“เอ่อ ผมลืมไปเลย ขอโทษที่มาขัดจังหวะคุณกับคุณเนลสันต์นะครับ” ท่วงท่าของวิลเลียมในสายตาของสตีฟนั้นกลับดูเ็ามากนัก ในยามนี้ชายหนุ่มพอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเพียงแค่เมียงมองคุกกี้แสนอร่อยที่เขาซื้อมาจากร้านค้าในเมืองด้วยความเย่อหยิ่งเพียงเท่านั้น
หากจะถามว่าเหตุใดเขาจึงมีความคิดเช่นนั้นอาจจะเป็เพราะอีกฝ่ายมีกริยาอันแสนจะเยือกเย็นและหมางเมินในแบบฉบับของผู้ลากมากดีที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในเมืองนาฟรี่ย์
“นายไม่ได้ขัดจังหวะหรอก เขามาแจ้งเื่อาจารย์ที่จะมาสอนนายเท่านั้น” วิลเลียมไม่ทราบว่าอีกฝ่ายมีความคิดเช่นไร ชายหนุ่มเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมาแล้วเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบตามนิสัยของเขา
“คุณสตีเฟ่น เสื้อคลุมของคุณเปียกหมดแล้ว ถอดมันมาให้ผมเถอะครับผมจะนำมันไปให้คนทำความสะอาด” ปกติแล้วผู้มีฐานะจะต้องถอดเสื้อคลุมให้กับคนงานที่เฝ้าอยู่หน้าประตู แต่เนื่องจากสตีฟไม่ทราบธรรมเนียมนี้ เขาจึงตรงมายังห้องทำงานของวิลเลียมเลยโดยไม่ได้ถอดเสื้อคลุมที่เต็มไปด้วยหิมะของตนเองออก
สตีฟนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วจึงรีบถอดเสื้อคลุมขนสัตว์ที่เต็มไปด้วยละอองหิมะที่เริ่มละลายของตนเองออกแล้วส่งมันไปให้พ่อบ้านชรา ในขณะที่ใจของเขานั้นทำได้เพียงแค่รำพันออกมาว่า เขาพลาดอีกแล้ว
ั้แ่เขากลายเป็ สตีเฟ่น เกรซ ทุกการกระทำของเขานั้นมันผิดพลาดไปหมด ความรู้สึกด้านลบเ่าั้ทำให้เขารู้สึกว่าไม่ว่าตัวเขาจะทำอะไรก็พาให้คนอื่นดูถูกไปเสียหมด
“ขอโทษครับคุณวิลเลียม” แม้ว่าในถ้อยคำเ่าั้ของพ่อบ้านจะไม่ได้สื่อว่าอีกฝ่ายนั้นดูถูกเขาแต่กระนั้นแล้วถ้อยคำเ่าั้กลับทำให้เขารู้สึกผิดอยู่ดี
“มันไม่ได้สำคัญอะไร นายไม่ต้องขอโทษฉันหรอก” แม้ในแววตาของอีกฝ่ายนั้นจะมีกลุ่มก้อนของความรู้สึกมากมายอันสลับซับซ้อนอยู่ภายใน ทว่าในความรู้สึกอันผสมปนเปกันในแววตาคู่นั้นวิลเลียมสามารถมองเห็นความรู้สึกสับสนนั้นได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มเลือกที่จะเอ่ยออกไปเรียบๆ เช่นนั้นเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้ด้วยความเวทนา
หากเปลี่ยนเป็เขาที่จะต้องอยู่ในสภาวะเช่นนี้ตัวเขาเองก็คงจะสับสนเช่นกัน
ค่ำวันนั้น
สตีฟนอนมองเพดานห้องนอนอันมืดมิดแล้วจึงค่อยๆ หันหน้าไปอีกฟากหนึ่งของเตียงนอนอันว่างเปล่า ปกติคุณวิลเลียมจะนอนอยู่ตรงฟากนั้น เมื่อนึกถึงคนแปลกหน้าอันคุ้นเคยผู้นั้นยามที่เอ่ยกับพ่อบ้านประจำตระกูลด้วยถ้อยคำอันทรงพลังว่า เขายืนกรานที่จะนอนเตียงเดียวกับสามีของตน พาให้สตีฟจะต้องถอนหายใจออกมาด้วยความลำบากใจ
ไม่ใช่ว่าเขานึกรังเกียจอีกฝ่าย แต่เขารู้สึกหดหู่ใจที่เขาทำให้สุภาพบุรุษ ผู้เพียบพร้อมผู้นั้นจะต้องลดเกียร์ติของตัวเองเพื่อมานอนเคียงข้างตน
ตลอดสามวันที่ผ่านมาคุณวิลเลียมอุทิศตนให้กับกิจการของตระกูลเกรซเป็อันมาก สตีฟไม่เคยเห็นอีกฝ่ายใช้เวลาว่างกับสิ่งใดเลยนอกจากการสะสางงานภายในห้องทำงานห้องนั้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้อีกฝ่ายเข้านอนหลังตนเสมอ
เมื่อคืนก่อนสตีฟจำได้ว่าอีกฝ่ายเข้านอน่กลางดึก ส่วนในคืนนี้คุณ วิลเลียมให้พ่อบ้านมาแจ้งกับตนว่าให้เขาดับไฟนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ
สงสัยว่าจะอยู่จนดึกดื่นอีกแล้วกระมัง
ประตูห้องนอนอันหรูหราค่อยๆ แง้มออกท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน สตีฟแปลกใจไม่น้อยที่อีกฝ่ายไม่ใช้ตะเกียงในการนำทางดังเช่นทุกคืน
“คุณวิลเลียม?” ในยามนี้สตีฟเริ่มไม่มั่นใจว่าผู้ที่มาใหม่ผู้นี้ใช่คุณ วิลเลียมหรือไม่เนื่องจากยิ่งอีกฝ่ายเคลื่อนกายเข้ามาใกล้เขามากเท่าใดนั้น ยิ่งทำให้เขาเค้าลางเบื้องหน้านั้นไม่คุ้นเคยมากขึ้นทุกที
ราวกับเป็คนละคน
ผู้มาใหม่ไม่เอ่ยส่งเสียงอันใด นอกจากเคลื่อนกายขึ้นมาคร่อมทับร่างของสตีฟด้วยร่างกายอันเปลือยเปล่าของตน ในยามที่ชายหนุ่มผู้ที่นอนอยู่บนเตียงกำลังชั่งใจว่าคนผู้นี้ใช่ภรรยาของเขาหรือไม่นั้น
เ้าของเงาร่างภายในความมืดมิดก็เคลื่อนริมฝีปากมาใกล้ๆ หมายที่ประทับริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากของสตีฟ!