โจนส์ โฮเทล
บนท้องถนนของเมืองใหญ่ ล้วนคลาคล่ำไปด้วยรถหลากหลาย แบรนด์ หลากหลายสีวิ่งกันเกลื่อนถนน เริ่มั้แ่ดวงตะวันยังไม่พ้นขอบฟ้าจนดึกดื่นเที่ยงคืน
"นี่มันวันซวยอะไรของกูว่ะ" คนในรถสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดใบหน้าหวานยังคงเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ขณะกำลังมองดูสายฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องจนน้ำล้นบาทวิถี
ร้านค้าข้างทางต่างกำลังเร่งรีบเก็บร้าน ท่ามกลางสายฝนที่ดูท่าจะยิ่งตกหนักมากขึ้นเมื่อมองกระจกหน้าเห็นรถด้านหลังติดแหง็กอยู่ ถ้าเอารถแต่ละคันมาต่อกันคาดว่าคงจะยาวถึงดาวอังคารโน่นมั้ง
พลันสีหน้าไวน์ก็ดูเข้มขึ้นจนน่ากลัวเมื่อนึกถึงคำพูดของบิดาที่ฟังแล้วเ็ปไปถึงขั้วหัวใจ เหมือนมีคนเอาก้อนหินหนักๆ มาทุบจนมันแตกละเอียดไม่เหลือชิ้นดีจากนี้จะใช้ชีวิตอยู่ยังไงเมื่อไม่มีบ้านให้หันหลังกลับอนาคตข้างหน้าสำหรับเด็กที่ยังเรียนไม่จบอย่างเธอจะทำอะไรได้ นอกจาก...
ถ้าหนูตายพ่อกับแม่คงดีใจสิน่ะ น้ำตาหยดหนึ่งกระทบกับพวงมาลัย
หนึ่ง สอง สาม ก่อนเหยียบคันเร่ง เตรียมจะพุ่งชนรถเก๋งคันหน้า แต่ทว่าก็ต้องชะงักกึกเมื่อเด็กนักเรียนตัวน้อยถักเปียสองข้างหันมาหยิบตุ๊กตาตัวโตจากด้านหลัง พร้อมกับจุ๊บมันไปหนึ่งทีด้วยความรักผ่านกระจกรถที่ติดฟิล์มใส
ทำให้ไวน์นึกถึงเื่ราวตอนเด็กที่มักพกตุ๊กตาเน่า ๆไปทุกที่จนพ่อกับแม่ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา"ขอบคุณนะหนูน้อย" ไวน์พูดขอบคุณพร้อมระบายรอยยิ้มอ่อนๆ ยกมือปาดน้ำใสที่รื้นขอบตาเมื่อสติกลับมานี่สินะที่เขาเรียกกันว่า "อารมณ์ชั่ววูบ"
เพียงไม่กี่นาทีต่อมาสายฝนก็เริ่มซาลง จนในที่สุดการจราจรที่เคยติดขัดก็กลับมาสัญจรได้ตามปกติ
รถสีขาวคันหรูค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปยังชานเมืองอย่างไร้จุดหมายผ่านตึกสูงเสียดฟ้า ประดับตกแต่งไฟระยิบระยับสวยงาม เมื่อขับออกไปเรื่อย ๆ ตึกอาคารก็เริ่มดูบางตามีเพียงแสงไฟข้างทางส่องสว่าง บรรยากาศข้างทางที่ดูเงียบสงบและวังเวงจนหญิงสาวต้องลูบต้นแขนรถคันหรูยังคงวิ่งไปบนพื้นถนน จนรู้ตัวอีกทีรถก็มาจอดอยู่ข้างชายหาดแห่งหนึ่ง
ดวงตาแดงกร่ำบวมเป่งจนแทบจะมองไม่เห็นั์ตาเมื่อผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักพลางพยายามหรี่ตามองฝ่าความมืดไปยังเรือชาวประมงลำหนึ่งที่ลอยล่องอยู่กลางทะเลมีเพียงหลอดไฟสองสามดวงกับดวงดาวนับล้านดวงส่องสะท้อนกับผืนน้ำระยิบระยับในคืนที่ไร้แสงจันทร์
