โถงกลางของ ตำหนักัดำ ในค่ำคืนนี้ถูกประดับประดาด้วยโคมไฟสีเพลิงที่ส่องสว่างจนเห็นลวดลายัที่พันรอบเสาหินหยกดำอย่างชัดเจน กลิ่นหอมของอาหารรสเลิศและสุราหมักร้อยปีโชยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ทว่าภายใต้ความหรูหรานั้นกลับมีบรรยากาศที่หนักอึ้งจนศิษย์รับใช้แทบไม่กล้าเงยหน้ามอง
เหล่าผู้าุโและยอดฝีมือของพรรคมารทมิฬนั่งเรียงรายตามลำดับยศ โดยมีเก้าอี้ว่างสามตัวที่โดดเด่นที่สุด ตัวหนึ่งอยู่หลังม่านมุก... นั่นคือที่ประทับของเ้าสำนักที่กำลังาเ็ ส่วนอีกสองตัวคือที่นั่งของทายาทลำดับต้นๆ
กงจื่อสี่ เดินหาวเข้ามาในโถงงานเลี้ยงด้วยท่าทางที่คนมองแล้วต้องคันเท้า เขาไม่ได้แต่งชุดทางการเหมือนพี่ๆ แต่กลับสวมชุดไหมสีเทาหม่นที่ดูเหมือนชุดนอนมากกว่าชุดออกงาน มือหนึ่งถือพัดที่พึ่งทำพังไปเมื่อกลางวัน ส่วนอีกข้างก็เกาหัวแกรกๆ
"สาย... สายไปครึ่งชั่วโมงพอดี" เสียงเ็าของ กงจื่ออี้ พี่ชายคนโตดังขึ้นจากที่นั่งหัวโต๊ะ "น้องสี่ เ้ายังรักษามารยาทได้สม่ำเสมอจริงๆ"
"ขออภัยพี่ใหญ่... พอดีระหว่างทางข้าเจอแมวตัวหนึ่งมันนอนขวางทางอยู่ ข้าเลยต้องรอมันตื่นก่อนถึงจะเดินผ่านได้" กงจื่อสี่ตอบพลางเดินไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองที่ตั้งอยู่ท้ายแถวที่สุด ทิ้งตัวลงนั่งด้วยท่าทางที่พร้อมจะนอนได้ทุกเมื่อ
[ติ๊ง! โฮสต์มาสายอย่างมีสไตล์และอ้างเหตุผลที่ไร้สาระ] [ได้รับแต้มเกียจคร้าน: 150 แต้ม] [เปิดใช้งาน: เนตรสยบมาร (ตรวจสอบอัตโนมัติ)]
ทันทีที่เขานั่งลง สายตาของเขาก็เปลี่ยนไปชั่วครู่ ดวงตาที่ดูง่วงงุนพลันปรากฏวงแหวนสีม่วงจางๆ ที่ซ้อนทับอยู่ภายใน เขามองไปที่ถ้วยแกง 'ัทะยานฟ้า' ตรงหน้า... ระบบแจ้งเตือนเป็เส้นสีแดงเข้มทันที
‘พิษสลายปราณเจ็ดราตรี... ฝีมือพี่สามสินะ’ เขาชำเลืองมอง กงจื่อซาน พี่สาวคนที่สามที่นั่งถัดไป นางกำลังคลี่ยิ้มงดงามทว่าแววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
"จื่อสี่... อาหารเหล่านี้น้องรองสั่งมาเพื่อต้อนรับเ้าโดยเฉพาะ ไม่ลองชิมหน่อยรึ?" กงจื่อเอ้อ พี่รองผู้เ้าเล่ห์เอ่ยสำทับ
กงจื่อสี่ไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่หยิบช้อนขึ้นมาคนแกงเล่น พลางบ่นงึมงำ "แกงนี่มันเย็นชืดไปหน่อยนะ... ข้าชอบกินอะไรร้อนๆ มากกว่า"
เขาแอบส่งลมปราณมารเกียจคร้านผ่านปลายนิ้วลงไปในชาม พลังนั้นไม่ได้ทำให้อาหารร้อนขึ้น แต่มันไปสลายโครงสร้างทางเคมีของพิษจนกลายเป็เพียงเครื่องเทศธรรมดา ก่อนจะตักเข้าปากคำใหญ่
"อืม... รสชาติงั้นๆ นะ แต่พอแก้หิวได้" เขากลืนลงไปอย่างหน้าตาเฉย ทำเอาพี่ชายทั้งสองและพี่สาวถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
‘เป็ไปไม่ได้! พิษนั่นเข้มข้นพอจะฆ่าวัวได้สิบตัว แต่มันกลับกินเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น!’ กงจื่อซานขบเคี้ยวฟันในใจ
ระหว่างที่าประสาทบนโต๊ะอาหารกำลังดำเนินไป เสียงดนตรีพิณที่อ่อนหวานทว่าแฝงด้วยกลิ่นอายะเืก็ดังขึ้น ความเงียบเข้าปกคลุมโถงทันทีเมื่อร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหลังม่าน
นางคือ 'หานเสวี่ย' ยอดหญิงงามอันดับหนึ่งของพรรคมารทมิฬ และยังเป็นักฆ่าอันดับหนึ่งที่ขึ้นตรงต่อกงจื่ออี้ นางสวมชุดผ้าโปร่งสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะพันปี ใบหน้าที่งดงามราวกับรูปสลักนั้นเรียบตึงและเ็าจนไม่มีใครกล้าสบตา
กงจื่อสี่ที่กำลังจะเคลิ้มหลับ พลันเบิกตาขึ้นเล็กน้อย ‘หานเสวี่ย...’
