第5集
หลิงไท่เดินวนไปมาอย่างคนใช้ความคิด มือข้างหนึ่งไพล่หลังอีกข้างหนึ่งถือจอกชาคลึงไปมา สายตามองเลยออกไปยังนอกตำหนัก เขาเป็ถึงเ้าภพปกครองทั้ง์ สัตว์เซียนและเผ่าอสูร ปัญหาหนักอกของเขามีอยู่สามเื่ เื่แรกคือเผ่าอสูรกำลังจะก่อกบฎ เขาจึงต้องส่งทหารเทพไประแวดระวังยังรอยต่อของประตูมารกับสัตว์เซียนเอาไว้ ข้อสองคือเผ่าสัตว์เซียนมีปัญหากันเองระหว่างเผ่าวิหคกับเผ่าจิ้กจอก ทำให้เขาต้องนั่งกุมหน้าผากเสมอ ไม่ว่าเื่เล็กหรือใหญ่ต่างไม่มีใครยอมใคร และสุดท้ายพระชายา เื่นี้นับว่าเป็เื่ใหญ่สำหรับตัวเขาเอง เดิมทีเขาเกิดมาจากจิตเทพของเทพา ดังนั้นเวลาเขาโกรธจิตของเทพาจะส่งผลมากกว่า ไอแห่งความกระหายเืและการเข่นฆ่ามักจะเบียดจิตเทพของเขาและเขามักจะควบคุมจิตไม่ได้ หากเขามีพระชายาแน่นอนผลกระทบก็คือยากจะควบคุมยามเผลอตัวนั่นยังไม่เท่าไหร่ ถ้าพระชายามีพระโอรสจิตแห่งเทพาจากเขาจะถูกถ่ายทอดไปสู่พระโอรสด้วย นี่เรียกได้ว่าเป็เคราะห์ที่เขาต้องได้รับ ความดุดันและอารมณ์แรงจนยากจะควบคุมนั่นเป็เหมือนสีดำที่ถูกแต้มลงบนผ้าขาวให้ด่างพร้อย เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่
"ฝ่าา"
"จางหยูข้าจะทำอย่างไร"
"อย่าทรงคิดมากเลยพะย่ะค่ะ ชายารองสองคนนั้นนางเองก็เต็มใจรับใช้ ย่อมมิปริปาก"
"ข้าหาได้กังวลเื่นั้น เื่พระชายาต่างหากเล่าที่ข้ายากจะจัดการ"
"หากกระหม่อมจะขอเอ่ยสักประโยค ฝ่าาจะโกรธหรือไม่"
"ว่ามาเถอะ"
"บางทีอาจจะเป็เื่ดีก็ได้นะพะย่ะค่ะ ครั้งแรกพวกกระหม่อมยังคิดด้วยซ้ำว่าคู่ชะตาของฝ่าาจะมิปรากฎ แต่ในเมื่อเป็มติ์นั่นแสดงว่า คนผู้นั้นต้องเป็คู่บุญของฝ่าาแน่ๆ อย่างไรเสียฝ่าาคงยากจะปฎิเสธพะย่ะค่ะ"จางหยูประสานมือกล่าว
"จริงของเ้า แต่ลองดูก่อนเถอะว่าคู่ชะตาของข้าจะเป็ผู้ใด อันสตรีนั้นย่อมอ่อนแอ คงยากที่จะทานอารณ์ของข้าได้ แล้วเหตุใดข้าจะต้องสร้างมลทินให้แก่นาง มิสู้ตัดไฟเสียแต่ต้นลมมิดีกว่าหรือ"หลิงไท่วางจอกชาลงเดินไปยังตั่งยกขาขึ้นนั่งสมาธิเพื่อตัดการรับรู้ จางหยูเมื่อเห็นเ้าภพนิ่งเขาจึงประสานมือถอยหลังจากมา
"จางหย่ง"
"หือ?"