ไวน์ค่อย ๆ ก้าวลงจากรถยนต์ตรงไปยังชายหาดที่เงียบสงบด้วยเท้าเปลือยเปล่าัักับเม็ดทรายหลายล้านรวมกันกลายเป็หาดทรายเนียนละเอียดแขนสองข้างกางออกพร้อมกับปิดเปลือกตาลงช้า ๆ
เสียงเกลียวคลื่นสาดซัดเข้าหาฝั่งอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยลมเย็นจากท้องทะเลกว้างปะทะเข้าที่ใบหน้าแ่เบาราวกับกำลังปลอบโยนหัวใจที่บอบช้ำ
ไวน์ตัดสินใจนั่งแช่อยู่บนผืนทราย เธอคลี่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อลมทะเลทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากแม้จะไม่ทั้งหมดก็ตามขณะสูดลมหายใจอัดเข้าเต็มปอดเป็ครั้งสุดท้ายก่อนขึ้นรถแล้วขับมาจอดอยู่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง
@โจนส์โฮเทล โรงแรมสุดหรูติดชายหาดที่คนต่างชาติรู้จักในฐานะเมืองหลวงแห่งเซ็กส์และถูกตีตราเป็ "นครแห่งบาป"
"เชิญครับคุณผู้หญิง"พนักงานชายรูปร่างสูงใหญ่เอ่ยอย่างสุภาพขณะผายมือเชื้อเชิญลูกค้าสาวไปยังด้านใน
"สวัสดีค่ะคุณไวน์ ไม่ทราบว่าจองห้องล่วงหน้าไว้รึเปล่าค่ะ" พนักงานสาวสวยประจำเคาน์เตอร์ต้อนรับเอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"ไม่ค่ะ"
"อืม...งั้นเอาเป็ห้องที่คุณไวน์เคยมาพักประจำไหมค่ะ?" สาวสวยประจำเคาน์เตอร์แนะนำตามประสาลูกค้าที่คุ้นเคยกันดี
"ไม่ต้อง!" น้ำเสียงกระด้างแฝงความไม่พอใจจนพนักงานสาวหน้าเสียเล็กน้อย
"เอ่อ..."
"ห้องไหนก็ได้ที่ไม่ใช่..."
"สักครู่นะคะ" ลูกค้าประจำถูกขัดจังหวะการสนทนาด้วยเสียงโทรศัพท์ขณะยกสายสนทนาบางอย่างสลับกับมองหน้าแขกที่จ้องมองเธอนิ่งไม่ถึงอึดใจสาวสวยก็วางโทรศัพท์ลง ก้มพิมพ์อะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่ง
"เรียบร้อยแล้วค่ะ" พร้อมกับยื่นคีย์การ์ดสีดำสุดหรู ไวน์ชะงักเล็กน้อยแต่ก็รับมาอย่างไม่ใส่ใจ เพราะตอนนี้ร่างกายเหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว
จากนั้นพนักงานของโรงแรมก็เดินนำลูกค้าไปยังห้องพักแม้จะรู้สึกแปลกใจ เพราะปกติครอบครัวเธอจะมาพักที่โรงแรมนี้ประจำ ไม่ยักเห็นมีบริการแบบนี้
และเมื่อลิฟท์เปิดออกก็พบกับห้องพักวิลล่าขนาดใหญ่ที่เดาว่าน่าจะอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรมเพราะสังเกตเห็นตอนที่พนักงานกดตอนขึ้นลิฟท์
ติ๊ด!