ความทรงจำเก่าๆ แล่นเข้ามา... เมื่อสิบปีก่อน ตอนที่เขายังเป็เด็กที่ยังไม่ได้กลายเป็ 'ขยะ' เขาเคยเจอเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ถูกทิ้งให้หนาวตายท่ามกลางพายุหิมะ เขาโยนผ้าคลุมราคาแพงและซาลาเปาอุ่นๆ ให้โดยไม่ได้คิดอะไร แต่ใครจะรู้ว่าเด็กหญิงคนนั้นจะกลายเป็นักฆ่าผู้โด่งดังในวันนี้
หานเสวี่ยเริ่มร่ายรำ ท่วงท่าของนางพริ้วไหวดุจหิมะที่ถูกลมพัด แขนเสื้อที่ยาวเฟื้อยตวัดผ่านอากาศสร้างกระแสลมเย็นเฉียบ ทุกการเคลื่อนไหวของนางคือกระบวนท่าสังหารที่แเีที่สุด
สายตาของนางปะทะกับกงจื่อสี่ครู่หนึ่ง หัวใจที่เ็าของนางสั่นไหวเล็กน้อย ‘คุณชายสี่... ทำไมท่านถึงกลายเป็คนไร้ค่าแบบนี้ไปได้? ท่านจำข้าไม่ได้แล้วรึ?’
นางได้รับคำสั่งจาก กงจื่ออี้ ผู้มีพระคุณที่เก็บนางมาฝึกฝนต่อจากที่กงจื่อสี่ทิ้งไว้... คำสั่งคือ 'ปลิดชีวิตคุณชายสี่ในงานเลี้ยงนี้'
นางสะบัดผ้าแถบยาวพุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่กงจื่อสี่นั่งอยู่ ผ้าสีขาวนั้นแฝงด้วยเข็มพิษล่องหนนับร้อยเล่มที่พร้อมจะปักเข้าที่จุดตาย
กงจื่อสี่เห็นทุกอย่างผ่าน 'เนตรสยบมาร' เขารู้ดีว่าหานเสวี่ยไม่ได้อยากฆ่าเขา เพราะแววตาของนางมีความลังเลแฝงอยู่ ทว่านางไม่มีทางเลือก
‘เฮ้อ... จะให้นั่งกินดีๆ หน่อยก็ไม่ได้’
เขาทิ้งตัวลงนอนตะแคงบนเก้าอี้ ท่าทางเหมือนคนี้เีที่เมาสุราจนทรงตัวไม่อยู่ แต่การขยับตัวนั้นกลับทำให้เขาลอดผ่านวงล้อมของเข็มพิษไปได้อย่างปาฏิหาริย์ เข็มเ่าั้ปักลงบนโต๊ะไม้จนเกิดเสียง ฉึกๆๆๆ แ่เบา
"ระบำสวยดีนะ... แต่ข้าว่านางรำแรงไปหน่อย ลมพัดจนข้าจะแข็งตายอยู่แล้ว" กงจื่อสี่บ่นพลางดึงผ้าแถบของหานเสวี่ยที่ตวัดผ่านหน้าเขามาเช็ดปากหน้าตาเฉย
หานเสวี่ยชะงักฝีเท้า แววตาที่เ็าเปลี่ยนเป็ตกตะลึง นางรีบดึงผ้ากลับทว่ากงจื่อสี่กลับปล่อยมือทันที ทำให้นางเสียหลักเล็กน้อยจนต้องหมุนตัวกลับมาตั้งหลัก
"คุณชายสี่... ท่านเมามากแล้ว" หานเสวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเป็เสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "กลับไปนอนที่เรือนของท่านเถอะ... ก่อนที่ท่านจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกตลอดกาล"
กงจื่อสี่ยิ้มจางๆ เขาเงยหน้ามองยอดหญิงงามตรงหน้า แววตาของเขาเปลี่ยนไปครู่หนึ่ง มันไม่ใช่สายตาของขยะเสเพล แต่เป็สายตาที่อบอุ่นเหมือนเมื่อสิบปีก่อน
"หานเสวี่ย... ข้าบอกเ้ากี่ครั้งแล้วว่าอย่ากินของเย็นๆ ตอนกลางคืน หน้าเ้าดูซีดกว่าซาลาเปาที่ข้าเคยให้เมื่อก่อนอีกนะ"
คำพูดนั้นทำให้โลกของหานเสวี่ยแทบหยุดหมุน ‘เขายังจำได้!’
