ตอนที่ 10: ศึกแรกแห่งอำนาจ
เสียงฆ้องเบา ๆ ดังกังวานทั่วเรือนหยกฉายา ตำหนักของท่านอำมาตย์กู้เหวิน
งานเลี้ยงเริ่มขึ้นภายใต้ฉากหน้าของความหรูหรา
ขุนนางระดับกลางถึงสูง ตระกูลขุนนางฝ่ายใน และสตรีผู้ทรงอิทธิพลต่างทยอยเข้าร่วมทีละคน
“เชิญทางนี้ขอรับ…”
เสียงขันทีผู้จัดงานนำแขกไปยังโต๊ะที่จัดแยกเป็กลุ่ม
แต่สายตาหลายคู่…กลับจับจ้องไปยังหญิงสาวผู้หนึ่งทันทีที่นางปรากฏตัว
เหยียนซือหรง
ในชุดสีเทาม่วงปักไหมเงิน เรียบแต่สง่า
เธอก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง แม้รู้ดีว่าในห้องนี้มีทั้งศัตรู สายสืบ และคนที่พร้อมจะลอบฆ่าเธอได้ทุกเมื่อ
เฟยฮวาที่นั่งอยู่ใกล้โต๊ะของท่านอำมาตย์เหลือบตามองเพียงแวบ แล้วเหยียดยิ้มบาง ๆ
“คุณหนูเหยียน…ไม่เกรงว่าการมางานนี้จะเป็กับดักหรือเ้าคะ?”
“มีหลายคนไม่อยากเห็นหน้าท่านนัก”
ซือหรงยิ้มตอบเรียบ ๆ
“มีหรือเ้าคะ? ข้ากลับคิดว่าหลายคน ‘อยากเห็น’ ข้ามาก…เพื่อรอดูว่าข้าจะถูกกำจัดเสียเมื่อใด”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังจากข้าง ๆ
ท่านกู้เหวินยกจอกสุราในมือขึ้น แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มแฝงอำนาจ
“ข้าได้ยินข่าวลือบางอย่างเกี่ยวกับการแต่งตั้งชายาใหม่ขององค์ชาย”
“เ้ามาร่วมงานเช่นนี้…หรือว่าเพื่อยืนยันข่าวลือนั้น?”
บรรยากาศในห้องพลันเงียบลง ทุกสายตาหันมาทางซือหรง
เธอหยิบจอกสุราขึ้นมาเช่นกัน ยกยิ้มอย่างใจเย็น
“ท่านอำมาตย์ ข้าขอตอบด้วยเื่หนึ่งที่ข้าเพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ แทนคำตอบนั้นดีหรือไม่เ้าคะ?”
“โอ?” เขาขมวดคิ้ว
ซือหรงหันไปพยักหน้าให้เสิ่นเสี่ยวหานที่รออยู่นอกประตู
เขาเดินเข้ามาพร้อมกล่องไม้เคลือบยาขัดสีทอง ส่งตรงถึงมือเธอ
เธอเปิดกล่องนั้นขึ้นต่อหน้าทุกคน—ภายในคือสมุดบัญชีโบราณปกดำ
แต่สิ่งสำคัญคือ “ตราประทับลับ” ที่มุมกระดาษหน้าแรกซึ่งเป็ของ กรมคลังวังหลวง
“นี่คือบันทึกบัญชีเงินที่หายไปใน่ปีที่ 17 แห่งรัชศกต้าหวัง”
“เป็ปีเดียวกับที่บิดาข้าถูกใส่ร้ายว่าโกงเงินหลวง”
เสียงกระซิบดังขึ้นทันทีทั่วห้อง
“บันทึกนี้…ของจริงรึ?”
“บิดานางตายไปพร้อมความผิดที่พิสูจน์ไม่ได้…”
“หากมีหลักฐานจริง…ย่อมหมายถึงว่าใครบางคนคือผู้บงการการกล่าวหาในอดีต!”
ท่านกู้เหวินยิ้มยังไม่จาง
แต่ดวงตาเริ่มแฝงเงาระวัง
“แล้วคุณหนูคิดว่าใครกันหรือ…ที่มีอำนาจพอจะจัดการเื่นี้ในวังหลวง?”
เหยียนซือหรงหันไปสบตาเขาตรง ๆ ก่อนกล่าวเสียงเรียบ
“ข้ายังไม่กล้าเอ่ยนาม”
“แต่ข้ารู้ว่า…ผู้ที่เกี่ยวข้องในตอนนั้นหลายคน ยังมีชีวิตอยู่ และบางคน…ยังนั่งอยู่ในงานนี้”
…
เงียบงันดั่งลมหายใจถูกแช่แข็ง
ท่านอำมาตย์ยิ้มเย็น ขณะยกสุราขึ้นจิบอีกครั้งอย่างไม่สะทกสะท้าน
แต่ทุกคนรู้ดี—การท้าชนของเหยียนซือหรงครั้งนี้…ไม่ได้พูดลอย ๆ
นางเดินหมาก เปิดหน้า ในงานเลี้ยง
เพื่อบอกทุกคนว่า “ข้าไม่ได้เป็เหยื่ออีกต่อไป”
…
หลังงานเลี้ยงจบลง
ข่าวเื่ “สมุดบัญชีของตระกูลเหยียน” เริ่มแพร่กระจายออกจากวัง
คนในราชสำนักเริ่มซุบซิบชื่อของ “อำมาตย์กู้” กับคำว่า “กล่าวหาเท็จในอดีต”
แต่ในเงามืดหลังม่าน…
ชายร่างดำในชุดนักฆ่าเงาส่งรายงานหนึ่งไปยังมือผู้เป็เงาแห่งตำหนักกู้เหวิน
“นางต้องตาย ก่อนนางจะเปิดไพ่ต่อไป”