เสียงปลดล็อคประตูดังขึ้นเมื่อคีย์การ์ดใบดำแตะที่ช่องระบบคีย์การ์ดและเมื่อผลักประตูเข้าไปก็ััได้ถึงความกว้างใหญ่และอลังของห้องพักสุดหรู
แม้จะรู้สึกชอบความอลังการของห้องนี้แต่ก็ต้องนิ่วหน้าด้วยความสงสัยนี่มันต้องราคาไม่ต่ำกว่าแสนบาทต่อคืนแน่ ถ้าเกิดว่าอยู่เป็อาทิตย์มีหวังวงเงินในบัตรต้องเกินแหง๋
"ผิดห้องรึเปล่าค่ะ อ้าว~" เมื่อหันหลังกลับ พนักงานก็เดินจากไปแล้วทิ้งให้ไวน์ได้แต่มองตามหลังตาปริบปริบ แต่ก็ช่างเถอะวันนี้สมองน้อย ๆ เหนื่อยล้าเกินจะคิดอะไรแล้วจึงเดินเข้าไปยังห้องนอนขนาดใหญ่ ก่อนทิ้งตัวลงนอนในสภาพหมดแรงเพียงไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงลมหายใจอุ่นของคนตัวเล็กก็ดังสม่ำเสมอ
อาจเพราะที่นอนนุ่มสบายหรือเพราะร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการขับรถมาหลายชั่วโมงทำให้หญิงสาวที่นอนหลับในผ้าห่มผืนนุ่มลืมตาตื่นอีกทีก็ตอนดวงอาทิตย์ของวันใหม่ลับขอบฟ้าไปแล้ว
>>>>
@สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย
เ้าของั์ตาสีน้ำข้าวดูลึกลับน่าค้นหาเดินมาพร้อมกับบอดี้การ์ดคู่ใจขนาบข้างไม่ห่างท่ามกลางสายตาหื่นกระหายของสาวน้อยสาวใหญ่ที่มาใช้บริการสนามบินในวันนี้
"ครับ"
"เลออน!! ถึงหรือยังลูก แล้วเดินทางเหนื่อยไหม กินข้าวรึยังแล้ว"เสียงปลายสายยิงคำถามรัวด้วยความดีใจและเป็ห่วง
"ตอนนี้ผมถึงไทยแล้วครับ"
"พักที่บ้าน?"
"โรงแรมครับ"
"โจนส์?"
"ครับ"
"กี่วัน?"
"พรุ่งนี้ก็กลับบ้านแล้วครับ" แม้จะแปลกใจกับคำถามของมารดา เพราะคนเป็พ่อบอกให้กลับด่วนแน่นอนว่าพรุ่งนี้เขาต้องถึงบ้าน
"อยู่หลายวันก็ได้ ไม่ต้องรีบกลับ มี้ให้เวลาเต็มที่เลยลูกอย่าลืมทานข้าวนะแล้วเจอกันจ๊ะ" เลออนเลิกคิ้วแปลกใจเข้าไปอีกเหมือนมีบางอย่างผิดปกติแต่ก็ไม่รู้ว่าอะไรที่ผิดปกติ
เขามองดูหน้าจอโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่งก็เก็บมันเข้าไปในกระเป๋ากางเกงร่างกำยำที่ดูสง่างามก้าวขึ้นรถมุ่งหน้าสู่นครแห่งบาป
ถนนคนเดินที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างออกมาเดินเที่ยวชิมอาหารไทยหน้าตาน่ากินและอาหารพื้นเมืองแปลกตา
แม้ลมทะเลจะทำให้เหนียวตัวไม่สบายผิวอยู่บ้างแต่หลายคนก็ชื่นชอบเพราะอย่างน้อยมันก็ช่วยคลายความร้อนในวันที่อุณหภูมิแตะสามสิบกว่าองศาแม้ในฤดูหนาว
ร้านค้าร้านอาหารล้วนตกแต่งด้วยไฟหลากสีสันเรียงรายตามท้องถนนที่ทอดยาวออกไป
@SK1 club
ผับที่ตกแต่งทันสมัยแสงไฟหลากสีสลับไปมา อีกทั้งเสียงเพลงแนวอีดีเอ็มที่ดังกระหึ่มจากดีเจสาวหุ่นทรงสะบึ้ม
หญิงสาวผิวขาวอมชมพู รูปร่างดูบอบบางน่าทะนุถนอมผมยาวสีน้ำตาลสลวยราวเส้นไหมเนื้อดีสวมด้วยเดรสสั้นสายเดี่ยวสั้นสีดำขับผิวขาวเนียนละเอียดให้ดูโดดเด่น กำลังนั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าตามจังหวะเพลงตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์โดยมีบาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อส่งยิ้มให้ขณะกำลังรอรับออเดอร์
