“อะไรนะ?” ฉินเฉาตกใจ แล้วรีบถาม
“เป็นไปไม่ได้! ครูต้องเข้าใจผิดแน่ ๆ หลี่นาตั้งใจเรียนอย่างหนัก แล้วเธอยังมีความฝันที่จะสอบเข้ามหาลัยปักกิ่ง คุณพูดว่าเธอตกอยู่ในห้วงรัก? ผมไม่เชื่อ!”
ฉินเฉากำลังพูดความจริง ที่ตึกของพวกเขาหลี่นาเป็นต้นแบบของผู้ปกครองที่ใช้สอนลูกหลานของพวกเขา เมื่อไหร่ที่ลูกหลานของพวกเขาได้คะแนนแย่ ๆ มักจะพูดว่าให้พวกลูก ๆ เอาอย่างหลี่นา
‘ดูหลี่นาสิ ดูว่าเธอตั้งใจเรียนยังไง! แม่ของเธอไม่ต้องกังวลเรื่องของเธอเลย’
นี่ทำให้ส่งผลเสีย เพื่อสั่งสอนเด็กในตึกทุกคนต่างชอบที่จะหยิบยกหลี่นาขึ้นมาอ้าง หลังจากนั้นสาวน้อยนางนี้ก็ต้องรับแรงกดดันจากพวกเขา
“เรากำลังพูดถึงเรื่องการตกหลุมรัก” ครูผู้หญิงพูดอย่างเคร่งขรึม “โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิง ฉันเชื่อในการตัดสินใจของฉัน ในมุมมองนี้ ฉันเห็นว่าผู้ปกครองควรให้การช่วยเหลือ ถ้าคุณสามารถแก้ไขทัศนคติของเธอ แล้วทำให้เธอยอมแพ้เรื่องความรักแบบเด็ก ๆ นี้ได้ เธอเป็นนักเรียนที่ดี เราไม่สามารถปล่อยให้ความรักมาทำลายอนาคตของเธอได้!”
“ผมต้องขอโทษคุณครูด้วย แต่ผมไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้” ฉินเฉานั่งตัวตรงแล้วพูดว่า “เพราะว่าเป็นครู ผมคิดว่าคุณคงรู้เรื่องเกี่ยวกับแรงดึงดูดทางเพศของเด็กในวัยนี้ แม้ว่าหลี่นาจะเป็นนักเรียนที่ยอดเยี่ยม แต่เธอก็ยังเป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดา มันเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่เธอจะตกหลุมรักเด็กผู้ชาย”
“คุณพูดอย่างนั้นได้ยังไง!” ครูผู้หญิงทำท่าน่ากลัว แล้วพูดว่า “การมีความรักทำให้นักเรียนหมดความสนใจเรื่องการเรียน ประสิทธิภาพของหลี่นาลดลงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ ในเรื่องการเรียน เราเป็นมืออาชีพ!”
“ถ้าคุณเป็นมืออาชีพ งั้นทำไมคุณถึงให้เรามาที่นี่ล่ะ!” ฉินเฉาเริ่มโกรธ ทำไมครูผู้หญิงคนนี้ถึงยืนกรานแต่เรื่องไร้เหตุผลนัก การมีความรักไม่ใช่เรื่องไม่ดี สิ่งสำคัญคือให้คำแนะนำกับเด็ก
เมื่อเขาอยู่ชั้นปี 2 ในช่วงมัธยมปลาย เหล่าเด็กผู้ชายแล้วผู้หญิงจำนวนมากต่างมีความรัก แรงกดดันนั้นมาจากเหล่าผู้ปกครองแล้วคุณครูที่เป็นคนสร้างขึ้น ครั้งหนึ่งมีเด็กผู้หญิงดี ๆ ตกหลุมรักกับเด็กผู้ชายเลว ๆ เมื่อความสัมพันธ์ของพวกเขาถูกเปิดเผย ผู้ปกครองแล้วคุณครูแยกพวกเขาออกจากกันตามอำเภอใจ
ในที่สุดเธอไม่สามารถทนรับแรงกดดันได้อีกต่อไป เธอได้ฆ่าตัวตายโดยการกรีดข้อมือตัวเอง
ฉินเฉาไม่ต้องการให้โศกนาฏกรรมแบบนั้นเกิดขึ้นกับหลี่นา
“คุณเป็นผู้ปกครอง! ทำไมคุณถึงพูดแบบไร้ความรับผิดชอบแบบนี้!” ครูผู้หญิงโกรธ “ผู้ปกครองต้องทำงานร่วมกันกับคุณครู! หลี่นาเป็นนักเรียนตัวหลักที่โรงเรียนสร้าง แล้วการเรียนรู้ของเธอสัมพันธ์กับอนาคตของเธอโดยตรง!”