"เ้าว่าเราจะเจอพระชายาหรือไม่"
"เจอหรือไม่เจอข้าก็มิอาจหลีเลี่ยงภารกิจ"จางหย่งเช็ดกระบี่ตนเองด้วยผ้าขาว จางหยูกอดอกก้มหน้าเช่นคนใช้ความคิด
"น่าแปลก"จางหยูเอ่ยเบาๆ
"เื่อันใด"จางหย่งวางผ้าขาวลงแล้วหันมามองเพื่อนสนิท
"ฝ่าาเป็ผู้ที่หาใช่ใครจะพบปะได้ง่าย แต่จู่ๆคู่ชะตาก็ปรากฏขึ้น เ้าว่ามิน่าแปลกใจหรือ"
"เ้าคิดมากไปแล้ว เื่บุบเพสันนิวาสใครเล่าจะห้ามได้ ในเมื่อชื่อปรากฎอยู่ที่หินสามชาติใครก็มิอาจฝืนมติ"จางหย่งเอ่ยเสียงเรียบ
"เ้าคนไม่มีหัวใจ นี่คิดจะลงมือกับคู่ชะตาจริงรึ"จางหยูส่ายหน้า
"แล้วเ้ากล้าขัดรับสั่งหรือไร"
"ข้ามิกล้า แต่ว่าเรามาพนันกันดี่กว่าจางหย่ง"จางหยูแววตาซุกซน
"เื่?"
"ข้าว่ายังไงเ้าก็ทำไม่สำเร็จและฝ่าาจะต้องยอมพ่ายแพ้แก่คู่ชะตา"จางหยูเอ่ยพร้อมกับหัวเราะ
"เหตุใดเ้าเชื่อมั่นเช่นนั้น"
"ไม่รู้เหมือนกันแต่ข้ามักมีลางสังหรณ์ เ้าจะเชื่อข้าหรือไม่"
"ไม่ล่ะ แต่เอาเช่นนั้น ข้าอยู่ข้างฝ่าา หากผู้ใดพ่ายแพ้จะต้องเปลี่ยนร่างเป็สัตว์เซียนเป็เวลาหนึ่งปี เช่นนี้ดีหรือไม่"จางหย่งยอมเล่นด้วย
"อ่า ย่อมได้ๆเอาเช่นนั้น ถ้าอย่างนั้นเ้าลงไปตามหาคู่ชะตาของฝ่าาเถอะ"จางหยูพยักหน้า มองสหายสนิทค่อยจางหายจากไป
"นี่อี๋ซู"
"หือ"อี๋ซูขานรับทั้งที่หมั่นโถวยัดอยู่เต็มปาก
"เ้าจะตะกละตะกลามไปไหนกัน ไม่มีใครแย่งเ้ากินหรอกน่า"ปาไช่ส่ายหน้าไปมาเมื่อเห็นสภาพสหายสนิทของตนเอง
"ข้าหิว"ปาไช่ยิ้มน้อยๆให้เพื่อนใช้นิ้วเกลี่ยเศษหมั่นโถวชิ้นเล็กที่ติดอยู่มุมปากด้วยความเอ็นดู
"เอาเถอะงั้นก็กินส่วนของข้าไปด้วยสิ ข้าอิ่มแล้ว"ปาไช่บอก
"แน่ใจนะ งั้นข้าไม่เกรงใจเ้าแล้ว"ปาไช่หัวเราะกับกริยาของเพื่อน จู่ๆบรรยากาศรอบตัวก็ร้อนอบอ้าวขึ้น เสียงแกว๊กกว๊ากดังอยู่เหนือหัวของคนทั้งคู่
"นี่เ้ามาได้ยังไงกัน"ปาไช่ใ เพราะ้าคือนกสีแดงสดจนตาพร่า แถมไอรอบตัวยังสว่างจ้าด้วยสีทองบนวนไปมา ยังโชคดีที่มันตัวไม่ใหญ่มาก
"เ้าเด็กเหลวไหล บังอาจหนีข้าออกมาโดยไม่บอกรึ ยังโชคดีที่ข้าสามารถสื่อจิตถึงนายน้อยได้"เลี่ยงเฟิ่งใช้คมเล็บจิกลงบนหัวของปาไช่ยืนนิ่งสนิทอยู่บนนั้น สายตาจับจ้องมายังอี๋ซูที่กำลังยัดหมั่นโถวเข้าไปในปาก
"เด็กน้อย"เลี่ยงเฟิ่งทักด้วยน้ำเสียงแหบๆ
"อื้อ"
"เ้าคิดจะไปไหน"อี๋ซูกลืนก้อนแป้งลงคอก่อนจะตอบ
