ตอนที่ 13 วางแผนทำเหล้าองุ่น
หลังจากที่ฟู่เหล่าชวนมาที่บ้านของเธอฟู่เยี่ยนก็ไม่ได้เข้ามาในมิติอีกเลย เมื่อเธอเข้ามาอีกครั้ง เธอก็พบว่าบรรยากาศภายในมันดูอุดมสมบูรณ์มากๆ
ตอนนี้โสมได้เจริญเติบโตเป็ต้นกล้าเล็ก ๆ แล้ว ซึ่งมันมีขนาดโตกว่าต้นที่ถูกรดน้ำบ่อย ๆเสียอีก
องุ่นูเาโตเร็วมากพวกมันมีขนาดใหญ่และสีใสกว่าองุ่นปกติทั่วไป ฟู่เยี่ยนเอื้อมมือไปเด็ดมันมา เธอลองชิมและพบว่ารสชาติของมันดีกว่าองุ่นที่เธอเคยกินมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด
ดังนั้น เธอจึงได้กินมันไม่หยุดไม่นานนักฟู่เยี่ยนก็อดที่จะรู้สึกกังวลขึ้นมาไม่ได้ ตอนนี้เธอแน่นท้องไปหมดแล้วเพราะกินมันเยอะเกินไป !
แต่องุ่นนั้นมีเยอะมากจริงๆ ด้วยความที่น้ำและอากาศของที่นี่เหมาะกับการเพราะปลูกพืชผล แล้วแบบนี้เธอจะทำอย่างไรกับพวกมันดีล่ะ?
ทันใดนั้นเองฟู่เยี่ยนก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ เธอจำได้ว่าองุ่นสามารถนำมาทำเหล้าองุ่นได้ไม่ใช่หรือ? นอกจากนี้ ชีวิตที่แล้วของเธอก็ยังเคยไปเยี่ยมชมไร่องุ่นที่ผลิตเหล้าองุ่นแดงมาแล้วอีกด้วย
แม้ว่าขั้นตอนของการทำเหล้าองุ่นจะค่อนข้างยุ่งยากไปหน่อยแต่เธอก็ไม่มีอะไรที่ต้องกังวลเลย เพราะเธอเคยมีประสบการณ์ในการทำมาแล้ว อีกอย่างอากาศที่นี่ก็เหมาะสำหรับใช้เป็ที่หมักไวน์อีกด้วย
แต่ตอนนี้กลับไปนอนก่อนดีกว่าเอาไว้ค่อยคุยเื่นี้กับพ่อและแม่พรุ่งนี้ก็แล้วกัน
เช้าวันรุ่งขึ้นหวังซู่เหมยก็ได้ตื่นั้แ่เช้าเพื่อมาทำกับข้าว
หลังจากที่ได้ดื่มน้ำที่เสี่ยวฮั่วให้มาเมื่อคืนนี้เธอก็รู้สึกได้ทันทีว่าความเหนื่อยล้าของเธอได้หายไปจนหมดและเช้านี้เธอก็ได้ตื่นมาพร้อมกับความกระปรี้กระเปร่าอย่างน่าประหลาดใจอีกทั้งตอนที่เธอไปส่องกระจกนั้นก็พบว่าใบหน้าของตัวเองดูสดใสเปล่งปลั่งขึ้นอีกด้วย
ตอนนี้งานในทุ่งใกล้จะเสร็จแล้วเหลือเพียงแค่รอให้ฝักข้าวโพดโตเต็มที่เท่านั้น
ทุกคนจึงได้ถือโอกาสนี้พักผ่อนไปในตัว
มีเพียงหัวหน้าฟู่เฉิงเท่านั้นที่ยังต้องมาช่วยคำนวณปริมาณการเก็บเกี่ยวข้าวสาลีในฤดูกาลที่แล้ว
หลังจากที่ทานมื้อเช้าเสร็จฟู่เซินและเพื่อน ๆ ก็ได้ลงไปจับปลาที่แม่น้ำซึ่งนี่เป็กิจกรรมยอดนิยมในฤดูร้อนของเด็ก ๆ ในหมู่บ้านอันผิงเลยก็ว่าได้ ส่วนฟู่เหมี่ยวเองก็ชอบมันเช่นกันเธอจึงตามเขาไปด้วย
ดังนั้น ที่บ้านของพวกเขาจึงเหลือกันอยู่เพียงสามคนเท่านั้นไม่นานนัก หลี่หงอี้ก็ได้มาเรียกฟู่ต้าหย่ง
ส่วนฟู่เยี่ยนก็กำลังคิดเกี่ยวกับเื่ทำเหล้าองุ่นของเธออยู่ดังนั้นเธอจึงเอ่ยถามหวังซู่เหมยออกไปทันที