“ใช่ แต่เรื่องนี้เชื่อมกับระดับการสอบเข้าของโรงเรียนโดยตรง” ฉินเฉาแสยะยิ้ม แล้วพูดว่า “ถ้าหลี่นาสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงได้ โรงเรียนของคุณจะมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้น นี่เป็นสิ่งที่โรงเรียนต้องการ ผมพูดถูกมั้ย?”
“สิ่งที่คุณพูดไม่ได้ส่งผลอะไรกับฉัน!” ครูผู้หญิงรู้สึกรำคาญ “ฉันเป็นครูของหลี่นา ความรับผิดชอบของฉันคือการรับประกันความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของหลี่นา! ฉันไม่ต้องการเห็นอนาคตของเด็กคนนี้ถูกทำลายด้วยความรักแบบเด็ก ๆ นี้!”
“ผมเชื่อในตัวหลี่นา! เธอจะต้องไม่ทำเรื่องที่ผิดอย่างแน่นอน” ฉินเฉาพูดอย่างมั่นใจ
“ฉันไม่ต้องการคุยเรื่องนี้กับคุณ คุณยังเด็กแล้วไม่เข้าใจ!” ครูผู้หญิงหน้าแดงด้วยความโกรธ เธอโบกมือแล้วพูดว่า “เมื่อแม่ของหลี่นามา ฉันจะคุยเรื่องนี้กับเธอ!”
“ถ้าคุณไม่อยากจะคุยงั้นก็ไม่ต้องคุย!” ฉินเฉาหันหน้าไปแล้วพูดว่า “ซูจีไปกันเถอะ”
“นายไปก่อนเถอะ ฉันอยากจะคุยกับคุณครูของหลี่นาอีกหน่อย” ซูจีกลอกตา หันกลับมาแล้วดึงแขนครูโฮมรูมไว้ แล้วพูดกับเธอว่า “คุณครูคุณไม่ต้องโกรธไปหรอก พวกผู้ชายก็เป็นอย่างนี้แหละ พวกเขาจะไปเข้าใจเรื่องการศึกษาของพวกเด็ก ๆ ได้ยังไง ปล่อยเขาไปเถอะ พวกเรามาคุยเรื่องนี้กันเองดีกว่า”
หลังจากนั้นเธอก็ไล่ฉินเฉาออกไปจากห้องเรียน
“จริงเหรอ! มันช่าง.” ประตูห้องเรียนถูกปิดแทบจะกระแทกใส่จมูกของฉินเฉา แยกซูจีแล้วฉินเฉาออกจากกัน
ขณะที่ฉินเฉากำลังรออยู่ที่ระเบียง ไม่มีใครรู้ว่าซูจีพูดอะไรกับครูโฮมรูมในห้องเรียน เขาไม่เห็นเธอออกมาจากห้องหลังจากที่รอมานาน
ในตอนนี้เอง จากห้องน้ำที่ตั้งอยู่สุดทางเดิน หวู่ปินก็เดินออกมาพร้อมกับกอดนักเรียนหญิงที่ผมเปียกไปด้วยเหงื่อ เมื่อฉินเฉาเห็นเขา ทันใดนั้นฉินเฉาก็ขมวดคิ้ว
‘หรือว่าที่หลี่นาพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นเพราะเจ้าเด็กคนนี้คอยตามจีบเธอ?’