"ข้าไม่รู้ต้องถามปาไช่"เ้านกเลี่ยงเฟิ่งถึงกับทอดถอนใจ นี่หรือนายของตนเอง ช่างไม่สมกับว่าที่พระชายาของเ้าภพเลยจริงๆ แต่ในเมื่อเป็ลิขิต์นั่นย่อมเป็เื่ดีมากกว่าร้าย
"ว่าอย่างไรเ้านกขนร่วง"เลี่ยงเฟิ่งเอ่ยถามปาไช่
"นี่เ้า...เ้าใครเป็นกขนร่วงกัน"ปาไช่โมโห
"บอกมาดีกว่าน่า"เลี่ยงเฟิ่งทำหน้าเบื่อเหลือกตามองบน
"ยังไม่รู้แต่พวกข้ากะว่าจะไปงานเทศกาลดอกเหมยล่ะ"ปาไช่ยิ้มเมื่อนึกถึงถนนที่คราคร่ำไปด้วยผู้คน ร้านรวงมากมายที่เรียงรายและโคมประดับสวยๆ
"ใช่ๆข้าก็อยากไป"เลี่ยงเฟิ่งอยากจะจับไม้มาเฆี่ยนตีเด็กน้อยผู้นี้ให้หลาบจำ ว่าตอนนี้ตนเองกำลังหลบลี้ผู้คนอยู่
"เ้าพวกโง่ ลืมแล้วหรือว่าพวกเ้ากำลังหลบใครอยู่"เลี่ยงเฟิ่งเหลืออดจึงตะเบ็งเสียงดังแกว๊กๆให้ลั่น
"อ๋า!..อ๋า!"สองหนุ่มน้อยอ้าปากร้องเพราะพึ่งนึกขึ้นได้
"มิรู้ว่า์เบื้องบนโกรธข้าด้วยเื่ใดถึงโยนเ้าสองคนมาเป็ภาระ แต่เอาเถอะในเมื่อมาถึงขึ้นนี้แล้วข้าจะสั่งสอนพวกเ้าเอง ลุกขึ้นได้แล้ว"เลี่ยงเฟิ่งโกรธจนไฟลุกท่วมตัวจนตัวเองกลายเป็เถ้าสีดำ จากนั้นไม่นานก็ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่อีกครั้งเป็นกสีแสบตาตัวเดิม
"โอ๋!!พวกเก่งมากเลยเลี่ยงเฟิ่ง"อี๋ซูใช้กิ่งไม้เล็กๆเขี่ยเลี่ยงเฟิ่งที่กำลังปรับสภาพตัวเองให้สมบูรณ์
"เ้านี่มันเหลือเกินจริงๆ"เลี่ยงเฟิ่งเหลืออด
"เอาล่ะๆอย่าทะเลาะกัน เลี่ยงเฟิ่งพวกเราจะไปไหนกัน"ปาไช่เป็ผู้ห้าม
"ตามข้ามาเถอะ"เลี่ยงเฟิ่งบินเหนือหัวอี๋ซูแต่ร่ายมนต์จนมิมีผู้ใดเห็นยกเว้นแต่สองหนุ่มน้อยนี่เท่านั้น ทั้งหมดเดินทางไปยังทิศตะวันตกตามทิศทางที่จะไปยังแดนอสูร หากทั้งคู่หาได้สังเกตุไม่
"พักก่อนได้หรือไม่ข้าไม่ไหวแล้ว"อี๋ซูหอบจนตัวโยน
"อ่อนแอ"เลี่ยงเฟิ่งส่งมาหนึ่งคำ
"หนอยเ้าบินบนฟ้าแต่ข้าเดินนะใครจะสบายอย่างเ้ากันเล่า"อี๋ซูบ่น ทันใดนั้นเองเลี่ยงเฟิ่งก็ค่อยๆกลายร่างเป็คนในชุดสีแดงร่างสูงโปร่งใบหน้างดงามยากจะแยกออกว่าเป็หญิงหรือชาย แย้มปากยิ้มริมฝีปากสีสดราวกับดื่มเืมาเอ่ยขึ้น
"เอาล่ะคราวนี้เ้ากล่าวหาข้าไม่ได้แล้วนะ"เลี่ยงเฟิ่งไม่สนใจเด็กน้อยสองคนที่อ้าปากมองอย่างตกตะลึง
"เ้า..เ้า..สวยมากเลย"ประโยคแรกที่ปาไช่เอ่ยทำเอาเลี่ยงเฟิ่งถึงกับใช้เล็บยาวสีแดงสดเกี่ยวใบหูเล็กๆเอาไว้
"เ้าปากพล่อยใครสวยกัน"