"คอสโมค่ะ" บาเทนเดอร์หนุ่มพยักหน้ารับ วอดก้าสีใสราคาแพง น้ำแครนด์เบอรี่และน้ำมะนาวรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ถูกนำมาเทผสมกับน้ำแข็งลงในเชคเกอร์แล้วเขย่าเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันไม่กี่วีนาทีต่อมาคอกเทลสีแดงสดของแครนด์เบอรี่ในแก้วมาร์ตินี่ก็ถูกนำมาวางตรงหน้า
สาวในชุดเดรสยกกระดกรวดเดียวหมดแก้ว ทันทีที่เครื่องดื่มน้ำสีแดงสดไหลผ่านลำคอระหงััแรกคือความขมพร่าก่อนตามมาด้วยรสชาติเปรี้ยวอมหวานชวนเคลิบเคลิ้ม
"เอาเหมือนเดิม" ขณะนั่งเท้าคางดูบาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อไปสั่งเครื่องดื่มไปอย่างเพลิดเพลิน จนตอนนี้จำไม่ได้แล้วว่าแก้วที่เท่าไหร่
รู้แต่ว่าใบหน้าร้อนฉ่าไปจนถึงใบหูลามไปตามตัวจากการสูบฉีดของเืในร่างกายเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์
"มาคนเดียวเหรอครับคนสวย" ชายหนุ่มผมสีบลอนด์อ่อนนั่งอยู่เก้าอี้ถัดไปเอียงตัวมากระซิบที่ข้างหูแดงกร่ำคนสวยปรือตาที่เริ่มหนักตวัดมองด้วยสีหน้าไม่พอใจเมื่อมีใครบางคนทำให้การดื่มสะดุดลง
"ไอชื่อคิงแล้วยู เอ่อ...ยูชื่ออะไรครับ" หนุ่มหัวบลอนด์แต่พูดไทยสำเนียงชัดแจ๋วบ่งบอกให้รู้ว่านี่ไม่ใช่นักท่องเที่ยวทั่วไป
"ซอรี่ไอมีผัวแล้ว" คนถูกขัดจังหวะการดื่มตอบหน้าตายทำเอาคนถามหน้าชาเล็กน้อยพร้อมกับกวาดตามองโดยรอบก็ไม่ยักเห็นคนที่น่าจะเป็ผัวของหล่อน
"ไอไม่ถือ" เขายักไหล่อย่างไม่สนใจ เพราะถ้าหล่อนมีผัวจริง ๆ คงไม่มานั่งกระดกแบบนี้เป็นานสองนานหรอก
หญิงสาวแสยะยิ้มมองชายที่มั่นหน้าเหลือเกิน "ซอรี่ไอไม่ชอบผู้ชายลิ้นสองแฉก" ผู้ชายประเภทนี้เธอเจอบ่อยยิ่งกว่าผ้าอนามัยที่วางขายตามร้านสะดวกซื้อเสียอีกพูดจบก็หันไปกระดกเหล้าแก้วสุดท้ายกับเงินใบสีเทาปึกหนึ่ง
"ไอเลี้ยง" ก้มลงกระซิบที่ข้างหูของคนลิ้นสองแฉก ปากสีฉ่ำเืเหยียดยิ้มหยันก่อนหยิบกระเป๋าแล้วเดินจากไป
"เกรย์" ชายหนุ่มร่างกำยำในชุดเสื้อเชิ้ตโปโลสีขาวกางเกงขายาวสีดำเรียบหรูเรียกขณะมองตามร่างสาวชุดดำที่แสร้งเดินชนคนไปทั่ว
"ครับนาย" เกรย์บอดี้การ์ดมือขวาผู้มีชีวิตอยู่เพื่อคนตรงหน้าและ
ตายเพื่อคนตรงหน้าเท่านั้น
"อย่าให้กูเห็นหน้ามัน" ั์ตาสีน้ำข้าววาววับ ขณะมองไปที่เคาน์เตอร์บาร์จนชินที่ยืนอยู่ข้างกันนั้นยังรู้สึกเย็นสันหลัง
"แส่ไม่เข้าเื่" ชินสบถในใจ ก่อนเกรย์จะแยกไปทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้จบโดยเร็ว
>>>>
"คนสวย เดี๋ยวไอไปส่ง" ลำแขนแกร่งโอบกอดรอบเอวบางอย่างถือดี
"ไอ้บ้าที่ไหนวะ กล้าดียังไงเอามือสกปรกมาแตะตัวกู เดี๋ยวแม่จะป๊าบให้"มือสกปรกกระชากเอวบางเข้ามาแนบลำตัว คนถูกกอดพยายามยกขาที่แทบจะทรงตัวไม่อยู่บนส้นสูงสามนิ้ว
"ฮึ! คืนนี้แหละยูจะได้คนบ้าเป็ผัวเพิ่มอีกคน"
ผัวะ! พลั่ก!
