เขตการปกครองพิเศษ...ในเวลานี้เกิดเป็คลื่นลมโหมซัดอย่างบ้าคลั่งการมาถึงของเรือโบราณที่ประดับไว้ด้วยสัญลักษณ์ของขุมอำนาจใหญ่ทำให้คนจำนวนมากตกตะลึงจนเกิดความกระสับกระส่ายเื่เช่นนี้ใช่ว่าจะเกิดขึ้นง่ายๆ หากไม่มีสิ่งใดสำคัญหรืองานประลองผู้ยิ่งใหญ่คงแทบเป็ไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะมารวมตัวกันเช่นนี้
ในบรรดาคนรุ่นใหม่ที่โดดเด่นเหล่านี้ยังมีหลายคนที่ถูกนำไปเป็แบบอย่างของเหล่ารุ่นเยาว์มีกระทั่งคนบางกลุ่มที่ชื่นชอบในความแข็งแกร่งของผู้สืบทอดเหล่านี้อย่างบ้าคลั่งโดยเฉพาะสี่ต้าซือแห่งโลกมนุษย์!รุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดของสามแผ่นดินใหญ่และหนึ่งทะเล!
ในเวลาที่เรือโบราณเข้ามาเทียบท่าท่ามกลางความตื่นเต้นของผู้คนจำนวนมากนั้นในอีกสถานที่แห่งหนึ่งชายชราใบหน้าเหี้ยมหาญในชุดสีม่วงคนหนึ่งก็กำลังมุ่งหน้าไปยังบ้านแห่งหนึ่งในย่านที่พักของเขตพิเศษ....มันก็คือบ้านที่นิกายันพเก้าเช่าไว้เพื่อพักแรมก่อนที่จะเข้าสู่รอยแยก!
“เ้าคิดว่าประมุขน้อยจะนำพวกเราเข้าสู่รอยแยกตอนไหน?”
“เ้าจะอยากรู้ไปทำไม?สำหรับพวกเราแล้วมีชีวิตอยู่ก็เพื่อนิกาย!การที่ประมุขน้อยนำพวกเรามาด้วยก็นับว่ามีเมตตามากแค่ไหนแล้ว? อย่าได้ตั้งคำถามกับเขา...จงทำตามทุกอย่างที่เขาบอกก็พอ!”
คำตอบของสหายที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูด้วยกันนั้นทำให้ใบหน้าของผู้ถามชะงักไปมันเป็เพียงวูบเดียวเท่านั้นก่อนที่จะเกิดประกายขึ้นในดวงตาของเขาพร้อมกับการสูดหายใจเข้าลึกอย่างฮึกเหิม!
“นั่นสินะคำพูดของข้าช่างไร้สาระจริงๆ ”
ในเวลานั้นทั้งสองคนก็หันมายิ้มให้กัน...พวกเขาทั้งหนึ่งพันคนที่ติดตามเย่ฉีมายังสถานที่แห่งนี้ล้วนแล้วแต่เป็คนที่กู่หยาคัดเลือกมาอย่างดีศิษย์เหล่านี้สามารถบุกตะลุยสู่ขุมนรกได้เพียงเพราะคำสั่งเดียวของเย่ฉีเท่านั้น เพียงสิ้นการพูดคุยระหว่างศิษย์ทั้งสองก็พลันมีเสียงของผู้มาเยือนดังขึ้นอย่างชื่นชม
“เป็นิกายที่ยอดเยี่ยมจริงๆแม้ว่านิกายจะตกต่ำมาอย่างยาวนานแต่ก็ยังคงมีศิษย์ที่จงรักภักดีเช่นนี้”
ศิษย์ของนิกายทั้งสองหันไปยังต้นเสียงก่อนเห็นว่าเป็ชายชราในชุดสีม่วงกำลังเดินเข้ามาทางหน้าประตูอย่างช้าๆด้วยรอยยิ้มก่อนที่เขาจะกล่าวความ้าของตัวเองออกมาอีกประโยคหนึ่ง
“ข้า้าพบประมุขน้อยของนิกายันพเก้าเขาอยู่หรือไม่?”