"เอาน่าพวกเ้าอย่าทะเลาะกันเลย แต่ว่าเื่นี้ข้าเห็นด้วยกับปาไช่นะ"เลี่ยงเฟิ่งถึงกับกัดฟันแน่นเพราะทำอะไรนายตนไม่ได้
"เลิกเหลวไหล!! เดินทางได้แล้ว"เลี่ยงเฟิ่งนอกจากจนปัญญาจะต่อกรกับอี๋ซูแล้วยังต้องแบกความคับแค้นเพราะมิอาจถกเถียงกับปาไช่ได้ ระหว่างเดินทางกลับมีพายุลูกย่อมพัดจนใบไม้กระจัดกระจาย ทั้งสามยกมือขึ้นปิดบังใบหน้าเอาไว้กันฝุ่นผงเข้าใบหน้า ปาไช่และอี๋ซูมิได้ล่วงรู้ว่าลมนี้มิได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เลี่ยงเฟิ่งรู้ บัดนี้จางหย่งร่างั์ในชุดสีเทาเงินปรากฏตัวขึ้น ในมือถือกระบี่วาววับเอาไว้มั่น
"ท่านเทพจางหย่ง"เลี่ยงเฟิ่งเดินนำออกมายืนบังหนุ่มน้อยสองคนเอาไว้ ค้อมกายลงเล็กน้อยมีข้างหนึ่งไขว้อกเอาไว้ อีกมือป้ายไปยังด้านหลัง เรือนผมรุ่ยร่ายปรกลงมาปิดบังใบหน้าครึ่งเสี้ยว
"หืม?เหตุใดจึงเป็ท่านไปได้"จางหย่งเลิกคิ้ว
"ท่านเองก็ย่อมรู้ดีมากกว่าผู้ใด ว่าเหตุใดข้าจึงมายืนอยู่ตรงนี้"เลี่ยงเฟิ่งไม่ตอบคำถามแต่กลับย้อนกลับไปที่จางหย่ง
"อ่า...แต่นี้เป็พระบัญชาข้ามิอาจขัดขืน"จางหย่งเอ่ยเสียงเบา
"หนทางหลบเลี่ยงย่อมมี ท่านเทพจางหย่งโปรดใจเย็น"
"ข้าเองก็คิดเช่นนั้นแต่เ้าภพเอง.."จางหย่งเอ่ยมิจบคำเลี่ยงเฟิ่งก็ขัดขึ้น
"เรามาหาทางประนอมต่อกันดีหรือไม่ หากท่านเทพรู้ว่านี่คือลิขิต์ใยท่านต้องขัดขืนต่อโชคชะตาด้วยเล่า"เลี่ยงเฟิ่งเอ่ยเสียงนุ่ม
"ข้ามิอาจหลีกเลี่ยงคำสั่งได้ขอท่านวิหค์โปรดเห็นใจ"จบคำจางหย่งกระโจนใช้กระบี่เสือกไปด้านหน้า เสียงลมเสียดสีกับกระบี่ดังฟิ้วฟ๊าว เลี่ยงเฟิ่งโบกแขนเสื้อสีแดงสดตรงหน้า ร่ายคาถาปกป้องเด็กหนุ่มสองคนเอาไว้ในวงเวทย์จงใจล่อให้จางหย่งออกจากตรงนั้นด้วยการกางฝ่ามือกระแทกลมไปยังอกของจางหย่งจนปลิวออกห่างจากกลุ่มคน ทั้งคู่ต่อสู้กันไปมายากจะคาดเดาได้ว่าใครเป็ฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ปาไช่และอี๋ซูอ้าปากตาค้างดูการต่อสู้
"พอเถอะท่านเทพ"เลี่ยงเฟิ่งหอบหนักเอ่ยปากขึ้น
"ข้ามิอาจละเว้นเด็กหนุ่มผู้นั้น"จางหย่งเองก็เหนื่อยหอบมิแพ้กัน
"แต่ท่านมิอาจต้านทานลิขิตแห่งืได้นี่เป็เคราะห์รักของท่านเ้าภพ"จางหย่งชะงักกระบี่ที่ตั้งท่าจะแทงไปข้างหน้าลง
"หมายความว่าเช่นไร"
"ข้าหมายความตามนั้นท่านเทพโปรดยั้งมือด้วย"เลี่ยงเฟิ่งจำต้องบอกถึงมติ์
