จอมหมัดราชันย์

    ตอนที่ 33 หอคณิกาบุปผาแดง

    ตอนที่ 33 หอคณิกาบุปผาแดง
    หูเกอเดินเข้าหาถังต้าเหลียนด้วยมือที่ประคองแหวนมิติอย่างสั่นเทา ใครจะคาดคิดว่าคนคนหนึ่งจะสามารถทำให้ทั่วทั้งเมืองต้องปั่นป่วน และยิ่งถ้าหากเขาสามารถปรุงยาหญ้าหางหูระดับสิบได้จริงๆ ทั่วทั้งเมืองต้องการการโกลาหลขึ้นอีกครั้งแน่นอน “พี่ต้าเหลียน...หญ้าหางหนูหนึ่งร้อยกิโลกรัมอยู่ที่นี่แล้ว” หูเกอส่งมอบแหวนมิติสีทองให้กับถังต้าเหลียนอย่างเชื่องช้า เมื่อเนี่ยฟงรับมันมาก็ทำการตรวจสอบทันที ก่อนจะเก็บหม้อปรุงยาหยกและแก่นอสูรไฟเข้าไปเก็บรวมกัน เนี่ยฟงพลันลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากสมาคมอย่างเชื่องช้า ซึ่งหูเกอเองก็เดินตามมาส่งที่ด้านหลัง เมื่อยามที่เนี่ยฟงจะจากไป เขาก็เหลือบหันมามองหูเกอ พร่อมกับเอ่ยวาจาออกไป“ข้าจะรีบกลับไปปรุงยาในทันทีไม่ต้องส่ง ในตอนเช้าก่อนการประมูลจะเริ่มขึ้น ข้าจะให้คนนำตัวยามาส่งให้กับเจ้า” น้ำเสียงที่แหบพร่ากับคำที่เอ่ยออกมา ทำให้ดวงตาทั้งสองข้างของหูเกอพลันเบิกกว้างทันที นี่ล้วนหมายความว่ามันจะไม่ได้พบกับถังต้าเหลียนอีกแล้ว ก่อนที่มันจะพูดอะไรออกไป ถังต้าเหลียนก็เอ่ยปากออกมาก่อน “ยามนี้ข้าไม่มีกงการใดๆ ในจักรวรรดิเป่ยเปียน และเมืองซีหนานอีกแล้ว จุดประสงค์ในการมาของข้าคือการเดินทางไปยังเมืองซีหนานเท่านั้น ถึงเวลาที่ข้าต้องออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ เพื่อตามหาสมุนไพร แต่เจ้าไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด คนที่ข้าจะให้นำยามาให้เจ้านั้นคือศิษย์ของข้าเอง” “ศิษย์ของท่าน! โอ้~!! ช่างเป็นวาสนาของมันผู้นั้นแล้ว ที่มีอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่เฉกเช่นท่าน แต่จะว่าไปรูปร่างหน้าตาศิษย์ท่านเป็นอย่างไร เมื่อยามที่มาถึง ข้าจะให้คนงานดูแลอย่างดี” หูเกอพูดออกมาพร้อมกับสีหน้าที่ตื่นเต้น การจะพบเจอศิษย์ของปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ ล้วนแต่เป็นประโยชน์แก่มันในภายภาคหน้า ยิ่งสามารถผูกมิตรไมตรีได้ ยิ่งทำให้มันได้ประโยชน์อีกมหาศาลถังต้าเหลียนยกยิ้มขึ้น ราวกับรู้สิ่งที่หูเกอคิด จะดีแค่ไหนหากโรงหมอปรุงยาที่สร้างขึ้นมาใหม่ ได้สมาคมจันทราสาขาเมืองชิงตงหนุนหลัง นั้นย่อมหมายความว่าจะไม่มีผู้ใดมารุกรานแน่นอน “ศิษย์ของข้าหน้าตาหล่อเหลา หากข้าจำไม่ผิดบางทีเจ้าอาจจะเคยพบเจอกับมันแล้ว ส่วนความสามารถของมัน หึหึหึ! ไม่ได้ต่ำต้อยไปกว่าข้าเลยแม้แต่น้อย และดูเหมือนมันจะสร้างโรงหมอปรุงยาที่นี้อีกด้วย เมื่อถึงเวลานั้นข้าหวังว่าเจ้าจะให้การช่วยเหลือมัน ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา มีโอกาสค่อยพบกันใหม่! ฮ่าฮ่าฮ่า!!” ถังต้าเหลียนอันตรธานหายตัวไปอย่างรวดเร็ว ราวกับสายลมที่พัดผ่าน ปรากฏเพียงร่างเงาที่ค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางการยืนคำนับของหูเกอที่ส่งอย่างนอบน้อม ในขณะที่กำลังจะกลับเข้าสมาคมเขาก็คิดถึงผู้คนที่เขาเคยพบปะในหลายวันก่อน เมื่อหันไปเห็นรูปวาดของบุคคลที่แปะไปทั่วทั้งเมือง ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกโพลงทันที “หรือว่าจะเป็นเขา!” ***************************************************************************************************เนี่ยฟงทะยานร่างเคลื่อนไหวดุจสายลม ปรากฏเพียงแค่เงานที่เลือนราง ที่เคลื่อนตัวไปตามหลังคาบ้านแต่ละหลัง ก่อนจะจะทะยานหายเข้าไปในซอกหลืบที่มืดมิด และกลับออกมาในร่างของเนี่ยฟงตามเดิม พร้อมกับหมวกม่านที่ปิดบังหน้าตา ด้วยภาพวาดของเขาที่แปะติดไปทั่วทั้งเมือง เนี่ยฟงไม่สามารถเปิดเผยใบหน้าของเขาในที่สาธารณะได้ อีกทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้าชุดเก่า เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตเนี่ยฟงเดินท่องไปทั่วทั้งเมืองชิงตง เพื่อหาสถานที่จะปรุงยาระดับสิบ อีกทั้งยังมองหาบ้านเรือนที่ถูกปิดป้ายว่าขาย เพื่อจะสร้างโรงหมอปรุงยาให้กับปู่ของเขา ในขณะนั้นเองที่เนี่ยฟงก็ได้มาพบกับบ้านหลังหนึ่ง ที่มีลักษณะสองชั้นขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป เหมาะสมกับกับการเปิดร้านยาอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีผู้คนเดินไปมาควักไขว่ ย่อมเป็นที่สะดุดตาของผู้คน และยิ่งบริเวณเส้นทางเดินนี้มีบุรุษเพศเป็นส่วนใหญ่ รูปร่างหน้าล้วนแต่เป็นผู้ฝึกยุทธ์และพลังลมปราณ ส่วนสตรีมีน้อยจนสามารถนับจำนวนได้ แต่ก็ยังสงสัยว่าทำไมสีหน้าของพวกนางจะดูเคร่งเครียดและเร่งรีบ แต่อย่างน้อยร้านขายยาของเขาจะต้องกิจการดีอย่างแน่นอน เขาเดินไปตรวจดูที่ป้ายคำว่าขายทันที เพื่อตรวจสอบว่าต้องไปติดต่อขอซื้อจากที่ใด “ขาย! สอบถามราคาที่หอบุปผาแดง” เม็ดเหงื่อหลั่งเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนจะหันไปเหลือบมองผู้คนบนเส้นทางเดิน ที่มีบุรุษมากมายเดินควักไขว่ มันก็ทำให้เนี่ยฟงร้องอ้อ!! ออกมาทันที ที่แท้มีหอคณิกาตั้งอยู่บริเวณนี้นี่เอง เนี่ยฟงเดินไปตามเส้นทางเดินที่บุรุษเดินควักไขว่ เมื่อเห็นกลุ่มสตรีที่มีสีหน้าเคร่งเครียด กำลังทุบตีบุรุษแล้วฉุดลาก