“แม่คะ แม่ทำเหล้าองุ่นเป็หรือเปล่า? ”
“เหล้าองุ่นอย่างนั้นเหรอ? เสี่ยวฮั่ว ลูกถามถูกคนแล้ว ตระกูลของแม่ทำเหล้าองุ่นมาั้แ่บรรพบุรุษแล้วล่ะปู่ของแม่หรือตาทวดของหนูทำเหล้าองุ่นเก่งมากเลยนะ และผู้คนมากมายต่างก็ชอบเหล้าองุ่นของเขา”
“เพียงแต่ว่าใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้สภาพแวดล้อมได้แย่ลงไปมาก แม้แต่จะเก็บองุ่นเอาไว้กินยังไม่พอจึงไม่มีองุ่นเหลือพอให้ทำเหล้าองุ่น”
“แม่คะ เรามาทำเหล้าองุ่นกันดีไหม? หนูมีองุ่นเยอะมากเลยล่ะ” ฟู่เยี่ยนโน้มตัวเข้าไปใกล้ ๆพร้อมกับกระซิบที่ข้างหูของหวังซู่เหมย
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหวังซู่เหมยจึงกำลังจะถามว่าลูกสาวของเธอไปเอาองุ่นมากมายมาจากไหน แต่ทันใดนั้นเองเธอก็นึกถึงดินแดนในมิติของเสี่ยวฮั่วขึ้นมาได้
สองแม่ลูกจึงได้เข้าไปในมิตินั้นทันที
เมื่อเข้ามาแล้วฟู่เยี่ยนก็ได้หยิบองุ่นยื่นให้กับหวังซู่เหมย เพื่อให้เธอได้ลิ้มรสของมัน
และทันทีที่หวังซู่เหมยได้ชิมองุ่นเ่าั้เธอก็ต้องชะงักไปทันทีราวกับถูกสะกด มันมีรสชาติที่หวานและอร่อยมาก !
“เสี่ยวฮั่วนี่เป็องุ่นที่พ่อของลูกเก็บมาเมื่อตอนที่พวกเราขึ้นไปบนูเาครั้งที่แล้วไม่ใช่เหรอ? ”
“ใช่แล้วค่ะ หนูแอบเอาองุ่นมาใส่ไว้ในมิติหนึ่งพวงและพวกมันก็ได้งอกขึ้นมาเอง เมื่อคืนตอนที่หนูเข้ามาที่นี่ก็เห็นองุ่นพวกนี้เต็มไปหมดแล้วค่ะ”
“มันอร่อยกว่าตอนที่พวกเราไปเก็บมันมาอีกนะเนี่ย! ” หวังซู่เหมยพูดพร้อมกับกินมันไม่หยุด
“หนูก็เลยสงสัยว่าหนูพอจะทำเหล้าองุ่นได้หรือเปล่าและหนูก็ได้อ่านเจอในหนังสือด้วยว่ามีเหล้าองุ่นอยู่ชนิดหนึ่งที่มีรสชาติยอดเยี่ยมมากๆ อยู่ด้วยไม่ใช่เหรอคะ”
“ดังนั้น เราไม่ควรที่จะปล่อยให้องุ่นที่เริ่มออกผลเรื่อยๆ สูญเปล่าไป”
“เหล้าองุ่นอย่างนั้นเหรอ? เสี่ยวฮั่ว ลูกบอกแม่หน่อยได้ไหมว่าลูกรู้วิธีการทำเหล้าองุ่นได้อย่างไร ? ”
หวังซู่เหมยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดาว่าฟู่เยี่ยนนั้นรู้เื่นี้มาจากหนังสือประจำตระกูลเสิ่นมาหรือเปล่า
ทันใดนั้นเองฟู่เยี่ยนก็ได้อธิบายถึงกระบวนการผลิตเหล้าในความทรงจำโลกที่แล้วของเธอโดยพยายามอธิบายให้ละเอียดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ส่วนหวังซู่เหมยเองก็ดูจะสนใจเป็อย่างมาก“หากฟังจากที่ลูกพูดมาตอนนี้เราก็ขาดแต่ถังไม้โอ๊คเพียงอย่างเดียวสินะ”
“ง่ายมากถ้าอย่างนั้นเราไปหาไม้บนูเากันเถอะ แล้วค่อยให้พ่อของลูกช่วยทำมันขึ้นมา”
“หากทำเสร็จแล้วเราวางมันเอาไว้ในมิติของลูก เราจะไม่เอามันมาไว้ที่บ้าน”
“เพราะหากเราวางมันเอาไว้ที่บ้านเราก็ต้องเก็บองุ่นจากูเามาเพิ่มอีก หรือไม่ก็ต้องย้ายองุ่นจากูเามาปลูกในสวน ซึ่งมันเป็เื่ที่ยุ่งยากมาก”
หวังซู่เหมยครุ่นคิดถึงเื่นี้อย่างจริงจังเพราะการทำเหล้าองุ่นนั้นคือความสามารถพิเศษของเธอเลยก็ว่าได้
เมื่อคิดถึงเื่นี้แววตาของเธอก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และ้าที่จะลงมือทำสิ่งที่โดยเร็วที่สุด !
ทันใดนั้นเองเธอก็บอกให้ฟู่เยี่ยนไปตามฟู่ต้าหย่งที่บ้านของหลี่หงอี้ทันที
ส่วนเธอนั้นก็ได้เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ รวมไปถึงอาหารแห้งเพื่อที่จะขึ้นไปบนูเา
ในตอนนี้หลี่หงอี้และฟู่ต้าหย่งก็กำลังพูดถึงเื่โสมป่าอยู่พอดี
“ต้าหย่งเมื่อวานนี้ฉันได้บอกเื่นั้นกับลูกชายของหัวหน้าเก่าแล้วนะ และพวกเขาก็มีความสุขมากทั้งยังบอกว่าอีกไม่นาน พวกเขาจะส่งคนมาทำการค้าขายกับพวกเราด้วย”
“ฉันยังได้ถามเกี่ยวกับเสี่ยวจินด้วยนะแต่พวกเขายังไม่ได้ตอบรับทันที เดาว่าพวกเขาคงอยากดูข้อมูลและประวัติของเสี่ยวจินก่อน”
ฟู่ต้าหย่งที่สูบบุหรี่อยู่ข้างๆ ก็ครุ่นคิดถึงเื่นี้เช่นกัน ก่อนจะพูดขึ้นว่า “เื่นี้ก็เป็เื่ใหญ่ดังนั้นพวกเขาก็คงจะพูดอะไรไม่ได้มากในตอนนี้”
“ต้าหย่งอย่ากังวลไปเลยฉันได้ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ติดต่อของหมู่บ้านเอาไว้แล้วหากมีอะไรพวกเขาจะแจ้งเราทันที”
“พอดีพ่อของเพื่อนฉันเป็ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหางานเทศมณฑลหากไม่มีความคืบหน้าจริง ๆ ฉันจะไปถามเขาด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเื่ของเสี่ยวจินจะต้องจบลงเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน”
ในตอนนี้ หลี่หงอี้ถือว่าเื่นี้เป็เื่เร่งด่วนที่สุดเพราะทั้งสองคนนั้นต่างก็เป็คนที่ใกล้ชิดกับเขา
“หากไม่ได้ผลจริง ๆ ฉันจะลองถามกับต้าจวงอีกทีว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง”
ฟู่ต้าหย่งไม่เคยคิดที่จะให้ลูกชายของเขาเข้าร่วมกองทัพมาก่อนเลยโดยเหตุผลข้อแรกก็คือตอนนี้ลูกชายคนรองของเขายังเด็กดังนั้นเขาจึงยังไม่อยากไปเพิ่มภาระให้กับลูกชายคนรองมากนัก
ส่วนเหตุผลข้อที่สองเขาเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเสี่ยวจินจะอยากไปจริง ๆ
เด็กคนนี้เป็คนที่มีเหตุผลมากๆ ทั้งยังไม่เคยเรียกร้องอะไรจากครอบครัวเลยอีกด้วยและตอนนี้เขาก็เห็นว่าเสี่ยวจินดูเต็มใจและกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมกับกองทัพมากๆ
เมื่อนึกถึงสิ่งที่เสี่ยวฮั่วพูดฟู่ต้าหย่งก็ยิ่งรู้สึกกังวลมากขึ้น ตอนนี้เหล่าลูก ๆ ของเขาดูจะภูมิใจในตัวเองมากๆ แต่ในฐานะพ่อ เขากลับไม่สามารถช่วยอะไรลูก ๆ ได้เลย
“เอาเถอะ ต้าหย่ง พรุ่งนี้ฉันจะเข้าไปในเมืองเพื่อตามเื่นี้เองเื่นี้จะต้องกระจ่างในอีกไม่ช้าอย่างแน่นอน”
“อย่ากังวลไปเลยฉันจะต้องหาทางช่วยเสี่ยวจินให้ได้อย่างแน่นอนในปีนั้นนายไม่สามารถเข้าร่วมกองทัพได้เป็ธรรมดาอยู่แล้วที่เสี่ยวจินจะต้องถูกเรียกตัวให้ไปแทนนายแบบนี้ ! ” หลี่หงอี้พูดขึ้นมาด้วยท่าทีที่เคร่งขรึม
ย้อนกลับไปในตอนนั้นฟู่ต้าหย่งเกือบจะได้รับราชการทหารอยู่แล้ว แต่ด้วยเหตุการณ์บางอย่างเขาจึงได้ให้ฟู่ต้าจวงไปแทน
ในตอนที่ฟู่เยี่ยนมาถึงเธอก็เห็นว่าป้ากุ้ยหลานกำลังทำงานเย็บปักถักร้อยอยู่ที่บ้าน จึงได้กล่าวทักทายหญิงวัยกลางคนอย่างสุภาพก่อนจะเข้าไปเรียกพ่อของเธอ
“พ่อคะ แม่บอกให้หนูมาตามพ่อกลับบ้าน”
“มีอะไรอย่างนั้นเหรอ ?” ฟู่ต้าหย่งถามกลับไปด้วยความสงสัย
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่เยี่ยนก็กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะตอบกลับไปว่า “หนูเองก็ไม่รู้เหมือนกันเดี๋ยวพอพ่อกลับไปถึงบ้านก็รู้เองแหละ”
“อะไรกันเด็กคนนี้ช่างดูลึกลับเสียจริง ๆ หงอี้ ถ้าอย่างนั้นฉันขอกลับบ้านก่อนก็แล้วกันนะ” ตอนนี้พวกเขาเองก็คุยกันเสร็จแล้วเช่นกัน
เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าหวังซู่เหมยได้เปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมทุกอย่างเอาไว้พร้อมแล้วเธอถือขวานเอาไว้ ก่อนจะกระตุ้นให้สามีและลูกสาวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที
หลังจากที่สองพ่อลูกเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จหวังซู่เหมยจึงได้ลากพวกเขาขึ้นไปบนูเาอย่างรวดเร็ว
เมื่อฟู่ต้าหย่งเห็นท่าทีที่ดูจริงจังของภรรยาเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสับสนขึ้นมา
เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่เยี่ยนได้อธิบายแผนการทั้งหมดให้พ่อของเธอฟัง
ฟู่ต้าหย่งเองก็ชอบเหล้าองุ่นเช่นกันเขาจำได้ว่าหวังซู่เหมยเคยทำเหล้าองุ่นให้กับเขาเป็ของขวัญในวันแต่งงาน
แต่ต่อมาเมื่อหมู่บ้านต้องเผชิญกับภัยพิบัติพวกเขาจึงต้องประหยัดมากขึ้น และการทำเหล้าองุ่นนั้นถือว่าเป็สิ่งที่สิ้นเปลืองมากๆ
เมื่อได้ยินว่ามิติของฟู่เยี่ยนสามารถย่นเวลาในการบ่มเหล้าองุ่นได้ฟู่ต้าหย่งจึงอดไม่ได้ที่จะตั้งหน้าตั้งตารออย่างมีความหวัง
“นี่ ๆสองพ่อลูกมัวคุยอะไรกันอยู่ ? รีบไปกันได้แล้ว ! ”หวังซู่เหมยที่เดินนำหน้าได้หันกลับมาเร่งสองพ่อลูก