ในสนามบาสฉินเฉาสังเกตว่าหวู่ปินมีพฤติกรรมแปลก ๆ พุ่งตรงมาที่หลี่นา
เมื่อคิดถึงมัน ทันใดนั้นเขาก็เดินเข้าไปหาทั้งคู่ผู้ที่กำลังแสดงความรักกันในที่สาธารณะ
“นาย?” หวู่ปินเอาบุหรี่ยี่ห้อจงหัวออกมาจากกระเป๋า คาบมันไว้ในปากมวนหนึ่งแล้วจุดบุหรี่ด้วยมืออีกข้าง ขณะที่อีกมือกำลังกอดกับเด็กผู้หญิงคนนั้น “ไม่ใช่ว่านายเป็นพี่ชายของหลี่นาเหรอ ทำไมนายยังไม่กลับบ้านอีก? ฉันจะบอกนายเอาไว้ ที่ฉันแพ้เมื่อตอนนั้นเป็นอุบัติเหตุ ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีตอนนั้น”
ปัง!
“ตุ้บ กรี๊ดดด!” เสียงแน่น ๆ ดังออกมาให้ได้ยินอย่างชัดแจ๋ว ฉินเฉากำคอเสื้อของหวู่ปินแล้วผลักเขาใส่กับกำแพงข้างหลังเขา ทำให้เด็กผู้หญิงกรีดออกมาด้วยความกลัว
“ฉันจะขยี้แกให้เละ!” ฉินเฉาบีบคางหวู่ปิน ทำให้ร่างกายส่วนล่างของหวู่ปินลอยขึ้นในอากาศ หวู่ปินรู้สึกกลัว เขาสูง 185 รูปร่างสูงใหญ่ ไม่คาดคิดกลับถูกยกง่าย ๆ โดยชายที่สูงเพียง 178 เซน
ความแข็งแกร่งของเขาช่างน่ากลัว!
“นาย ถ้านายกล้าแตะต้องตัวฉันละก็ได้เจอดีแน่! พ่อของฉันเป็นผู้ช่วยศึกษาธิการ!”
ปัง! ฉินเฉาไม่สนใจคำเตือน ทันใดนั้นเขาก็เหวี่ยงกำปั้นออกไปอัดกำแพงใกล้ ๆ กับหน้าของหวู่ปิน เพียงแค่รางต่อยก็ทำให้ผิวของกำแพงหลุดร่อนออกมาข่วนหน้าหวู่ปิน
“ฉันขอเตือนนาย หยุดตามจีบหลี่นาซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะหักขานาย!” ดวงตาของฉินเฉาฉายแววฆาตกรออกมา ทำให้หวู่ปินรู้สึกขนลุกทั่วร่าง ฉินเฉาเคยฆ่าคนมาก่อนนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม เวลาเขาโกรธ จึงปล่อยรังสีสังหารออกมา
หวู่ปินผู้ซึ่งโตมาในครอบครัวนักวิชาการ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยพบเห็นฉากแบบนี้มาก่อน ตอนนี้ร่างกายของเขากำลังสั่นเทาด้วยความขลาดกลัว
“ละ ลูกพี่” หวู่ปินยกให้ฉินเฉาเป็นพี่ใหญ่ พูดเสียงสั่นว่า “ผม ผมพยายามตามจีบหลี่นา แต่เธอไม่สนใจผม!”
ฉินเฉาบีบแน่นขึ้นทำให้หวู่ปินต้องอ้าปากหายใจขณะที่ขาของเขาเตะออกมาสองครั้งอย่างอ่อนแรง
เด็กผู้หญิงที่อยู่ใกล้ ๆ คุกเข่าต่อหน้าฉินเฉา แล้วร้องไห้ “หนูขอเถอะ ปล่อยเขาไป ถ้าคุณยังทำอย่างนี้อีก เขาต้องตายแน่เลย.”
“ต่อไปนี้ แกอย่าได้ตามก่อกวนหลี่นาอีก” เมื่อเห็นว่าเจ้าหนูนี่ไม่ได้โกหกเขา ฉินเฉาคลายมือแล้ววางหวู่ปินลง หน้าของเขาแดงแล้วไอออกมาเป็นเวลานาน
“หวู่ปิน วันนี้นายเจอฉันมั้ย?” ฉินเฉายื่นมือออกมาแล้วตบหน้าเขาเบา ๆ พร้อมกับถาม
“ไม่ ไม่! คุณเป็นใคร? ผมจำไม่ได้! ผมไม่เคยเห็นคุณมาก่อน!” หวู่ปินหวาดกลัว เขาส่ายหัวไปมา เขาพาเด็กผู้หญิงที่อยู่บนพื้นแล้วรีบวิ่งลงบันไดไป พวกเขารู้สึกว่าผู้ชายที่อยู่ข้างหลังเขาไม่ใช่พี่ชายของหลี่นาแต่เป็นปีศาจ
แต่ฉินเฉาที่กำลังยืนพิงกำแพง กำลังครุ่นคิดถึงสิ่งที่ตัวเองเพิ่งทำลงไป ว่ามันจะดูแรงไปหรือเปล่า
เมื่อก่อนเขาไม่ได้เป็นแบบนี้ ขู่ขวัญผู้คนอย่างกับคนป่าเถื่อน เป็นไปได้หรือไม่ว่าเมื่อฝึกตนเข้าสู่เส้นทางของปีศาจ จะทำให้เขาไปในทางชั่วร้ายหรือเปล่า?
เขารู้สึกไม่แน่ใจ ถ้าเจ้าเด็กคนนั้นต่อต้านเขา ๆ อาจจะพลั้งมือฆ่าเจ้าเด็กนั้นก็ได้
หรือว่าเขาจะไม่เห็นค่าของชีวิตคนอื่นแล้วอย่างงั้นเหรอ?
ขณะที่ฉินเฉายังตกอยู่ในความสับสน ประตูของห้องเรียนก็เปิดออกมา ซูจีกับครูผู้หญิงเดินออกมาด้วยกัน
พวกเธอทั้งคู่ต่างยิ้มให้กัน ท่าทางของทั้งสองซูจีคงพูดคุยกับครูคนนั้นแล้ว
“ขอบคุณที่เหนื่อยยากนะคะ ครูไม่ต้องเป็นห่วง ฉันรับประกันว่าจะบอกแม่ของหลี่นาให้เอง ครูก็รู้ว่าแม่ของเธอยุ่งมาก แต่โชคดีที่ฉันค่อนข้างว่าง ดังนั้นฉันจึงมีเวลาที่จะคุยเปิดใจกับหลี่นา”
“เยี่ยมเลยค่ะ การทำให้เด็กประสบความสำเร็จเป็นสิ่งที่ครูกับผู้ปกครองต้องร่วมมือกัน” ครูผู้หญิงพยักหน้าขณะที่ไม่แม้แต่จะชำเลืองมองฉินเฉาที่อยู่ข้าง ๆ เลย “เราจะต้องมาคุยกันอีกในอนาคตกับเรื่องในวันนี้อีกแน่นอน”
“แน่นอนค่ะ งั้นพวกเราคงต้องขอตัวก่อน” ซูจีพูดลาครูโฮมรูม แล้วจากนั้นก็ลากฉินเฉาที่ดูเหมือนจะมึนงงลงบันไดไป
“พวกคุณสองคนพูดอะไรกัน?” ฉินเฉาถามซูจีอย่างอยากรู้อยากเห็น “คนจิตใจหยาบกระด้างไม่มีเหตุผลแบบนั้น มีอะไรให้ต้องสนใจนักหนา?”