"บอกมามิเช่นนั้นข้ามิอาจยั้งมือ"เลี่ยงเฟิ่งจงใจแยกจางหย่งออกห่างจากสองหนุ่มน้อย
"เอาล่ะๆเรามาพูดจากันดีๆจะได้หรือไม่ ข้ายอมบอกท่านแล้ว"จางหย่งยอมเก็บกระบี่เข้าข้างเอว เลี่ยงเฟิงใช้สองมือปัดเนื้อตัวตนเองไปมาเพื่อจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยขึ้น
"ว่าอย่างไรท่านวิหค์"
"เห้อ! เอาล่ะๆไหนๆแล้ว เด็กหนุ่มนามอี๋ซูผู้นั้นคือคู่ชะตาของเ้าภพ"เลี่ยงเฟิ่งกระฟัะกระเฟียดตอบด้วยความไม่เต็มใจ จางหย่งถึงกับนิ่งขึงเมื่อได้ยิน
"นี่ท่าน...เื่เหล่านี้หาใช่จะเอามาล้อเล่นกัน"
"ข้ามิเคยเอ่ยคำเหลวไหล เด็กหนุ่มผู้นั้นเป็คู่ชะตาของฝ่าาจริงๆ"
"แต่เขาเป็ผู้ชาย"
"ใช่เป็ผู้ชาย"
"ถ้าอย่างนั้นเหตุใด..."
"อ่า..เื่นี้ข้ามิอาจตอบเ้าได้ เพียงแต่ขอให้เชื่อข้าเถอะ เด็กน้อยผู้นี้จะทำให้เ้าภพแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และเสริมบารมีจนยากจะหาผู้ใดเทียบเคียง แต่สิ่งที่ทั้งคู่ต้องพบเจอเป็เคาระห์รักก่อนจะเป็คู่เสริมบุญ"
"เป็เช่นนี้ได้อย่างไรกัน"
"ข้าเองก็ตอบท่านไม่ได้ แต่ในเมื่อข้ามาอยู่ข้างกายเขาแล้วเื่นี้ก็เป็เื่ที่เลี่ยงมิได้ ขอท่านเทพจงเข้าใจด้วย อีกอย่างถึงท่านจะฆ่าเขาก็มิอาจทำได้ ท่านดูไอเทพจากกายเขาสิ"เลี่ยงเฟิ่งโบกมือครั้งเดียวก็ทำให้จางหย่งได้เห็นไอเซียนสีทองอร่ามล้อมรอบตัวของอี๋ซู
"แต่เขาเป็เผ่าวิหคและที่ข้าตามฆ่าเขาเพราะกลิ่นไอของท่าน ท่านรู้หรือไม่"จางหย่งเอ่ยเสียงตึง
"ข้านึกว่าท่านรู้แล้วว่าเขาคือคู่ชะตาของท่านเ้าภพ"
"หาเป็เช่นนั้นไม่ ทรงมีรับสั่งให้ฆ่าผู้มีกลิ่นไอวิหค์ของท่าน เมื่อฆ่าเขาแล้วข้าถึงจะรู้ได้ว่าใครเป็คู่ชะตากันแน่ นึกไม่ถึงว่าจะเป็เขา"
"ชะตาฟ้ากรรมหนด พวกเรามิอาจขัดขวาง"เลี่ยงเฟิ่งยิ้มน้อยๆ
"แล้วเราจะทำเช่นไรกันดี หากฝ่าาทรงทราบข้า..ข้า"จางหย่งถอนหายใจเสียงดัง
"ท่านรู้หรือไม่เหตุใดข้าจึงพาเข้ามายังทิศตะวันตก"
"ข้าเดาความคิดท่านมิได้โปรดชี้แนะ"จางหย่งประสานมือตอบ
"เพราะนี่เป็ชะตาของเขาและฝ่าา หากท่านไม่อยากต้องโทษก็โปรดให้ความร่วมมือกับข้าเถิดท่านเทพ"จางหย่งนิ่งคิดก่อนจะพยักหน้าคล้อยตามเลี่ยงเฟิ่ง เื่นี้ยากจะหลีกหนีให้พ้นในเมื่อเป็เช่นนี้เขาจึงจำใจให้ความร่วมมือแต่โดยดี
#แรกๆจะอืดนิดนะคะ หลังจากนี้จะเจ้มจ้นขึ้นแล้วค่ะ