พูดยังไม่ทันจบใบหน้าของคนที่จะจัดเมียชาวบ้านก็แนบอยู่ที่ทางเท้าที่ทั้งหยาบและสกปรก
"ใครหน้าไหนมันกล้าทำไอ เดี๋ยวไอให้แด๊ด"
ตุ๊บ!!
ไม่รู้ว่าเท้าหนัก ๆ มาจากทิศทางไหนเตะเข้าที่ลำตัวหนุ่มผมบลอนด์จนตัวงอด้วยความเจ็บจนร้าวลึกไปถึงกระดูกตามมาด้วยรองเท้าหนังสีดำมันวาวเหยียบไปที่หน้าลูกครึ่งขาวเนียน ก่อนกดส้นรองเท้าลงเต็มแรงจนเืซิบ
อ้าก!!
ตุบ!ตุบ!
ไม่มีเสียงของเ้าของรองเท้าราคาแพงมีแต่เสียงร้องลั่นเหมือนหมาโดนน้ำร้อนทำเอาความหยิ่งผยองในตอนแรกหายไปหมด เหลือแต่ใบหน้าบวมปูดเต็มไปด้วยความขลาดกลัว
"ไอกลัวแล้ว ไอกลัวแล้ว" คนร้องขอชีวิตยกมืออันสั่นเทาไหว้ร้องขอชีวิตสองมือแดงเถือกจับไปข้อมือแข็งแกร่งในตอนที่เส้นผมสีบลอนด์อ่อนถูกกระชากแรงจนหนังหัวจะหลุด
"ถ้ากูเจอมึง?"
"ไม่เจอ ไอจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก ไอสาบาน" คนกระชากหัวยิ้มเหี้ยม ั์ตาน่ากลัวจนคนเบ้าตาเขียวรีบก้มหน้าด้วยความขลาดกลัว
พลางละล่ำละลักคำพูดออกมาไม่หยุด
ในขณะที่กำลังก้มหน้าเพื่อหาทางเอาชีวิตรอด จู่ ๆ รองเท้าหนาสีดำก็ถีบเข้าที่ใบหน้าลูกครึ่งเต็มแรงจนหน้าหันแนบกับพื้นทางเดินที่ทั้งหยาบและเต็มไปด้วยเศษหิน
หึ!เขายิ้มเหี้ยมขณะล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมากะว่าจะเช็ดเืที่ฝ่ามือแต่ก็ต้องหยุดชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นผ้าสีชมพูหวานแหวว ก่อนพับเก็บมันลงในกระเป๋าเสื้อตามเดิม
พร้อมกับผ้าสีขาวสะอาดถูกนำมาวางไว้ที่มือแกร่ง เขารับมันมาแล้วเช็ดมันออกด้วยท่าทีรังเกียจ
ในตอนนั้นเองเ้าของผมสีบลอนด์อ่อนที่ผมหายเป็กระจุกรีบลุกขึ้นมานั่งก้มหมอบกราบที่แทบเท้า พลางลอบขบกรามเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธแค้นพร้อมกับั์ตาสีเทาวาวโรจน์ที่ซ่อนไว้ขณะก้มกราบร้องขอชีวิตแม้ครั้งนี้จะเสียศักดิ์ศรี แต่ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ รับรองว่าแค้นนี้จะตอบแทนมันอย่างสาสม
พลั่ก!!