ก็ทำให้เนี่ยฟงเข้าใจอีกครั้งว่าพวกนางมาหาตามหาสามีของตนนี่เองเนี่ยฟงเดินไปตามเส้นทางไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ก็พบกับอาคารสีแดงหลังใหญ่ที่ดูโอ่อ่า มีป้ายเขียนชื่อว่าหอบุปผาแดงขนาดใหญ่ บรรดาชายฉกรรจ์มากมายเดินเข้าออกเป็นว่าเล่น และยังมีสตรีที่มีใบหน้าที่แสนน่ากลัวที่มาตามหาสามีของตน ที่ประตูทางเข้าด้านหน้าเต็มไปด้วยหญิงสาวที่งดงาม นุ่งใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นราวกับไม่มีเงินจะซื้อ เผยให้เห็นพิวพรรณที่เปล่งปลั่ง ริมฝีปากที่แดงจัด ดวงตาที่หวานเยิ้ม หน้าอกที่เต่งตรึง ทำให้เนี่ยฟงต้องเผยกลืนน้ำลายดังเอือกใหญ่เนี่ยฟงก้าวเดินไปยังประตูทางเข้าอย่างเชื่องช้า หญิงคณิกานางหนึ่งก็เดินเข้ามาต้อนรับ แล้วเอ่ยปากพูดออกมาทันที “คุณชาย...สถานที่แห่งนี้ไม่สามารถสวมใส่หมวกม่านปิดบังหน้าตาได้ ขอให้คุณชายช่วยถอดมันออกด้วย” เพื่อความปลอดภัยของหอบุปผาแดง นี้เป็นกฎที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เมื่อเนี่ยฟงได้ยินดังนั้นก็ผงกศีรษะแล้วถอดหมวกม่านออกทันที ทันใดนั้น! เหล่าหญิงคณิกาทั้งหลาย ก็พลันดวงตาเบิกกว้าง ราวกับพบเจอเทพบุตรที่ตกลงมาจากสรวงสวรรค์ รีบเข้าโอบล้อมเนี่ยฟงทั้งหน้าและหลังทันที กลิ่นหอมของพวกนางทำให้เนี่ยฟงรู้สึกวินเวียน เกิดมาทั้งสองชาติภพ เนี่ยฟงไม่เคยประสพกับเหตุการณ์เฉกเช่นนี้มาก่อนในชีวิต แม้ขนาดไปอาบอบนวดกับเด่น ยังไม่มีสาวใดที่จะมาคอยบริการให้แก่เขาท่ามกลางการฉุดดึงของหญิงสาว เนี่ยฟงรู้สึกหมดเรี่ยวแรงจะต่อต้าน ภายในใจลึกๆ กลับรู้สึกดีแปลกๆ ที่มีหญิงสาวมากมายมารุมทึ้งแย่งชิงเขา ในขณะนั้นเองที่มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “หลีกทางเดี๋ยวนี้!!” เสียงใสดังขึ้นราวกับอาญาสวรรค์ บรรดาหญิงคณิกาที่รุมล้อมฉุดดึงเนี่ยฟง ถอยกายหลบหลีกทันที เผยให้เห็นหญิงสาวผู้หนึ่งที่งดงามราวกับดอกไม้ที่เบ่งบาน เสื้อผ้าที่น้อยชิ้นของนางเผยให้เห็นหน้าอกและหน้าท้องที่ขาวผ่อง กระโปรงที่สั้นของนางผ่าให้เห็นสะโพกที่เต่งตึง ทำให้ผู้ชายที่เห็นต่างหลงใหล ดูจากใบหน้าของนางที่อ่อนเยาว์กว่าวัย ไม่มีผู้ใดสามารถบ่งบอกอายุที่แท้จริงของนางได้ เมื่อยามที่ดวงตากลมโตของหน้าจ้องมองมาที่เนี่ยฟง ก็เกิดเป็นประกายดวงตาที่สั่นไหวทันที พร้อมกับหน้าอกที่เต่งตรึงของนางที่สั่นไหวกระเพื่อมจนเห็นได้ชัด แม้แต่ลมหายใจของนางเองก็ยังติดๆ ขัดๆ นางก้าวเดินเข้าหาเนี่ยฟงอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเซถลาล้มเข้าสู่อ้อมกอดของเนี่ยฟงทันที! ทำให้หญิงสาวคณิกาทั้งหลายพลางคิดในใจโดยพร้อมเพรียงกัน “ร้ายกาจ!!” แต่แทนที่เนี่ยฟงจะรับหญิงสาวผู้เลอโฉม