ
โดยเอาเนินหินทรายสูงตระหง่านนี้เป็ศูนย์กลาง หลี่ิมองออกไปแล้วพบกับม่านสีดำทรงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางสองหรือสามกิโลเมตรแผ่ออกไปบนท้องฟ้า ม่านสีดำเป็เหมือนเส้นด้ายสีดำและม่านสีดำจะอ่อนแอลงทันทีที่ัักับแสงแดด
เป็ไปไม่ได้ที่จะพบสิ่งเหล่านี้ มันไม่ได้เป็ของมนุษย์ธรรมดา ๆ อย่างแน่นอน เกรงว่าแม้จะมีอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงบนโลกก็อาจไม่พบสิ่งเหล่านี้ แตกต่างจาก หลี่ิที่เข้าสู่อารยธรรมลำดับที่สี่แล้ว ดวงตาของเขาสามารถมองเห็นสิ่งที่ตามนุษย์มองไม่เห็นได้อยู่แล้ว ม่านแสงนั้นจึงเตะตาเขาอย่างชัดเจน
ม่านสีดำนี้เป็เหมือนจานเก็บแสงแดดที่มีความแม่นยำสูง เมื่อแสงแดดส่องกระทบม่านสีดำก็เหมือนฝนที่ตกลงมาบนพื้นโลก ยิงตกลงมาสูงก็ยิงมีน้ำกระจายมาก
ด้วยพัฒนาการของมนุษย์บนโลก แผงโซลาร์เซลล์เป็สิ่งจำเป็ในการรวบรวมพลังงานแสงอาทิตย์ อย่างไรก็ตามอุปกรณ์ที่อยู่ตรงหน้านั้น ดูเหมือนจะมีอุปกรณ์บางอย่างตั้งอยู่บนยอดเขาหินทรายในระยะไกล ยิ่งไปกว่านั้น ม่านแสงสีดำเหล่านี้จะถูกปล่อยออกมาจากวัตถุรวบรวมพลังงานแสงของดวงอาทิตย์
อุปกรณ์รวบรวมพลังงานแสงระดับไฮเอนด์ชนิดนี้เป็อุปกรณ์อันดับต้น ๆ ที่มนุษย์ไม่สามารถััได้บนโลกใน่ระยะเวลานี้อย่างแน่นอน สถานที่ตรงนั้นปรากฏขึ้นมาได้อย่างไร? มันมาจากเทคโนโลยีสิ่งมีชีวิตต่างดาวหรือเปล่า?
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นนี้หลี่ิจึงเดินไปที่เนินหินทรายอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ไปถึงเนินเขานั้น หลี่ิก็ต้องประหลาดใจอีกครั้ง พลังงานจำนวนมากรวมตัวกันที่้าของเนินเขาและพลังงานก็ไหลผ่านเข้าไปด้านในของเนินเขาลึกลงไปใต้ดิน
การรับรู้ระยะทางของหลี่ิมีจำกัด และเป็ไปไม่ได้ที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นใต้ดินลึกลงไป ในขณะนี้ยอดเขาเป็เหมือนชามขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยพลังงาน ที่ด้านล่างของชามดูเหมือนว่ามีท่อ เป็ท่อส่งน้ำมันตั้งอยู่ใจกลางูเาและพลังงานจะไหลลงใต้ดินไปตามท่อนั้น
หลี่ิเงยหน้าขึ้นหรี่ตาเล็กน้อย ก่อนที่จะลุกขึ้น ะโและเดินตรงไปที่ยอดเขาซึ่งมีขนาดสามหรือสี่ตารางเมตรในแนวหยัก
หลี่ิยืนอยู่บนเนินเขาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าม่านแสงถูกปล่อยออกมาด้วยหินขนาดเท่าลูกบาสเกตบอล หินนี้ยังเป็หินทรายซึ่งเป็วงกลมที่ไม่สม่ำเสมอ ม่านแสงผ้าโปร่งสีดำถูกยิงออกมาจากส่วนที่ยื่นออกมาบนหินทรายพวกนั้น
หลี่ิเดินเข้าไปใกล้อีกสองก้าว เขามองลงไปที่จุดที่ม่านสีดำถูกปลดออกมา จากนั้นเขาก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้า พลังงานใต้หินทรายนั้น เขาสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนแล้ว
หลี่ิย่อตัวลงและค่อย ๆ วางฝ่ามือลงบนส่วนที่ยื่นออกมาของหินทราย ทันใดนั้นเขาก็สามารถััได้ถึงพลังงานอันทรงพลังอย่างชัดเจน เหมือนวางมือลงไปบนผิวน้ำแห่งพลังงาน ด้วยความผันผวนของพลังงาน ทำให้เขารู้สึกเหมือนน้ำกำลังไหลผ่านฝ่ามือของเขาจริง ๆ
ถ้าดูดซับพลังงานได้มากขนาดนี้ก็เป็เื่ดีสำหรับ หลี่ิ
แต่ในเวลานี้ม่านสีดำใต้ฝ่ามือของเขาหายไปทันที ราวกับว่าหลี่ิัักลไกบางอย่าง หลี่ิขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นหินทรายใต้เท้าของเขาก็แตกออกเป็หลุมยาวและกว้างสองเมตร
หลี่ิรู้สึกว่าเท้าของเขาว่างเปล่าและเขาก็ล้มลงไปกับทรายและหินที่ทรุดตัวลง
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและรวดเร็วเช่นเดียวกับประตูเปิดที่้าของเนินเขา แม้ว่าหลี่ิจะเข้าสู่อารยธรรมที่สูงขึ้นก็ไม่มีเวลาตอบโต้ได้ทัน ประตูนั้นก็ถูกปิดลงในทันที
มองด้วยตาเปล่าดูเหมือนว่าจู่ ๆ วัตถุก็หายไปที่้าของเนินเขากลับกลายเป็เนินหน้าตาไม่แตกต่างจากเนินทั่วไปในทันที