นางกำกระบี่สั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อไว้แน่น มือของนางสั่นเทาอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน กงจื่ออี้ที่นั่งดูอยู่เริ่มขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นว่าการสังหารล่าช้าเกินไป
"หานเสวี่ย! ทำไมระบำถึงหยุดลงล่ะ? ร่ายรำบทสุดท้าย 'หิมะสั่งลา' ให้จบเสีย!" กงจื่ออี้ะโสั่ง
หานเสวี่ยกัดริมฝีปากจนเืซึม นางต้องเลือกระหว่าง 'บุญคุณ' กับ 'หัวใจ' นางพุ่งทะยานเข้าหากงจื่อสี่พร้อมกระบี่สั้นในมือ ทว่าแทนที่จะเล็งที่จุดตาย นางกลับเล็งไปที่ไหสุราข้างตัวเขาเพื่อส่งสัญญาณให้เขาหนีไป
ทว่ากงจื่อสี่กลับไม่หนี เขาเอื้อมมือไปจับข้อมือของนางอย่างรวดเร็วจนมองไม่ทัน พลังมารเกียจคร้านที่อ่อนนุ่มเข้าโอบอุ้มข้อมือของนางไว้ ทำให้กระบี่ที่คมกริบหยุดนิ่งห่างจากคอของเขาเพียงหนึ่งนิ้ว
"จบงานเลี้ยงได้แล้วมั้งพี่ใหญ่..." กงจื่อสี่พูดพลางหาวหวอด "ข้าเหนื่อยแล้ว... ส่วนแม่นางหานเสวี่ยคนนี้ ข้าขอตัวนางไปส่งที่เรือนพักหน่อยนะ พอดีข้าอยากให้ข้ารับใช้ใหม่ของข้า (โม่ขวาง) มีคนมาสอนมารยาทน่ะ"
"จื่อสี่! เ้ากล้าชิงตัวคนของข้ารึ!" กงจื่ออี้ลุกขึ้นยืนด้วยโทนเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะ
"ชิงอะไรกันพี่ใหญ่... ท่านพ่อสั่งไว้ไม่ใช่หรือว่าใครที่ทำให้งานเลี้ยงสนุกที่สุดจะได้รับรางวัล? ข้าว่าการที่ข้าไม่ตายเนี่ย... สนุกที่สุดแล้วนะ" กงจื่อสี่หยิบป้ายอาญาสิทธิ์หยกขาวที่เขาได้รับมาจากห้องลับของพ่อเมื่อเย็นก่อนโชว์ขึ้นมา
ทุกคนในโถงถึงกับคุกเข่าลงทันที แม้แต่กงจื่ออี้ก็ต้องกัดฟันก้มหัวลง
กงจื่อสี่จูงมือหานเสวี่ยที่กำลังยืนอึ้ง เดินออกจากโถงงานเลี้ยงไปท่ามกลางสายตาที่เคียดแค้นของพี่ๆ และสายตาที่สับสนปนดีใจของนักฆ่าสาว
"คุณชาย... ท่านทำแบบนี้ ท่านจะตายเร็วกว่าเดิมนะเ้าคะ" หานเสวี่ยกระซิบขณะเดินตามหลังเขา
"ตายก็ตายสิ... แต่ถ้าตายแล้วไม่ได้นอนจับมือสาวงามแบบนี้ ข้าคงเสียดายแย่" กงจื่อสี่ตอบพลางเดินหาวไปตลอดทาง
[ติ๊ง! โฮสต์รอดชีวิตจากงานเลี้ยงมรณะและตกหัวใจนักฆ่าสาวอันดับหนึ่ง] [ได้รับแต้มเกียจคร้าน: 2,000 แต้ม] [ได้รับแต้มหมั่นไส้จากพี่น้อง: 5,000 แต้ม] [ความสำเร็จที่ปลดล็อก: จอมมารผู้พิชิตใจหิมะ]
ค่ำคืนที่แสนวุ่นวายจบลงเพียงเท่านี้ แต่สำหรับกงจื่อสี่... ปัญหาที่แท้จริงพึ่งจะเริ่มขึ้น เพราะการหิ้วนักฆ่าส่วนตัวของพี่ใหญ่กลับมาที่ห้องนอนเนี่ย... มันจะทำให้เขาได้ 'นอน' จริงๆ หรือเปล่านะ?
Wisan-Mars