“ไร้เหตุผลอะไรกัน?” ซูจีจ้องเขา “ครูเป็นคนที่มีเหตุผล เธอไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้าโรงเรียนต้องการเงินมากกว่านี้ ยิ่งกว่านั้น ถ้าเรามองในมุมมองของครูแล้ว เรื่องความรักของเด็กวัยนี้ยังเลวร้ายกว่าเจอเสือดุซะอีก”
“ยังไงฉันก็ยังไม่เชื่อว่าหลี่นากำลังมีความรัก” ฉินเฉาเบ้ปาก เดินไปข้างนอกแล้วปลดล็อกจักรยาน “ต่อให้มีคนมาฆ่าฉันก็ยังไม่เชื่อ บางที ประสิทธิภาพของเธอลดลง อาจเป็นเพราะแรงกดดันจากโรงเรียนที่เธอได้รับจากเหล่าคุณครูก็ได้ บางทีฉันอาจจะหาอะไรมาให้เธอทำเพื่อผ่อนคลายบ้าง”
“หืม ดูเหมือนนายจะมั่นใจมากเลยนะว่าเธอไม่ได้กำลังมีความรัก?” ซูจีที่นั่งซ้อนท้ายกอดเอวฉินเฉาไว้ “ไม่ใช่ว่าเพราะนายทึ่มหรอกเหรอ ขนาดฉันยังดูออกเลย!”
“อะไรนะ? หลี่นามีความรักจริง ๆ เหรอ?” ฉินเฉาปั่นจักรยานตรงไปที่อพาร์ทเมนต์ของเขาขณะที่พึมพำกับตัวเอง
“ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกัน ผมควรบอกแม่ของเธอดีมั้ย?”
ที่ด้านหลัง ซูจีนั่งตัวตรงขณะที่กลอกตาพลางคิดว่า ‘จะเป็นใครถ้าไม่ใช่นาย เจ้าทึ่ม! แล้วก็นายไม่ควรจะบอกแม่ของเธอ ไม่อย่างนั้น มันคงแปลกถ้าแม่ของเธอไม่เอามีดมาไล่แทงนาย’
พวกเขาทั้งคู่ต่างพากันเงียบ ทันใดนั้นซูจีก็เปิดปากขึ้น “ฉินเฉา หยุดพูดเรื่องหลี่นาเถอะ ทำไมเราไม่พูดเรื่องที่พวกเราสนใจกันล่ะ?”
“อะไร? พูดเรื่องเซ็กส์เหรอ?”
“ไปตายซะ! ในหัวของนายไม่มีเรื่องอื่นแล้วหรือไง?”
“แน่นอน ในหัวของฉันมีแต่เรื่องนี้แหละ มันก็ไม่ต่างจากคุณซะหน่อย!”
“นายนี่มันไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลย เชอะ ให้ฉันถามนายดีกว่า นายอยากจะรู้เรื่องของสิ่งที่อยู่บนข้อมือฉันหรอกเหรอ?”
จากนั้นเธอก็ยื่นข้อมือนุ่ม ๆ ของเธอออกมาตรงหน้าของฉินเฉา แล้วสั่นข้อมือของเธอ ประคำบนข้อมือของเธอเปล่งประกายสีทองหม่น ๆ ออกมา ทำให้ฉินเฉารู้สึกตาพร่า
ฉินเฉาตกใจ หรือเธออยากจะเปิดการ์ดที่วางไว้บนโต๊ะตอนนี้?
“แน่นอน ฉันอยากรู้”
“ฮิฮิ ฉันจะบอกนายหลังจากที่นายทำอาหารเย็นให้ฉันกินก่อน!”
จบตอน#