ตุบ!
รองเท้าหนังเตะเข้าที่ปลายคาง จนหนุ่มตาสีเทาสลบคาที่ ก่อนการ์ดสองคนจะลากขึ้นรถแล้วขับออกไปจนหายลับไปกับรถที่วิ่ง
พลุกพล่านอยู่บนท้องถนนในยามค่ำคืน
ขณะที่ร่างสูงกำยำจะเดินเข้าผับก็เหลือบเห็นร่างเล็กของใครบางคนนั่งหลับคอพับขวางประตูกระจกทึบบานใหญ่ของผับหรู
เขาใช้เท้าที่มีคราบน้ำตาหรือน้ำลายก็ไม่รู้เขี่ยคนที่นั่งขวางประตูทางเข้าด้วยท่าทีรังเกียจก่อนคนคอพับจะล้มลงไปกองกับพื้นข้างโต๊ะของการ์ดที่อยู่หน้าทางเข้าผับ
ขวับ!
ทันใดนั้นคนที่เขาคิดว่าหลับหรือตายแล้ว เพราะดูจากสารรูปแล้วนั้น
จู่ ๆ ก็ลุกขึ้นมานั่งกอดขาเขาไว้แน่น "เฮ้! ปล่อย เฮ้..!!" คนถูกกอดพยายามทั้งสลัดขาทั้งแกะมือเล็กที่เหนียวยิ่งกว่าตีนตุ๊กแกออก
"งืม...แมทท์ ปะปะรีบไปเรียนเดี๋ยวจารย์หน้าหล่อให้ศูนย์ไม่รู้ด้วยน๊า"ไม่พูดเปล่ามือเรียวเล็กยังปีนป่ายไปตามร่างแกร่ง เพื่อพยายามพยุงตัวขึ้นก่อนที่สองมือของเธอจะโอบกอดรอบคอเขาแน่น
"เฮ้อ..." เสียงถอนหายใจยาวอย่างช่วยไม่ได้ ขณะยกมือขึ้นซับเหงื่อบนไรผมยี่สิบรุมหนึ่งเขายังจัดการได้ชั่วพริบตา แต่กับยัยนี่เขาละเชื่อเลย
ครู่ต่อมารถสีดำคันหรูก็จอดนิ่งอยู่ข้างหน้าคนขับรีบวิ่งมาเปิดประตูรถ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นแขนของผู้หญิงกอดเอวสอบแน่นขณะที่นายของพวกเขายืนนิ่ง ใบหน้าบึ้งตึงไม่สบอารมณ์
"เฮ้! เฮ้! เดี๋ยว..." สุดท้ายทำได้แต่กลอกตาอย่างเหนื่อยหน่ายมองหญิงสาวที่ซบหน้าหลับอยู่ที่อกแกร่งนิ่งไม่ไหวติง
"เกรย์"
"ไม่ครับ ผมไม่ชอบทำรุนแรงกับผู้หญิง" เกรย์ตอบหน้าตายพร้อมกับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"ชิน"
"เื่นี้ไว้ใจชิน"บอดี้การ์ดมือซ้ายตอบรับก่อนจะฉุดกระชากลากหญิงสาวแล้วทิ้งให้นอนแผ่หราอยู่หน้าทางเดินเข้าผับด้วยสภาพทุลักทุเลทั้งนายทั้งลูกน้องจนต้องยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผากกันทีเดียว
"ผมว่าปล่อยไว้แบบนี้อันตรายเกินไปนะครับ" เกรย์พูดขณะมองไปยังคนตัวเล็กด้วยสีหน้าสงสาร
"แล้ว?"
"ผมว่าเอาเธอไปด้วย อย่างน้อยนอนโรงแรมก็ปลอดภัยกว่ายิ่งตอนนี้มีแต่ข่าวข่มขืนออกรายวัน" เกรย์ยกเอาข่าวมาเป็ข้ออ้าง ไม่อย่าง
งั้นพรุ่งนี้เช้าคงได้ออกข่าวหน้าหนึ่งั์ตาสีน้ำข้าวมองหญิงสาวนิ่ง
“ สภาพแบบนี้ใครเอาก็โง่แล้ว”