สายตาของศิษย์ทั้งสองคนหันมาสบกันก่อนจะมองสำรวจชายชราผู้นี้อีกครั้ง
“แน่นอนว่าประมุขน้อยพำนับอยู่ที่นี่...โปรดแจ้งนามและความ้าของท่าน”
หนึ่งในผู้เฝ้าประตูกล่าวออกมาอย่างสุภาพพวกเขาค่อนข้างประทับใจกับชายชราคนนี้ แต่เดิมศิษย์ของนิกายันพเก้าก็มิได้มีนิสัยเย่อหยิ่งถึงแม้ว่าพวกเขาจะหลุดพ้น่เวลาที่ยากลำบากและผงาดขึ้นมาได้ในเวลานี้ก็ตาม
“เช่นนั้นคงต้องรบกวนสหายน้อยทั้งสองด้วยนามของข้าคือเหยาเจิ้งหนึ่งในเก้าผู้าุโแห่งสมาคมเขตปกครอง มาที่นี้เพื่อแจ้งสิ่งสำคัญกับประมุขนิกายันพเก้า”
เสียงของเหยาเจิ้งนั้นดังออกมาอย่างช้าๆแต่ละคำถูกเน้นย้ำอย่างชัดเจนและภายใต้คำพูดนั้นยังแฝงไว้ด้วยความภูมิใจอย่างไม่ปกปิดแต่สำหรับศิษย์ทั้งสองของนิกายที่ได้ยินคำพูดของเหยาเจิ้งได้กลายเป็แข็งค้างไปทันทีชื่อเสียงของเหยาเจิ้งนั้นโด่งดังไปทั่วทั้งแผ่นดินเทียนเหอ!ถึงแม้ว่าจะไม่เคยพบแต่เื่ของชายชราผู้นี้พวกเขาก็ยังเคยได้ยินมาบ้าง!
“ไม่คิดว่าจะเป็ผู้าุโเหยาเจิ้งเสียมารยาทแล้ว!”
“ฮ่าๆอย่าได้ใส่ใจ พวกเ้ารีบไปรายงานประมุขนิกายเถิด”
พูดคุยกันอีกไม่กี่คำหนึ่งในศิษย์ของนิกายทั้งสองคนก็นำพาเหยาเจิ้งไปยังห้องรับรองก่อนจะรีบไปรายงานให้เย่ฉีรู้ทางด้านเหยาเจิ้งเองก็นั่งรออย่างสงบภายในห้องรับรอง แต่เดิมแล้วเหยาเจิ้งถึงจะมิได้เป็คนหยิ่งยโสแต่เวลาไปไหนมาไหนก็ยังพกพาความทระนงและศักดิ์ศรีอันเปี่ยมล้มไปด้วยเสมอทว่าเกี่ยวกับนิกายันพเก้าและประมุขรุ่นที่สิบเอ็ดนั้น...เขาจำเป็ต้องวางสิ่งเ่าั้ไว้เื้ั!
ข่าวเกี่ยวกับความโเี้ของเย่ฉีในการกวาดล้างราชวงศ์ต้าไห่นั้นเริ่มแพร่สะพัดออกไปแล้วด้วยตำแหน่งของเหยาเจิ้งแน่นอนว่าเขาต้องรู้รายละเอียดบางอย่างดังนั้นเมื่ออยู่ต่อหน้านิกายันพเก้าในเวลานี้ต่อให้เขาเป็ผู้าุโใหญ่ของแผ่นดินเทียนเหอก็ยังต้องลดหน้าลงสามส่วนยิ่งไปกว่านั้นยังนับว่าโชคดีที่เขาไม่ได้แซ่ไห่!
