เวทิดา เข้าสวมกอด ขวัญสุตา ที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างปลอบประโลม ั้แ่ขึ้นรถมาจนถึงบ้านและเข้าไปในห้องนอนรับแขก ซึ่ง ขวัญสุตา เล่าเหตุการณ์ให้เพื่อนฟังไปก็ร้องไห้ไป ดูช่างน่าเวทนา น่าสงสารเป็ยิ่งนัก
“ร้องเถอะ ร้องออกมา จะได้สบายใจขึ้น” เวทิดา กล่าวปลอบเพื่อน
เธอไม่เคยเลยที่จะเห็น ขวัญสุตา เป็อย่างนี้มาก่อน นี้เป็ครั้งแรกเลย เพราะ ขวัญสุตา เป็คนที่สู้ชีวิต และเข้มแข็งมากคนหนึ่ง ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเผยความอ่อนแอให้เพื่อนได้เห็นแบบนี้ นี่แสดงว่าคงจะถึงที่สุดของสาวเ้าแล้วจริงๆ และสักพัก ขวัญสุตา ก็คล้อยหลับไป เพราะความเหนื่อยอ่อนเพลียจากการร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
“พรุ่งนี้ผมจะให้คนไปเก็บของของคุณขวัญ ที่บ้าน ออเวน ให้และจะไปคุยกับเขาด้วย” ลูคัส เอ่ยบอกภรรยาสุดที่รักของตน เมื่อได้ฟังเื่ราวที่ภรรยาสุดที่รักเล่าให้ฟังแล้ว มันดูทะแม่งๆ ไม่ชอบมาพากลยังไงบอกไม่ถูก แต่ถ้าเพื่อนตัวดีไม่ยอมค้นหาความจริง เขานี้แหละจะเป็ค้นหาเอง เพราะยังไง ขวัญสุตา ก็ได้ชื่อว่าเป็ทั้งเพื่อนและพนักงานของเขาอีกด้วย ดังนั้น เขาจะต้องปกป้องและให้ความยุติธรรมกับคนของเขาอย่างเต็มที่
“นายมาทำไมวะ?” ออเวน เอ่ยถามเพื่อน ที่เดินเข้ามาในบ้านของตน ซึ่ง ออเวน ั้แ่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ ชายหนุ่มนั่งกระดกเหล้าอยู่ที่ห้องรับแขก ในชุดเสื้อผ้าชุดเดิมที่ได้สวมใส่อยู่ั้แ่เมื่อวาน ดวงตาแดงกำเหมือนคนผ่านการร้องไห้ออกมา
“ฉันมาเก็บของให้คุณขวัญ ฉันรู้เื่หมดแล้ว นายไม่คิดว่ามันแปลกหรือไง เพื่อนเมียฉันเขาไม่ใช่คนแบบนั้น ฉันยืนยันได้” ลูคัส เอ่ยบอกเพื่อนพร้อมกับยืนยันในตัวของ ขวัญสุตา ให้เพื่อนได้รับทราบ
“ฮึ! นายก็เข้าข้างเขานะสิก็ลูกน้องนายนี้” ออเวน เอ่ยเหน็บแนมเพื่อน
“ฉันไม่ได้เข้าข้างใครทั้งนั้นแหละ ถ้านายจะเชื่ออยู่อย่างนี้ก็ช่างหัวนาย ก็ตามใจนายก็แล้วกัน แต่ถ้าความจริงมันไม่ใช่อย่างที่นายเห็นแล้วนายจะต้องเสียใจกว่านี้ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน” ลูคัส เอ่ยออกมาเพื่อเตือนสติเพื่อนให้ได้คิด แต่เมื่อเขาไม่รับฟังก็จนใจ
เมื่อแม่บ้านเอากระเป๋าของ ขวัญสุตา มาส่งให้ ลูคัส ก็รับมาถือไว้ และเอ่ยก่อนจะไป
“นายคิดดูให้ดีก็แล้วกัน ถ้าคุณขวัญเป็อย่างที่นายเห็นจริงๆ ปานนี้เธอคงมีแฟนเป็สิบเป็ร้อยคนไปแล้ว ไม่รอให้ถึงมือนายหรอก แล้วทำไมต้องมาทำอย่างนี้ให้นายเห็นในตอนนี้ด้วย ซึ่งเขาสามารถไปทำลับหลังนายก็ได้ จริงมั้ย และอีกอย่างอยากจะบอกไว้เฉยๆ คุณขวัญจะกลับเมืองไทยพรุ่งนี้ หากจะพิสูจน์อะไรก็ให้เร่งทำก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป ที่ฉันพูดนี้ ฉันหวังดีกับนาย เพราะนายเป็เพื่อนฉัน” ลูคัส กล่าวจบ ก็เดินออกจากห้องนั้นทันที
‘ฉันช่วยนายได้แค่นี้แหละวะ ออเวน ถ้านายยังดื้อดันทุรัง ไม่ยอมพิสูจน์อะไรอีก ฉันก็ช่วยอะไรนายมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว’ ลูคัส เดินออกมาจนถึงหน้าบ้าน พร้อมกับส่งกระเป๋าเดินทางของ ขวัญสุตา ให้บอดี้การ์ดของตนรับไปเก็บไว้ที่หลังรถ แล้วหันกลับเข้าไปมองในบ้านของเพื่อน และคิดบอกเพื่อนอยู่ในใจ
แล้วจากนั้นก็เดินขึ้นรถยนต์คันหรูของตน ที่บอดี้การ์ดจอดรออยู่หน้าบ้าน พร้อมกับเปิดประตูรอไว้อยู่ก่อนแล้วนั้น เมื่อ ลูคัส ขึ้นไปนั่งในรถยนต์คันหรู แล้วบอดี้การ์ดก็ปิดประตูให้ แล้วเข้าไปนั่งยังตอนหน้าของรถ ขับออกไปจากบ้านของ ออเวน ทันที
๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