เขากลับใช้เคล็ดท่าเท้าวายุหักหลบด้วยความรวดเร็ว มันเป็นสัญชาตญาณของนักมวยที่ศัตรูพุ่งเข้าหา ทำให้นางล้มก้นจ้ำเบ้าไปกับพื้น เหม่อมองเนี่ยฟงด้วยความตกตะลึง หญิงสาวคณิกาทั้งหลายจ้องมองจนดวงตานิ่งค้าง แม้แต่เนี่ยฟงเองก็ตื่นตกใจเหมือนกัน จึงเข้าไปช่วยประคองนางด้วยความรวดเร็ว “ขออภัยแม่นาง ข้าหลบศัตรูที่พุ่งเข้ามาหาข้าเสียจนเคยชิน แม่นางโปรดอย่าตำหนิข้าเลย” เมื่อเนี่ยฟงประคองร่างของนางลุกขึ้น นางก็อิงแอบซบไปบนหน้าอกของเนี่ยฟงทันที ส่งกลิ่นหอมที่รัญจวนของเรือนร่าง ก่อนจะเอ่ยวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทรงเสน่ห์ พร้อมกับสายตาที่เย้ายวน “เห็นทีขาของข้าคงจะหัก เดินกลับห้องเองไม่ไหว คุณชายคงต้องอุ้มข้าไปส่งที่ห้องเสียแล้ว” เมื่อเหล่าหญิงสาวคณิกาได้ยินดังนั้น ก็พลางคิดในใจกันขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว “ร้ายกาจ!!!” เนี่ยฟงสั่นศีรษะเบาๆ “แม่นางได้โปรดอย่าหยอกล้อข้าอีกเลย ข้าไม่ได้มาท่องเที่ยวแต่อย่างใด ข้าเพียงแต่ต้องการซื้อบ้านที่ประกาศขายเอาไว้ หากไม่ได้เป็นการรบกวนแต่อย่างใด แม่นางโปรดเรียกเถ้าแก่มาพบข้า” เนี่ยฟงกล่าวพร้อมกับก้าวเดินถอยห่างราวกับให้เกียรติหญิงสาว เมื่อเนี่ยฟงรู้แผนการยั่วยวนที่นางวางไว้ นางก็กล่าวออกมาทันทีพร้อมกับรอยยิ้ม “ข้ามีนามว่าอาปี้ เป็นเถ้าแก่เนี้ยแห่งหอบุปผาแดงแห่งนี้ เช่นนั้นเชิญคุณชายไปเขียนสัญญาซื้อขายที่ห้องของข้า” หญิงสาวกล่าวจบก็ก้าวเดินเข้าไปยังหอบุปผาแดงทันที เนี่ยฟงเดินตามไปยังห้องของนางที่ชั้นสอง ท่ามกลางสายตาของหญิงสาวที่จับจ้องมองเขาเป็นสายตาเดียวกัน เมื่อเข้ามายังห้องของนางเนี่ยฟงก็นั่งรอที่โต๊ะกลางห้อง ที่มีกลิ่นหอมจางๆ ฟุ้งกระจายไปทั่ว ผ่านไปแค่ไม่กี่อึดใจนางก็กลับเข้ามาพร้อมกับหนังสือซื้อขายในมือ “บ้านหลังนั้นแต่เดิมเป็นร้านขายยา แต่มีหนี้สินมากมายจากการพนัน จึงได้ขอให้ข้าช่วยซื้อมันไว้ แต่ด้วยราคาขายที่ข้าตั้งเอาไว้มันสูงเกินไป จึงไม่มีผู้ใดที่จะซื้อมัน” เนี่ยฟงรับหนังสือซื้อขายมาจากเถ้าแก่เนี้ย พร้อมกับอ่านมันอย่างตั้งใจ ท่ามกลางสายตาของอาปี้ที่จับจ้องหวานเยิ้ม เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในภายหลัง ซึ่งไม่มีข้อกังขาใดๆ และเสียเปรียบในการซื้อขาย เนี่ยฟงต้องอ่านอย่างรอบคอบ จึงไม่ได้สนใจสายตาของนางที่จับจ้อง จนเวลาผ่านไปถึงหนึ่งก้านธูป เนี่ยฟงก็ยังคงอ่านไม่จบ และเมื่อเห็นราคาของบ้าน ดวงตาทั้งสองข้างก็พลันเบิกโพลงทันที พร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างเบาๆ “หนึ่งร้อยเหรียญตำลึงทอง!!” เมื่ออาปี้เห็นใบหน้าที่ตกตะลึงของเนี่ยฟง นางคาดคิดว่าเนี่ยฟงไม่มีเงินเพียงพอ นางทำใจเล็กน้อยเมื่อไม่สามารถขายบ้านหลังนี้ได้อีกครั้ง เมื่อยามที่นางจะยื่นมือไปรับหนังสือซื้อขายคืน เนี่ยฟงก็กล่าวออกมาทันที “ข้าซื้อ!” “ข้านึกอยู่แล้วว่าท่านต้องไม่ซื้อมัน อ๊ะ!! เมื่อครู่ท่านว่าอย่างไรนะ!!” อาปี้ไม่ทันได้ฟังคำที่เนี่ยฟงพูด นางจึงเอ่ยถามไปอีกครั้ง “ข้าต้องการซื้อบ้านหลังนี้” เมื่อกล่าวจบเนี่ยฟงก็เขียนสัญญาซื้อขายทันที พร้อมกับหยิบเงินหนึ่งร้อยตำลึงทองมอบให้นางอย่างง่ายดาย ราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่เศษเงินในมือเท่านั้น อาปี้มองเงินหนึ่งร้อยตำลึงทองที่วางอยู่บนโต๊ะ ด้วยสายตาที่สั่นไหว ก่อนจะรีบไปหยิบกุญแจบ้านส่งมอบให้เนี่ยฟง แล้วรีบหอบเงินเก็บเข้าแหวนมิติทันที เกรงว่าเนี่ยฟงจะเปลี่ยนใจเมื่อทำการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ เนี่ยฟงก็เตรียมจะจากไปทันที โดยที่อาปี้นั้นก็เดินตามมาส่งที่หน้าประตู เมื่อยามที่เนี่ยฟงเดินจากไป นางก็แลบลิ้นเลียขอบปากราวกับจะกลืนกิน จับจ้องมองเนี่ยฟงเดินจากไปจนลับสายตา จนเหล่าหญิงสาวคณิกาต่างคิดว่าเนี่ยฟงเสียท่าให้กับเถ้าแก่เนี้ยแล้วแน่นอน ทันใดนั้นบรรดาหญิงคณิกาก็เดินเข้ามาหาอาปี้ทันที “เถ้าแก่เนี้ย! นี่ท่านหลอกเด็กขึ้นห้องอีกแล้วนะ นึกไม่ถึงว่าอายุของท่านจะเข้าเลขสาม แต่ก็ยังหลวงลวงชายหนุ่มขึ้นไปถึงบนห้องได้ พวกข้าชักอยากรู้แล้วซิ...ว่าท่านมีเคล็ดลับอย่างไรถึงได้ดูอ่อนเยาว์ถึงเพียงนี้” ทันใดนั้นใบหน้าของอาปี้ก็ปรากฏสีแดงระเรื่อขึ้นบนใบหน้า ก็จะกล่าวออกมาและพลางอมยิ้ม แล้วเดินจากไป “ทีหน้าทีหลังอย่าเอ่ยอายุของข้าขึ้นมาอีก ส่วนเรื่องเคล็ดลับความอ่อนเยาว์ของข้า...ก็คือเด็กหนุ่มรูปงามยังไงล่ะ คิกคิก!!” เนี่ยฟงใช้เวลาไม่นานก็เดินกลับมาถึงบ้านที่ซื้อไว้ เมื่อยามที่ทาบดอกกุญแจลงไป โซ่ตรวนที่ถูกลงอาคมป้องกันภัยไว้ก็หลุดร่วงทันที สำหรับเขาแล้วบ้านหลังนี้ถือว่าถูกมากๆ สำหรับเขา แม้แต่เสื้อหยกสวรรค์ที่เขาสวมใส่ยังแพงกว่าบ้านหลังนี้ถึงห้าหกเท่า เนี่ยฟงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปสำรวจในตัวบ้าน ซึ่งอาปี้ก็ได้บอกไว้ว่ามันคือร้านขายยาแต่เก่าก่อน จึงมีวัสดุ อุปกรณ์เกี่ยวกับการเปิดร้านจัดเตรียมไว้เพียบพร้อม โดยที่เนี่ยฟงไม่จำเป็นต้องไปหาซื้ออีก และเมื่อตรวจสอบจนไปถึงด้านในสุดของตัวบ้าน ก็เจอกับห้องปรุงยามิหนำซ้ำยังถูกสร้างมาอย่างดี เพื่อป้องกันกลิ่นโอสถไปรบกวนบ้านหลังอื่นๆ เมื่อเนี่ยฟงเห็นดังนั้นจึงจัดแจงตั้งหม้อปรุงยาที่กลางห้องทันที