เวลาผ่านไปเพียงไม่นานในสายตาของเขาก็ปรากฏเป็เด็กชายคนหนึ่งในชุดคลุมสีขาวเดินเข้ามาพร้อมกับผู้ติดตามชุดดำที่ด้านหลังใบหน้าของเขานั้นดูสงบและเยือกเย็นเป็อย่างมากซึ่งมันไม่ควรที่จะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กอายุสิบขวบปีเช่นนี้เลยจนกระทั่งเย่ฉีเดินผ่านไปนั่งบนเก้าอี้ด้านในและหันมองมา...มันทำให้เหยาเจิ้งต้องสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะประสานมือขึ้นกล่าวทักทายเย่ฉี
“ประมุขน้อยเย่...ได้ยินชื่อเสียงท่านมานานครั้งนี้นับเป็เกียรติที่ตาเฒ่าเหยาเจิ้งได้พบท่าน”
เย่ฉีนั้นไม่ได้สนใจคำเยินยอแต่ก็ยังคงยิ้มตอบทักทายกลับไปเกี่ยวกับสมาคมเขตปกครองนั้นเขาได้ฟังมาจากกู่หยาบ้างแล้ว การมาของเหยาเจิ้งในครั้งนี้เย่ฉีก็คาดเดาได้ไม่ยาก
“ท่านเหยาไม่ต้องมากพิธีท่านมีสิ่งใดก็กล่าวออกมาเถิด”
การวางตัวของเย่ฉีและสายตาของเขานั้นทำให้เหยาเจิ้งรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยแต่ก็ยังคงอธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเขตการปกครองให้เย่ฉีฟังและบอกถึงจุดประสงค์ของเขาออกมาก่อนหน้านี้ใน่เวลาก่อนที่จะทำข้อตกลงเหยาเจิ้งได้ส่งข่าวกลับไปยังจักรวรรดิเทียนไห่แต่ในเวลานั้นเย่ฉีได้สั่งให้ทั่วทั้งขุมอำนาจกวาดล้างราชวงศ์ต้าไห่ไปจนสิ้นแล้ว!หลังจากตกตะลึงอยู่ไม่นานเหยาเจิ้งก็ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นจนสุดท้ายก็เลือกที่จะส่งข้อความไปยังนิกายันพเก้าเพื่อขอคำปรึกษาในการแก้ไขรายชื่อตัวแทนของแผ่นดินเทียนเหอในข้อตกลงครั้งนี้
ทว่าข้อความที่ทางนิกายส่งมานั้นก็คือเย่ฉีได้เดินทางมายังรอยแยกของเปลือกโลกพร้อมกับนำกำลังคนบางส่วนติดตามมาด้วยซึ่งในข้อความนั้นทางนิกายได้ระบุว่าให้เขาไปขอความเห็นจากเย่ฉีด้วยตัวเองการพูดคุยครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานเหยาเจิ้งก็บอกเกี่ยวกับข้อตกลงทั้งหมดและสุดท้ายหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเย่ฉีก็ตัดสินใจ...
“เช่นนั้นตัวแทนของแผ่นดินเทียนเหอก็ให้เป็นิกายันพเก้าแล้วกัน”
เหยาเจิ้งยิ้มออกมาพร้อมกับพยักหน้าในเวลานี้สำหรับแผ่นดินเทียนเหอก็คงไม่พ้นนิกายันพเก้าจริงๆที่พอจะต่อกรกับแผ่นดินอื่นๆ ได้ในสมาคมเองผู้าุโทั้งเก้าก็ใช่ว่าจะสนิทชิดเชื้อกันไปเสียทั้งหมดเกี่ยวกับเื่เช่นนี้พวกเขาย่อมเอนเอียงไปทางบ้านเกิดของตนเองอยู่แล้วโดยเฉพาะแผ่นดินหมื่นพิษที่อยู่ติดกับแผ่นดินเทียนเหอซึ่งถือว่าเป็ศัตรูคู่อาฆาตรที่แย่งชิงดินแดนกันมาอย่างยาวนาน!
“เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเถิดเวลานี้คนอื่นๆ คงรออยู่ที่สมาคมหมดแล้ว”
โดยมีเหยาเจิ้งเป็ผู้นำเย่ฉีได้เดินตามออกไปโดยมีเสี่ยวเฮยและโจผิงซึ่งเป็ผู้นำของศิษย์ทั้งหนึ่งพันคนติดตามไปด้วยการเดินทางนั้นใช้เวลาไม่นานนักเพราะเหยาเจิ้งได้นำเกี้ยวผลึกพาหนะของเขาออกมาใช้เพื่อนำพาพวกเย่ฉีไปยังสมาคม
ด้านหน้าสมาคมที่ถูกสร้างขึ้นอย่างใหญ่โตเหยาเจิ้งได้นำเย่ฉีและคนอื่นๆเดินเข้าไปด้านในโดยมุ่งหน้าไปยังห้องโถงหลังกของสมาคม เมื่อพวกเขามาถึงสายตาของคนจำนวนมากภายในห้องโถงนั้นก็จ้องมองมายังพวกเขาทันทีแน่นอนว่าความจริงแล้วคนทั้งหมดนี้กำลังรอพวกเขาอยู่!
