แน่นอนว่าทั้งสองคนนี้ยังไม่ได้แสดงฝีมือทั้งหมดออกมา เพียงแค่ลองเชิงกันเท่านั้น และทั้งคู่ก็ได้รู้ว่า ฝีมือพวกเขาสูสีกัน จะมีก็หลินหลานที่ได้เปรียบเื่ความเร็ว ส่วนหลินฮุยได้เปรียบเื่กำลัง ดังนั้น ที่เหลือจึงเป็หน้าที่ของประสบการณ์การต่อสู้ของพวกเขา และไพ่ลับในมือของพวกเขาเท่านั้น ที่จะตัดสินว่าใครคือผู้ชนะ
“เอาละ เรามาต่อกันดีกว่า” หลินฮุยพูด
[ ก้าวพริบตา ]
โดยไม่รอให้หลินหลานตอบกลับอะไร หลินฮุยพุ่งเข้าหาหลินหลานด้วยวรยุทธ์ท่าร่างทันที พริบตาเดียวก็มาถึงตรงหน้าของหลินหลานแลเว พร้อมกันนั้น เขาก็ใช้วรยุทธ์ท่าโจมตีเข้าทันที คราวนี้หมัดของหลินฮุยนั้นรุนแรงและรวดเร็วกว่าก่อนหน้าอยู่หลายส่วน
ส่วนหลินหลานนั้นก็ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร เพราะนางเองก็เตรียมพร้อมรออยู่แล้วเช่นกัน นางใช้วรยุทธ์ท่าร่าง [ ผีเสื้อโบยบิน ] หลบการโจมตีและใช้กระบี่ในมือฟาดฟัดด้วยความเร็วที่มากกว่าเมื่อก่อนหน้านี้เสียอีก
ฉึก!!
คราวนี้ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นฉับพลันของหลินหลานทำให้หลินฮุยหลบได้ไม่พ้น แม้ว่าเขาเตรียมพร้อมมาแล้วก็ตาม เพราะกระบี่ของหลินหลานไม่เพียงรวดเร็วเท่านั้น ยังมีความยื่นหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนทิศทางได้อีกด้วย
โชคดีที่หลินฮุยโดนโจมตีไม่าเ็อะไรมากนัก จึงะโถอยหลังออกห่างจากรัศมีการโจมตีด้วยกระบี่ของหลินหลาน แต่แน่นอนว่าหลินหลานจะยอมให้ทำเช่นนั้นหรือ นางจึงใช้วรยุทธ์ท่าร่างพุ่งตามติดหลินฮุยอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้หลินฮุยได้มีเวลาพัก
การต่อสู้ดำเนินไปโดยที่หลินฮุยนั้นยังโจมตีใส่หลินหลานไม่โดน แต่ว่าก็ทำให้หลินหลานโจมตีสวนกลับใส่หลินฮุยได้ลำบากมากขึ้นเช่นกัน ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าของหลินหลาน ทำให้นางได้เปรียบหลินฮุยมาก
แต่แน่นอนว่าพละกำลังที่เสียไปนั้น นางที่เป็ฝ่ายรุกใส่ย่อมต้องเสียพละกำลังไปมากกว่าหลินฮุยที่เป็ฝ่ายป้องกัน หากจากยังไม่สามารถจบการประลองได้โดยเร็ว นางจะหมดแรงก่อนแล้วจเป็หลินฮุยที่จะพลิกกลับมาได้เปรียบและชนะนางในที่สุด
“แรงของเ้าใกล้หมดแล้วสินะ หลินหลาน” หลินฮุยพูดอย่างสุขใจ แน่นอนว่าเขาด้วยเื่ความเร็ว เขาจึงต้องยอมเป็ฝ่ายป้องัน โจมตีกลับน้อยครั้ง
หลินหลานไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป นางรู้ว่าที่หลินฮุยพูดนั้นถูกต้อง หากนางไม่รีบจบการประลองโดยเร็ว นางจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบเนื่องจากเพราะพละกำลังของนางหมดลง และจะส่งผลต่อความเร็วของนางทำให้ความเร็วของนางช้ากว่าหลินฮุยแน่นอน
‘ ดูท่าว่าหลินหลานกำลังแย่ หากนางไม่รีบจบการประลอง ’ หลินเฟิงคิดในใจ พลางมองดูการประลองของหลินหลานกับหลินฮุย
“ดูท่าการประลองรอบนี้หลินฮุยจะเป็ฝ่ายชนะนะ”
“นั้นสิ ถึงแม้จะมีความเร็วเหนือกว่าแต่การโจมตีก็ทำอะไรหลินฮุยได้ไม่มากพอ”
“ตอนนี้แรงของนางก็ใกล้หมดแล้วด้วย เหมือนใกล้จะรู้ผลของการประลองแล้วสินะ”
แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่หลินเฟิงเท่านั้นที่คิด ทุกคนก็คิดเช่นกัน และตอนนี้ผู้คนโดยส่วนใหญ่เริ่มคิดแล้วว่าหลินฮุยเป็ฝ่ายชนะ แต่ก็ยังมีบางคนที่เชื่อว่าหลินหลานจะชนะอยู่ ด้วยเช่นกัน
และในตอนนี้การประลองได้ผ่านไปกว่าเกือบร้อยกระบวนท่าแล้ว และหลินหลานก็เริ่มแสดงอาการอ่อนล้าออกมา อีกทั้งยังเริ่มถูกกหลินฮุยโจมตีใส่มากขึ้นแล้วด้วยเช่นกัน
“ข้าว่าเ้าควรยอมแพ้ได้แล้วนะ ก่อนที่เ้าจะเจ็บตัว หากข้าเดาไม่ผิด อีกไม่นานเ้าคงจะหมดแรงแล้วสินะ” หลินฮุยพูดอย่างหยิ่งพยอง
“หึ” หลินหลานเค้นเสียงเ็า แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะสิ่งที่หลินฮุยพูดนั้นถูกต้องแล้ว นางไม่อาจเถียงได้เลย
ผ่านไปอีกไม่กี่กระบวนท่า หลินหลานเป็ฝ่ายถูกรุกอย่างชัดเจน ตอนนี้นางเสียเปรียบอย่างมาก ทั้งพละกำลัง และความเร็ว หากนางถูกการโจมตีของหลินฮุยเพียงครั้งเดียวนางจะแพ้เลยทันที หลินฮุยเองก็ไม่ปล่อยให้นางได้พักหายใจเลยเช่นเดียวกับที่นางทำ และนางก็เริ่มโดนการโจมตีแบบถากๆมาบ้างแล้ว ดังนั้นมันขึ้นอยู่กับเวลาแล้วที่นางจะแพ้
หลินฮุยโจมตีใส่อย่างต่อและ และในที่สุด หลินหลานก็อ่อนแรงลงอย่างมากจนเสียหลักจากการใช้วรยุทธ์ท่าร่างของนาง แล้วอย่างนี้หลินฮุยจะปล่อยโอกาสให้หลุดมือไปได้อย่างไร เขาพุ่งเข้าใส่หลินหลานด้วยวรยุทธ์ท่าร่างของเขาอย่างเต็มกำลัง และใช้วรยุทธ์โจมตีทันทีเมื่อไปถึงข้างหน้าหลินหลานโดยไม่ออมแรงแม้แต่นิดเดียว เขา้าจบการประลองลงตรงนี้ให้ได้
[ เสี้ยวกระบี่ ]
ฉึกกก!!
แต่ทว่าเขาก็ต้องผงะทันทีเมื่อเห็นหลินหลานฟาดกระบี่ใส่อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าตอนที่เป็ฝ่ายรุกใส่เขาเสียอีก แต่แน่นอนว่าตัวเขาเองที่ประมาทแล้วจะถ่อยกลับทันได้เช่นไร เขาจึงโดนกระบี่ของหลินหลานเข้าไปแบบเต็มๆและครั้งนี้ทำให้ตัวเขามีแผลลึกและลากยาวจากอกลง เืก็ไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก หากไม่รีบรักษาเกรงว่ามันอาจเสียเืตายก่อนเป้นแน่
“หลินหลานเป็ฝ่ายชนะ”
ผู้จัดการงานประลองเห็นเช่นนั้นแล้วจึงประกาศชัยชนะของหลินหลานทันทีและรีบเรียกหน่อยปฐมพยาบาลมาให้พาตัวหลินฮุยไปรักษาตัวทันที เพราะอาการนั้นค่อนข้างาเ็หนักถึงจะไม่สาหัสมากนักก็ตาม
แม้ว่าเขาเองก็ต้องประหลาดใจกับไพ่ลับของหลินหลานและการหลอกล่อของนาง ใครจะคิดว่ารุ่นเยาว์อายุเพียงเท่าใด แต่กับคิดกลยุทธ์ที่หลอกล่อให้อีกฝ่ายประมาทแล้วอาสัยจังหวะนั้นจัดการคู่ต่อสู้กัน และวีธีการนี้ค่อนข้างจะอันตรายด้วย
“นางนั้นน่าถทึ้งจริงๆ ที่คิดกลยุทธ์เช่นนี้มาได้ ทั้งๆที่อันตราย แต่ก็เสียงที่จะใช้ ”
“ใช่แล้ว เป็สตรีที่ใจเด็ดจริงๆ”
“นางจะต้องเดินไปในเส้นทางแห่งผู้ฝึกยุทธ์ได้ไกลแน่นอน”
แน่นอนว่าไม่ใช่เขาเพียงคนเดียว แต่ผู้ชมการประลองเองก็ประหลาดใจกับผลการประลองเช่นนี้ ใครจะคิดว่านางจะวางแผนเช่นนี้ได้กันเล่า นี้แสดงให้เห็นว่านางมีประสบการณ์ต่อสู้มากกว่าหลินฮุยเสียอีก ไม่งั้นหลินฮุยจะเป็ฝ่ายชนะแน่นอน
แล้วการประลองของวันที่ 2 ก็จบลง ตอนนี้เหลือเพียง 3 คนที่ยังคงชนะต่อเนื่อง ได้แก่ หลินอี้หาน หลินหลาน และหลินเฟิง
“เ้าทำได้ดีมากเลยนะ ข้าเองก็ประหลาดใจเช่นกัน” หลินเฟิงเดินเข้ามาหาหลินหลานพร้อมกับกล่าวชมนางที่นางสามารถเอาชนะหลินฮุยมาได้