สองพ่อลูกมองหน้ากันพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นทันที
โดยระหว่างทางนั้นเมื่อเจอวัตถุดิบยาดี ๆ ฟู่ต้าหย่งก็ได้ขุดมันขึ้นมาทั้งรากก่อนจะให้ฟู่เยี่ยนเก็บมันเอาไว้ในมิติของเธอ
ต้นดอกสายน้ำผึ้งที่ฟู่เยี่ยนไม่มีเวลาแม้แต่จะเก็บเกี่ยวก็ถูกเก็บเอาไว้ในนั้นเช่นกัน
และเธอยังบังเอิญได้เจอกับต้นชาเก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปีโดยไม่คาดคิดอีกด้วย
คราวนี้ฟู่เยี่ยนไม่ได้เอามันไปทั้งต้นเธอได้ตัดเอากิ่งที่สมบูรณ์ที่สุดมาเท่านั้น ซึ่งหากนำมันไปไว้ในมิติของเธอมันจะถูกหล่อเลี้ยงด้วยน้ำแร่จนเติบโตขึ้นมาได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ เธอยังได้เก็บใบชามากมายมาอีกด้วยและคิดเอาไว้ว่าหากกลับไปถึงบ้าน เธอจะนำมันไปทำชาเขียวดู
หลังจากที่เดินอยู่นานพวกเขาก็ได้มาถึงลำธารแห่งหนึ่ง จึงได้ติดสินใจหยุดพัก
ขณะที่พวกเขาหยุดพักนั้นฟู่ต้าหย่งก็ได้เดินไปดูองุ่นูเาว่าพอจะมีเหลืออยู่หรือไม่ แต่เขาก็ต้องผิดหวังเพราะองุ่นบนูเานั้นได้หมดไปแล้ว และบางส่วนก็เน่าไปแล้วด้วย
ฟู่เยี่ยนตบไปที่หน้าผากของตัวเองทำไมเธอถึงได้โง่เขลาขนาดนี้ เธอสามารถย้ายสิ่งของต่าง ๆไปไว้ในมิติของเธอและนำมันกลับไปที่บ้านได้ไม่ใช่หรือ !
หลังจากที่พักผ่อนกันครู่หนึ่งทั้งสามคนก็ได้ออกเดินทางอีกครั้ง ก่อนจะพบกับต้นไม้ที่เหมาะสำหรับจะทำถังบรรจุเหล้าองุ่นแล้ว
หลังจากที่ทำถังเสร็จฟู่เยี่ยนก็ได้วางมันเอาไว้ในมิติเพื่อที่จะนำมันกลับบ้าน
เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่ต้าหย่งและหวังซู่เหมยต่างก็ยิ้มออกมา มันช่างสะดวกมากจริง ๆ
ในตอนนี้ฟู่เยี่ยนได้ยืนอยู่ริมลำธาร และกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับบางอย่างอยู่
เธอได้หยดน้ำที่ตักมาจากบ่อของเธอลงไปในลำธารและกำลังรอดูอยู่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น
แต่ผลลัพธ์นั้นกลับดูน่าผิดหวังมีเพียงนกไม่กี่ตัวที่บินไปมาเท่านั้น
แต่สิ่งที่ฟู่เยี่ยนไม่รู้ก็คือหลังจากที่พวกเขากลับไปแล้ว มีเสือตัวใหญ่ตัวหนึ่งได้เดินออกมาจากป่าทึบข้าง ๆ กล่าวได้ว่ามันเป็เื่ที่เสี่ยงอันตรายมาก !
เมื่อพวกเขากลับลงมาจากูเาก็เป็เวลาพลบค่ำพอดี
ขณะที่เดินอยู่บริเวณเชิงเขานั้นก็ได้พบกับลูกชายคนเล็กของฟู่เฉิงเข้าวันนี้แม่ของเขาได้พาเขากลับมาเยี่ยมยายที่บ้าน ซึ่งตอนนี้เด็กชายตัวเล็ก ๆกำลังกินถั่วลิสงอยู่
ทันใดนั้นเองเหตุหารณ์ไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น !