ภายในห้องโถงนั้นที่นั่งถูกจัดเป็ลักษณะวงกลมโดยที่ด้านในสุดคือที่นั่งของผู้าุโทั้งเก้าและถัดมาซ้ายและขวาสองที่นั่งคือสามแผ่นดินใหญ่หนึ่งทะเล...โดยที่นั่งเหล่านี้คือที่นั่งของสี่ต้าซือในยุคนี้!
อย่างไรก็ตามในเวลานั้นจากที่นั่งที่สี่นับจากต้าซือคนแรกทางฝั่งขวาซึ่งก็คือชายหนุ่มใบหน้าเล็กแหลมผู้เป็ตัวแทนของแผ่นดินหมื่นพิษก็ได้ลุกขึ้นมาและจ้องมองไปยังเย่ฉีในมือของเขาที่ถือพัดอยู่ได้ฟาดลงกับมืออีกข้างทำให้เสียงการหุบพัดดังก้องไปทั้งห้องโถง
“ฮ่าๆเ้าคือตัวแทนของแผ่นดินเทียนเหอ? เด็กน้อยเช่นเ้า?ดี ดี !เดิมทีข้าคิดว่าจะเป็ตัวตลกไห่หยวนนั่นเสียอีก...แต่ในเมื่อเ้ามาแล้วก็อย่าได้ทำให้ข้าผิดหวังเสียล่ะฮ่าๆ ”
เสียงหัวเราะและคำเย้ยหยันนั้นทำให้ใบหน้าของโจผิงซึ่งเทิดทูนเย่ฉีเป็อย่างมากต้องสลดลงอย่างน่าเกลียดในดวงตาของเขาเกิดเป็ประกายสังหารพุ่งตรงไปยังชายหนุ่มจากแผ่นดินหมื่นพิษทันที ด้วยการนี้มันก็ทำให้ใบหน้าของหลายๆคนโดยเฉพาะผู้าุโของแผ่นดินหมื่นพิษต้องมืดลงแต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมาชายหนุ่มผู้เยาะเย้ยเย่ฉีแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายเมื่อััได้ถึงรังสีสังหารจากโจผิง
“เป็เพียงผู้ติดตามกลับกล้าจ้องมองข้าด้วยดวงตาเช่นนั้น?เ้าคิดจริงๆ หรือว่าเพียงเพราะนิกายของพวกเ้ามีผู้สืบทอดแล้วจะสามารถเทียบเคียงกับคนอื่นๆในห้องโถงนี้ได้ ? ก็แค่นิกายชั้นต่ำ...อย่าบังอาจอวดดีต่อหน้าข้า!”
คำพูดนี้แสดงออกถึงการดูถูกอย่างถึงที่สุด!ความตกต่ำของนิกายมาอย่างยาวนานอย่าว่าแต่คนในแผ่นดินเทียนที่แทบจะลืมเกี่ยวกับตำนานของนิกายไปแล้วเลยสำหรับคนแผ่นดินอื่นยิ่งไม่รู้เกี่ยวกับพวกเขา! สำหรับข่าวที่แพร่กระจายออกไปเร็วๆนี้มีเพียงรุ่นเยาว์ของตระกูลต้วนที่ได้รับคำสั่งอย่างจริงจังเท่านั้นส่วนขุมอำนาจอื่นๆ รู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในแผ่นดินเทียนเหอเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ใบหน้าของเสี่ยวเฮยยังคงสงบนิ่ง...เขาจะทำตามคำสั่งของเย่ฉีเท่านั้นสำหรับเื่อื่นเขาล้วนไม่ใส่ใจ เหยาเจิ้งเองก็นิ่งเฉยและเลือกที่รอดูว่าเย่ฉีจะทำอย่างไรต่อไปอย่างไรก็ตามสำหรับโจผิงแล้วการที่มีใครบางคนดูถูกประมุขและนิกายที่เป็ดั่งชีวิตของเขาแล้วต่อให้ต้องสู้ตายเขาก็จะสู้!
ทว่าก่อนที่โจผิงจะได้ทำสิ่งใดในเวลานั้นเย่ฉีก็ได้เดินไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าวพร้อมกับเสียงของเขาที่กล่าวออกมาอย่างแ่เบา
“ข้าจัดการเอง”